เจาะเวลาหาขงเบ้ง 寻孔明

    ตอนที่ 75 สุภาพบุรุษจากเสียงสาน


    ซุนเกี๋ยนอายุเพียงสามสิบปีจึงโค้งคำนับเล่าเปียว แล้วกล่าววาจา ท่านเชื่อฟังหนังสืออ้วนเสี้ยวแลยกทหารมาทำการทั้งนี้ เหมือนหนึ่งไม่เอ็นดูข้าพเจ้าแล้ว ?ถ้าข้าพเจ้าได้ตราหยกมาเหมือนอ้วนเสี้ยวว่ามานั้น ..ขอให้ข้าพเจ้าตายด้วยอาวุธต่าง ๆ เถิด !!! กล้าสาบานถึงขั้นนี้ ?แต่เล่าเปียวไม่เชื่อ และจะขอค้นตัวซุนเกี๋ยนและพรรคพวกทั้งหมด !!! ซุนเกี๋ยนไม่ยอม จึงลงไม้ลงมือกันอย่างหนักหน่วงเล่าเปียวเป็นเจ้าบ้าน กำลังพลย่อมมากกว่า อีกทั้งได้เปรียบในเรื่องความชำนาญในพื้นที่มากกว่า จึงเป็นฝ่ายได้เปรียบซุนเกี๋ยน ..พยัคฆ์ร้ายแห่งกังตั๋ง พลาดท่าเสียทีเสียแล้ว เมื่อโดนตีกระนาบทั้ง 4 ด้าน อุยกายเทียเภาฮันต๋ง เห็นท่าไม่ดีเสีย จึงฝ่าเข้าไปในวงล้อม แล้วช่วยเหลือซุนเกี๋ยนออกมาได้สูญเสียทหารเป็นจำนวนมากมาย แล้วพาทหารซึ่งเหลือมานั้นยกไปเมืองกังตั๋งนับตั้งแต่นั้นมา ..เล่าเปียวกับซุนเกี๋ยนก็มีใจพยาบาทกัน !!! ภายหลังอ้วนเสี้ยวและอ้วนสุดผิดใจกันหนำซ้ำ แม้อ้วนสุดจะส่งหนังสือเพื่อไปขอเสบียงแก่เล่าเปียวเจ้าเมืองเกงจิ๋วกลับถูกเล่าเปียวปฏิเสธอีกอ้วนสุดโกรธแค้นจนเกินระงับ ถึงกับส่งหนังสือยุยงไปถึงซุนเกี๋ยนซึ่งอยู่ ณ เมืองกังตั๋งว่า เล่าเปียวคุมทหารออกสกัดรบชิงเอาตราหยกนั้น ก็เพราะอ้วนเสี้ยวพี่เราให้หนังสือไป บัดนี้อ้วนเสี้ยวกับเล่าเปียว วางแผนกันว่าจะไปตีเมืองกังตั๋งเพื่อชิงเอาตราหยกให้จงได้ซึ่งท่านจะนอนใจอยู่นั้นไม่ควรจงเร่งยกทหารไปตีเมืองเกงจิ๋ว ส่วนตัวเราจะยกไปตีอ้วนเสี้ยวให้ ..เพื่อช่วยล้างแค้นแทนท่าน!! แม้ถูกครอบครัวและที่ปรึกษาทัดทานแต่ด้วยความแค้นเมื่อครั้งก่อน ..ซุนเกี๋ยนกลับยกทัพเรือเข้าตีเกงจิ๋ว ซุนเกี๋ยนช่างสมกับที่เป็นพยัคฆ์ร้าย !!!ฆ่าสังหารทหารและแม่ทัพของเล่าเปียวได้เป็นจำนวนมาก แม้แต่ 'ชัวมอ' พี่ชายของภรรยาเล่าเปียว ก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอดฝ่ายซุนเกี๋ยนจึงเกณฑ์ทหารทั้งปวงยกเข้าล้อมเมืองเกงจิ๋วไว้.. ครั้นอยู่มาวันหนึ่งเกิดพายุใหญ่พัดธงชัยสำหรับทัพซุนเกี๋ยนหัก เป็นลางบอกเหตุร้าย ทหารส่วนใหญ่ จึงขอให้เลิกทัพกลับไปเมืองกังตั๋งเพราะอีกเพียงนิดเดียวจะตีเมืองเกงจิ๋วแตกอยู่แล้ว ซุนเกี๋ยนจึงไม่ยอมเล่าเปียวหมดสิ้นหนทาง จึงคิดส่งหนังสือไปขอความช่วยเหลือกับอ้วนเสี้ยว ซึ่งผู้อาสาไปส่งหนังสือฯ กลับไม่ธรรมดา ? เพราะเขามีการวางแผนซ้อน !!!เมื่อควบม้าออกจากเมืองก็ล่อหลอกซุนเกี๋ยนกับทหารเข้าไปสู่ป่าเขา และเมื่อซุนเกี๋ยนตามมาจึงถึงซอกเขาที่เป็นจุดสังหาร ก็ทิ้งก้อนหิน และระดมยิงด้วยธนูจนเหยื่อตาย อายุเพียง 30 ปี กลับต้องมาตายตามคำสาบานไม่ผิดเพี้ยน ..เฮ้อ'ซุนเซ็ก' บุตรชายจึงขึ้นครองเมืองกั๋งตั๋งแทนซุนเกี๋ยนผู้เป็นบิดาตั้งแต่นั้น ************** ฝ่ายอ้วนเสี้ยวมีกำลังทหารมากที่สุด จึงมีปัญหาด้านเสบียงอาหารมากที่สุดเช่นเดียวกันฮันฮกเจ้าเมืองกิจิ๋ว เมื่อเห็นว่าอ้วนเสี้ยวเป็นถึงอดีตผู้นำกองทัพ 18 หัวเมือง ผู้ทรงความยุติธรรมมีความเดือดร้อนเรื่องข้าวปลาอาหารก็จัดส่งเสบียงไปช่วยเหลือโดยไม่ขาดแต่อ้วนเสี้ยวหาได้เป็นเช่นจินตนาการอันสวยหรูไม่ ? "เราเป็นถึงอดีตขุนนางใหญ่ 4 ชั่วรุ่น ซึ่งการที่จะรอคอยให้ผู้อื่นส่งเสบียงให้ย่อมไม่สมควร และเมืองกิจิ๋วนั้นทรัพย์สินมั่งคั่ง และอาหารก็บริบูรณ์ เราจะบุกยึดเป็นฐานกำลัง !!!" การทำความดีกับคนไร้ศึลธรรม ..ย่อมได้ผลความดีเพียงน้อยนิดแต่การทำดีกับคนพาล กลับไม่ได้อะไรกลับคืน ..ซ้ำร้ายจะล้มจมไปทั้งเมือง !!! อ้วนเสี้ยวทำหนังสือไปถึงกองซุนจ้านเพื่อให้ช่วยเข้าตีเมืองกิจิ๋ว หากสำเร็จย่อมให้สินสงครามกึ่งหนึ่งกองซุนจ้านได้รับหนังสือก็ดีใจ จัดทัพเพื่อบุกโจมตีกิจิ๋วในทันที ส่วนหนังสืออีกฉบับ อ้วนเสี้ยวส่งไปเตือน ฮันฮกเจ้าเมืองกิจิ๋ว ว่ากองซุนจ้านจะตีเอาเมืองของท่าน !!! ฝ่ายฮันฮกเกรงกลัวภัยสงคราม จึงขอให้อ้วนเสี้ยวมารักษาเมืองให้..มันจึงง่ายดายยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดทั้งมวล หลังเข้าเมืองก็ปลดขุนนางในเมืองทั้งหมด แล้วเข้ายึดเมืองกิจิ๋วเป็นของตนทันทีฝ่ายกองซุนจ้าน เมื่อรู้ข่าวว่าอ้วนเสี้ยวได้เมืองกิจิ๋วแล้วก็ยินดี จึงส่งกองซุนอวดน้องชาย เพื่อไปขอส่วนแบ่ง ..แต่อ้วนเสี้ยวให้คนปลอมว่าเป็นทหารตั๋งโต๊ะแล้วสังหารกองซุนอวด เพื่อป้ายความผิดไปยังตั๋งโต๊ะ แต่กองซุนจ้านเป็นผู้ใด ?ใครเชื่อก็โง่บรม..กองซุนจ้านจึงจัดทัพใหญ่เพื่อเข้าแก้แค้นให้น้องชาย หัวเมืองทั้งปวงปรึกษากันเห็นว่ามึงสัตย์ซื่อ จึงตั้งให้เป็นนายทัพผู้ใหญ่ บัดนี้กูเห็นใจมึงดั่งสัตว์เดียรัจฉาน ซึ่งอยู่ในบ้านเมืองนั้นไม่ควร !!! อ้วนเสี้ยวโกรธจึงส่ง 'บุนทิว' ทหารเอกเข้าไปลุยกองซุนจ้านกับทหารเอก 4 คน เข้าปะทะกับ 'บุนทิว' แต่กลับถูกสังหารไปหนึ่ง !!! จากนั้นกองซุนจ้านถูกไล่ล่าเข้าไปในป่า โชคดีที่ได้ 'จูล่ง' เข้าช่วยชีวิตได้ทัน
    error loadedจูล่ง  ทหารผู้นี้สูงประมาณหกศอก หน้าผากแลคิ้วใหญ่ตาโต จูล่งมีพลังยุทธระดับสูง !!!แต่เพราะพาหนะยังไม่ดีพอ จึงไม่อาจไล่สังหารบุนทิวได้ฝ่ายกองซุนจ้านเมื่อได้จูล่งมาช่วยสถานการณ์ก็ดีขึ้นบ้าง .. แต่ในท้ายที่สุดกลับโดยกลศึกของอ้วนเสี้ยวจนแทบเอาชีวิตไม่รอดอีกเช่นเคย จนได้สามวีรชน เล่าปี่กวนอูเตียวหุยยกทัพมาช่วย จึงสกัดทัพอ้วนเสี้ยวเอาไว้ได้ จูล่งได้มีโอกาสรู้จักกับเล่าปี่ ทั้งสองต่างเลื่อมใสซึ่งกันและกัน ฝ่ายตั๋งโต๊ะเมื่อรู้ข่าวว่ากองซุนจ้านกับอ้วนเสี้ยวรบกันก็ดีใจแต่กุนซือลิยูกลับไม่คิดเช่นนั้น !!! "ศึกครั้งนี้หากผู้ใดมีชัยชนะผู้นั้นก็จะกำเริบขึ้น นานไปก็กระด้านกระเดื่องต่อท่านเป็นมั่นคง ขอให้มีหนังสือรับสั่งพระเจ้าเหี้ยนเต้ไปห้ามทัพเสียทั้งสองฝ่าย เมื่อนานไปอ้วนเสี้ยวกับกองซุนจ้าน ก็จะอยู่ในบังคับบัญชาท่าน" ด้วยวิธี 'การเมือง นำการทหาร' ของตั๋งโต๊ะจึงทำให้ทรราชผู้นี้คงอยู่ในอำนาจได้นานจนแทบจะไร้การต่อต้านจากหัวเมืองทั้งปวง..