“ แม่หนู ฉันขอถามอะไรหน่อย การวิวัฒนาการของเธอที่ว่ามันคืออะไร มันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เธอทำได้ด้วยใช่ไหม”
ในขณะเฝ้ารอคอยให้ตำรวจเดินทางกลับมาจากสำรวจเส้นทาง ฝั่งที่อยู่บนตึกจึงได้ใช้เวลานี้สอบถามแอลลี่เกี่ยวกับการวิวัฒนาการที่เธอเคยพูดเมื่อครั้งก่อน
“ พวกคุณคงฆ่าซอมบี้มากันหมดแล้ว มีใครเห็นตัวเลขบนศีรษะตนเองไหม ”
ตำรวจทุกนายพยักหน้า ทุกคนมองเห็นตัวเลขสีเขียวและสีแดง
“ หนูจะพูดให้เข้าใจง่าย ตัวเลขสีแดงคืออัตราการติดเชื้อ ตัวเลขสีเขียวคืออัตราการวิวัฒนาการ ตัวเลขสีแดงจะเพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อเราถูกข่วนและถูกกัดหรือรับเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย หากเต็ม 100 % จะกลายเป็นซอมบี้ ส่วนตัวเลขสีเขียวจะได้รับก็ต่อเมื่อฆ่าซอมบี้ใกล้ๆ เมื่อฆ่ามันแล้วจะมีเชื้อไวรัสตัวหนึ่งไหลเข้าสู่ร่าง มันเป็นเชื้อดีที่จะทำให้เราวิวัฒนาการถ้าหากเก็บครบ 100 % ”
“ แม่หนู อย่าบอกนะว่าเธอและพี่ชายฆ่าซอมบี้จนวิวัฒนาการ ”
“ ใช่แล้ว เราสองคนฆ่าซอมบี้ใกล้ๆทำให้วิวัฒนาการ ”
ตำรวจรู้ได้ในทันทีเลยว่าพึ่งปืนมากจนเกินไป การฆ่าระยะไกลทำให้พวกเขาเก็บตัวเลขสีเขียวได้ในปริมาณที่น้อย หากพวกเขาฆ่าซอมบี้ระยะใกล้ตั้งแต่เริ่มต้นคงมีพลังไม่ต่างจากเด็กสาวคนนี้
“ คุณลุง พวกคุณมาจากที่ไหน หนูไม่ค่อยเห็นตำรวจนอกเครื่องแบบเยอะขนาดนี้มาก่อน ”
“ เราเดินทางมาจากชายแดน ส่วนสิ่งที่ทำให้เราไปที่นั่นไม่ขอตอบนะเพราะมันเป็นความลับทางราชการให้รู้แค่ว่าเราไปจัดการของผิดกฎหมาย ในระหว่างเดินทางกลับเราแวะที่เมืองนี้เพื่อพักแต่ก็เจอซอมบี้บุกอย่างที่เห็น ”
“ แล้วพวกลุงติดต่อหน่วยงานตำรวจได้หรือเปล่า รัฐบาล กองทัพ หรืออะไรที่จะพาพวกเราออกจากที่นี่ ”
ตำรวจส่ายหน้า พวกเขาพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือดูแล้ว สัญญาณทั้งหมดกลับถูกตัดขาด จึงไม่สามารถรับหรือส่งข้อมูลได้ สิ่งที่พวกเขาต้องทำจึงเป็นการเดินทางเพื่อรวบรวมผู้เหลือรอดเพื่อขยายกลุ่มให้ใหญ่มากพอจะดูแลตนเอง การจะเดินทางออกจากเมืองนี้เพื่อขอความช่วยเหลือนับว่าเป็นเรื่องยากเพราะมันเป็นเมืองที่ใหญ่มาก
ขณะที่แอลลี่สอบถามตำรวจ พี่ของเธอก็ได้ปีนป่ายขึ้นมาบนดาดฟ้าตึก สภาพของเขาน่ากลัวเป็นอย่างมากเพราะตามร่างเต็มไปด้วยเลือด
“ ยังไม่ไปกันอีกเหรอ ”
“ มีอะไรเหรอพี่ ”
แอลลี่เห็นใบหน้ากังวลใจของพี่ชาย เธอจึงอยากรู้ว่าอีกฝ่ายไปเห็นอะไรมา
“ มันควบคุมไม่อยู่แล้ว ซอมบี้ระดับ 3 กำลังเดินทางมา ฉันจึงต้องหนีจากที่นั่น หากพวกคุณยังไม่รีบหนีได้ตายกันแน่ ” โยฮันหันไปพูดกับตำรวจ ทุกคนที่อยู่บนฟ้าเตรียมตัวหนีแล้ว เพียงแต่พวกเขายังไม่กล้าลงจากตึก เขาจึงรู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นจึงถามออกไปตรงๆ
“ พวกคุณรออะไร ”
“ เรารอคนที่ออกไปสำรวจเส้นทาง ตอนนี้ผ่านไป 1 ชั่วโมงแล้วอีกฝ่ายยังไม่กลับมา ”
“ ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอแสดงความเสียใจด้วย แค่ผมขี่จักรยานไฟฟ้าไปที่สะพานยังใช้เวลาราว 10 - 15 นาที พวกเขาคงไม่กลับมากันแล้ว ”
ตำรวจขมวดคิ้วด้วยความวิตก หากเป็นอย่างที่โยฮันพูดหมายความว่าการจะมุ่งหน้าไปทิศเหนือเป็นไปไม่ได้แล้วเพราะเส้นทางที่พวกเขาต้องการใช้งานมีซอมบี้เยอะจนฆ่านายตำรวจทั้ง 2 ที่ออกไปสำรวจ แต่แล้วพวกเขากลับมีความหวังเมื่อได้ยินคำพูดหนึ่งจากปากของชายหนุ่มที่พวกเขาหวังให้รวมกลุ่มด้วยกัน
“ พวกคุณจะข้ามแม่น้ำไปใช่ไหม เอาแบบนี้ ผมจะช่วยพวกคุณ แต่จะรอดไปกี่คนผมไม่รับปาก ”
“ ได้ ขอแค่นายช่วยเราเท่านั้นก็พอ ”
“ งั้นก็ลงจากตึกไปได้เลย พยายามใช้ถนนเส้นหลักผมจะได้หาพวกคุณเจอง่ายๆ ”
“ แล้วนั่นพี่จะไปที่ไหน ” แอลลี่ถามด้วยความกังวล เธอไม่รู้ว่าพี่ชายจะไปไหน
“ ฉันจะไปหารถกระบะ คันที่จอดอยู่ใกล้ๆคงไม่พอ หวังว่าพวกคุณจะรู้วิธีการขโมยรถนะ ”
“ แต่ถนนมีสิ่งกีดขวาง เราไม่น่าจะขับมันไปได้ไกล ”
“ ไปถึงที่ไหนก็จอดรอที่นั่น ผมจะรีบตามไป ”
แอลลี่วิ่งไปกับพี่ชายหลังจากอีกฝ่ายกวักมือเรียก ตำรวจจำเป็นต้องเชื่อใจสองพี่น้องเพราะพวกเขาคือทางออกเดียวที่จะทำให้รอดชีวิตจากสถานการณ์ในตอนนี้
หลังจากโยฮันวิ่งลงจากตึกเขาก็ได้อุ้มน้องสาวด้วยมือขวาและกระโจนข้ามกำแพงตึกไปหลายกำแพงมุ่งหน้าไปยังจุดที่เขาจอดรถกระบะที่ขโมยมาจากร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
เหล่าตำรวจที่ลงมาจากตึกพวกเขาจึงวิ่งไปบนนถนนหลักมุ่งหน้าสู่ทิศเหนือเพื่อข้ามสะพาน หลังจากวิ่งมาได้ไม่นานพวกเขาก็เจอรถกระบะคันใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นมันไม่พอจะขนย้ายทุกคนไปพร้อมๆกัน ตำรวจจึงแยกกันออกไปด้านข้าง พวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้รถกระบะคันเดียวเท่านั้น รถคันอื่นก็สามารถนั่งได้ขอเพียงแค่พวกเขาต้องอยู่บนถนนหลัก
“ สตาร์ทมันให้ติด ”
ตำรวจทุบกระจกฝั่งคนขับรถกระบะและรถเก๋ง1 คันมันไม่เพียงพอจะพาคนทั้ง 43 หนีไปจากที่นี่แต่ก็ต้องใช้วิธีเบียดเสียดกันเพื่อหนีออกไป
หลังจากเปิดประตูเข้าไปข้างในได้สำเร็จพวกเขาก็เริ่มทำลายแผงควบคุมการจ่ายไฟใต้พวงมาลัยแล้วประกอบสายไฟเข้าด้วยกันใหม่อย่างชำนาญ จนกระทั่งได้รถมาทั้งหมด 2 คันตำรวจจึงให้ประชาชนนำอุปกรณ์และอาหารขึ้นรถกระบะแล้วให้พวกเขาตามขึ้นไปจนเต็มคัน จากนั้นนำคนที่เหลือยัดเข้าไปในรถเก๋งก่อนจะขับพวกมันไปบนนถนน อย่างน้อยสิ่งกีดขวางในตอนนี้ก็ยังไม่เยอะพอจะทำให้พวกเขาขับผ่านไปไม่ได้
“ แอลลี่เธอขับรถเป็นไหม ”
“ พี่จะบ้าหรือเปล่า หนูไม่เคยขับรถยนต์มาก่อน ”
แอลลี่มองไปยังกระบะคันหนึ่ง สภาพของมันยับเยินไม่น้อยแต่ก็ยังคงขับได้
“ งั้นฉันจะเข้าเกียร์ให้ เธอแค่เหยียบคันเร่งแล้วหักเลี้ยวไปตามทางที่ฉันให้ไปก็พอ ”
แม้อยากจะปฎิเสธเธอรู้ว่าพี่ชายคงไม่ยอม ดังนั้นจึงกระโจนขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับหลังจากพี่ชายขึ้นรถแล้วปล่อยให้มันวิ่งไปบนถนนช้าๆ ทันทีที่เธอลองแตะคันเร่งก็พบว่ารถพุ่งไปด้านหน้าแต่ก็มีความเร็วแค่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น หากเธอไม่เปลี่ยนเกียร์มันจะใช้ความเร็วได้แค่นี้
การที่โยฮันพาน้องสาวมาด้วยแทนที่จะยกหามรถกระบะข้ามกำแพงเหมือนครั้งก่อน นั่นก็เพราะเขาเหลือแขนเพียงข้างเดียวจึงไม่สามารถยกรถได้
“ พี่! ข้างหน้ามันซอยตัน ทำไมถึงไม่หันหน้ามันออกจากซอยนี้ก่อน! ”
แอลลี่ร้องเสียงหลงเมื่อพบว่าด้านหน้าเป็นซอยตัน เพียงแต่ว่าพี่ชายของเธอกลับกระโจนผ่าหน้ารถไปด้วยความเร็วพลันก่อนจะใช้เท้าเตะกำแพงทางตันจนเกิดเป็นรูใหญ่มากพอให้รถวิ่งผ่านไปได้
“ เลี้ยวซ้าย ”
แอลลี่หักเลี้ยวไปทางซ้ายตามที่พี่ชายของเธอบอก เมื่อขึ้นมาบนถนนเธอก็เลี้ยวเข้าไปในซอยใกล้ๆพบว่ามันเป็นทางตันเหมือนเดิม พี่ของเธอจึงวิ่งไปทำลายกำแพงเพื่อสร้างทางให้รถวิ่งได้ ด้วยการทำลายกำแพงซอยครั้งแล้วครั้งเล่าในที่สุดเธอก็มาถึงถนนเส้นหลักที่ผ่านหน้าบ้าน แม้จะตกใจไม่น้อยกับการขับรถยนต์ เธอกลับค่อยๆคุ้นชินกับมัน ถึงแม้ด้านข้างรถจะชนสิ่งกีดขวางไปมากมายก็ตาม มันยังวิ่งต่อไปได้
“ ขยับไปฝั่งคนนั่ง เดี๋ยวฉันขับเอง ”
แอลลี่รีบลุกออกจากฝั่งคนนั่งปล่อยให้พี่ชายปีนเข้ามาขับรถ เมื่อเกียร์ถูกเปลี่ยนความเร็วรถก็เพิ่มขึ้นในทันที
---------------------------------------------------------------
“ หัวหน้า นี่ก็ผ่านมา 10 นาทีแล้วเรายังไม่เห็นพวกเขาเลยนะ ”
หนึ่งในนายตำรวจพูดด้วยใบหน้าเป็นกังวล พวกเขาติดอยู่บนถนนหลักห่างจากสะพานไกลพอสมควร ต่อให้จะมองเห็นสะพานข้ามแม่น้ำแล้วก็ตาม มันกลับเป็นภาพที่อยู่ไกลออกไป พวกเขาไม่สามารถไปที่นั่นได้เพราะบนถนนถูกปิดกั้นด้วยรถบรรทุกคันใหญ่พุ่งชนกันกับรถมากมายหลายคัน ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น รอให้เด็กหนุ่มและเด็กสาวไล่ตามมา ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงรถวิ่งมาจากเส้นทางที่ขับผ่าน เมื่อมองไปพบเข้ากับรถคันหนึ่งเหลือไฟหน้าเพียงแค่ข้างซ้าย คนที่อยู่ด้านในคือชายและหญิงที่พวกเขาถามหา จากใบหน้าอันคุ้นเคยที่กำลังนั่งรถมาทำให้พวกเขาอุ่นใจ
“ ไอ้หนุ่ม ในที่สุดก็มา เราจะทำยังไงต่อ เส้นทางทั้งหมดที่จะนำเราไปสู่สะพานถูกปิดกั้นไม่มีทางลอดไปได้เลย ”
“ แบ่งคนไปขึ้นรถกระบะน่าจะปลอดภัยกว่า ส่วนด้านหน้าผมจัดการเอง ”
แอลลี่วิ่งตามหลังพี่ชาย ปล่อยให้ตำรวจขับกระบะที่พี่ของเธอขับมา หลังจากที่ตำรวจเคลื่อนย้ายคนไปยังรถที่ตอนนี้มี 3 คัน ความแออัดก็เริ่มลดน้อยลง ทันใดนั้นเองพวกเขาก็พบว่าโยฮันกำลังใช้มือข้างขวาโยนซากรถออกจากเส้นทางที่กำลังจะไปจนทำให้เกิดเส้นทางใหม่ขึ้นมา
“ ไปเร็ว เราไม่ควรอยู่ที่นี่นาน ”
รถบางคันที่สามารถผลักให้เลื่อนได้ โยฮันจะใช้เท้าผลักมันออกไป แต่คันไหนที่พลิกคว่ำเขาจะใช้มือจับโยนออกจากทาง ขณะที่เขาพยายามเปิดเส้นทาง โยฮันก็ได้ยินเสียงเท้าซอมบี้ไล่ตามมาจากด้านหลัง เมื่อหันมองไปพบว่ามีสุนัขระดับ 2 หลายสิบตัวกำลังดมกลิ่นไล่ตามมา หลังจากที่พวกมันเห็นการเคลื่อนไหวบนถนนจึงส่งเสียงหอนก่อนจะวิ่งเต็มฝีเท้ามุ่งหน้ามายังพวกเขา
“ ไปเร็วเข้า! ”
ตำรวจเหยียบคันเร่งพารถทั้ง 3 คันวิ่งผ่านทางที่โยฮันเคลียร์เส้นทางให้ หลังจากที่แอลลี่และโยฮันกระโจนขึ้นรถคันแรกพวกเขาก็ขับหนีไปบนเส้นทางด้วยความไว แต่ถึงอย่างนั้นสุนัขกลับพยายามไล่ตามหลัง โยฮันจึงกระโจนลงจากรถแล้วสั่งให้ตำรวจไม่ต้องสนใจ หลังจากที่เท้าเหยียบพื้นเขาก็วิ่งไปจับรถเก๋งคันหนึ่งที่จอดอยู่ข้างทางก่อนจะใช้แขนขวาโยนมันไปด้านหลังเพื่อโจมตีฝูงสุนัข
เหล่าตำรวจที่อยู่บนรถทั้ง 3 คันพยายามหันมองตามหลัง แม้พวกเขาจะตกใจในพละกำลังของโยฮัน การโจมตีของเขากลับไม่สามารถฆ่าสุนัขทั้ง 3 ได้เช่นเดิม อย่างไรก็ตามพวกเขากลับเห็นโอกาสที่จะปิดทางหลบหนี ทันทีที่รถเก๋งคันที่โยฮันโยนไปด้านหลังหยุดพลิกคว่ำมันก็ได้นอนตะแคงแสดงให้เห็นถังน้ำมันใต้ท้องรถ หนึ่งในตำรวจที่มีความแม่นปืนจึงนำปืนพกขึ้นมาเล็งยิงถังน้ำมัน พริบตาที่เสียงลั่นไกปืนดัง รถเก๋งทั้งคันก็ระเบิดเกิดประกายไฟขนาดใหญ่เผาร่างของซอมบี้สุนัขจนพวกมันร้องโหยหวนออกมา
โยฮันเห็นว่าพวกมันกำลังดิ้นพล่านจากเปลวไฟที่ลุกตามร่างกายจึงรีบวิ่งตามรถด้วยความเร็วสูงสุดก่อนจะกระโจนเหยียบฝากระโปรงรถกระบะคันหน้าสุด การที่เขาต้องอยู่ที่นี่ก็เพราะต้องคอยกระโดดลงรถเพื่อเคลียร์เส้นทาง
“ หลังจากผ่านซอยนั้นให้เลี้ยวซ้าย ทางจะแคบหน่อยแต่มันจะไปถึงสะพานได้เร็วกว่า ”
นายตำรวจบนรถกระบะพยักหน้า เมื่อถึงซอยที่ต้องเลี้ยวเขาจึงทำตามอย่างเร็วไวหักเลี้ยวพารถเข้าไปในซอยแคบที่แทบจะเข้าไม่ได้ ขณะที่รถกระบะคันสุดท้ายเลี้ยวตามเข้าไป คนที่อยู่บนรถได้หันมองกลับหลังไปยังจุดที่เกิดเปลวไฟ พวกเขาเห็นซอมบี้ฝูงใหญ่กำลังวิ่งด้วยความเร็วที่น่าทึ่งไล่ตามมา
“ พวกมันไล่ตามมาแล้ว! ”.