ฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล)

    ตอนที่ 58 กลไก

    ตอนที่ 58 กลไก

     

    หลังจากที่อ่านจดหมายฉบับนั้นจบฟู่เยี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมคุณย่าของเธอคุณย่าของเธอเป็นผู้หญิงที่น่าทึ่งมากจริง ๆ !

     

    โดยในจดหมายได้บอกเอาไว้ว่าหากใครก็ตามที่อ่านจดหมายฉบับนี้ได้ คน ๆ นั้นก็คือหลานของเธอ

     

    เสิ่นซู่ฉีรู้อยู่แล้วว่าลูกของต้าหย่งคนใดคนหนึ่งจะสามารถศึกษาบันทึกเกี่ยวกับฮวงจุ้ยและหากล่องใบนี้จนพบในที่สุดซึ่งฟู่เยี่ยนคือคนคนนั้นอย่างนั้นหรือ ?

     

    เดิมทีเสิ่นซู่ฉีเจอหนังสือเล่มนั้นหลังจากที่เธอให้กำเนิดฟู่ต้าอันได้เพียง 1 ปีในตอนแรกเธอแค่อยากจะอ่านมันแก้เบื่อ ซึ่งเป็นอะไรที่ฆ่าเวลาได้ดีเลยทีเดียวแต่หลังจากที่ได้อ่านหนังสือเล่มนั้นไม่คิดเลยว่าเธอจะเอาแต่หมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องอภิปรัชญาจากนั้นเธอก็ได้เริ่มศึกษามันด้วยตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป

     

    จนกระทั่งไม่กี่ปีก่อนที่เสิ่นซู่ฉีจะเสียชีวิตความสามารถของเธอก็อยู่ในระดับที่สูงมากแล้ว ซึ่งตามเนื้อหาในจดหมายฉบับนี้เสิ่นซู่ฉีได้ทำนายดวงชะตาของตัวเองเอาไว้ทั้งยังเป็นการคำนวณที่แม่นยำถึงเก้าครั้งจากการทำนายสิบครั้งอีกด้วย

     

    โดยจดหมายฉบับนี้ได้บอกว่าของที่เธอทิ้งเอาไว้ได้อยู่บนเตียงหลังนี้แล้ว หากสามารถอ่านจดหมายฉบับนี้ได้เธอเชื่อว่าจะต้องหามันเจออย่างแน่นอน

     

    ในช่วงท้ายของจดหมายหากใครก็ตามที่เห็นจดหมายฉบับนี้ ได้โปรดช่วยตามหาตระกูลเสิ่นและถามพวกเขาด้วยว่าทำไมถึงขึ้นเรือไปโดยไม่รอเธอทำไมต้องปล่อยให้เธออยู่ที่นี่อย่างโดดเดี่ยวแบบนี้ทั้งยังไม่คิดที่จะกลับมาหาเธออีกด้วย

     

    เมื่ออ่านถึงตรงนี้ฟู่เยี่ยนก็เข้าใจได้ในทันทีว่าทำไมแม่ของเธอถึงบอกว่าก่อนที่คุณย่าจะเสียชีวิตคุณย่าได้ขอจากไปอย่างสงบบนเตียงหลังนี้ทั้งยังเข้าใจอีกด้วยว่าทำไมคุณย่าถึงได้เตรียมการเรื่องของฟู่เหล่าชวนได้ล่วงหน้าแบบนี้

     

    นั่นเป็นเพราะคุณย่าได้ศึกษาเรื่องนี้จนเข้าใจทุกอย่างแล้วนั่นเองจึงได้เห็นถึงคุณธรรมของคนที่อยู่รอบ ๆ ตัวได้

     

    หลังจากนั้น ฟู่เยี่ยนก็ได้วางจดหมายลงก่อนจะมองไปที่เตียงอย่างละเอียดอีกครั้ง

     

