เทพยุทธ์ล้างสวรรค์ [นิยายแปล]

    บทที่ 32 สะเทือนฟ้าสะเทือนดิน

    ณหุบเขาซ่อนเร้นหลังม่านน้ำตกที่มีความสูงถึงร้อยจ้างกว้างสิบสองจ้างมีถ้ำแห่งหนึ่งซ่อนอยู่

            เป็นเรื่องยากที่ผู้คนภายนอกจะพบว่ามีถ้ำอยู่ที่นี่เย่หยางเอานิ้วมือสัมผัสแหวนมิติอย่างแผ่วเบา ผลชิงหลิงก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา มันส่งกลิ่นหอมอบอวลแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งถ้ำทันที

            เขาอ้าปากกัดลงไปบนผลชิงหลิงอย่างไม่ลังเลน้ำผลไม้หวานเข้มข้นเต็มปากของเขา ค่อยๆ ไหลลงสู่ลำคอไปจนถึงช่องท้อง

            ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าท้องของตนเองร้อนผ่าวพลังที่ไม่รู้จักระเบิดออก หลั่งไหลไปตามแขนกับกระดูกเสมือนกลุ่มมัจฉาตัวน้อยซุกซนแหวกว่ายไปตามร่างของเขา

            หลังจากนั้นก็มารวมตัวกันที่จุดตันเถียนเย่หยางรีบโคจรปราณแท้กระตุ้นพายุปราณทันที 

            เมื่อปราณแท้หมุนเวียนพลังงานนี้ก็ถูกดูดซับอย่างรวดเร็ว เฉกเช่นหยดน้ำหยดลงไปบนผืนทรายอันกว้างใหญ่ถูกดูดซับหายไปอย่างรวดเร็ว

            ในทุกๆ วันที่ปราณแท้โคจรหมุนเวียนระดับพลังยุทธ์ของเขาดีขึ้นอย่างน่าประหลาด รู้สึกสบายไปทั่วร่างไร้ซึ่งความเจ็บปวดใดๆ 

            เย่หยางใช้เวลาสามวันเต็มในการดูดซับพลังงานทั้งหมดของผลชิงหลิงส่งผลให้เขายกระดับเป็นนักรบขั้นสามนภา 

            เย่หยางลุกขึ้นยืนกำหมัดเบาๆ พลางโคจรปราณแท้ส่งผลให้มวลอากาศรอบหมัดบิดเบี้ยวเล็กน้อย จากนั้นก็ต่อยออกไปอย่างแผ่วเบา 

            ตูม! 

            หมัดของเขาต่อยไปยังกำแพงหินแข็งด้านข้างแรงหมัดต่อยทะลุหินไปจนถึงข้อศอก

            เมื่อดึงมือออกจากกำแพงหินเขามองไปที่หมัดสัมฤทธิ์ของตนเองด้วยความมั่นใจว่าหมัดสามารถปะทะกับสมบัติวิเศษชิ้นใดก็ได้โดยไร้ซึ่งอาการบาดเจ็บนี่คือผลจากการฝึกฝน 'กายามังกรคชสาร' ระดับสัมฤทธิ์ 

            ร่างกายเปรียบได้กับสมบัติวิเศษนี่คือความน่ากลัวของเคล็ดบ่มเพาะระดับโลกขั้นสูงถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่สามารถฝึกฝน 'กายามังกรคชสาร' ได้อย่างสมบูรณ์

            เหตุผลหลักคือระดับฝึกยุทธ์ของเขายังไม่เพียงพอปัจจุบันร่าง 'กายามังกรคชสาร' ทำได้แค่คลุมแขนทั้งสองข้างเท่านั้นก็ถึงขีดจำกัดแล้วไม่สามารถปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง

            เนื่องจาก 'กายามังกรคชสาร' เป็นเคล็ดบ่มเพาะระดับโลกขั้นสูงไม่เหมาะสำหรับนักรบที่จะฝึกฝน จำเป็นต้องมีปราณแท้กับพลังกายแข็งแกร่งเพียงพอ

            เย่หยางมีพรสวรรค์ทั้งยังมีร่างกายแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อไม่เช่นนั้นเขาคงไม่สามารถฝึกฝน 'กายามังกรคชสาร' ได้

            หลังจากตบฝุ่นบนร่างกายออก เย่หยางก็บอกกับตัวเองว่า "ถึงเวลาออกไปเดินเล่นแล้วนี่ก็ผ่านไปเกือบเดือนตั้งแต่ข้าออกเดินทาง อาหารในแหวนมิติหมดสิ้นถึงเวลาต้องเติมเสบียงเพิ่ม"

            หลังจากออกมาจากม่านน้ำตก เขาก็ดำลึกลงไปในแอ่งน้ำเห็นมัจฉาตัวใหญ่ที่หนักเกือบสองร้อยจิน เขาต่อยใส่มันจนหมดสติก่อนลากมันขึ้นมาก่อไฟย่าง

            หนึ่งชั่วยามต่อมา เย่หยางก็ยกมือลูบท้องถอนหายใจอย่างพอใจยามนี้เขาแอบชื่นชมตัวเองว่าเกิดมาเพื่อเป็นนักลิ้มรสโดยแท้ 

            ท้องของเขาก็เหมือนกับแหวนมิติ เมื่อระดับเพิ่มขึ้นความอยากอาหารก็เพิ่มขึ้นตามมัจฉาตัวเบ้อเร่ออัดแน่นในท้อง เขาก็ยังไม่รู้สึกว่าจะจุกแต่อย่างใด 

            แสงยามบ่ายส่องผ่านช่องใบไม้ลูบไล้ใบหน้าเขาอย่างแผ่วเบาทำให้รู้สึกเกียจคร้าน เย่หยางนอนอยู่บนก้อนหินเพลิดเพลินกับยามว่างที่หายากในแต่ละวัน 

            ขณะที่เขากำลังหลับตาลงก็บังเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเกือบทำให้เขาร่วงจากก้อนหิน 

            ทันใดนั้นเขาก็เห็นวิหคจำนวนมากโผบินอยู่เหนือศีรษะมีแม้แต่สัตว์อสูรตัวใหญ่เท่าบ้าน ร่างของมันบดบังฝืนฟ้าจนมืดมิด จากนั้นพยัคฆ์หลากสีสันยาวห้าจ้างก็พุ่งทะยานออกมาจากป่า

            เย่หยางสะดุ้ง เมื่อพิจารณาจากอายปราณอันทรงพลังของมันบอกได้เลยว่านี่คือสัตว์อสูรระดับสามอย่างแน่นอนความดุร้ายแข็งแกร่งไม่ได้ด้อยไปกว่าพญาอสรพิษยักษ์ก่อนหน้านี้สักเท่าไร 

            เย่หยางถือหอกพร้อมต่อสู้ตลอดเวลาแต่พยัคฆ์ร้ายไม่แม้แต่จะมองเย่หยาง มันกลับวิ่งหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย

            เย่หยางตกตะลึง จากนั้นเขาก็หันไปมองต้นไม้ใหญ่ต้นที่สูงที่สุดพร้อมกระโดดทะยานขึ้นไปด้านบน 

            ห่างออกไปหลายร้อยลี้มีร่างสองร่างกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดประหนึ่งอุกกาบาตตกลงสู่ห้วงมหาสมุทรอันเงียบสงบ

            คลื่นอากาศแผ่ขยายไปโดนรอบเฉกเช่นกระแสน้ำไม่ว่าพลังของพวกเขาจะกวาดผ่านไปแห่งหนใดสถานที่แห่งนั้นจะพังพินาศ 

            ภายในระยะหลายสิบลี้จากสถานที่ต่อสู้ ป่าทึบมลายกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าอย่างฉับพลัน

            เย่หยางอ้าปากค้างด้วยความไม่อยากเชื่อต้องมีฝีมือระดับใดถึงสามารถทำให้เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ได้มันทำให้เขานึกถึงภาพระเบิดปรมาณูที่เคยเห็นในวิดีโอ

            เนื่องจากทั้งคู่อยู่ค่อนข้างห่างไกลจึงมองไม่เห็นรูปร่างหน้าตาอย่างชัดเจนแทบจะมองไม่เห็นว่าชายหรือหญิงกำลังต่อสู้กัน

