45.เริ่มเข้าใกล้
เป็นเวลานานนับเดือนที่เสวี่ยซีชาง เทียวไปหาหมิงเยว่ทุกครั้งที่มีเวลาว่างหรือหากวันไหนไม่มีเวลาจริงๆเขาก็จะส่งคนไปซื้อผลไม้ที่ร้านไฉเฟิงแล้วก็ให้คนบอกกว่าแก่นางไปด้วยว่าเขาไม่สามารถปลีกตัวไปหาได้การกระทำเช่นนี้ของซีชางสร้างความประหลาดใจให้คนของเขามากมายนักเพราะนี้ก็เป็นมานานนับเดือนแล้วคนที่บ้านสกุลหยางก็รับรู้ เพียงแต่ยังไม่เคยมีใครได้เห็นเสวี่ยซีชางเลยสักครั้ง
หมิงฮุ่ยก็หน้าบูดหน้าบึ้งเมื่อรู้ว่ามีที่บุรุษเข้ามาเกี้ยวบุตรสาวขอตนอีกแล้วอีกทั้งครั้งนี้ดูหมิงเยว่ยังเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายมากกว่าคนอื่นอีกด้วย
“โถ่ ท่านพี่เจ้าขา อย่าได้กังวลใจไปเลยเจ้าค่ะ และอีกอย่างตอนนี้เยว่เยว่ก็อายุใกล้จะ13 แล้วอีกไม่กี่ปีก็ปักปิ่นก็ควรมีคู่หมั้นคู่หมายนะเจ้าคะ”
“ถึงอย่างไรพี่ก็ยังรู้สึกว่าลูกยังเด็กอยู่มากอีกทั้งเรายังไม่เคยเจอบุรุษผู้นั้นเลยว่าเป็นใคร ดีหรือไม่ก็ไม่รู้”
“นั้นสิขอรับ ข้าก็ยังไม่เคยเจอเช่นกัน” หมิงเฟิงเอ่ยขึ้นมาอย่างเห็นด้วยกับท่านพ่อหมิงชุนได้ฟังพี่ชายแล้วก็อยากจะกล่าวออกไปว่าก็พี่ใหญ่มัวแต่เดินเข้าเดินออกแต่เหลาอาหารบ้านท่านลุงโจวจะไปเคยเจอได้อย่างไรกัน
“แต่ข้าเคยเจอขอรับ” หมิงชุนกล่าวขึ้นมา
“หืม ที่ร้านน่ะหรือแล้วท่าทางเขาเป็นอย่างไรบ้างชุนชุน”ฟางจิงเอ่ยถามบุตรชายคนเล็กทันที
“ทั้งที่ร้านก็เคยเจอขอรับแต่ความจริงข้าจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อนก็เคยเจอคนผู้นี้แล้วขอรับ”
“หลายปีก่อนหรือ เจอได้อย่างไรแล้วเจอที่ไหน”เป็นหมิงฮุ่ยรีบถามออกมาพร้อมทำหน้ายู่ทันที
“ก็เมื่อครั้งที่ไปอารามจี๋ซิ่งขอรับ”
“แต่ทุกครั้งพี่ก็ไปกับพวกเจ้าทั้งท่านพ่อก็ไปด้วยเหตุใดจึงไม่เคยเจอเล่า”หมิงเฟิงเอ่ยถามขึ้นอย่างงุนงงว่าไปเจอตอนไหน
“นั้นเพราะที่ข้าเคยเจอกับเขาครั้งแรกนั้นคือเมื่อครั้งแรกที่ครอบครัวเราไปอารามจี๋ซิ่งขอรับตอนนั้นพี่รองกับข้าพึ่งแค่ 5 หนาวเท่านั้นเองขอรับจำได้ว่าบุรุษผู้นั้นงดงามมาก ผมสีเงินตาสีน้ำเงินเข้มงดงามมากจริงๆเลยขอรับ”
“อันใดนะ!! ผมสีเงิน อีกทั้งตาสีน้ำเงินเช่นนั้นหรือ”
“ใช่ขอรับ” หมิงชุนพยักหน้าทั้งเอ่ยตอบรับ
“ถ้าเช่นนั้นเช่นนั้นบุคคลคนนั้นจะไม่ใช่ซื่อจื่อบุตรชายท่านอ๋องเสวี่ยซีหมิงหรอกหรือ”หมิงเฟิงกล่าวขึ้นทันทีที่ได้ฟังน้องชายกล่าวถึงลักษณะของบุรุษที่เข้าหาเกี้ยวพาน้องสาวของเขา
และตอนนี้หมิงฮุ่ยและฟางจิงก็อึ้งงันจนพูดไม่ออกไปแล้วใครบ้างจะไม่รู้จักเรื่องราวของซื่อจื่อท่านนี้บ้าง เป็นสายเลือดผสมมีข่าวลือมากมายว่างดงามราวกับปีศาจเพราะสีผมและสีตาที่ไม่เหมือนชาวแคว้นฉีถึงแม้ในข่าวที่ลือกันนั้นจะบอกว่าเพราะซื่อจื่อมีพระมารดาเป็นคนชาวตาฟ้าแต่ก็ยังไม่สามารถลดข่าวลือว่าซื่อจื่อนั้นเหมือนปีศาจไปได้
“คุยอันใดกันอยู่หรือเจ้าคะข้าทำอาหารเสร็จแล้ววันนี้เรากินหม้อไฟกันนะเจ้าคะ ซดน้ำร้อนๆ ผักเปื่อยๆเนื้อนุ่มๆ ข้าให้ตั้งโต๊ะแล้วไปกินข้าวกันเถิดเจ้าค่ะ”หมิงเยว่เอ่ยชวนทุกคนกินข้าว แต่ว่าตอนนี้ท่านพ่อท่านแม่และพี่ใหญ่กำลังมองมาที่นางเหมือนอยากจะถามอะไรบางอย่างส่วนชุนชุนและหลันเอ๋อร์ก็กำลังกินเฉ่าเหมยกันอยู่ข้างๆ
“เยว่เยว่บอกพ่อมาตามตรง เจ้ารู้อยู่แล้วหรือไม่บุรุษผู้นั้นเป็นใคร”
สายตาจริงจังของท่านพ่อขณะที่ถามนั้นทำให้หมิงเยว่ต้องคิดตรึกตรองดีๆ ว่าท่านพ่อหมายถึงใครกัน
“ท่านพ่อหมายถึงซื่อจื่อเสวี่ยซีชางหรือเจ้าคะ”เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นนางมักจะเรียกเขาแบบนี้เสมอ นานๆทีถึงจะหลุดเรียกชาร์ลออกมา
“แซ่เสวี่ย!! เป็นความจริงหรือนี่”หมิงฮุ่ยยังคงตกใจเมื่อได้ยินชื่อแซ่เต็มๆ ของบุรุษที่เข้าหาบุตรสาว ไม่ผิดแน่แล้ว
“เจ้าค่ะ ข้าย่อมรู้ทั้งสีผมและสีตาของเขาไม่มีใครเหมือนอีกทั้งเรื่องราวข่าวลือก็มีมากมายที่ผู้คนพูดถึงกันข้าจึงรู้เจ้าค่ะ”
หมิงเยว่รู้ว่าเขาเป็นใครถึงเขาไม่เคยพูดตอนแรกนางก็ไม่ค่อยแน่ใจนักแต่เพราะเวลาร่วมเดือนที่อีกฝ่ายหมั่นไปมาหาสู่นางที่ร้านและพอได้พูดคุยกันอะไรหลายๆอย่างรวมถึงเขาก็ไม่ได้ปิดบังฐานะกับนางแต่อย่างใด จึงทำให้นางมั่นใจและตอนนี้หมิงเยว่ก็เปลี่ยนมาเรียกเขาว่าพี่ชาร์ลตามที่อีกฝ่ายร้องขอแล้วด้วยแต่ก็จะเรียกเช่นนี้ก็เฉพาะเวลาที่พูดคุยกันเพียงสองคนเท่านั้น
“เฮ้ออ เจ้ารู้อยู่แล้วเช่นนี้คิดเช่นไรเล่า”
“ข้ายังเด็กเจ้าค่ะท่านพ่อข้าและซื่อจื่อเพียงแต่คบหาเป็นสหายพูดคุยกันเท่านั้นแต่หากอนาคตความรู้สึกจะแปรเปลี่ยนไปก็ให้เป็นเรื่องของกาลข้างหน้าเจ้าค่ะ”เยว่เยว่ไม่อยากคิดหรือคาดหวังสิ่งที่ยังมาไม่ถึงแต่หากว่าความรู้สึกที่มีอยู่ตอนนี้คือความรู้สึกที่ลึกซึ้งจริงๆนางก็พร้อมยอมรับ
“เฮ้อเอาล่ะ ต่อไปพ่อจะเข้าร้านกับเจ้าทุกครั้งก็แล้วกัน” อย่างน้อยช่วงนี้ต้องตามติดบุตรสาวไว้ก่อนเป็นการดี
วันต่อมาเสวี่ยซีชางยังคงมาหาหมิงเยว่เช่นเดิมแต่ครั้งนี้เขามีโอกาสได้พบกับท่านพ่อของนางด้วย
“คารวะท่านอาหมิงฮุ่ยขอรับ”
“เสวี่ยซื่อจื่ออย่าทำเช่นนี้เลยพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมเป็นเพียงพ่อค้าคนธรรมดาเท่านั้น อย่างไรเชิญเข้ามาด้านในก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”ถึงแม้ข่าวลือเรื่องซื่อจื่อผู้นี้จะมีมากมายแต่หมิงฮุ่ยนั้นไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับตัวเสวี่ยซีชางเลยแม้แต่น้อยเขาเพียงแต่กังวลว่าหากเสวี่ยซีชางและบุตรสาวของเขาเกิดมีวาสนาต่อกันจริงๆบุตรสาวจะรับเรื่องราวที่ต้องเข้าไปอยู่ในตำหนักอ๋องได้หรือไม่ไหนจะขนบธรรมเนียมต่างๆของชนชั้นสูงอีก ด้วยครอบครัวเขาก็เป็นเพียงชาวบ้านพ่อค้าธรรมดาเพียงเท่านั้นเอง
ผ่านมาหลายวันที่หมิงฮุ่ยได้พบและพูดคุยกับเสวี่ยซีชางก็ยิ่งรู้สึกชื่นชมมากขึ้น ท่าทางดูเป็นบุรุษหนักแน่นมั่นคงไม่เหลาะแหละดีแต่วางอำนาจใหญ่โตเช่นชนชั้นสูงหรือขุนนางบางคนถึงจะพูดน้อยแต่แววตามั่นคงดูจริงใจยิ่งนัก ทำให้เวลาไม่กี่วันที่ได้เจอและพูดคุยหมิงฮุ่ยก็ออกปากเชื้อเชิญเขาไปเยี่ยมเยือนบ้านเสียแล้ว
“หากว่างๆ ขอเชิญซื่อจื่อไปดูสวนเฉ่าเหมยที่บ้านกระหม่อมได้พ่ะย่ะค่ะตอนนี้กำลังออกลูกงดงามมาก เฉ่าเหมยเด็ดกินสดๆ นั้นรสชาติดียิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นพรุ่งนี้เลยนะขอรับท่านอาหมิงฮุ่ย”ตัวเสวี่ยซีชางเองเขาก็ร้อนใจต้องการรีบทำให้ทุกคนที่เคยหมายตาเด็กน้อยของเขาได้รับรู้ว่านางนั้นเป็นคนของใครจึงต้องการทำให้ทุกคนได้เห็นถึงความสัมพันธ์นี้โดยเร็วที่สุดเขารอนางมาตั้งนานหลายปี ไม่มีทางยอมให้ใครเข้ามายุ่มย่ามกับเด็กน้อยของเขาเด็ดขาดและอีกไม่กี่วันเขาก็ต้องเดินทางเข้าเมืองหลวงแล้วด้วยเพราะฮ่องเต้มีราชโองการให้เขาให้เข้าเฝ้านั้นเองซึ่งก็ไม่รู้จะต้องไปนานเท่าไหร่กัน…..