    เมื่อมองดูอย่างละเอียดแล้วฟู่เยี่ยนก็ตระหนักถึงบางอย่างขึ้นมาได้ และในขณะเดียวกันนั้นเองเธอก็มั่นใจถึงระดับอภิปรัชญาของคุณย่าของเธอ แม้ว่าจะไม่มีเนตรสวรรค์แต่ไม่สามารถมองข้ามความสำเร็จของคุณย่าในด้านอภิปรัชญาได้เลย

     

    เสิ่นซู่ฉีได้วางกลไกที่ดูเรียบง่ายแต่ชาญฉลาดมาก ๆ เอาไว้บนเตียงหลังนี้แล้ว

     

    เตียงหลังนี้มีกล่องที่เปิดได้เฉพาะฝั่งทางด้านขวาเท่านั้นซึ่งกล่องทางด้านซ้ายเหมือนจะถูกปิดตายอยู่แต่กล่องทางด้านซ้ายนั้นถูกบางอย่างปิดบังเอาไว้จึงทำให้คนธรรมดามองไม่เห็นว่ากลไกของมันอยู่ตรงไหน

     

    ทันใดนั้นเอง ฟู่เยี่ยนก็ได้นั่งยองลงไปกับพื้น ก่อนจะเคาะไปที่มุมของกล่องทางด้านซ้ายวินาทีต่อ กล่องดังกล่าวก็ได้กลายเป็นกล่องที่มีฝาปิดอยู่ในทันที

     

    เธอจึงเอื้อมมือไปเปิดฝานั้นออกอย่างง่ายดายและเมื่อเปิดมันออกมา ข้างในนั้นก็ได้มีตู้คล้าย ๆ กับเซฟสมัยใหม่อยู่

     

    เมื่อเห็นฉากนี้ฟู่ต้าหย่งและคนอื่นที่กำลังอ่านจดหมายอยู่ต่างก็พากันตกตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง

     

    นี่มัน...ทำไมถึงได้มีกลไกที่น่าทึ่งแบบนี้ซ่อนอยู่ได้กันล่ะ ?

     

    “เสี่ยวฮั่ว มองกลไกนี้ออกด้วยอย่างนั้นเหรอ ? ” ฟู่ต้าอันชื่นชมหลานสาวของเขาเป็นอย่างมาก!เธอเปรียบดังนางฟ้าสำหรับเขาเลยก็ว่าได้

     

    “นี่คือจดหมายที่คุณย่าได้ทิ้งเอาไว้ค่ะ พ่อคะหนูคิดว่าพ่อกับอารองควรจะเป็นคนอ่านมันเองนะคะ”ฟู่เยี่ยนบอกถึงวิธีการอ่านจดหมายให้กับฟู่ต้าหย่งก่อนที่เธอจะกลับไปให้ความสนใจกับสิ่งของที่อยู่ข้างในกล่องต่อ

     

    ตอนนี้มีกล่องอยู่สามกล่องซึ่งกล่องใบแรกนั้นเป็นกล่องที่บรรจุกล่องทองคำแท่งเอาไว้ ส่วนกล่องใบที่สองเป็นกล่องใส่เครื่องประดับ และกล่องใบที่สามมีเหรียญห้าจักรพรรดิอยู่สามเหรียญ

     

    เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่เยี่ยนก็ถูกกล่องใบที่สามดึงดูดความสนใจไปทันทีแม้ว่าของในนั้นจะไม่ได้ดีเท่ากับของที่เธอเก็บไว้ในดินแดนต่างมิติก็ตามแต่ก็ยังถือว่าเป็นของทางโหราศาสตร์ที่ค่อนข้างหายาก

     

    เนื่องจากฟู่เยี่ยนได้ศึกษาบันทึกของบรรพบุรุษมาอย่างลึกซึ้งแล้วดังนั้นเธอจึงมีความเข้าใจเกี่ยวกับอภิปรัชญามากขึ้นและฝึกฝนทักษะในระดับที่สูงขึ้นอีกด้วยเมื่อรวมกับการศึกษาทางกายภาพในบันทึกเล่มนั้นในก่อนหน้านี้จึงทำให้ประสาทสัมผัสทั้งหกของฟู่เยี่ยนชัดเจนมากยิ่งขึ้น

     

    และเนตรสวรรค์ของเธอก็ไวต่อความรู้สึกมากขึ้นด้วยเช่นกันในตอนนี้เธอแทบจะไม่ต้องตั้งสมาธิเลย แค่มองสิ่งต่าง ๆเพียงห้าวินาทีก็สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในได้แล้ว

     

    ฟู่เยี่ยนเชื่อเสมอว่าตราบใดที่เธอขยันฝึกฝนตัวเองอย่างหนักเธอจะต้องสามารถควบคุมเนตรสวรรค์ได้อย่างอิสระมากขึ้นแน่นอน

     

    ในขณะที่ฟู่เยี่ยนกำลังศึกษาเหรียญห้าจักรพรรดิทั้งสามเหรียญอยู่นั้นฟู่ต้าหย่งและคนอื่น ๆ ก็ได้อ่านจดหมายจบแล้ว

     

    ส่วนฟู่เยี่ยนก็ได้เก็บเหรียญห้าจักรพรรดิทั้งสามเหรียญเอาไว้ในกล่องเหมือนเดิม

     

    “พี่ใหญ่ เนื่องจากนี่เป็นกลไกที่เสี่ยวฮั่วสามารถเปิดมันออกมาได้ดังนั้นทุกอย่างก็ควรจะเป็นของเสี่ยวฮั่ว พี่ไม่ควรที่จะขโมยมันไปจากเธอนะ ! ”ฟู่ต้าอันรีบพูดเข้าข้างหลานสาวของเขาซึ่งความรักและความชื่นชมที่เขามีต่อหลานสาวนั้นมันมากกว่าความรักที่เขามีต่อพี่ชายเสียอีก

     

    “ทำไมแม่ถึงได้ลำเอียงขนาดนี้กันล่ะทำไมแม่ถึงไม่ให้ทองคำแท่งกับพี่ใหญ่เลย ? ” ซึ่งในข้อนี้ฟู่ต้าจวงและฟู่ต้าอันต่างก็มีความคิดเห็นตรงกัน

     

    “อารอง อาสาม ลองใช้ปลายมีดงัดกล่องใบนั้นดูสิคะ” ก่อนที่ฟู่เยี่ยนจะหยิบมันออกมานั้นเธอได้เห็นถึงสิ่งที่อยู่ข้างในแล้วซึ่งเธอรู้ดีว่าสิ่งนั้นมีค่ามากกว่าทองคำเสียอีก

     

    เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่ต้าจวงจึงได้รับกล่องใบนั้นมา ก่อนจะค่อย ๆ เปิดมันออกเบา ๆ และทันใดนั้นเองก็ได้มีกลิ่นหอมของบางอย่างฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ

     

    “นี่มันไม้อะไรกัน ? ทำไมมันถึงหอมขนาดนี้กันล่ะ ?” หลังจากที่ได้กลิ่นหอมนั้น หวังซู่เหมยก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที

     

    ในตอนนี้ ไม่มีใครรู้เลยว่าสิ่งนั้นคืออะไรมีเพียงฉือหมิ่นคนเดียวเท่านั้นที่รู้

     

    “พี่สะใภ้ใหญ่ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นไม้กฤษณานะคะ ! ”ฉือมินพูดออกมาด้วยความตกใจและเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็ทำให้เธอเข้าใจแม่สามีมากขึ้นอีกด้วย

     

    ไม่ใช่แค่เธอที่คิดแบบนั้นนี่เป็นครั้งแรกที่ฟู่ต้าหย่งและคนอื่นได้เข้าใจในความคิดของผู้เป็นแม่อีกด้วย

     

    “อาสะใภ้รองคะ มันไม่ใช่แค่ไม้กฤษณาธรรมดามันยังเป็นของเก่าแก่ที่ส่งต่อกันมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงด้วยนะคะ”ฟู่เยี่ยนสามารถมองเห็นถึงภูมิหลังของฉือหมิ่นได้เธอจึงรู้ดีว่าอาสะใภ้รองของเธอนั้นมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย

     

    “ว้าว แม่ของพวกเรารวยถึงขนาดนี้เลยอย่างนั้นเหรอ !ทำไมแม่ไม่เอาของพวกนี้ออกเร็วกว่านี้กันนะ เฮ้อ ! ”

     

    “หากแม่เอามันออกมาก่อนหน้านี้ไม่แน่อาจจะไม่มีนายอยู่ที่นี่ในวันนี้ก็เป็นได้ ! ” ฟู่ต้าหย่งพูดออกไปตามตรง

     

    ใช่แล้ว อย่าไปพูดถึงเรื่องในอดีตเลยในตอนนั้นหากพ่อของพวกเขารู้ว่าแม่มีสมบัติเหล่านี้อยู่มันคงจะไม่ได้ตกทอดมาถึงพวกเขาในวันนี้อย่างแน่นอน

     

    หลังจากที่คิดถึงเรื่องนี้อยู่ครู่หนึ่งฟู่ต้าหย่งก็ได้เอื้อมมือไปเปิดกล่องที่บรรจุทองคำแท่งเอาไว้ออกก่อนจะนับทองคำแท่งที่อยู่ภายในนั้นซึ่งมีจำนวนถึง 30 แท่ง ทั้งยังมีข้อความเล็ก ๆถูกเขียนเอาไว้อีกด้วย โดยบอกว่าทองคำแท่งเหล่านี้จะต้องถึงส่งต่อให้กับหลาน ๆของเธอคนละ 2 แท่ง ส่วนคนที่หาเจอ จะได้รับทองคำแท่งที่เหลือ8 แท่ง

     

    “ไอ้หยา แบบนี้ฉันกับพี่รองก็เสียเปรียบที่สุดน่ะสิ ! ”ฟู่ต้าอันตะโกนแทรกขึ้นมาในทันที

     

    “อารองคะ อย่างที่อารองเห็น ตอนนี้มีทองคำอยู่ทั้งหมด 30 แท่ง แต่จากที่หนูทำนายดูแล้ว ในรุ่นหลานของตระกูลจะมีเด็กถึง 12 คน ดังนั้นทองคำจะเป็นของรุ่นหลานในตระกูล 24 แท่งหากไม่นับคนที่อยู่ในท้องแม่ของหนู ตอนนี้ก็ยังเหลืออีกสี่คนที่ยังไม่เกิดแต่พวกอาก็ตามพ่อของหนูไม่ทันอยู่ดี”

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฟู่ต้าจวงก็คำนวณตามในทันทีก่อนจะพบว่ามันเป็นแบบนั้นจริง ๆ และตอนนี้ก็มีเด็กอีก 4 คนที่ยังไม่เกิดแบบนี้เขาต้องพยายามให้มากขึ้นกว่าเดิมเสียแล้ว !

     

    ทันทีที่ได้ยินคำพูดของฟู่เยี่ยนฉือหมิ่นจึงรีบฉวยโอกาสนี้ถามออกไปตามตรงโดยไม่สนใจผู้คนที่อยู่รอบข้าง“เสี่ยวฮั่วเธอคิดว่าฉันมีโอกาสที่จะมีลูกสาวบ้างหรือเปล่า ? ”

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่เยี่ยนจึงมองไปที่เธอในทันที ก่อนที่เธอจะเห็นดวงชะตาของลูก ๆอาสะใภ้รองที่ตอนนี้มีสีทองจาง ๆ เปล่งประกายออกมาซึ่งเธอเห็นว่าอาสะใภ้รองจะมีลูกชาย 2 คน และลูกสาวอีก 1 คนยิ่งไปกว่านั้นเป็นไปได้สูงมากที่น้องชายหรือไม่ก็น้องสาวของเธอกำลังจะมาเกิดแล้วแต่เธอก็ไม่สามารถพูดสิ่งเหล่านี้ออกไปได้

     

    “อาสะใภ้รองคะ หนูมองเห็นอาสะใภ้รองจะมีลูกชาย 2คนและลูกสาว 1 คนค่ะซึ่งนี่เป็นโชคชะตาที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้วดังนั้นอาสะใภ้รองควรที่จะใช้ชีวิตอย่างผ่อนคลาย แล้วความปรารถนาต่าง ๆของอาสะใภ้รองก็จะเป็นจริงเองค่ะ ! ”

     

    ทันใดนั้นเองฟู่ต้าจวงก็ได้เปิดกล่องใบที่สองสำเร็จและในกล่องใบนี้ก็มีข้อความถูกเขียนอยู่เช่นกัน ซึ่งมาพร้อมกับเครื่องประดับต่าง ๆสำหรับผู้หญิง อาทิเช่น หยก ทองคำ ไข่มุก หยกเหอเทียน ซึ่งมีเครื่องประดับรวมกว่า 20 ชิ้นเลยทีเดียว

     

    และข้อความด้านในนั้นก็ได้บอกว่าเครื่องประดับเหล่านี้มีไว้สำหรับลูกสะใภ้และหลานสาวของเธอซึ่งมันจะถูกแบ่งให้คนละ 2ชิ้น และคนที่คนพบสิ่งนี้ จะได้รับอีก 3 ชิ้นเพื่อเป็นรางวัล

     

    เมื่อหวังซู่เหมยและคนอื่นได้ยินเช่นนั้นพวกเธอก็ได้เดินเข้าไปในทันที ซึ่งด้วยความที่พวกเธอผู้หญิงจึงเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่จะชอบเครื่องประดับเหล่านี้

     

    “หืม ? เครื่องประดับทั้งหมดมี 21 ชิ้นพอดีเลยนี่นา หากนับพวกเรารวมกันแล้ว ตอนนี้ก็มีผู้หญิงทั้งหมด 9 คนพอดีที่จริงแล้วครอบครัวของเรามีผู้หญิงอยู่ 8 คนแต่เมื่อกี้นี้เสี่ยวฮั่วบอกว่าพี่สะใภ้รองมีดวงที่จะได้ลูกผู้หญิง 1 คน แบบนี้ก็พอดีกับเครื่องประดับเลยน่ะสิหมายความว่าน้องเล็กจะไม่มีลูกสาวแล้วใช่ไหม ? ” ฟู่ต้านีพูดพร้อมกับนับนิ้วมือของตัวเอง

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนต่างก็หัวเราะออกมาทันทีมีเพียงฟู่ต้าอันเท่านั้นที่ทำหน้าบูดบึ้งอยู่คนเดียว

     

    “ฉันคิดว่าแม่คงจะทำนายผิดแล้วล่ะ ถึงยังไงฉันก็จะต้องมีลูกสาวอย่างแน่นอนเสี่ยวฮั่ว เธอช่วยพิสูจน์เรื่องนี้ให้กับฉันหน่อยสิ”ฟู่ต้าอันพูดขึ้นมาราวกับว่าเขากำลังประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่อย่างไรอย่างนั้น

     

    “ไม่ผิดหรอกค่ะ หนูเคยสังเกตโหงวเฮ้งของอาสะใภ้สามแล้ว ซึ่งเธอจะมีลูกชาย 2 คน ไม่เชื่อ อาสามก็รอดูได้เลย ! ฮ่าฮ่า ! ”

     

    ทันใดนั้นฟู่ต้าอันก็รู้สึกได้ทันทีว่าการมีหลานสาวที่มีความสามารถแบบนี้ มันทำให้เขาไม่สามารถปิดบังความลับอะไรได้เลยจริงๆ !

    คล้ายกับเรื่องฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน