คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 77 :ก๊อปปี้ ? ละเมิดลิขสิทธิ์ ?

    ตอนที่ 77:ก๊อปปี้ ? ละเมิดลิขสิทธิ์ ?

     

            “ฉันรู้สึกว่าเคอซินร้องได้ดีมาก ! ” ตอนนี้เองอู๋อิงได้พูดแทรกขึ้นมา

     

            “พี่อิง ไม่สู้พี่มาประเมินเพลงของเคอซินสักหน่อยดีไหม ? ”เฉินอี้เจี๋ยยิงคำถามไปให้อู๋อิง

     

            อู๋อิงยิ้ม แล้วพูดว่า“เดิมทีคุณภาพเสียงของเคอซินเด่นในการเยียวยาและสร้างความร่าเริงอยู่แล้วดังนั้นการแสดงของเธอยิ่งสนุกและมีจิตวิญญาณ แม้ว่าวันนี้จะดูเกินตัวไป แต่ฉันก็ชอบมากนะ”

     

            “เมนเทอร์อีกสองท่านล่ะครับ มีความเห็นยังไงบ้าง ? ”เฉียวเฉี่ยวถามต่อ

     

            “ฉันก็รู้สึกเหมือนกันเพลงของจือเซียมีความแปลกใหม่และมีเสน่ห์มาก” คำพูดของหลิวเยว่สั้นมาก“ส่วนเสียงของเคอซินก็ไพเราะมาก”

     

            “เพลงของเคอซินดึงดูดฉันเข้าไปอย่างรวดเร็ว” หยูเฉิงหมิงยังติดตลกเหมือนเดิม“ฉันบอกแล้ว ตอนนั้นเธอน่าจะมาอยู่ทีมของฉัน !”

     

            “ตอนนี้ สองคนนี้มีอะไรจะพูดไหม ? ”เฉียวเฉี่ยวเบนความสนใจไปยังทั้งสองคน “เคอซิน”

     

            นิสัยของเฉียวเคอซินค่อนข้างเงียบ แม้ว่าเจ้าตัวจะยังอายุน้อยแต่ดูใจเย็นมากทีเดียว

     

            เธอจับไมโครโฟนด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วพูดว่า“สิ่งที่ฉันอยากจะพูดคือ เพราะเมนเทอร์อี้เจี๋ยเป็นไอดอลของฉันครอบครัวของฉันก็ชื่นชอบเมนเทอร์อี้เจี๋ยมากฉันรู้สึกว่าความทรงจำที่ได้อยู่ร่วมกับเมนเทอร์อี้เจี๋ยนั้นมีค่ามากดังนั้นฉันจึงคิดว่า ถึงแม้วันนี้ฉันจะถูกคัดออก ฉันก็จะไม่เสียใจค่ะ ! ”

     

            “เคอซิน สู้ ๆ ! ”

     

            “เราสนับสนุนเธอ ! ”

     

            เหล่าผู้ชมที่นั่งกันอยู่ด้านล่างพากันส่งเสียงเชียร์และให้กำลังใจเฉียวเคอซิน

     

            “ขอบคุณเคอซินมาก ๆ ครับ” เฉียวเฉี่ยวพยักหน้า “จือเซียล่ะ ! ”

     

            หลิวจือเซียยิ้ม แล้วพูดว่า “ผมอยากจะบอกว่าแม้ว่าการแข่งขันจะดุเดือด แต่มิตรภาพของเรายังคงอยู่ตลอดไป !เสียงของเคอซินนั้นเพราะมาก ถ้าเป็นไปได้ผมก็หวังจะได้มีโอกาสเขียนเพลงให้เคอซินสักหนึ่งเพลงครับ”

     

            แม้ว่าหลิวจือเซียจะไม่ดึงดราม่า และไม่ได้พูดจาสุภาพนัก แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าเสียงของผู้หญิงคนนี้เพราะมากอีกทั้งทักษะในการร้องก็ดีมากอีกด้วย

     

            แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องที่เฉินอี้เจี๋ยได้เปิดเผยอย่างชัดเจนว่าต้องการตัวเฉียวเคอซินเข้าร่วมในสตูดิโอของตัวเองให้ได้เพื่อเด็กสาวคนนี้ เธอถึงกับต้องบากหน้าวิ่งมาขอร้องให้ตัวเองแต่งเพลงให้เธอด้วย

     

            ต้องรู้ก่อนว่า เฉินอี้เจี๋ยเองไม่ได้ขอเพลงเพื่อตัวเองแต่กลับขอเพื่อสาวน้อยคนนี้ซึ่งมันมากพอที่จะมองออกว่าเฉินอี้เจี๋ยให้ความสำคัญกับเฉียวเคอซินมากแค่ไหน

     

            “จริงหรือ ? ” เฉียวเคอซินดวงตาลุกวาว

     

            “แน่นอน ! ” หลิวจือเซียพยักหน้า

     

            “เฉียวเคอซิน” เฉียวเฉี่ยวยิ้มเล็กน้อย“จือเซียแต่งเพลงมาแล้วหลายเพลง ไม่ว่าจะเพลงสดหรือเพลงในโลกออนไลน์ต่างก็ดังเป็นพลุแตกทั้งนั้นเธอต้องทะนุถนอมโอกาสนี้ไว้แล้วแหละ ! ”

     

            “ขอบคุณค่ะ ! ” เฉียวเคอซินพยักหน้า แล้วยิ้มหวานหยดย้อย

     

            “เอาล่ะ ลำดับต่อไปเรามาดูสรุปคะแนนกันดีกว่า ! ”เฉียวเฉี่ยวพูดขึ้น “นักวิจารณ์ทั้ง 51 ท่าน ถ้าสนับสนุนจือเซียโปรดยกแผ่นป้ายสีฟ้าขึ้น ถ้าสนับสนุนเฉียวเคอซิน โปรดยกป้ายสีแดงขึ้น!เชิญลงคะแนนได้ ! ”

     

            “พรึบ ! ”

     

            นักวิจารณ์ทั้ง 51 ท่าน ต่างพากันยกป้ายของตัวเองกันพรึบพรับ

     

            ภายใต้การตรวจสอบของเหล่าผู้ชม เฉียวเฉี่ยวก็เริ่มนับคะแนน“แถวที่หนึ่ง นักวิจารณ์ทั้ง 5 ท่านเลือกสนับสนุนหลิวจือเซีย แถวที่สอง...ขอบคุณนักวิจารณ์ทุกท่านครับ ! ”

     

            เมื่อนับคะแนนเสร็จแล้ว เฉียวเฉี่ยวก็ประกาศต่อ “บัดนี้หลิวจือเซียและเฉียวเคอซิน นักวิจารณ์มืออาชีพของพวกเขาได้แบ่งออกเป็น 49 ต่อ 2คะแนน ! คนที่ต้องพ่ายแพ้ออกจากรอบ PK ไปคือ เฉียวเคอซิน ! ”

     

            คะแนนแตกต่างกันมากทีเดียว เพราะถึงอย่างไรในประเทศจีนเพลงอังกฤษก็ยังเป็นที่นิยมน้อยกว่าเพลงจีนอยู่ดี

     

            “แปะ แปะ แปะ ! ”

     

            เมื่อเสียงดนตรีจากด้านหลังดังขึ้น เหล่าผู้ชมพากันลุกขึ้นยืนเพื่อปรบมือและส่งเสียงเชียร์เป็นกำลังใจให้กับเฉียวเคอซิน

     

            ความจริง เฉียวเคอซินก็คิดผลลัพธ์นี้ไว้แล้วเธอโค้งตัวให้กับเมนเทอร์ ผู้ชม รวมทั้งนักวิจารณ์อย่างสุภาพและนิ่งสงบสุดท้ายก็กางแขนทั้งสองข้างอย่างใจกว้าง โอบกอดหลิวจือเซียเบา ๆ

     

            เมื่อสตูดิโอเงียบลง เฉียวเฉี่ยวก็พูดขึ้นว่า “เคอซินโอกาสที่จะได้ ‘กลับมาใหม่’ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาจากเมนเทอร์ของคุณแล้วครับแต่เขามีสิทธิ์ในการเรียกตัว ‘กลับมาใหม่’ แค่สองคน ! ตอนนี้เชิญคุณยืนประจำตำแหน่ง แล้วกล่าวอำลาเวทีชั่วคราว ! ”

     

            เฉียวเคอซินเดินมายังอุปกรณ์ยกด้วยเครนที่ด้านหนึ่งของเวทีจากนั้นก็ขึ้นไปยืนบนนั้น

     

            เมื่อเสียงดนตรีดังขึ้นในตอนที่อุปกรณ์ยกด้วยเครนเลื่อนลงไปนั้น จู่ ๆร่างเงาหนึ่งก็พรวดพราดออกมาจากข้างเวที แล้วตะโกนขึ้นเสียงดัง “เดี๋ยวก่อนไม่ยุติธรรมเลย หลิวจือเซียไม่มีคุณสมบัติที่จะได้ผ่านเข้ารอบแม้แต่น้อย ! ”

     

            คน ๆ นี้แต่งกายด้วยชุดพนักงาน สวมหมวกแก๊ปไว้บนศีรษะพร้อมกับห้อยป้ายทีมงานไว้บนคอ

     

            “คนนี้คือใครกัน ? ”

     

            “ดูจากท่าทางแล้วเหมือนกับทีมงานในรายการ ! ”

     

            “ทำบ้าอะไรเนี่ย ? ไม่เห็นหรือว่ากำลังแข่งขันกันอยู่ ? ”

     

            เมื่อเห็นทีมงานคนนี้พรวดพราดขึ้นมาบนเวทีเหล่าผู้ชมและนักวิจารณ์ก็พากันอึ้งงันไปพวกเขาคาดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

     

            “ตาบ้าคนนี้เป็นใคร ? เขาวิ่งขึ้นไปทำไม ? รีบไปลากเขาลงมาสิ !”

     

            หวงเคอซินผู้ควบคุมรายการและดูแลทั้งเวทีเห็นดังนั้น ก็ร้อนใจขึ้นมาทันที

     

            “ผู้กำกับหวง เขาไม่ใช่คนที่คุณพามาหรอกหรือ ? ”ผู้กำกับหญิงที่นั่งอยู่ข้างกายได้ถามขึ้นอย่างประหลาดใจ

     

            “ฉันเนี่ยนะพามา ? ” ผู้กำกับหวงตกใจ แล้วพูดอย่างขุ่นเคืองว่า“บ้าสิ ! ฉันได้พาเขาเข้ามาในรายการตั้งแต่เมื่อไหร่ เร็วสิขอสองคนขึ้นไปลากตัวเขาลงมาเร็ว ! ”

     

            เมื่อสิ้นเสียงของผู้กำกับหวง ก็มีทีมงานสองคนขึ้นไปบนเวทีแล้วยื่นมือออกไปลากตัวคนที่พรวดพราดขึ้นไปบนเวทีคนนั้น

     

            แต่คนคนนั้นไม่ยอมลงมา ตอนที่ฉุดกระชากลากถูกันอยู่นั้นเขาก็ได้ทำหมวกที่สวมอยู่บนศีรษะหลุดออกจนเผยให้เห็นศีรษะที่ล้านแวววาวเมื่อกระทบกับแสงไฟแม้กระทั่งใบหน้าที่ถูกหมวกแก็ปปิดบังมาตลอดก็เผยออกมาอย่างชัดเจน

     

            เขา !

     

            ตอนนี้เอง หลิวจือเซีย เฉียวเคอซินรวมทั้งเมนเทอร์ทั้งสี่บนที่นั่งของเมนเทอร์ต่างก็จำคนนี้ได้

     

            จำได้ว่าในรอบคัดเลือกของฮัวเซียนิววอยซ์นั้นมีคนที่ชื่อว่าหลี่ตงด้วยหนึ่งคน ?

     

            เพราะการก๊อปปี้เพลง ‘World’ ของนักร้องที่มีชื่อว่า อเล็กซ์มาร์ จนถูกหลิวเยว่ปัดตกรอบไป อีกทั้งก่อนหน้านั้นหลี่ตงก็ยังเยาะเย้ยหลิวจือเซียโดยไม่ทราบสาเหตุด้วย

     

            ดังนั้นความประทับใจแรกที่หลิวจือเซียมีต่อเขาจึงค่อนข้างลึกซึ้งมาก

     

            ผู้ชายคนนี้เป็นคนเหอปินไม่ใช่หรือทั้งยังมีบาร์แห่งหนึ่งในเหอปินด้วย จู่ ๆ ก็หายตัวไปเป็นครึ่งเดือนที่แท้ก็วิ่งแจ้นมายังสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงมาเป็นทีมงานฮัวเซียนิววอยซ์ได้ยังไงกัน ?

