ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    คู่ชะตา

    คู่ชะตา

               เรื่องราวของเยว่ซินและชงหยวนเมื่อพูดคุยกันเข้าใจดีแล้วก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องราวที่ดี ทั้งสองตกลงปรงใจคบหาดูใจกันต่อก่อนที่จะแต่งงานเมื่อทุกอย่างพร้อมดีแล้วซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องดีมากทีเดียวทุกคนที่ได้ฟังข่าวก็อดจะแสดงยินดีกับนางล่วงหน้ามิได้ถึงขนาดว่าเตรียมจัดเย็บชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวไว้รอเลยทีเดียวเพราะคิดว่าอีกไม่นานทั้งสองจะต้องมีข่าวดีจริงๆ อย่างแน่นอน

    “ทุกคนไม่ต้องรีบขนาดนี้ก็ได้เจ้าค่ะ”เยว่ซินเอ่ยอย่างอายๆเมื่อนางลี่จูกับลี่ถิงกำลังนั่งเลือกสีผ้ากับเลือกลายที่จะปักชุดกันอย่างขมักเขม่นเนื่องจากชงหยวนนั้นไม่ได้มีญาติที่ไหนนางลี่จูจึงอาสาตัดเย็บชุดให้ทั้งสองด้วยความตื่นเต้นนี่เหลือแค่เพียงขนาดตัวของชงหยวนแล้วที่เยว่ซินไม่กล้าขอเอ่ยวัดขนาดตัวมาให้สักทีแต่ไม่เป็นไรหรอกทำชุดเจ้าสาวไปพลางๆ ก่อนก็แล้วกัน

    “ได้อย่างไรล่ะลูกไม่ช้าก็เร็วก็ต้องมีงานมงคลอยู่ดี เตรียมแต่เนิ่นๆ แบบนี้แหละ พอถึงเวลาจริงๆจะได้ไม่ฉุกละหุก” นางลี่จูบอกออกมาอย่างยิ้มแย้ม

    “ใช่เจ้าค่ะข้าจะทำออกมาให้แบบละเอียดที่สุดเลย” ลี่ถิงบอกออกมาอย่างยิ้มแย้ม

    “ก็ได้เจ้าค่ะข้าต้องขอบคุณท่านแม่และพวกเจ้าด้วยนะที่ดีกับข้าตลอดมา”เยว่ซินเอ่ยออกมาด้วยความซึ้งใจพร้อมขอบตาที่เริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอ

    “ก็เราเป็นครอบครัวเดียวกันนี่เจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยออกมาพร้อมเข้าไปสวมกอดเยว่ซินเต็มแรงตามด้วยลี่ถิงที่เข้ามากอดทับอีกคนด้วยรอยยิ้มและปลอบใจหญิงสาวตรงกลางที่กำลังขี้แย

              

               ด้านชงหยวนหลังจากที่เยว่ซินบอกว่ายังรอตัวเองอยู่เขาดีใจที่สุดในชีวิตทีเดียวหลังจากนี้เขาจะไม่โดดเดี่ยวอีกแล้ว แต่มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นในเมื่อตอนนี้เยว่ซินนางกลายเป็นบุตรบุญธรรมของคหบดีผู้หนึ่งไปเสียแล้วดังนั้นถ้าจะขอนางแต่งงานนั้นตัวเขาเองจะต้องดีพอให้เหมาะกับนางที่สุดไม่ให้ผู้คนมาดูถูกนางเอาได้

    “ชงหยวนเจ้าไม่ต้องทำงานหนักขนาดนี้ก็ได้นะ กลับไปพักผ่อนเถอะ นี่ก็ทำมาทั้งวันแล้ว”หมอชราเอ่ยบอกกับชายหนุ่มอย่างเห็นใจ เขาทำงานมาตั้งแต่เช้าตรู่แล้วตอนนี้พระอาทิตย์จะหายไปจากขอบฟ้าอยู่แล้วเขาก็ยังจะอยู่ทำงานต่อไม่ยอมกลับไปพักผ่อนเหมือนพวกหนุ่มสาวคนอื่นที่กลับไปตั้งแต่ถึงเวลาเลิกงานแล้ว

    “ข้าจะอาสาอยู่เฝ้าช่วงกลางคืนเองขอรับเผื่อว่ามีคนไข้มาข้าจะได้ช่วยเหลือได้ทัน” ชงหยวนเอ่ยบอกออกมายิ้มๆเขาพูดคุยกับท่านหมอผู้เป็นเจ้าของโรงหมอแล้วว่าขอทำงานช่วงกลางคืนเองซึ่งก็ได้รับอนุญาตถึงแม้ว่าค่าจ้างจะได้เท่าเดิม แต่เขาก็จะเสี่ยงเอาว่าจะคนป่วยมีเข้ามาหรือไม่

    “เอาเถอะๆอย่างไรข้าก็คงพูดอะไรไม่ได้มาก อย่างไรก็พักบ้างล่ะเจ้าสามารถหลับได้พอมีคนมาเรียกค่อยลุกก็แล้วกัน” หมอชราเอ่ยบอกอย่างห่วงใยเพราะอย่างไรที่โรงหมอก็มีเวรยามคอยเฝ้าอยู่แล้วผู้เป็นหมอจะหลับบ้างเพื่อเก็บแรงก็ไม่เป็นเมื่อเขาเอ่ยกับชงหยวนแล้วจึงเดินออกจากโรงหมอเพื่อกลับบ้านไปพักผ่อนเช่นกัน

    “ขอบคุณท่านอาสุโสที่ห่วงใยขอรับ”ชงหยวนเอ่ยออกมาตามหลังอีกฝ่ายไป

    “ส่วนเราก็อ่านตำราต่อก็แล้วกัน”ชงหยวนเอยกับตนเองก่อนจะเดินเข้าไปนั่งประจำที่แล้วเริ่มอ่านตำราต่อทันทีเพราะเรื่องการแพทย์นั้นยังมีข้อมูลอีกมากมายให้เขาได้ศึกษาการศึกษาถึงแม้จะเป็นหัวข้อเดิมแต่ว่าก็มีข้อมูลใหม่ๆ มาให้ได้ศึกษาไม่มีหมด

     

               ส่วนชิงเถาที่เห็นว่าคนอื่นนั้นดำเนินชีวิตด้วยความสุขเพิ่มเติมคือมีสีสันในชีวิตช่วงวัยหนุ่มสาวเข้ามาให้กระชุ่มการะชวยกันทั่วหน้าแม้แต่กับจิ้นสิงและนางลี่จูยังมีเวลาอยู่ด้วยกันมาขึ้นเลยดังนั้นแล้วตอนนี้จึงเป็นความสุขหรรษาอีกช่วงหนึ่งของชีวิตก็ว่าได้ ถ้าใครได้พบพวานก็ควรที่จะเกี่ยวมันให้มากที่สุดเมื่อเวลาผ่านไปแล้ว มองกลับมาเห็นความสุขในช่วงนี้ที่เคยสุขขนาดไหนถึงแม้ต่อไปจะมีเศร้าบ้างก็ไม่เสียใจแล้ว

    ‘นางทั้งสองก็โชคดีนะเพียงแค่พานพบชายหนุ่มที่ต้องตาครั้งเดียวก็เป็นคู่ชะตากันเสียแล้ว’เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยออกมาเมื่อนึกถึงสองสาวที่ได้เจอกับรักแท้เสียแล้วเมื่อถึงวัยเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีเพราะคู่ชะตานั้นทั้งสองจะมีชะตาชีวิตที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกันทำให้มีสิ่งดีๆ เข้ามาอีกเป็นหลายเท่าเมื่อได้ครองคู่กัน

    “จริงหรอแล้วแบบนี้คู่ชะตาของข้าก็อยู่ไม่ไกลน่ะสิ” ชิงเถาถามออกมาอย่างตื่นเต้นเหมือนกันการทำนายเรื่องอนาคตมันก็น่าตื่นเต้นดีเหมือนกันนะ

    ‘จะใกล้หรือไกลข้าก็ไม่รู้หรอก’ เชี่ยนเชี่ยนบอกออกมาชิงเถาได้ยินจึงห่อเหี่ยวลงเล็กน้อยที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรล่วงหน้า

    “แล้วทำไมเจ้าจึงรู้ว่าท่านพี่ทั้งสองได้เจอกับคู่ชะตาได้ล่ะ”ชิงเถาถามออกมาอย่างสงสัย สรุปนางรู่ได้อย่างไรกันแน่ เดี๋ยวรู้เดี๋ยวไม่รู้

    ‘ก็ทุกคนมีด้ายแดงที่นิ้วก้อยอย่างไรล่ะเมื่อมาอยู่ใกล้กันด้ายแดงนั้นก็จะเปล่งแสงขึ้นมาเอง’

    “เช่นนี้นี่เองแล้วแบบนี้เจ้าก็ดูให้ข้าไม่ได้หรือว่าด้ายแดงข้าอีกปลายด้านหนึ่งอยู่กับใคร”ชิงเถายังอยากรู้จึงถามเซ้าซี้ไม่หยุด

    ‘แต่กลับเจ้ามันไม่ใช่ไง เจ้าเคยได้ยินไหมว่าเรามองเห็นได้เพียงคนอื่นไม่สามารถเห็นตัวเองได้ด้วยตาเปล่า’ เชี่ยนเชี่ยนบอกออกมาถึงแม้ว่านางกับชิงเถาจะเป็นคนละคนกันแล้ว แต่ว่าตัวนางเริ่มแรกก็เกิดมาจากอีกคนอย่างไรเสียสุดท้ายก็แพ้ทางตัวเองอยู่วันยังค่ำ

    “เช่นนี้นี่เองไม่เป็นไรปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตอันไกลโพ้นนนนน” ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจ

    ‘ข้าจะรอดู รอดูว่าเจ้าจะเลือกคู่ชะตาเป็นใคร’เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยกับตัวเองออกมาเบาๆเพราะมันมีอีกหลายเรื่องที่ตัวนางรู้แต่อีกคนไม่รู้นั่นเองด้วยนางก็บอกอีกฝ่ายไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้เป็นตามแนวทางของมันเองนางก็เพียงได้แต่ให้คำปรึกษาเท่านั้นไม่มีสิทธิไปชี้บอกได้ว่าชิงเถาจะต้องชอบกับคนนี้เท่านั้น

     

               อีกด้านหนึ่งของเมืองหลวงคนที่คาดว่าจะถูกเลือกให้เป็นคู่ชะตาของชิงเถาก็กำลังยุ่งวุ่นวายกับชีวิตอันยุ่งเหยิงของเขาเช่นกันซึ่งมันมากจนเขาเลือกจะจัดการไม่ถูกแล้ว จนตอนนี้ไม่รู้แล้วว่าไหนชีวิตจริงอันไหนปั้นแต่งขึ้นเป็นฉากหน้า ทำให้ตอนนี้เขาไม่มีเวลาไปดูหญิงสาวเองเสียเท่าไหร่คงต้องปล่อยผ่านไปก่อน ปล่อยให้ลูกน้องของเขาเฝ้ามองนางและรายงานข่าวมาเท่านั้นเขาถึงจะได้รู้เรื่องราวของนางตลอดมา  

     


    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน