กลิ่นอายของฤดูใบไม้ร่วงเริ่มพัดพาความเย็นเยียบมาสู่จวนแม่ทัพ ทว่าภายในเรือนเอก ความร้อนรุ่มจาก "แผนการ" และ "ความปรารถนา" กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เม่ยเหลียน ยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองดูบ่าวไพร่ที่กำลังจัดเตรียมสถานที่สำหรับงานเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โคมไฟกระดาษสีแดงและสีเหลืองนวลถูกแขวนประดับไปตามระเบียงไม้ ราวกับดวงตาปีศาจที่คอยจ้องมองทุกการกระทำของนางในความมืด
นางหันกลับมามองที่เตียงกุหลาบ แม่ทัพเฉินหยาง บัดนี้สามารถลุกขึ้นนั่งและขยับกายได้เกือบเป็ปกติแล้ว แววตาของเขาที่เคยมองนางด้วยความชิงชังกลับแปรเปลี่ยนเป็ความเชื่อใจที่น่าสมเพช หลังจากที่เม่ยเหลียนแสร้งทำตัวเป็ "ภรรยาผู้แสนดี" ปรนนิบัติเขาเยี่ยงยอดหญิงกตัญญูตลอดหลายวันที่ผ่านมา แต่นางรู้ดีว่าความเชื่อใจนี้คือโซ่ตรวนที่เปราะบางที่สุด และนางกำลังจะใช้มันเป็เครื่องมือในการทำลายเขาให้สิ้นซาก
"เม่ยเหลียน... เ้าเข้ามานี่สิ" เฉินหยางเรียกด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนลวงตา
นางเยื้องกรายเข้าไปหาเขาช้าๆ อาภรณ์ไหมสีม่วงอ่อนเน้นเรือนร่างแน่งน้อยและสะโพกผายที่อาซานเคยลูบไล้อย่างดิบเถื่อน นางทรุดตัวลงนั่งข้างกายสามีพรางหยิบถ้วยยาขึ้นมาเป่า "ท่านพี่ควรพักผ่อนให้มาก อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานใหญ่แล้ว ท่านต้องแข็งแรงพอที่จะเป็ประธานในพิธีนะเ้าคะ"
เฉินหยางกุมมือของนางไว้ ััที่หยาบกร้านของเขาพาดผ่านหลังมือนวลเนียน สร้างความรู้สึกอึดอัดจนนางอยากจะชักมือกลับ ทว่านางกลับยิ้มหวานตอบ "ข้าเพิ่งรู้ซึ้งว่า... ในยามที่ข้าอ่อนแอที่สุด มีเพียงเ้าเท่านั้นที่ไม่เคยทิ้งข้าไปไหน" เขากล่าวพลางดึงนางเข้าสู่อ้อมกอด กดจมูกโด่งคมลงบนซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นหอมของแป้งร่ำที่นางปรุงขึ้นเป็พิเศษเพื่อกลบกลิ่นกายของอาซานที่ยังคงฝังลึกอยู่ในโสตประสาทของนาง
ในขณะที่เฉินหยางกำลัง "ตีตรา" ความเป็เ้าของผ่านอ้อมกอดที่รัดแน่น เม่ยเหลียนกลับหลับตาลงพรางปล่อยให้จินตนาการทำหน้าที่ของมัน นางนึกถึงััที่รุนแรงและร้อนแรงกว่านี้... นึกถึงลิ้นที่หยาบกร้านของพรานหนุ่มที่เคยเลียไปตามรอยแยกของร่างกายนาเอก ความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นในใจ (Psychological NTR) ทำให้นางเผลอครางออกมาเบาๆ ทว่าเฉินหยางกลับเข้าใจผิดคิดว่านางกำลังมีอารมณ์ร่วมกับเขา
"เ้าช่างรุ่มร้อนนัก เม่ยเหลียน..." เขาพึมพำชิดใบหู พรางเริ่มรุกรานอาภรณ์ของนางด้วยความโหยหา
ทว่าก่อนที่พายุอารมณ์จะปะทุขึ้น เสียงเคาะประตูอย่างเร่งรีบก็ดังขึ้น "ท่านแม่ทัพ! ทหารจากหน่วยสายสืบ้าเข้าพบเป็การด่วนเ้าค่ะ!" เสียงของ อนุชิง ดังเข้ามาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ แฝงไปด้วยความริษยาที่นางถูกกันออกนอกวงสนทนามาโดยตลอด
เฉินหยางชะงัก แววตาของเขาเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมในทันที เขาสบถเบาๆ ก่อนจะผละออกจากร่างของเม่ยเหลียน "ข้าต้องไปจัดการธุระ เ้าพักผ่อนเถิด... คืนวันไหว้พระจันทร์ ข้าจะชดเชยให้เ้าอย่างสาสม" เขากล่าวทิ้งท้ายก่อนจะก้าวออกจากห้องไปโดยไม่เหลียวหลัง
เม่ยเหลียนนั่งนิ่งอยู่บนเตียง จัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ แววตาของนางบัดนี้ไร้ซึ่งความอ่อนโยน มีเพียงความเยือกเย็นที่สั่นประสาท นางหยิบนกกระดาษฉบับล่าสุดที่ซ่อนไว้ใต้หมอนออกมาคลี่อ่าน เนื้อความระบุชัดเจนว่า 'ยามเที่ยงคืนวันที่ดวงจันทร์เต็มดวง ข้าจะรอเ้าที่ประตูลับทิศตะวันออก หลักฐานฏของเขาทั้งหมดอยู่ในมือข้าแล้ว'
นี่คือโอกาสสุดท้าย นางต้องประสานงานกับคนในจวนที่อาซาน "ซื้อตัว" ไว้ เม่ยเหลียนเรียกสาวใช้คนสนิทเข้ามา และส่งสัญญาณลับผ่านการวางถ้วยน้ำชา... สัญญาณที่บอกให้ทุกคนเตรียมตัวสำหรับการล่มสลายของจวนแม่ทัพ
ในยามดึกที่เฉินหยางยังคงวุ่นอยู่กับการประชุมทหาร เม่ยเหลียนลอบเดินไปยังเรือนพักของบ่าวไพร่ นางพบกับชายรับใช้ผู้หนึ่งที่กำลังทำความสะอาดกรงนก เขาเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยแววตาที่รู้กัน ชายผู้นี้คืออดีตทหารใต้บังคับบัญชาของอาซานที่ปลอมตัวเข้ามา
"ทุกอย่างพร้อมแล้วขอรับฮูหยิน... คืนวันไหว้พระจันทร์ เหล้าที่ใช้ในงานจะถูกผสมด้วยยาชาฤทธิ์อ่อนๆ พอที่จะทำให้ทหารองครักษ์เคลื่อนไหวได้ช้าลง" เขาซุบซิบ
"ดี... และจงทำให้แน่ใจว่าอนุชิงจะไม่เข้ามาขวางทางข้า" เม่ยเหลียนกำชับ แววตาฉายแวว "Smart Heroine" ที่สมบูรณ์แบบ
นางเดินกลับสู่ห้องนอน ทว่าใจกลับเตลิดไปถึงรัตติกาลที่จะมาถึง ความเสียวซ่านจากการทรยศที่กำลังจะเกิดขึ้นช่างหอมหวานยิ่งกว่ารสสวาทใดๆ นางลูบไล้จี้หยกของอาซานที่ห้อยติดกายไว้ตลอดเวลา ความเย็นของหยกเปรียบเสมือนเครื่องเตือนใจว่าเสรีภาพที่แท้จริงกำลังรออยู่นอกกำแพงจวนแห่งนี้
คืนนั้น เม่ยเหลียนนอนลืมตาอยู่ในความมืด นางได้ยินเสียงฝีเท้าทหารที่เดินตรวจตราอยู่ภายนอก แต่ในหัวกลับจินตนาการถึงภาพจวนแม่ทัพที่กำลังจะมอดไหม้ด้วยเพลิงแห่งความแค้น นางไม่ได้โหยหาเพียงแค่เซ็กซ์ที่เร่าร้อนของอาซาน แต่โหยหาการแก้แค้นที่เจ็บแสบที่สุดต่อผู้ชายที่ทำลายชีวิตนาง... การทำให้เขาพ่ายแพ้ทั้งในสนามรบและใน "เตียงนอน" ของตนเองคือบทสรุปที่นาง้ามากที่สุด