            เย่หยางลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนกัดฟันเข้าไปดูใกล้ๆ ว่าพวกเขาเก่งกาจกว่าตนเพียงใด 

            หลังลงมาจากต้นไม้เขาก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปยังทิศทางการต่อสู้อย่างระมัดระวังเกิดแรงสั่นสะเทือนขนาดใหญ่ขึ้นหลายครั้งระหว่างทางน่าจะเป็นการปะทะกันอย่างรุนแรงอีกคราหนึ่ง

            มันยิ่งทำให้เย่หยางอยากเห็นคนที่กำลังต่อสู้กันมากขึ้นเรื่อยๆนี่ถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต หากพลาดไปเขาอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นอีกเลย

            ในที่สุดเขาก็เข้ามาใกล้มากขึ้นโดยเว้นระยะห่างอยู่ราวยี่สิบลี้เขาเข้าไปหลบซ่อนตัวหลังก้อนหินขนาดใหญ่ ซึ่งเหมาะแก่การแอบเฝ้ามองเป็นอย่างยิ่ง

            ทั้งคู่เป็นชายหญิงที่อายุยังไม่มากมีปีกอยู่ด้านหลัง ล่องลอยอย่างนุ่มนวลบนอากาศ ฝ่ายชายอายุประมาณสามสิบปี สวมชุดสีแดงถือพัดอยู่ในมือ ใบหน้าหล่อเหลา แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความปรารถนาอันชั่วร้าย

            บ้าไปแล้ว ผู้ฝึกยุทธ์ก็มีพวกจิตผิดปกติเช่นกันทั้งความแข็งแกร่ง ทั้งสวมชุดสีแดง นี่มันเหมือนกับตงฟางปู้ป้าย[1]ในชีวิตจริงเลยไม่ใช่หรือไร

            เมื่อเย่หยางมองไปทางหญิงสาวแม้เขาจะมีประสบการณ์มากมายแต่พอเห็นนางเขาก็แทบจะกรีดร้อง

            นางงดงามมาก เป็นหญิงสาวอายุประมาณยี่สิบปี ดวงตาปากจมูกงดงามหมดจดริมฝีปากดุจผลอิงเถา แม้สีหน้าจะเต็มไปด้วยความโกรธเคืองแต่ก็ยังไม่สามารถซ่อนความงดงามอันน่าอัศจรรย์ของนางได้

            นางตวัดกระบี่ยาวต่อสู้กับชายผู้นั้นบางครั้งก็สง่างามราวกับมังกรอหังการ บางคราก็เสมือนผีเสื้อหยอกเย้าบุปผา

            เป็นการต่อสู้ที่งดงามยิ่งแต่ละกระบวนท่าช่างน่าหลงใหลไม่เหมือนกับการต่อสู้แลกชีวิต

            พัดคลี่ในมือของชายผู้นั้นดูเหมือนจะเป็นสมบัติล้ำค่าทุกครั้งที่เขาสะบัดมือมันจะเปล่งแสงสีทองออกมา

            ดูเหมือนหญิงสาวจะกลัวแสงสีทองนั้นมากนางพยายามหลีกเลี่ยงมันทุกครั้ง เมื่อไม่สามารถหลบลี้ได้ก็จะใช้กระบี่ในมือสู้กลับทุกแรงปะทะทำให้แก้วหูของเย่หยางเจ็บปวด 

            เห็นได้ชัดว่าฝั่งหญิงสาวกำลังเสียเปรียบอยู่ลมหายใจของนางติดขัดเล็กน้อย

            ชายคนที่กำลังต่อสู้กล่าวกับฝ่ายหญิงว่า "ฉู่เยียนหรันเจ้าจะดื้อดึงไปไยเจ้าถูกพิษผนึกจิตยึดวิญญาณของข้าเข้าไป ไม่มีทางที่เจ้าจะชนะข้าได้แค่เชื่อฟังอย่างว่าง่ายก็พอ"

            “เจ้าคนไร้ยางอาย ต่อให้ข้าฉู่เยียนหรันตายที่นี่ก็ไม่ยอมให้เจ้าได้ในสิ่งที่ต้องการล้มเลิกความคิดนั้นเสีย” ฉู่เยียนหรันกัดฟันโต้ แม้จะเป็นการดุด่าแต่กลับฟังดูไพเราะราวกับเสียงของธรรมชาติ

            “ไม่ต้องห่วง จากฐานะแลยศศักดิ์ของข้าการที่เราได้ครองคู่กัน เจ้าจะไม่เสียเปรียบอย่างแน่นอน แต่เพราะเจ้ามีอคติกับข้าข้าจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำเช่นนี้” ชายชุดแดงกล่าว 

            “หยุดพูดจาเหลวไหลแม้ว่าข้าจะถูกวางยาพิษแต่ข้าก็จะตายไปพร้อมกับเจ้า” ฉู่เยียนหรันกัดฟันนางใช้มือข้างหนึ่งวาดตราประทับลงบนกระบี่ 

            ทันใดนั้นกระบี่เปล่งเสียงอย่างแผ่วเบาแรงกดดันแข็งแกร่งผนึกชายชุดแดงเอาไว้

            หลังจากนั้นฉู่เยียนหรันก็จับกระบี่ด้วยสองมือพร้อมระเบิดแรงกดดันมหาศาลออกมาแม้กระทั่งเย่หยางที่หลบซ่อนตัวอยู่หลังหินยังรู้สึกเหมือนศีรษะถูกกดทับร่างกายไม่อาจขยับเขยื้อนได้

            สีหน้าของชายชุดแดงเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ฉู่เยียนหรันเจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไร เราสองไม่มีความเกลียดชังลึกซึ้งต่อกันไฉนต้องต่อสู้กันหนักขนาดนี้ด้วย"

            สีหน้าของฉู่เยียนหรันซีดเซียวแทบจะไร้สีเลือดนางไม่แยแสคำกล่าวของชายชุดแดง โคจรพลังทั้งหมดไปที่กระบี่พร้อมตะโกนขึ้นอย่างภาคภูมิว่า "วิถีแห่งกระบี่ สะบั้นชะตา"

            ‘ชิ้ง!’

            กระบี่ยาวฟันไปยังชายชุดแดงด้วยพลังมหาศาลไร้สิ้นสุดประหนึ่งว่าการฟันนี้ตัดผ่านแม้แต่ชั้นบรรยากาศ

            ชายชุดแดงตกตะลึง แม้ว่าพลังยุทธ์ของเขาจะสูงส่งแต่ก็ไม่เคยเผชิญภัยคุกคามถึงชีวิตเช่นนี้

            เขารีบหยิบโล่ที่มีอักขระเขียนอยู่จำนวนนับไม่ถ้วนออกมาไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันเป็นของวิเศษล้ำค่ายิ่ง

            ‘ตูม!!!’

            เกิดเสียงดังกึกก้องประหนึ่งตีกลองใหญ่

            เย่หยางตื่นตระหนกอย่างยิ่ง โลหิตไหลออกมาจากหูเขารู้สึกเหมือนบางอย่างกระแทกศีรษะจนเป็นลมสลบไป

             

    เย่หยางไม่รู้ว่าตัวเองสลบไปนานเท่าไรเขาใช้หอกดันร่างออกจากกองดิน กวาดตามองไปรอบๆ พร้อมสูดอากาศเข้าปอด 

            ยามนี้บังเกิดหลุมขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางกว่าสิบลี้ซึ่งตัวเขาก็อยู่ตรงขอบหลุมพอดี หลังคิดดูแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวหากเข้าไปใกล้กว่านี้ไม่รู้ว่าเขาจะมีสภาพเช่นใด

            ทันใดนั้นก็เห็นร่างสองร่างอยู่ก้นหลุมพวกเขานอนแน่นิ่งอยู่ห่างกันประมาณสิบจ้าง 

            เย่หยางรีบวิ่งไปหาสตรีคนดังกล่าวอย่างรวดเร็วพบว่าดวงหน้าของนางซีดเซียวไร้สีโลหิต

            แต่ทันทีที่เย่หยางมาหานาง ฉู่เยียนหรันก็ลืมตาอันงดงามขึ้นแม้นางจะบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้แต่ก็ยังดูสูงส่งศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจล่วงล้ำ

            "อย่า...อย่าเข้าใจข้าผิด ข้าแค่มาดูเฉยๆเท่านั้น...ไม่ใช่สิ! ข้าแค่เดินผ่านมา" เย่หยางอยากจะตบตัวเองทำไมวันนี้เขาถึงทำตัวโง่เขลานัก 

            “เจ้าบาดเจ็บสาหัสมาก แต่ข้าไม่มียาติดตัวมาด้วยเลยจริงสิข้ามีไอ้นี่…” ขณะกล่าวเขาก็หยิบผลชิงหลิงออกมาถือไว้ในมือ

            แม้ไม่แน่ใจว่าผลชิงหลิงจะสามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้หรือไม่แต่อย่างน้อยมันอาจจะช่วยทุเลาอาการบาดเจ็บที่รุนแรงลงได้บ้าง

            ขณะเย่หยางหยิบผลชิงหลิงออกมาสายตาอันงดงามของฉู่เยียนหรันก็สว่างวาบขึ้นเล็กน้อย แต่นางก็ไม่ได้กล่าวอันใด

            เย่หยางวางผลชิงหลิงไว้ข้างริมฝีปากของฉู่เยียนหรันใบหน้าสะสวยเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ สีหน้าดูเขินอายไม่น้อย คิ้วของนางขมวดมุ่นนับเป็นความงามที่ไม่อาจพรรณนาจนเย่หยางตกตะลึง

            เย่หยางมีจิตใจแข็งแกร่งมากแม้เขาจะสับสนไปชั่วครู่แต่ก็ตระหนักได้ถึงอาการบาดเจ็บของฉู่เยียนหรันว่าร้ายแรงกว่าที่คิดเอาไว้มาก นางไม่มีแรงกัดกินผลไม้ด้วยซ้ำ 

            อยู่ๆ เย่หยางก็ปรากฏความคิดบ้าบิ่นขึ้นในหัวเขาอ้าปากกัดผลชิงหลิงดูดซับน้ำผลไม้ทั้งหมดไว้ในปากจากนั้นก็ประกบริมฝีปากกับฉู่เยียนหรัน

            ฉู่เยียนหรันตัวสั่นสะท้าน แววตาเผยถึงความโกรธเคือง

            เย่หยางเกร็งร่างริมฝีปากของนางเต็มไปด้วยกินหอมเย้ายวนบริสุทธิ์ เขาพยายามสงบสติอารมณ์ ถ่ายทอดน้ำผลไม้เข้าไปในปากของฉู่เยียนหรัน

            เย่หยางผละริมฝีปากออกอย่างไม่เต็มใจเพื่อไม่ให้นางสงสัยเขาจึงเอ่ยขึ้นอย่างจริงจังว่า "แม่นางอย่าได้กังวลนี่เป็นจูบแรกของข้าเช่นกัน ข้าไม่มีทางเลือกเลยต้องทำเช่นนี้"

            ฉู่เยียนหรันรู้สึกทั้งโกรธทั้งละอายใจเด็กหนุ่มผู้นี้เลียนแบบใครไม่เลียนแบบดันไปเลียนแบบคำพูดของชายชุดแดง

            ฉู่เยียนหรันเพียงแค่หลับตา ค่อยๆดูดซับพลังวิญญาณจากผลชิงหลิงอย่างช้าๆ ด้วยความพยายามทั้งหมดที่มีเพื่อฟื้นความแข็งแกร่งบางส่วนของตนเองขึ้นมา

            เมื่อเห็นว่าฉู่เยียนหรันแสดงท่าทางไม่แยแสเย่หยางรู้สึกว่าช่างน่าเบื่อ แต่แล้วอยู่ๆเขาก็สัมผัสได้ว่าข้างหลังมีบางอย่างอยู่จึงรีบหันไปมอง สิ่งที่เห็นทำให้เขาแทบสิ้นสติ

             

             


    [1]東方不敗 ตงฟางปู้ป้าย "บูรพาไม่แพ้"ตัวละครข้ามเพศที่ดังที่สุดในนิยายกำลังภายในจีน “กระบี่เย้ยยุทธจักร” ถูกยกให้เป็นจอมยุทธ์ที่มีฝีมืออันดับหนึ่ง

    คล้ายกับเรื่องเทพยุทธ์ล้างสวรรค์ [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258