แสงแดดยามสายสาดผ่านม่านหมอกของหุบเขาหยุนหลงอย่างอ่อนโยน ลำธารใสไหลผ่านโขดหินเบื้องล่าง เสียงนกร้องแว่วมาเป็ระยะ ราวกับธรรมชาติกำลังปลอบประโลมหัวใจที่เหนื่อยล้า
หลี่เหยียนนั่งอยู่บนโขดหินริมลำธาร มือถือกระบี่ไม้ที่เขาใช้ฝึกท่ารบใหม่ ดวงตาเขาจ้องมองการเคลื่อนไหวของน้ำอย่างครุ่นคิด
“เ้ากำลังคิดอะไรอยู่?” เสียงหลี่เซ่าหนิงดังขึ้นเื้ั
เขาหันไปมองเธอที่ถือถาดผลไม้ป่าในมือ “ข้ากำลังคิดว่า...หากข้าไม่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ ชะตาของข้าจะเป็เช่นไร”
เธอยื่นผลไม้ให้เขา “บางที...ชะตาอาจเลือกท่านมาเพื่อเปลี่ยนแผ่นดินนี้”
เขารับผลไม้มาอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “เ้ากล้าหาญมากกว่าที่ข้าคิดไว้...การลอบเข้าไปในวังหลวงเพื่อหาหลักฐาน ไม่ใช่เื่ที่ใครก็ทำได้”
หลี่เซ่าหนิงนั่งลงข้างเขา “ข้าเคยกลัว...แต่เมื่อข้าไม่มีอะไรจะเสีย ข้าก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีก”
เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่หลี่เหยียนจะลุกขึ้น “ข้ามีบางอย่างอยากให้เ้าดู”
เขาพาเธอเดินลึกเข้าไปในป่า จนถึงลานฝึกเล็ก ๆ ที่เขาสร้างขึ้นจากไม้และหินธรรมชาติ
“นี่คือสถานที่ที่ข้าใช้ฝึกทหารหน่วยเงา” เขาอธิบาย “ข้าอยากให้เ้าลองฝึกด้วย”
หลี่เซ่าหนิงใ “ข้าไม่ใช่นักรบ...ข้าเป็เพียงขุนนางหญิง”
“แต่เ้ามีจิตใจนักรบ” เขายื่นกระบี่ไม้ให้เธอ “ข้าจะสอนเ้าเอง”
การฝึกเริ่มขึ้นอย่างช้า ๆ เขาสอนเธอท่าพื้นฐาน การทรงตัว การเคลื่อนไหวอย่างเงียบ และการใช้สัญญาณมือ
หลี่เซ่าหนิงล้มหลายครั้ง แต่ไม่เคยบ่น เธอลุกขึ้นทุกครั้งด้วยสายตาแน่วแน่
“เ้าทำได้ดีมาก” เขายิ้ม “เ้ามีสมาธิและความอดทน”
เธอหอบเล็กน้อย “ข้าไม่อยากเป็ภาระของท่าน...ข้าอยากยืนเคียงข้างท่าน ไม่ใช่หลบอยู่เื้ั”
เขาเงียบไป ก่อนจะเอ่ยขึ้น “เ้ารู้หรือไม่...ในโลกเดิมของข้า ข้าเคยมีคนรักคนหนึ่ง”
หลี่เซ่าหนิงชะงัก “นางเป็เช่นไร?”
“นางเป็นักข่าว...กล้าหาญ ฉลาด และไม่เคยกลัวความจริง” เขาหันมามองเธอ “เ้าทำให้ข้านึกถึงนาง...แต่เ้ามีบางอย่างที่นางไม่มี”
“อะไร?” เธอถามเสียงเบา
“เ้ามีหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา”
เธอเงียบไป ดวงตาเริ่มสั่นไหว
“ข้าไม่รู้ว่าข้ารู้สึกเช่นไรกับท่าน...” เธอเอ่ย “แต่ข้ารู้ว่าข้าไม่อยากให้ท่านหายไปจากชีวิตข้า”
เขายื่นมือออกไปแตะมือเธอเบา ๆ “ข้าก็ไม่อยากให้เ้าหายไปเช่นกัน”
ในค่ำคืนนั้น ทั้งสองนั่งเคียงข้างกันใต้แสงดาว ท่ามกลางเสียงลำธารและหมอกที่ล้อมรอบ
และในความเงียบสงบของหุบเขา ความผูกพันเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ ราวกับสายลมที่พัดผ่านใจ
---