ในอดีตชาติพ่อบ้านใหญ่เหรินมีโอกาสควบคุมการฝึกซ้อมนักฆ่าเดนตาย ให้ท่านประมุขหนึ่งรุ่นในตอนนั้นจวนเหรินมีภัยจากตระกูลใหญ่ในเมือง ความขัดแย้งไม่พ้นเื่แย่งเขตการค้าท่านประมุขผู้ทะเยอทะยานคิดจะฮุบเอากิจการของผู้อื่นสร้างความคับแค้นใจให้หลายตระกูล
หมาจนตรอกยังคิดสู้ คนพวกนี้ก็ไม่ต่าง
ต่อมาไม่มีผู้ใดสามารถเอาความกับตระกูลเหรินได้คนข้างนอกเที่ยวพูดกันว่า แม้แต่พ่อบ้านยังเป็วรยุทธ์ เผลอ ๆพวกคนรับใช้ต่างเป็นักฆ่าเดนตายด้วยคนที่มาตอแยพวกเขาจึงล้มเลิกความตั้งใจจะเอาคืน แล้วเปลี่ยนมาตกลงยอมทำการค้าด้วยในสัดส่วนที่เสียเปรียบแทน
นี่ก็เป็ส่วนหนึ่งให้ประมุขเหรินคิดว่าตนแน่ขวัญกล้าถึงขั้นร่วมมือกับองค์ชายนอกสมรสก่อการฏเป็เหตุให้พ่อบ้านอย่างเหรินซวงอิ๋นตายอย่างน่าเวทนา สภาพศพถูกแยกเป็ชิ้น ๆ
ไม่พูดเื่อัปมงคลแล้วเอาเป็ว่าเขามีความสามารถในการฝึกคนก็แล้วกัน
ที่ลานบ้านพัก บัดนี้มีเวทีสี่เหลี่ยมที่เพิ่งถูกสร้างไม่กี่วันก่อนเพิ่มขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงของลูกน้องทั้งสองร้อยคน โดยมีคุณชายเป็ผู้ออกแบบ
ไม่มีใครเคยทำงานช่างมาก่อนแต่ทุกคนมีกำลังล้นเหลือ เหรินซวงอิ๋นรู้หลักการก่อสร้างเบื้องต้นเขาให้คนขุดใต้เวทีเป็ห้องใต้ดินด้วย บันไดอยู่ข้างเวทีมีกลไกที่ไม่ซับซ้อนแต่อำพรางสายตาได้ดีมาก หากไม่ช่วยกันสร้างจะไม่มีใครรู้เลยว่าใต้เวทีมีอะไรซ่อนอยู่
ไป๋เหลียงมากำกับงานเอง ทนายไป๋เห็นวันๆ ดูเหมือนไม่ได้ทำอะไรเป็ชิ้นเป็อันเช่นนั้น พอมอบหมายงานให้ เขาก็ทำเต็มที่และได้ผลงานที่น่าพอใจทีเดียว
สี่ด้านของเวทีล้วนมีคนของเขาพยัคฆ์เร้นกายแต่ละหน่วยยืนคนละด้านเป็แถวเรียบร้อย หัวหน้าหน่วยอยู่หน้าสุดรอรับบททดสอบจากเ้านาย
คุณชายเหรินเดินเข้ามาเป็คนสุดท้ายวันนี้ไป๋เหลียงไม่อยู่ ไม่อย่างนั้นคงได้ยืนลุ้นอีกแล้ว
เขาไม่รู้ว่าบัดนี้เหรินซวงอิ๋นไม่ใช่ิญญาเดิมแล้วไม่ต้องกลัวและกังวล ว่าคุณหนูจะเอาอะไรไปสั่งสอนคนเถื่อนพวกนี้
“สวัสดียามเช้าครับนาย”
ลูกน้องกล่าวต้อนรับพร้อมโค้งตัวลงสี่สิบห้าองศาตอนที่เ้านายขึ้นไปยืนบนเวทีแล้ว
เหรินซวงอิ๋นอยู่กลางเวทีหันหลังให้หน่วยสามหันหน้าให้หน่วยที่หนึ่ง หันข้างให้สองหน่วยที่เหลือ มือสองข้างไพล่หลังชุดที่สวมเป็แบบที่เขาออกแบบเอง เสื้อสีขาวคอจีนแขนยาว ชายเสื้อยาวคลุมถึงน่องด้านข้างฝ่าขึ้นมาถึงระดับเอว กางเกงทรงขายาวกระบอกเข้ารูปแต่ไม่รัดแน่นหากไม่ได้ปลอมตัวไปไหน เขาก็มักจะปรากฏกายในชุดนี้
น่าประหลาด...
ชุดก็ชุดเดิม คนก็คนเดิมเจอกันครั้งก่อน ก็เมื่อไม่นานมานี้เอง ยิ่งกับบรรดาหัวหน้าหน่วยเพิ่งเจอคุณชายไปเมื่อคืนแต่ยามนี้กลับรู้สึกว่า เ้านายคนนี้มีความน่าเกรงขามเพิ่มขึ้นอีกแล้วพวกเขาแทบจะจำความรู้สึกแรก ที่รู้จักเ้านายไม่ได้
เหรินซวงอิ๋นบอกลูกน้องตามสบาย ทุกคนถึงได้ยืดตัวยืนตรงทุกสายตาทั้งนับถือทั้งยำเกรงมองมาที่เขาเป็จุดเดียวแต่เด็กหนุ่มอายุน้อยที่สุดในที่นี้ กลับไม่สะท้านประหม่าหรือเก้อเขินเขายังสง่างามดั่งต้นไม้ใหญ่ นิ่งขรึมยิ่งใหญ่ดุจขุนเขาตระหง่านส่วนสายตาที่ไล่มองไปยังทุกคน ไม่มีใครเลยที่จะกล้าสบตากับเขาตรง ๆ
“หัวหน้าหน่วยหนึ่งคุณขึ้นมาก่อน”
ชายตัวสูงที่ทุกทีใจร้อนชอบเปิดเกมก่อนใคร บัดนี้กลับดูยังกล้า ๆ กลัว ๆไม่ได้มั่นใจเต็มร้อยที่จะแสดงฝีมือต่อหน้าเ้านายอย่างที่ควรจะเป็
“ผมจะเลียนแบบการต่อสู้ของคู่แรกเมื่อคืนนี้พวกคุณทั้งสี่มีหน้าที่ป้องกัน ตั้งรับ หรือตอบโต้ยังไงก็แล้วแต่ให้สามารถจับตัวผมไว้ให้ได้”
คู่แรกของเมื่อคืนชายหน้าลิงกับอี๋นั่วนายบอกให้พวกเขาจดจำวิธีการต่อสู้ไว้ เพื่อมาทดสอบในวันนี้ ทั้งสี่เข้าใจแล้ว
“เข้ามา”เหรินซวงอิ๋นกล่าวกับหัวหน้าหน่วยหนึ่ง
ลูกน้องก้มหัวอีกครั้ง “ขออภัยครับนาย”ไม่รอให้นายเป็คนเปิด เขาพุ่งเข้าไปก่อน เ้านายถอยหลบรวดเร็วมือของหน่วยหนึ่งจับไม่ถึงตัวเขา เหรินซวงอิ๋นวาดเท้าไปด้านหลัง เตรียมพุ่งสวนลูกน้องรู้อยู่แล้วว่าท่านี้เป็ท่าแรก ที่ชายหน้าลิงจู่โจมอี๋นั่วแต่ถึงรู้ก็หลบไม่พ้น ปลายเท้าของนายจ่ออยู่ที่ลิ้นปี่ชายตัวสูงหลับตาปี๋เตรียมรับความเ็ป แต่นายยั้งแรงพอถึงจุดตายก็ลดความเร็วหัวหน้าหน่วยหนึ่งจึงรู้สึกแค่ถูกสะกิด
ผู้ชมรอบเวทีนอกจากสามหัวหน้าที่พอรู้ฝีมือนายแล้ว พวกลูกน้องต่างเบิ่งตาให้กว้างขึ้นตาฝาดไปหรือเปล่า พอจะเดาได้ว่านายไม่ธรรมดา แต่ว่าหัวหน้าหนึ่งก็ไม่ใช่อ่อนด้อยนะเอาชนะไวเกิ๊น
หัวหน้าหน่วยหนึ่งลืมตาขึ้นเห็นนายอยู่ที่เดิม ยืนนิ่งมือไพล่หลังเหมือนตอนที่ยังไม่เริ่มสู้เขาโค้งตัวเก้าสิบองศา มากกว่าทุกครั้งที่ทำความเคารพนาย
“ขอบคุณครับนาย”
“รู้ไหมว่าคุณพลาดตรงไหน” ลูกน้องเงียบสีหน้ายุ่งเหยิง หมายความว่าไม่รู้
“ชายคนนั้นจู่โจมอี๋นั่วก่อนด้วยท่าที่ผมใช้ มันเป็ท่าที่ต้องอาศัยความเร็วเพื่อสร้างข้อได้เปรียบแต่ชายคนนั้นช้าเกินไป จึงถูกจับได้ ลงมือไม่สำเร็จ แถมโดนจับฟาดแต่ผมใช้ท่านี้ไม่ใช่จู่โจม กลับเป็การตอบโต้ คุณที่ลงมือพลาดยังไม่ทันระวังตัว ทำให้ผมถึงตัวคุณได้”
เ้านายถาม “รู้แบบนี้แล้วคุณตอบมาจะแก้ไขสถานการณ์ยังไง”
หัวหน้าหน่วยหนึ่งและอีกสามหัวหน้าที่ยังไม่ถึงคิวตัวเองขบคิดตาม
แล้วมันแก้ยังไงวะ?
เมื่อก่อนตอนเป็ทหาร เวลาต่อสู้อาศัยการวางแผนก็จริง แต่ไม่ลึกซึ้งและละเอียดเท่านี้ การต่อสู้ของพวกเขาเน้นฝีมือเน้นพละกำลัง เน้นอาวุธ ดังนั้นโจทย์ที่เหรินซวงอิ๋นให้มา น่าปวดหัวจริง ๆ
“ผม..ต้องไวกว่าเหรอครับ”
หัวหน้าหน่วยหนึ่งดูไม่ค่อยมั่นใจในคำตอบของตนนัก
เหรินซวงอิ๋นกล่าวกับเขา
“แค่ความเร็วยังไม่พอต้องตัดโอกาสไม่ให้ผมลงมือในท่าที่ผมถนัดด้วย อี๋นั่วก็ต้องรู้ว่าตนเองร่างกายสูงใหญ่กว่าผู้ท้าชิงดังนั้นคู่ต่อสู้จะลงมือต้องะโขึ้นมา เขาจัดการจุดสำคัญ นั่นคือข้อเท้าพอข้อเท้าาเ็ การะโก็เป็เื่ยากขึ้น เื่ที่ใครก็ควรรู้กลับถูกชายหน้าลิงมองข้าม เขาคิดแต่จะจู่โจมส่วนหัวของอี๋นั่วมากเกินไปวิธีการลงมือก็มีแค่รูปแบบเดียว ทำให้เ้าั์นั่นรู้ทันไปหมดแบบนี้ถึงเ้าั์จะาเ็ ก็ไม่อาจเอาชนะได้อยู่ดี”
สั่งสอนหน่วยหนึ่งแล้วเขาหันไปเรียกคนต่อไป “หัวหน้าสอง ตาคุณ”
ชายตัวเล็กก้าวสวนกับเพื่อนขึ้นไปโค้งตัวขออภัยเสร็จ เขาเลือกที่จะรอให้นายเข้ามาก่อนแล้วไถตัวไปกับพื้นเวทีจู่โจมจากด้านล่าง
เหรินซวงอิ๋นที่ลอยตัวเหนือเขาถีบเท้าแรงๆ มือที่จับข้อเท้าของเขาก็สั่น แต่ยังฝืนจับได้อยู่เหรินซวงอิ๋นถีบเท้าอีกข้างเพิ่มแรงขืน คราวนี้หัวหน้าตัวเล็กเอาไม่อยู่จำต้องปล่อยมือ แล้วถอยไปตั้งหลัก แต่นายไม่ได้ปล่อยให้เขาทรงตัวได้ก่อนย่อตัวแล้วเตะตัดขาในทันที
หัวหน้าหน่วยสองคนที่เหลือมองเพื่อนล้มแอ้งแม้งก็กลืนน้ำลายตัวเองจะเจอชะตากรรมแบบไหน
ไม่ได้การ ต้องคิดท่ารับมือให้ดี
หัวหน้าหน่วยสามเป็คิวต่อไปเขาใช้วิธีหลบเลี่ยง แล้วค่อยหาโอกาสจู่โจมกลับจับมือหนึ่งของนายหมายจะรวบตัวแต่ถูกเหรินซวงอิ๋นจับทางได้ พลิกตัวไปทิศที่ลูกน้องหมุนแขนตามไม่ทันจากผู้ถูกรวบกลายเป็ผู้โดนรวบเสียเอง แต่ยังดีที่ท่าสวยกว่าหน่วยสองเยอะ
“คุณไม่ได้สนใจวิธีแม้แต่จะเอาชนะก็ไม่สนใจ คิดแต่จะเอาตัวรอด สมเป็หน่วยหาข่าวจริงๆ” นั่นมันคำชม(หรือเปล่า) ทำไมคนฟังถึงรู้สึกอับอายชอบกล
“นายเก่งขนาดนี้ เร็วก็เร็ว นายครับนายมีวิชาอะไรกันแน่ สอนพวกผมหน่อยได้ไหม”
หัวหน้าหน่วยสามขึ้นชื่อเื่ความลื่นไหลอะไรที่ใครไม่กล้าเขากล้า เหรินซวงอิ๋นมองเขา อดีตชายมีหนวดก้มหน้าด้วยความเคยชินยกมือเล่นหนวดตัวเอง ก็พบว่าใบหน้าตอนนี้เกลี้ยงเกลาไปแล้วไม่ค่อยชินเท่าไหร่
“ไร้สาระให้มันน้อยหน่อยเวลาทำงานเลือกคู่ต่อสู้ได้เหรอ”
หัวหน้าหน่วยสามรับคำเสียงอ่อน “ครับทราบแล้วครับนาย”
“คนสุดท้ายขึ้นมา”
ชายผิวเข้มสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก้าวขึ้นเวทีพร้อมรับการทดสอบ ลูกน้องในหน่วยส่งกำลังใจให้ขอให้ลูกพี่ชนะ หรือถ้าจะแพ้ก็ไม่ให้ดูน่าอนาถเกินไป
ลูกน้องคนนี้สมกับเป็คนที่รอบคอบที่สุดเขาสามารถตั้งรับและโต้กลับเหรินซวงอิ๋นได้นานกว่าคนอื่นแม้สุดท้ายจะถูกนายคว้าคอไว้ได้ เป็อันว่าเขาแพ้แต่ก็เป็หน้าเป็ตาให้ลูกน้องในหน่วยได้ไม่น้อย
“วิธีการนับว่าใช้ได้ แต่ยังขาดความเร็ว”
ทุกคนคิด ไม่ใช่พวกเขาช้าแต่เพราะนายนั่นแหละว่องไวเกินคน
“พวกคุณทั้งสี่ถือว่าผ่านหัวหน้าห้าคุณมีผลงานดีที่สุด ให้คุณแบ่งหน้าที่ว่าหน่วยไหนทำอะไร เดือนหน้าค่อยทดสอบใหม่ผู้ที่ทำได้ดีที่สุดจะได้แบ่งงานใหม่อีกครั้ง”
พอได้ยินว่าแบ่งงานทุกคนก็ขมวดคิ้วงานอะไร แบบทำความสะอาด ทำอาหารเหรอ งานคนใช้? นายประหยัดค่าจ้างลูกจ้างรึไง
ในใจแต่ละคนเริ่มไม่ค่อยสบอารมณ์เหรินซวงอิ๋นมองสีหน้าเ่าั้ก็รู้ไส้รู้พุงพวกเขาหมด
“งาน มีอะไรบ้างครับนาย”หัวหน้าหน่วยห้าถาม ยังดีว่าตนเป็คนแบ่งงาน ถึงจะไม่อยากทำเหมือนกับคนอื่นก็เถอะ
“ก่อนจะบอกหน้าที่ว่ามีอะไรบ้างผมขอพูดให้เข้าใจก่อนทำไมต้องให้พวกคุณทำงานพวกนี้เอง ตอนนี้พวกเรายังไม่ได้รับงานอันตรายก็ยังมองไม่เห็น แต่เมื่อไหร่ที่เราลงมือเมื่อไหร่ที่ศัตรูรู้ว่าพวกเราคือพยัคฆ์เร้นกาย ความลับเื่ที่อยู่ เื่การกินกระทั่งเื่การรักษา ก็จะถูกตามสืบ พวกเรามีกันสองร้อยคนจะทำตัวล่องหนทั้งสองร้อยกว่าคนย่อมเป็ไปไม่ได้”
ทุกคนฟังแล้วก็ไร้ข้อโต้แย้ง
“ดังนั้นงานที่ผมจะให้แบ่งหนึ่งอาหารการกิน สองการรักษาหากเกิดการาเ็และสามความสะอาดของที่อยู่อาศัยตลอดจนเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มงานพวกนี้ต้องทำกันเอง หากมีคนนอกเข้ามาพวกเราก็ยากจะไว้ใจหากเกิดเื่ก็ยากจะจับมือใครดมได้”
อาหารเหรินซวงอิ๋นให้แบ่งพื้นที่ด้านหลังที่ติดกับูเาทำแปลงปลูกผัก เลี้ยงไก่เลี้ยงหมู
พวกเขารับงานเป็นักฆ่าแต่กลับต้องมาทำงานไม่ต่างจากเกษตรกรย่อมไม่ยินดี แต่ด้วยเถียงนายไม่ได้เลยต้องก้มหน้ารับฟัง วัตถุดิบพวกนี้นายบอกว่าปลอดภัยกว่าไปซื้อเอง
“แต่พวกผมทำอาหารไม่เป็นะครับนาย”
“ใช่ ๆ ” บรรดาลูกน้องต่างยืนยันว่างานครัวคืองานยากงานหินสำหรับพวกเขา
เหรินซวงอิ๋นอธิบายด้วยความใจเย็น“เมื่อก่อนพวกคุณก็ฆ่าคนไม่เป็เหมือนกัน ฆ่าคน ฆ่าหมู ฆ่าไก่ หั่นผักอะไรยากกว่า”
ทุกคน “....”
มันเทียบกันได้ด้วยเหรอครับนาย
“ส่วนเื่ปรุงรส ผมจะสอนให้ เมื่อก่อนผมก็ทำไม่เป็แต่ตอนนี้รับรองว่าทุกเมนูอร่อยมาก การปรุงอาหารไม่ยากเลยนะง่ายกว่าไปต่อสู้ตั้งเยอะ”
ทุกคน “.....”
ความถนัดของคนต่างกันนะครับนาย
“ผมถามหน่อย พวกคุณใครบ้างเคยเข้าครัว”
ล้วนส่ายหน้า
“ไม่เคยทำ แล้วรู้ได้ไงว่าทำไม่เป็ ถ้าทำงานพื้น ๆ พวกนี้ได้พวกคุณก็สบายไปทั้งชาติ”
“แต่นายครับ”
“หัวหน้าหนึ่ง คุณอีกแล้ว”
ชายตัวสูงเงียบทันที ไม่พูดก็ได้แล้วมองไปทางเพื่อน ฉันเป็หน่วยกล้าตายแล้วนะ ใครคิดว่าแน่ ก็มาแย้งเองแล้วกัน
ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากขัดคอแล้วเหรินซวงอิ๋นอธิบายต่อ หน่วยรักษาต้องรู้จักวิชาปฐมพยาบาลเบื้องต้น ห้ามเืทำแผล หรือแม้แต่ผ่าตัดเล็ก พวกเอาะุออกจากจุดที่ไม่อันตราย เย็บแผลก็ต้องทำได้
ฟังดูแล้วเหมือนหน้าที่นี้จะง่ายสุดเพราะพวกเขาคุ้นเคยกับการเจ็บตัว
สุดท้ายงานง่ายสุด แต่ไม่มีใครอยากทำคือทำความสะอาด ซักผ้า ล้างห้องน้ำ นี่มันงานขี้ข้าชัด ๆ เลย ใจไม่อยาก แต่ไม่ว่าจะพูดยังไงนายก็มีวิธีอธิบายที่ฟังแล้วไม่ทำก็ไม่ได้อยู่ดี
“แบ่งหน้าที่เถอะหัวหน้าห้า”
“พวกเรามีสี่หน่วยแต่มีสามหน้าที่แล้วอีกหน่วยทำอะไรครับ” ชายตัวสูงสงสัย แต่เป็คำถามที่ดีทำให้เหรินซวงอิ๋นคิดได้ว่าลืมบอกอะไรไป
“หน่วยที่ห้า หัวหน้าคุณผลงานดีดังนั้นก็ให้แบ่งกันไปตรวจว่าหน่วยไหนอู้ มีคนกินแรงเพื่อน หรือทำงานชุ่ย”
พวกหน่วยห้าหน้าบาน จุดพลุฉลองชัยหน่วยอื่นหน้างอมองด้วยความอิจฉา ลูกพี่รอบหน้าต้องเอาชัยชนะมาให้ได้นะ!!!
หัวหน้าหน่วยห้ายิ้มเ้าเล่ห์มองเพื่อนอีกสามคนทุกคนล้วนส่งสายตามีความหมายว่าให้ตนทำหน้าที่รักษาเดี๋ยวนี้แต่ยังไงผู้โชคดีก็มีได้แค่หนึ่งเดียว
“รักษาให้หน่วยสาม ทำครัวให้หน่วยสองหน่วยหนึ่งทำความสะอาดครับ”
หน่วยหนึ่งส่งเสียงประท้วงแต่ก็ได้แค่ประท้วงกันเอง ไม่มีใครสนใจ ใครใช้ให้หัวหน้าพวกนายไม่ชนะเล่า
เหรินซวงอิ๋นทำเช่นนี้ไม่ได้แกล้งพวกเขาแต่การทำงานเล็กน้อยร่วมกัน จะทำให้คนกลุ่มใหญ่สนิทกันไวในเวลาอันสั้นเมื่อต้องทำงานที่ตนไม่ถนัด ยังเห็นนิสัยที่แท้จริงของแต่ละคนง่ายขึ้นด้วยความรับผิดชอบ ความอดทนอดกลั้น ความมีน้ำใจ ล้วนต้องเผยออกมาหมด
การแบ่งหน้าที่ของเดือนนี้เสร็จสิ้นเหรินซวงอิ๋นเรียกหัวหน้าหน่วยสามมากำชับเื่ที่เขาต้องไปรับเงินและเจอนายหน้าหางานในคืนนี้ คนของหน่วยสามไปสืบมาแล้วพอรู้คร่าว ๆ ว่างานแรกของพวกเขาคืออะไร
ทุกคนยังไม่สลายตัวไปไหนเสียงมือถือนายก็ดังขึ้น เหรินซวงอิ๋นล้วงออกมาดูพบว่าเป็สามีเนื้อร้ายที่รอวันตัดทิ้งเขากรอกเสียงยียวนทักทาย
“ว่ายังไงครับคุณชายจ้าว”ลูกน้องรอบข้างได้ยินว่าใครโทรมาก็เงียบเสียง เอียงหูรอฟังสามีของนายคนนั้นโทรมางั้นเหรอ
แม้ไม่รู้ว่าอีกฝั่งพูดอะไรแต่ฟังจากที่นายพูด ก็พอจะมโนเอาเองได้
/คุณย่ากับคุณแม่ให้พวกเราไปฮันนีมูนที่บ้านนายไม่มีอะไรแล้วก็โทรหาฉัน จะได้ไปให้มันจบ ๆ /
“ดูท่าทางคุณไม่อยากไปฮันนีมูนกับผมเท่าไหร่”
พวกลูกน้องได้ยินก็เริ่มปะติดปะต่อนายตัดพ้อคนรัก ไอ้คุณชายจ้าวนี่คิดว่าตัวเองแน่มาจากไหน หล่อนักรึไงกล้าทำให้นายน้อยใจ ในฐานะลูกน้องย่อมรู้สึกไม่พอใจอย่างแรง
/ฉันอยากไปหรือไม่ไม่สำคัญ ยังไงก็ต้องไปไม่งั้นพวกย่าคงตื๊อไม่เลิก/
“คุณกินยาที่ผมให้แล้วใช่มั้ย”
พยัคฆ์เร้นกายส่ายหน้าถอนใจ โธ่นายครับยังจะห่วงเขาอีก นายก็ออกจะดีไร้ที่ติ เก่งปานนี้ หน้าตาก็น่ามองปานนี้ฐานะก็ไม่ได้ด้อยเท่าไหร่ ตระกูลจ้าวแล้วยังไง หย่าไปเถอะ หาใหม่ ดีกว่านี้ยังมีนะ
/อือ ว่าแต่แม่นายเป็ไงบ้างจะให้ฉันไปเยี่ยมก็บอกนะ/
“ไม่รบกวนคุณชายเอาเื่ที่ต้องทำดีกว่า ถ้าพวกท่านอยากเห็นอะไร ก็ทำให้เห็นก็พอไม่ใช่เหรอครับ”
/นายหมายถึง ไม่ต้องไปจริง? /
สมกับเป็ว่าที่ประมุข หัวไวใช้ได้
“ครับ”
ปลายสายยิ้มจ้าวจิงถิงคิดแบบนี้เหมือนกัน แต่เขากลัวเหรินซวงอิ๋นไม่ยอม โชคดีอะไรแบบนี้ภรรยากลับออกปากวางแผนซะเอง ยอดเยี่ยม
/แต่คุณย่าเป็พวกไม่เห็นกับตาไม่มีทางเชื่อ/
เหรินซวงอิ๋นเดินลงไปจากเวทีทิ้งพวกลูกน้องให้ชะเง้อคอตาม อดฟังแล้ว ได้เวลาแยกย้ายไปทำงานเดิมงานของพวกเขามีแค่ฝึกร่างกายให้แข็งแกร่ง และฝนฝีมือให้คมกริบแต่ตอนนี้มีงานสัพเพเหระมาเพิ่มรู้สึกความน่าเกรงขามในนามพยัคฆ์เร้นกายหายไปกว่าครึ่ง
แค่นึกภาพตัวเองจับจอบจับเสียมจับตะหลิวจับทัพพี ไปจนถึงจับแปรงขัดส้วม
มันช่าง.....
ทิ้งลูกน้องไว้กับกิจวัตรใหม่แล้วเ้านายก็ยังติดพันกับคนในสายอยู่
/นายจะหลบไปอยู่ที่ไหน ตั้งสามวันสองคืน/
“ผมมีที่ไปของผม คุณอยากรู้ไปทำไม”
/ก็ไม่ได้อยากรู้แค่อยากมั่นใจว่าจะไม่ทำแผนพัง เกิดพวกท่านจับได้ว่าโกหกนายกับฉันได้ถูกขังรวมจนกว่าจะมีทายาทแน่/
ฟังดูไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่แต่เหรินซวงอิ๋นมั่นใจในฝีมือของตน
“ห่วงตัวเองเถอะครับคุณชายจ้าวเป็คนที่ใครก็รู้จัก เกิดใครมาเห็นเข้า จะทำผมซวยไปด้วย”
/ให้มันเก่งอย่างที่พูดเถอะ งั้นก็ตามนี้พรุ่งนี้เจอกันที่ท่าเรือเจ็ดโมงเช้า/
“ได้”
ทั้งเหรินซวงอิ๋นและจ้าวจิงถิงมีธุระต้องสะสางที่แผ่นดินใหญ่ พวกเขาอาศัยฮันนีมูนหลอก ๆ เพื่อขึ้นฝั่งไปพร้อมกันแยกย้ายกันไป อีกสามวันค่อยนัดเจอกัน เพื่อกลับเกาะยูจินพร้อมกัน
แต่ที่คาดไม่ถึงคือ ธุระของพวกเขานั้นดันเป็เื่เดียวกันซะได้
................................
พยัคฆ์เร้นกายในวันวาน"พวกเราคือกลุ่มนักฆ่าฝีมือเป็หนึ่งในยุทธภพ"
พยัคฆ์เร้นกายในวันนี้ "นอกจากฆ่าคน พวกเรายัง เลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ ปลูกผัก ทำงานบ้าน เป็หมอ และเป็พ่อครัว ไร้เทียมทาน ไร้เทียมทานไร้เทียมทานนนนนนน"