*หมอกหลอนย้อนอดีต*
EP2: ห้วงเวลา 35 ปี ที่หายไป
ผมกะพริบตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อขับไล่ความมึนงงที่ยังเกาะกินอยู่ในสมอง พร้อมกับพยายามจ้องมองไปยังใบหน้าของชายที่อยู่ตรงหน้าให้ชัดเจนที่สุด ชายคนนี้ที่เรียกผมว่า “คุณเชียร”
“น้าครับ... ผม... คือผมจำน้าไม่ได้เลยครับ” ผมตอบออกไปอย่างยากลำบาก พลางสังเกตกลุ่มหมอกสีขาวมัว ๆ ที่เริ่มจางลงเล็กน้อย เผยให้เห็นต้นไม้และเสาไฟฟ้ารอบข้างที่ดูเก่าแก่และแตกต่างจากภาพที่ผมคุ้นเคย
ชายคนนั้นทำท่าทางใกว่าเดิม ก่อนจะหัวเราะหึ ๆ ออกมาอย่างประหลาดใจ
“คุณเชียรนี่หัวแตกแล้วคงจะเสียสติไปแล้วจริง ๆ นะเนี่ย! นี่ผมไงครับ! ไอ้ฉัตร ไง! ลูกชายตาจันทร์ที่ขายกาแฟข้างโรงสีน่ะครับ! แล้วที่ผมเรียกน้าว่าน้าน่ะ ก็เพราะน้าเป็ลูกพี่ลูกน้องกับพ่อผมนี่นา แถมยังแก่กว่าผมตั้งหลายปี”
ไอ้ฉัตร...? ลูกชายตาจันทร์...? ชื่อนี้คุ้นหูเหลือเกิน จนน่าหวาดกลัว ผมพยายามค้นความทรงจำของผม และจำได้ว่า น้าฉัตร เป็ญาติห่าง ๆ ที่แก่กว่าผมในยุคปัจจุบันราว ๆ 4-5 ปี แต่ตอนนี้... น้าฉัตรที่อยู่ตรงหน้ากลับดูหนุ่มแน่นกว่าผมในวัยสามสิบปลาย ๆ เสียอีก
ผมเงยหน้ามองน้าฉัตรอย่างเต็มตาอีกครั้ง เขาอยู่ในวัยไม่น่าจะเกินยี่สิบปลาย ๆ สวมเสื้อยืดสีซีดและกางเกงยีนส์ขาบานเล็กน้อย ทรงผมของเขา... มันเป็ทรงที่ผมไม่เห็นมานานกว่าสามสิบปีแล้ว
“เอ่อ... น้าฉัตรครับ...” ผมพยายามใช้คำเรียกที่ถูกต้องตามฐานะใหม่ แต่เสียงที่เปล่งออกมามัน แปร่งไปจากเดิม
มันไม่ใช่เสียงของผมที่เป็ปกติ
เสียงนี้มัน ทั้งทุ้ม... แหบ... และดูมีอายุ มากกว่าที่ควรจะเป็
ผมยกมือขวาที่ยังเปื้อนเืจากขมับขึ้นมามอง มือนั้น... ใหญ่กว่า และ หยาบกร้าน กว่ามือของผมในปัจจุบันมาก ที่ข้อนิ้วยังมีร่องรอยของการใช้งานหนัก และิัก็คล้ำแดดจัด
นี่มันไม่ใช่ลักษณะของผมเลย! ความจริงที่น่าตื่นตระหนกนี้พุ่งชนผมอย่างแรงจนรู้สึกเหมือนจะล้มลงไปอีกครั้ง
“คุณเชียร! ไปกันใหญ่แล้ว! นี่น้ายังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าล้มขนาดนี้ก็ต้องไปทำแผลนะ! รถน้าก็ล้มอยู่ตรงโน้น” น้าฉัตรชี้ไปที่จุดเกิดเหตุ
ผมหันไปมองตามทิศทางที่น้าฉัตรชี้ และภาพที่เห็นก็ทำให้ความสงสัยทั้งหมดกลายเป็ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้
มอเตอร์ไซค์คันสีฟ้าเข้มที่ล้มอยู่ไม่ใช่ ซูซูกิ รุ่นปี 1979 ที่ผมขี่มา แต่เป็ ฮอนด้า วิง คันเก่า ที่ดูทรุดโทรมกว่ามาก และที่สำคัญกว่านั้น...