     

            “พวกนายปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ฉันมีเรื่องต้องพูด ! ”หลี่ตงดิ้นสะบัดอย่างรุนแรง “เพลงนี้ถูกก๊อปปี้มาเหมือนกันและละเมิดลิขสิทธิ์อีกด้วย พวกนายจะให้หลิวจือเซียผ่านเข้ารอบไปไม่ได้ ! ”

     

            “เดี๋ยวก่อน ฟังสิว่าเขาพูดอะไร ! ”

     

            เดิมทีหวงเคอซินโกรธเคืองอยู่แล้ว ที่วันนี้จู่ ๆก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น

     

            แต่หลังจากที่ได้ยินเสียงตะโกนของหลี่ตง หวงเคอซินก็หูผึ่ง สั่งห้ามทีมงานแล้วในขณะเดียวกันก็เริ่มสั่งเฉียวเฉี่ยว ให้เข้าไปสอบถามหลี่ตง

     

            นี่คือจุดขายใหม่อย่างหนึ่ง ถ้าเรื่องนี้เป็นความจริงอาจจะทำให้ดาราหน้าใหม่คนหนึ่งหายวับไปจากวงการบันเทิงภายในพริบตาแต่ในขณะเดียวกันก็จะทำให้รายการ ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’ เป็นกระแสอันดับหนึ่งไม่แน่ว่า สถิตของรายการอาจจะไต่ระดับสูงขึ้นไปอีก !

     

            ก๊อปปี้ ? ละเมิดลิขสิทธิ์ ?

     

            ถึงแม้ว่าเสียงของหลี่ตงจะไม่ดังมากนักแต่ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้ชมหรือคนที่อยู่ในกลุ่มนักวิจารณ์ทั้งหมดต่างก็จับจ้องเรื่องราวที่เกิดขึ้นอยู่บนเวทีดังนั้นผู้ชมที่อยู่ขอบเวทีจึงได้ยินอย่างชัดเจน

     

            บรรยากาศหยุดชะงักงันจากนั้นข่าวนี้ก็แพร่สะพัดออกไปยังที่นั่งของผู้ชมที่อยู่ไกลออกไปไม่นานก็เกิดเสียงฮือฮาทั่วทั้งสตูดิโอ

     

            บนที่นั่งของเมนเทอร์ นอกจากเฉินอี้เจี๋ยแล้วเมนเทอร์อีกสามคนต่างก็ยืดตัวตรงในขณะเดียวกันใบหน้าก็พลันแสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา

     

            ถ้าเพลงนี้ของหลิวจือเซียเป็นการก๊อปปี้คนอื่นและละเมิดลิขสิทธิ์จริงๆ ก็คงจะให้เขาผ่านเข้ารอบต่อไปไม่ได้เพราะไม่ว่าจะเป็นการก๊อปปี้หรือการละเมิดลิขสิทธิ์ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ผิดทั้งสิ้น

     

            แม้ว่าจะเชิญหน้ากับเสียงฮือฮาจากด้านล่างและบนเวทีแต่หลิวจือเซียกลับยังคงมีสีหน้านิ่งเฉย

     

            “ทำไม ถูกฉันกระชากหน้ากากแล้ว ถึงกับเป็นใบ้เลยสิ ? ”

     

            หลี่ตงได้คว้าไมโครโฟนจากทีมงานคนหนึ่งมาถือไว้แล้วพูดอย่างลำพองใจ

     

            “เพื่อน ๆ ผู้ชมทุกท่าน เขา หลิวจือเซียก๊อปปี้ตัวละครของหนังสือ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ที่เขียนโดยนักเขียนที่ชื่อว่า เซียเยว่ ในขณะเดียวกันภายใต้สถานการณ์นี้เขาย่อมไม่ได้รับการอนุญาตจากเซียเยว่ ให้แต่งเพลงที่เกี่ยวกับตัวละครจากหนังสือ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ คนแบบนี้มีสิทธิ์อะไรที่จะผ่านเข้ารอบ ? ”

     

            ก๊อปปี้ ?ดูเหมือนผู้ชายคนนี้จะลืมไปแล้วว่าตัวเองถูกคัดออกไปยังไง

     

            “เรื่องการก๊อปปี้เป็นเรื่องต้องห้าม หากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนการใช้ตัวละครในนิทานรวมทั้งชื่อของตัวละครโดยพลการนั้น เป็นการละเมิดจริง ๆ ”

     

            “ก๊อปปี้ไม่เท่าไหร่ แต่ฉันมั่นใจว่านายละเมิดลิขสิทธิ์แน่นอน”

     

            เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ตง ผู้ชมทุกคนต่างก็งุนงงไปตาม ๆ กันจากนั้นก็ดึงสติกลับมา พวกเขาขาดความรู้ด้านกฎหมายลิขสิทธิ์ที่เป็นรูปธรรมแต่เรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์นั้น พวกเขาก็รู้กันอย่างชัดเจน

     

            สีหน้าของทุกคนต่างดูแย่ลง นักร้องที่ดีแบบนี้หากไม่ได้รับลิขสิทธิ์จากนักเขียนจนต้องถูกคัดออก เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก

     

            “เมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ยการนำเด็กที่อยู่ในการดูแลของคุณทั้งสองคน ‘กลับมาใหม่’ คงไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ”

     

            ใบหน้าของหลี่ตงแสดงสีหน้าสะใจหลังจากแก้แค้นได้สำเร็จ“ฉันได้โทรศัพท์ไปสอบถามฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว พวกเธอมีเพลงอัดเป็นหลักฐานอยู่แล้วหลิวจือเซียต้องถูกพาตัวไปเดี๋ยวนี้ ! ”

     

            เฉินอี้เจี๋ยไม่พูดอะไร สีหน้าแค่ประหลาดใจเล็กน้อยจะตลกก็ขำไม่ออก จะร้องไห้ก็ดันไม่มีน้ำตาไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว

     

            มีแค่หลิวจือเซียที่รู้แก่ใจเฉินอี้เจี๋ยพยายามอดทนที่จะไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม จนรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกและยังอดทนอย่างลำบากใจอีกด้วย

     

            ความจริงแล้วมันก็น่าคิด ทั่วทั้งสตูดิโอนี้คนที่รู้ว่าหลิวจือเซียคือนักเขียนเซียเยว่คนนั้น ก็มีแค่เฉินอี้เจี๋ยคนเดียว !

     

            ตัวเองละเมิดลิขสิทธิ์ของตัวเอง ถ้าหลี่ตงรู้เรื่องนี้คงจะต้องหน้าแหกอีกรอบเป็นแน่ !

     

            “นายคือหลี่ตงใช่ไหม ? ” หลิวจือเซียมองเขาด้วยสายตาเย็นชา“นายเองก็ก๊อปปี้เหมือนกัน อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะสกปรกเหมือนกับนายสิ ! ”

     

            “ทำไม กล้าก๊อปปี้ แต่ไม่กล้ายอมรับงั้นสิ”หลี่ตงยังพูดจาเยาะเย้ย “ฉันเคยบอกแล้ว ต่อให้นายมีความสามารถในการแต่งเพลงแต่นายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉัน ! ตอนนี้เป็นไง ดันไปก๊อปปี้ของคนอื่น คิดได้ยังไง ?”

     

            “นายนั้นแหละคิดได้ยังไง ? กล้าเปรียบเทียบกับผลงานของพี่เซีย !”

     

            “ก๊อปปี้งั้นหรือ ? นี่ไม่เหมือนกับสิ่งที่นายทำเลยนายสามารถเขียนเพลงได้เพราะอย่าง ‘เมืองเทพนิยาย’ ไหมล่ะ ? ”

     

            “นายก๊อปปี้ทำนองเพลงของมาร์ แล้วยังมีหน้ามาว่าคนอื่นก๊อปปี้อีกนะ! ”

     

            บทสนทนาของทั้งสองคน ต่างก็ดังขยายออกมาจากไมโครโฟนดังนั้นหลังจากที่ได้ยินคำพูดของหลี่ตง ผู้ชมทั้งหมดก็พากันโกรธและยืนข้างหลิวจือเซีย

     

            “นายแน่ใจใช่ไหมว่าฉันละเมิดลิขสิทธิ์ ? ”หลิวจือเซียพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

     

            “แน่นอน” หลี่ตงพูด “เท่าที่ฉันรู้มานักเขียนนิทานที่ชื่อว่าเซียเยว่ จนถึงตอนนี้ได้รับลิขสิทธิ์เป็นภาษาจีนตัวเต็มไม่ก็ตัวย่อจากสำนักพิมพ์อี้ฮัวเท่านั้นลิขสิทธิ์อื่น ๆ ต่างไม่เคยอนุญาตให้ใคร ถ้านายไม่ก๊อปปี้ แล้วมันจะเป็นอะไรอีกล่ะ? ”

     

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน