ตอนที่41 สัตว์อสูรลอกเลียน!
หลังจากที่ใช้วิชาบรรพกาลที่เฟิงอี้ค้นพบในสถานที่ลึกลับบางแห่งในตอนที่ยังเป็นจักรพรรดิสวรรค์เฟิงอี้ก็ให้เสี่ยวฉุนพาหลบหนีออกจากศัตรูทั้งสี่อย่างรวดเร็ว
วิชาบรรพกาลนี้เป็นวิชาที่เป็นวิชาอักขระซึ่งมันใช้อักขระบรรพกาลไท่กั๋วเป็นตัวกระตุ้นการทำงานเฟิงอี้เมื่อใช้วิชานี้ก็ต้องผลาญพลังจิตวิญญาณไปมากมายยิ่งนักถึงกับทำให้ใบหน้าซีดเซียว
เฟิงอี้ก็มิได้เข้าใจเกี่ยวกับที่มาของวิชานะจังงังนี้นักว่ามันมีต้นกำเนิดมาอย่างไรแต่ทว่ากลับรู้ว่าส่วนมากผู้ที่เป็นอรหันต์เท่านั้นถึงจักใช้วิชานี้ได้อย่างยอดเยี่ยมและสามารถแสดงพลังของวิชานี้ได้สูงสุด
ซึ่งอรหันต์ที่กล่าวมานี้เฟิงอี้ก็มิทราบเช่นกันว่าเป็นอย่างไรและคืออันใด?
เสี่ยวฉุนวิ่งพรวดผ่านดินแดนหิมะอันหนาวเหน็บออกมาจนในที่สุดก็เข้ามาถึงเขตป่าพฤกษา
“เสี่ยวฉุนเจ้าจงใช้สัมผัสตรวจสอบดูว่าอสรพิษเนตรมายาอยู่ใกล้เคียงรัศมีหนึ่งร้อยเมตรหรือไม่?”เฟิงอี้บอกกับเสี่ยวฉุนเพราะว่าตอนนี้สัมผัสของเสี่ยวฉุนเองก็เฉียบคมขึ้นมามากแล้ว
หลังจากที่ได้รับคำสั่งเสี่ยวฉุนก็พลันกวาดสัมผัสออกไปทั่วอาณาเขตหนึ่งร้อยเมตร
โฮก!
เสี่ยงฉุนมิพบอะไรที่ผิดปกติหรือตรวจพบอสรพิษเนตรมายาที่แข็งแกร่งตนนั้นฉับพลันก็เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นไปอีกอย่างว่องไว
เสี่ยวฉุนราวกับว่าร่างได้กลายเป็นภูเขาขนาดย่อมๆที่เคลื่อนที่ได้สัตว์อสรระดับต่ำที่บังเอิญพบเข้าระหว่างทางก็มิกล้าที่แม้แต่จักขยับตัวเมื่อเห็นเสี่ยวฉุนพวกมันตัวแข็งทื่อราวกับเป็นรูปปั้นหินก็มิปาน
สวบ! สวบ!
เสี่ยวฉุนและเฟิงอี้เคลื่อนกายด้วยความเร็วอย่างต่อเนื่องและผ่านไปราว5นาทีก็พลันต้องหยุดชะงักลง
ควับ!
มีที่มีกรงเล็บแหลมคมดุจคมดาบตะปบลงมาขวางหน้าเสี่ยวฉุนอย่างมิคาดคิดกรงเล็บนี้มีสีน้ำตาลคล้ำมันส่งกลิ่นอายเชือดเฉือนออกมาตลอดเวลา
โฮก!
เสี่ยวฉุนคำรามลั่นมันฟาดกรงเล็บของมันออกไปรวดเร็วดั่งเส้นสายอัสนีเพื่อต้านรับการโจมตีที่ตะปบเข้ามาอย่างไร้ปราณี
ตูม!
“หมีคมปฐพี?”เฟิงอี้เอ่ยขึ้นในครรลองดวงเนตรของเฟิงอี้ก็ปรากฏร่างของหมีสีน้ำตาลที่มีดวงตาสีแดงก่ำและผิวหนังที่เต็มไปด้วยขนที่เหมือนกับโคลนตม
หมีคมปฐพีนั้นเป็นสัตว์อสูรที่ค่อนข้างแข็งแกร่งมันมีความสามารถพิเศษที่สัตว์อสูรตัวอื่นมิมีคือการมุดดินและแหวกว่ายไปในพื้นดินได้อย่างอิสระและยังตายยากยิ่งนัก!
“มันยังเป็นแค่หมีคมปฐพีระดับกำเนิดเส้นชีพจรขั้นที่เก้าเท่านั้น…จัดการมันเสียเสี่ยวฉุน”เฟิงอี้ออกคำสั่งแม้ว่าหมีปฐพีจักแข็งแกร่งเป็นอย่างมากพละกำลังของมันเหนือกว่าสัตว์อสูรชนิดอื่นๆอยู่มากหลายส่วนแต่แล้วอย่างไร?
มันเป็นสัตว์อสูรที่ค่อนข้างสติปัญญาต่ำตมมากมันเคลื่อนไหวจู่โจมสิ่งต่างๆตามความอยากของมันโดยมิได้คำนึงถึงความแข็งแกร่งของสิ่งที่มันจู่โจมเลย
และอีกอย่างเสี่ยวฉุนก็หาใช่อสูรธรรมดาทั่วไปไม่? เสี่ยวฉุนคือสัตว์อสูรที่เฟิงอี้กล้ากล่าวเลยว่าแข็งแกร่งที่สุดในโลกธรรมดาใบเล็กใบนี้เพราะมันมิได้บ่มเพาะอย่างโง่งมแต่มันมีเฟิงอี้คอยสั่งสอน
เช่นนั้นแล้วมันจักต้องกลายเป็นเทพอสูรได้อย่างแน่นอนมิต้องสงสัย!
และเฟิงอี้มิคิดที่จักให้เสี่ยวฉุนแข็งแกร่งเหมือนกับเทพอสูรทั่วไปเพียงเท่านั้นแต่เฟิงอี้จักทำให้เสี่ยวฉุนกลายเป็นเทพอสูรผู้ที่ยืนอยู่จุดสูงสุดของเหล่าเทพอสูร!
จักรพรรดิเทพอสูร!
แต่ทว่าเรื่องเหล่านี้ก็คือเรื่องของอนาคตในตอนนี้เฟิงอี้จำเป็นต้องบ่มเพาะตนเองให้แข็งแกร่งขึ้นเสียก่อนพลังของเฟิงอี้ในตอนนี้มันต่ำตมจนเกินไปคาดว่าหากผู้ฝึกตนระดับกำเนิดปฐพีขั้นที่6ลงมือเกรงว่าเฟิงอี้คงต้องตกตายอย่างน่าอนาถหรือไม่ถ้าหากหลบหนีได้ก็คงบาดเจ็บสาหัสยิ่งนัก
โฮก!
เสี่ยวฉุนคำรามฉับพลันนั้นเส้นสายอัสนีสีเหลืองทองจรัสก็พลันพุ่งกระจายออกไปทั่วทิศทางส่งผลให้เสี่ยวฉุนร่างกายราวกับมีอาภรณ์อัสนีสีทองที่ห่อหุ้มตัวเฟิงอี้ประหลาดใจในทันทีก่อนที่จักเอ่ยขึ้นจากบนหลังของเสี่ยวฉุนด้วยรอยยิ้ม
“โฮะๆ เจ้าพยายามจักเลียนแบบวิชาอาภรณ์อัสนีเก้าสวรรค์ของข้าเช่นนั้นหรือ?"เฟิงอี้เอ่ยขึ้นเพียงเท่านี้แต่มิได้ถือโทษโกรธเสี่ยวฉุนแต่อย่างใดเพราะนี่หาใช่วิชาอาภรณ์อัสนีเก้าสวรรค์ของจริงไม่?…มันแค่เป็นเพียงของเลียนแบบ
และอีกอย่างหากเสี่ยวฉุนอยากเรียนรู้เคล็ดวิชานี้เฟิงอี้ก็มิตระหนี่ที่จักสอนมัน!
แถมนี่ยังแสดงให้เห็นถึงสติปัญญาที่เหนือล้ำกว่าสัตว์อสูรทั่วไปอยู่หลายขุมของเสี่ยวฉุนมันทำให้เฟิงอี้พยักหน้าอย่างพออกพอใจที่มิเสียทีที่เสี่ยวฉุนเป็นสัตว์อสูรที่จักกลายเป็นเทพอสูรผู้ที่จักเป็นจักรพรรดิเทพอสูร!
พรึบ!
ทว่าทันใดนั้นเสี่ยวฉุนก็ทำเรื่องที่เฟิงอี้ต้องประหลาดใจขึ้นไปอีกมันยกเท้าของมันข้างหนึ่งขึ้นสูงเหนือศีรษะของตน
“อย่าบอกนะว่าจักลอกเลียนแม้กระทั่งวิชากระบี่อัสนีแยกสวรรค์…"เฟิงอี้คิ้วกระตุกนี่มันพยัคฆ์ขาวอัสนีแน่หรือ? มิใช่ว่ามันคือสัตว์อสูรลอกเลียนแปลงกายมาหรอกกระมั้ง?…
จบ…โปรดติดตามตอนต่อไป...