ถนนตรงหน้าไม่ได้เป็ถนนลาดยางมะตอยที่เรียบกริบอีกต่อไป
มันเป็ ถนนดินแดง ที่เต็มไปด้วยหลุมและร่องลึกตามที่ผมเคยบรรยายถึงในความทรงจำ ผิวดินแห้งแล้งจนแตกระแหง สองข้างทางมีหญ้าคาขึ้นสูงท่วมหัวอย่างรกร้าง ผิดกับสภาพปัจจุบันที่ถูกปรับปรุงให้เป็ที่พักและร้านค้าร้านกาแฟอยู่เป็ระยะๆ
ความมืดมัวของหมอกที่เพิ่งจะจางไป ถูกแทนที่ด้วยแสงแดดในยามบ่ายที่ให้ความรู้สึกร้อนอบอ้าวราวกับการเปลี่ยนผ่านของฤดูอย่างกะทันหัน
“รถผม... ไม่ใช่คันนี้ครับ” ผมพึมพำ
“โธ่ คุณเชียร... ยังจะมาเล่นมุกอีก! นี่มันมอเตอร์ไซค์คู่ใจน้าไง! ฮอนด้าวิงคันแดง ที่น้าเอาไปพ่นสีฟ้าใหม่ไง! น้าลืมไปแล้วรึไง?” น้าฉัตรจับแขนผม และพยุงให้ผมลุกขึ้น
ผมกวาดตามองรอบตัวอีกครั้ง ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว
บ้านเก่าแก่หลังคาสีแดงที่เคยถูกทิ้งร้างในยุคปัจจุบัน ตอนนี้กลับดูมีชีวิตชีวา มีเด็กกำลังวิ่งเล่นและมีควันลอยขึ้นจากเตาถ่านที่อยู่ใกล้ ๆ ป้ายบอกทางที่เป็สนิมที่ระบุว่า "ทางไปอำเภอแกลง 15 กม." ก็ดูเก่าแก่กว่าที่ควรจะเป็มาก
ผมตัดสินใจแสร้งทำเป็เดินไปที่รถมอเตอร์ไซด์ของน้าฉัตร และเหลือบดูตัวเลขบนปฏิทินที่ติดอยู่บนกระจกบังลมของรถมอเตอร์ไซด์
“วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2533”
2533!
อะไรกัน... ทำไม ?
หัวใจผมหวิวๆ ราวกับจะเป็ลม และอดคิดไม่ได้ว่า นี่เราคงจะฝันไปหรืออย่างไร... แล้วผมก็แสร้งทำเป็ส่องดูหน้าตัวเองในกระจกส่องหลังของแฮนด์มอเตอร์ไซด์เหมือนอยากจะดูาแ แต่แล้วผมก็แทบ ช็อค ! กับใบหน้าของตัวเองในกระจก
นี่มันไม่ใช่หน้าของผม...!
นี่มันคือใบหน้าของ... 'ลุงเชียร'
เป็ใบหน้าของลุงเชียรที่ยังดูหนุ่มกว่าที่ผมคุ้นเคย ก่อนที่ลุงจะหายสาปสูญไปอย่างไร้ร่องรอย... จนถึงขณะนี้ !
นี่ผม... นี่ผมย้อนเวลา... กลับมาเมื่อ 35 ปีที่แล้ว ในร่างของลุงเชียร... หรืออย่างไร ?!
ความรู้สึกตื่นตระหนกเข้าปะทะความหวาดกลัวอย่างรุนแรง
“น้าฉัตร... เอ่อ... ไอ้เกล้า... หลานของผม...” ผมถามออกไปอย่างไม่แน่ใจว่าควรจะใช้คำว่า หลาน หรือ ตัวผมเองในอดีต
“ไอ้เกล้าเหรอ? ก็อยู่บ้านกับป้าสมศรีมันไง น้าจะห่วงอะไรมันนักหนา ไอ้เด็กเจ็ดแปดขวบก็อยู่ไม่ไกลจากนี่หรอก” น้าฉัตรตอบ
เจ็ดแปดขวบ! ผม ในวัยปัจจุบันที่อยู่ในร่างลุงเชียร... ตอนนี้กำลังจะไปเจอ ตัวเองในวัยเด็ก...?!
“ผม... ผมคงต้องไปที่บ้านก่อนนะฉัตร” ผมตัดสินใจว่าสิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือการออกจากจุดนี้ให้เร็วที่สุด และหาที่สงบเพื่อประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้น
“เออ ดี! เดี๋ยวผมไปส่งที่บ้านเลยนะ! แล้วน้าอย่าลืมไปล้างแผลซะก่อนล่ะ”
น้าฉัตรช่วยผมประคองรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าวิงของ ‘ลุงเชียร’ ขึ้นมา และให้ผมซ้อนท้ายรถของเขา การเดินทางกลับบ้านครั้งนี้ จึงเป็การเดินทางกลับบ้านที่แปลกประหลาดที่สุดในชีวิตของผม... เพราะผมกำลังกลับไปในบ้านในวัยเด็กของผม... ในฐานะคุณลุงของตัวเอง !
ขณะที่ผมนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งฝ่าถนนดินแดงที่เต็มไปด้วยฝุ่นแดง ๆ นั้น ผมก็คิดถึงลุงเชียรตัวจริง...
ถ้าผมอยู่ในร่างของลุงเชียรเมื่อ 35 ปีก่อน... แล้วลุงเชียรตัวจริงไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ ?
การหายตัวไปอย่างลึกลับของลุงวิเชียรในยุคปัจจุบัน... มันเกิดขึ้นเพราะเราสลับร่างกันในห้วงของหมอกสีเหลืองนี่ใช่ไหม?
ไม่ว่าคำตอบคืออะไร... ผมรู้แค่ว่า หากผม้ากลับสู่โลกของตัวเอง... ผมจะต้อง สวมบทบาท เป็ ‘เชียร ขจรเดช’ อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด... จนกว่าจะพบทางกลับบ้าน
แต่ก่อนอื่น... ผมต้องเรียนรู้ว่า ‘เชียร ขจรเดช’ ในปี พ.ศ. 2533 นี้ เป็ใคร? และเขากำลังทำอะไรอยู่ก่อนที่หมอกสีเหลืองจะพัดมาถึง...?
*โปรดติดตามตอนต่อไป*