บทที่ 2 เกิดใหม่ตอนอายุสิบหก!
เสียงอึกทึกครึกโครมดังมาจากนอกประตู เว่ยฉางอันลืมตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างฉับพลัน
นางงุนงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพลิกตัวลุกขึ้นจากเตียงสิ่งที่ปรากฏแก่สายตา กลับมิใช่รอยยิ้มที่หื่นกระหายขององครักษ์และใบหน้าเปี่ยมสุขของเว่ยเจี่ยวอิง หากแต่เป็… ห้องหับของนางในจวนแม่ทัพที่คุ้นเคยยิ่งนัก?!
นี่มันเื่อะไรกัน?
หากมิใช่ความเ็ปแทบขาดใจกับความรู้สึกที่สูญเสียบุตรในครรภ์ยังคงฝังลึกในกระดูก เว่ยฉางอันคงคิดว่าสิ่งที่ผ่านมาทั้งหมดเป็เพียงฝันร้าย
ตึกตึกตึก!
เสียงเคาะประตูดังมา เว่ยฉางอันก็ตื่นตัวขึ้นมาในทันที “ผู้ใด?”
“คุณหนู เป็บ่าวเองเ้าค่ะ”
เสียงคุ้นหูดังมาจากนอกประตูเว่ยฉางอันแทบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
“เข้ามาเถิด” เว่ยฉางอันเอ่ยเสียงเรียบหลังจากจัดการเก็บอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างรวดเร็ว
ซู่ซินเปิดประตูเข้ามา มือถือถาดใส่ชุดกระโปรงยาวสีแดงอมน้ำตาลและเครื่องประดับชุดหนึ่งที่ดูหรูหราอลังการ
“คุณหนู วันนี้เป็วันเกิดครบรอบสิบหกปีของคุณหนูนะเ้าคะ ท่านแม่ทัพบอกว่าจะจัดงานให้อย่างดี ห้ามทำพลาดอย่างเด็ดขาด” ซู่ซินเอ่ยพลางเดินมายืนข้าง ๆ เว่ยฉางอัน แล้ววางอาภรณ์ในมือลง “คุณหนู เชิญนั่งลงตรงกระจกเถิด ข้าจะได้แต่งหน้าทำผมให้”
เว่ยฉางอันมองซู่ซินที่ดูอ่อนวัยลงหลายปีอย่างเห็นได้ชัด ในใจพลันรู้สึกราวกับผ่านมาหลายชาติภพแล้ว
“อืม”
เว่ยฉางอันขานรับ นางลุกขึ้นจากเตียงเดินไปนั่งลงตรงหน้ากระจก ปล่อยให้ซู่ซินจัดแจงบนศีรษะของนาง
นางมองใบหน้าอ่อนเยาว์ของตนเองในกระจกแล้ว ชั่วขณะหนึ่งในใจกลับรู้สึกหลากหลายอารมณ์ปนเปกัน
ช่างเป็โชคชะตาฟ้าลิขิตแท้ ๆ ที่ทำให้ตนเองได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง
นางแน่ใจแล้วว่าบัดนี้ตัวนางได้กลับมาเกิดใหม่ในตอนครบรอบวันเกิดอายุสิบหกอีกครั้ง
ทว่า เมื่อเอ่ยถึงวันเกิดทั้งที… ดวงตาของเว่ยฉางอันกลับหงอยเหงาลง แม้เวลาจะล่วงเลยมานานแล้ว แต่ก็ยังเป็ครั้งแรกที่นางได้พบหน้าหรงฉี นางจึงจดจำได้อย่างแม่นยำ
นางยังจำได้ดีว่า ในครานั้นนางไม่รู้ว่ามีแมลงผุดขึ้นมาจากที่ใดตั้งมากมาย ผู้คนต่างก็แตกตื่นจนเกิดความโกลาหล ทันใดนั้นร่างของนางถูกผลักตกลงไปอยู่ท่ามกลางฝูงแมลงและในที่สุดอาภรณ์ของนางก็ขาดวิ่นจึงเป็เหตุให้นางต้องอับอายขายหน้าเป็อย่างยิ่ง
แต่ในยามที่ผู้คนกำลังพากันหัวเราะเยาะนาง มีเพียงหรงฉีเท่านั้นที่ปลดเสื้อคลุมออกแล้วพานางกลับไปที่สวนทางด้านหลังอย่างอ่อนโยน
และด้วยเหตุการณ์ในคราวนั้นก็ทำให้เว่ยฉางอันตกหลุมรักหรงฉีในครั้งแรกที่ได้พบเห็น
แต่ในตอนนี้เมื่อได้หวนคืนมาอีกครั้งไม่ว่าเว่ยฉางอันจะมองเช่นไรก็รู้สึกว่าเื่นี้ย่อมต้องมีใครบางคนวางแผนไว้ก่อนแล้ว
“ซู่ซิน แขกในงานครานี้มีราว ๆ กี่คน” เว่ยฉางอันเอ่ยถาม
“ไม่มากนักหรอกเ้าค่ะคุณหนู มีอันใดหรือเ้าคะ?”
เว่ยฉางอันมองซู่ซินในกระจก แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “แน่นอนว่าย่อมเป็เื่ดีสิ ผู้คนที่มาต่างก็มาอวยพรวันเกิดให้คุณหนูของเ้า ข้าก็ต้องตอบแทนบางมิใช่รึ? เ้าไปเรือนเก็บของแล้วหยิบถุงหอมเปล่าให้พอสำหรับแขกทุกคนที่อยู่ในงาน จากนั้นเ้าใส่หญ้างูที่ปลูกอยู่หน้าเรือนข้าเข้าไปด้วย”
“เ้าคะ!?” ซู่ซินจ้องมองเว่ยฉางอันด้วยความงุนงงราวกับยังไม่เข้าใจว่าคุณหนูของนางตั้งใจจะทำสิ่งใดกันแน่
“รีบไปเถิด วันนี้พวกเขามาอวยพรวันเกิดให้ข้าข้าควรจะให้ของขวัญตอบแทนพวกเขาบ้างเช่นกัน” เมื่อเห็นว่าซู่ซินยังจะเอ่ยถามเว่ยฉางอันก็จ้องมองไปยังนางก่อนจะผลักนางเบา ๆ ออกไปนอกประตู
ซู่ซินออกจากห้องด้วยความสับสน นางยังคงสงสัยอยู่ว่าเว่ยฉางอันจะให้ของขวัญแก่ผู้อื่นทั้งทีแต่ไฉนจึงได้เลือกมอบหญ้างูให้กัน ถึงกระนั้นด้วยความที่ซู่ซินได้รับคำสั่งจากเว่ยฉางอัน นางจึงลงมือทำตามคำสั่งของเว่ยฉางอันยังไม่รู้ตัว
เว่ยฉางอันมองตามซู่ซินที่ออกจากห้องไปอย่างงุนงง หัวใจของนางก็รู้สึกเ็ป เด็กสาวที่ไร้เดียงสาเช่นนี้ไฉนถึงมีความกล้าเอาตัวเองปกปกป้องนางได้มากถึงเพียงนั้นกันน้อ...
กระนั้นยามที่เว่ยฉางอันนึกถึงชะตากรรมอันโหดร้ายที่ซู่ซินเผชิญในชาติก่อน ความเกลียดชังที่มีต่อเว่ยเจี่ยวอิงและหรงฉีก็ยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก!
เว่ยฉางอันมองตัวเองในกระจกแววตาดุร้ายก็ฉายแวบหนึ่งในดวงตาที่เรียวหงส์ของนาง
คอยดูเถิด! ข้าเว่ยฉางอันกลับมาแล้ว… การแสดงครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มเท่านั้น!
ผ่านไปไม่นานซู่ซินก็จัดการทุกอย่างที่เว่ยฉางอันสั่งไว้เรียบร้อยแล้ว เว่ยฉางอันมองถุงหอมที่ถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบด้วยสายตาที่เ็า
นางสาบานแล้วว่าชาตินี้จะต้องทำให้คู่ผีเน่ากับโรงผุนั่นตายตกไปอย่างทุกข์ทรมานให้ได้!
หญ้างูเป็ของดีไม่เพียงแต่ช่วยให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า แต่เหล่าแมลงมีพิษและสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลายพอได้กลิ่นของหญ้างูก็จะหลีกหนี เว่ยฉางอันจึงคิดใช้ถุงหอมหญ้างูนี่แหละในการแสดงฉากต่อไป
ซู่ซินมองเว่ยฉางอันอ้าปากเล็กน้อย คล้ายว่าอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา
นางรู้สึกว่าเ้านายของนางตื่นขึ้นมาในครานี้ดูแตกต่างจากเดิมไปบ้าง แต่ว่าแตกต่างตรงไหนกันแน่ซู่ซินก็บอกไม่ถูก
“คุณหนู รีบให้ข้าแต่งตัวให้ท่านเถิด! ท่านดูสินี่มันจะสายแล้วนะเ้าคะ!” ซู่ซินเอ่ยอย่างร้อนใจ
เว่ยฉางอันที่แต่งตัวเสร็จสรรพยิ่งเพิ่มเสน่ห์งดงามขึ้นอีกหลายส่วน
หญิงสาววัยสิบหกปีเป็วัยที่สาวน้อยงดงามเย้ายวนใจที่สุด
ชุดกระโปรงยาวสีแดงอมชมพูมีลักษณะเอวคอดและแขนกว้างที่เน้นให้เห็นรูปร่างที่เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ของเว่ยฉางอันยามที่แขนเสื้อกว้างขยับพริ้วไหวก็ดูราวกับดอกกุหลาบที่กำลังบานสะพรั่ง
ใบหน้าอันงดงามไร้ซึ่งที่ติไม่ได้แต่งแต้มสีสันอันใด ผมดำขลับถูกเกล้าขึ้นครึ่งศรีษะเสียงกระทบของปิ่นปักผมทองคำที่แกว่งไกวตามจังหวะการเดินช่างงดงามสะดุดตายิ่ง
เพียงเว่ยฉางอันก้มหน้ายิ้มน้อย ๆ ก็มีเสน่ห์ทำให้ใจของผู้คนที่พบเห็นสั่นไหวได้
ธิดาฉางอันแห่งจวนแม่ทัพช่างงามพิลาสยิ้มครั้งแรกสะกดคนทั้งเมือง ยิ้มครั้งที่สองสะกดแผ่นดิน
ซู่ซินมองเว่ยฉางอันอย่างเคลิบเคลิ้ม “คุณหนู ท่านช่างงดงามยิ่งนัก…”
เว่ยฉางอันได้ยินดังนั้นก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้นางยื่นมือไปจิ้มหน้าผากซู่ซิน “พอได้แล้ว ก็มีแต่สาวใช้ปากหวานเช่นเ้านี่แหละ ไปนำถุงหอมมาและเราไปงานเลี้ยงกันเถิด จริงสิ… ส่งคนไปกันเว่ยเจี่ยวอิงไว้ด้วย”
กล่าวถึงเว่ยเจี่ยวอิงแววตาของเว่ยฉางอันก็เ็าลงเล็กน้อยแต่ซู่ซินกลับไม่ทันสังเกตเห็น
อย่างไรก็ตามซู่ซินมักจะเชื่อฟังเว่ยฉางอันอยู่แล้วประกอบกับนางเกลียดชังเว่ยเจี่ยวอิงอยู่ด้วยจึงกระทำในเื่นี้ได้อย่างคล่องแคล่ว
แขกส่วนใหญ่มาถึงงานเลี้ยงแล้ว ส่วนใหญ่เป็คนเชื้อพระวงศ์และขุนนาง แม้ว่าจะเป็งานวันเกิด แต่ที่จริงแล้วนี่เป็เพียงโอกาสอันดีที่พวกขุนนางทั้งหลายจะได้เข้ามาสานสัมพันธ์กัน
ทันทีที่เว่ยฉางอันปรากฏตัวนางก็ดึงดูดสายตาของผู้คนส่วนใหญ่ไปได้
“ข้าขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมอวยรวันเกิดข้าในวันนี้… ข้าน้อยมิได้มีความสามารถอันใด แม้ในฤดูใบไม้ผลินี้ก็มิได้มีสิ่งดี ๆ มอบให้แก่ทุกท่าน” เว่ยฉางอันก้าวเดินออกมาอย่างสง่างามพร้อมกับส่งสัญญาณให้ซู่ซินนำเอาถุงหอมมาข้างหน้า “ในสวนมีแมลงอยู่มาก ถุงหอมหญ้างูนี้ใช้สำหรับป้องกันยุงและแมลงได้ดียิ่งนัก… ข้าหวังว่าทุกท่านจะมิรังเกียจรับสิ่งนี้แทนคำขอบคุณจากข้านะเ้าค่ะ”
กล่าวจบเว่ยฉางอันก็ให้ซู่ซินแจกถุงหอมเหล่านี้
หญ้างูมีกลิ่นที่หอม เนื่องจากเว่ยฉางอันกลัวแมลงมาโดยตลอดด้วยเหตุนี้เว่ยหรงจิ่งจึงได้นำหญ้างูเหล่านี้มาจากชายแดนโดยเฉพาะเพื่อนำมาปลูกไว้ที่เรือยของเว่ยฉางอัน
เมื่อนึกถึงเว่ยหรงจิ่งหัวใจของเว่ยฉางอันก็รู้สึกเจ็บแปลบ
ใน่เวลานี้ของชีวิตก่อน พี่ชายของนางยังประจำการอยู่ที่ชายแดนไม่สามารถกลับมาฉลองวันเกิดกับนางได้
“ขอบคุณคุณหนูเว่ย คุณหนูเว่ยช่างใส่ใจ” เหล่าคุณชายและคุณหนูที่ได้รับถุงหอมต่างก็กล่าวขอบคุณเว่ยฉางอัน
“มิเป็ไรเ้าค่ะ…” เว่ยฉางอันหัวเราะเบา ๆ พร้อมยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดบังความเ็าในดวงตาไว้
ส่วนสำคัญของงานวันนี้… อยู่ที่ครึ่งหลังต่างหาก!
“ซู่ซิน อีกประเดี๋ยวเ้าอย่าลืมหยิบถุงหอมหญ้างูออกมาล่ะ” เว่ยฉางอันออกกำชับจากนั้นก็หยิบถุงหอมใบหนึ่งจากถาดของซู่ซินเก็บไว้แล้วเดินหลบไปซ่อนตัวอยู่ในมุมเงียบ ๆ
“องค์รัชทายาทเสด็จ! ชินอ๋องถึงแล้ว!”
เมื่อได้ยินเสียงของขันทีที่หน้าประตู…สีหน้าของเว่ยฉางอันเ็าขึ้นทันที! ั์ตาสีดำแปลเปลี่ยนเป็ความความเย็นเยียบเผยแววตาอาฆาตที่รุนแรงจนแทบจะกลั้นเอาไว้ไม่อยู่
หรงฉี!