หลังจากที่ทำการสอบสวนเสร็จแล้วก็ส่งทั้งสามคนไปยังเมืองหลวงโดยมีเสี่ยวซานไปในครั้งนี้ด้วย เพราะอาจมีการลอบฆ่าเพื่อปิดปากก็เป็ได้ ส่วนหลักฐานทั้งหมดในตอนนี้อยู่ในมือของเหลียงซานเป็ที่เรียบร้อย
แต่ยังน่าเสียดายอยู่บ้างที่ไม่สามารถจับอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายและหนิงอ๋องได้โดยตรง คงมีแต่ตัดขั้วอำนาจขุนนางของอีกฝ่ายได้เท่านั้น
เหลียงซานยังมีเื่ต้องสะสางกับตระกูลเฉินอยู่ เพราะการที่มายุ่งกับเลี่ยงหรงแบบนี้ทำเอาเหลียงซานรำคาญอยู่มิน้อย
เมื่อเก็บกวาดทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ก็ให้ทหารขนแร่สีขาวมารวมกันไว้ให้หมด เื่นี้มิใช่เื่ธรรมดา หากไปตกอยู่ในมือใครสักคน มีทางเดียวคือหาทางกำจัดแร่สีขาวนี้ทิ้ง โดยไม่ให้มีกระทบตามมาน้อยที่สุด
วันรุ่งขึ้น
เลี่ยงหรงได้เรียกชาวบ้านมารวมตัวกัน เพื่อแจ้งเื่ที่เกิดขึ้นให้ทราบ รวมถึงค่าชดเชยตลอด่ที่ถูกอี้หานยักยอกออกไปคืนสู่แก่ชาวบ้าน เมื่อผู้นำกระทำความผิดอย่างร้ายแรงจึงต้องมีการแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านมาแทนก่อน
เมื่อได้ผู้ใหญ่บ้านเป็ที่เรียบร้อยเลี่ยงหรงก็ชูเอกสารที่เป็สัญญาการซื้อขายแร่ต่างๆ รวมทั้งมอบสมุดบัญชีให้กับผู้ที่ความรู้ที่ไว้ใจได้
มีการค้นจวนของนายอำเภออี้เฟิงและจวนของหลานสาว เพื่อสืบหาหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งอี้เฟิงก็ให้การสภาพแล้วว่าเป็ผู้ฆ่าอี้หานด้วยตนเอง เหตุเพราะสตรีที่ตนหลงรักไปชอบอี้หาน และยังมีเื่ของแร่ทองคำอีกที่อี้หานมิยอมให้ส่วนแบ่ง
อี้เฟิงโดนคดีฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีส่วนร่วมในคดีที่เด็กหายตัวไป มีส่วนรู้เห็นกับอี้หาน(ผู้ตาย)เื่แร่ทองคำ
สุดท้ายแล้วอี้เฟิงถูกฆ่าตายในคุกหลวง ส่วนอี้จิ้งและอี้ชิงถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดนไม่ให้กลับมาอีก
ส่วนเลี่ยงหรงก็เดินทางกลับเมืองหลวงอย่างปลอดภัย พร้อมได้รับรางวัลจากฝ่าามากมาย เพราะคดีในคราวนี้เชื่อมโยงหลายคดีเข้าด้วย สร้างความลำบากให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อนเป็อย่างมาก
เมื่อเดินทางกลับไปที่ค่ายทหารก็พบเห็นคุณหนูเฉินมายืนรอต้อนรับอยู่ ทำตัวราวกับว่านางเป็ภรรยาของแม่ทัพเลี่ยง ซึ่งเลี่ยงหรงก็รู้ดีจึงสั่งให้ทหารไปบอกให้คุณหนูเฉินหลบเพราะเกะกะขวางทาง ทำให้ทหารไม่สามารถเข้าไปได้
ผู้ที่ดูแลค่าย่ที่เลี่ยงหรงมิได้อยู่ ย่อมเป็ลู่เฟินที่คอยจัดการ เมื่อเห็นสหายของตนกลับมาก็ให้การต้อนรับแล้วไล่คุณหนูเฉินกลับไป
ก็ว่าอยู่ค่ายทหารมิใช่ที่ที่สตรีจะเข้าไป
หึ บิดามารดาของนางช่างสั่งสอนได้ดีจริงๆ
เื่คดีโจรในคราวนี้เลี่ยงหรงได้รับความดีความชอบมากมาย จนเป็ที่อิจฉาของขุนนางที่เมื่อเห็นของที่ฝ่าาประทานมาให้แล้ว นับว่ายังโชคดีที่เลี่ยงหรงขอราชโองการเลือกคู่ครองเองเอาไว้แล้ว
แต่ก็มีแม่สื่อจากจวนขุนนางมากมายต่างมาเยี่ยมถึงจวนหวังจะให้แม่ทัพเลี่ยงสนใจมาแต่งกับบุตรสาวของตน เมื่อมากจนเกินไปเลี่ยงหรงจึงสั่งปิดจวนลง หากมีผู้ใดฝ่าฝืนให้โยนออกไปอย่างมิไยดี
เพราะว่าเหนื่อยจากคดีโจรอยู่หลายวัน เลี่ยงหรงจึงให้ทหารที่ไปได้พักสามวัน และหลังจากนั้นก็กลับมาฝึกเช่นเดิม แม้เลี่ยงหรงเองก็หยุดแต่ก็มิได้คิดจะหยุดทั้งหมด มีมาแค่่เช้าบางแล้วก็กลับ
อ่าอีกเื่ เื่ข่าวลือข้ากับคุณหนูเฉิน แต่ส่วนใหญ่ก็มาจากตัวนางเองนั่นแหละที่ปล่อยข่าวลือเช่นนี้ออกมา ว่าตัวนางและแม่ทัพเลี่ยงกำลังคบหาดูใจกันอยู่ มีการซื้อของให้กันบ้าง
บ้าบอ พึ่งจะกลับมาจะไปซื้อให้ได้อย่างไร
ข่าวลือช่างเกินจริงเสียเหลือเกิน
แต่รู้สึกเสี่ยวซานเองก็มาบอกเป็นัยๆว่าให้ระวังตัวเอาไว้ ยังไงตระกูลเฉินก็เป็ตระกูลของฮองเฮามิอาจดูเบาได้ และเสี่ยวซานยังบอกอีกว่ามิต้องเป็ห่วงดูเหมือนคุณหนูเฉินจะโดนเพ่งเล็งจากคุณหนูหลายๆนางที่ต่างหมายปองเลี่ยงหรงก็ต่างหันหลังในคุณหนูเฉิน มีการกลั่นแกล้งกันเกิดขึ้น
จนมีข่าวลือเพิ่มมาอีกว่าแม่ทัพเลี่ยงไม่ปกป้องคุณหนูเฉินเลย ทั้งๆที่กำลังคบหาดูใจกันอยู่แท้ๆ ทำเอาปวดหัวกันทีเดียว
“ เลี่ยงหรง วันนี้เ้าว่างหรือไม่ “
“ มีอันใดหรือ “
“ เออคือ คือข้าอยากไปซื้อของอย่างหนึ่ง อยากให้เ้าไปด้วย “ ไยต้องทำหน้าแดงด้วยเล่า หรือว่าเ้าลู่เฟินมีคนที่ชอบแล้ว
“ เ้าจะไปซื้ออันใด “
“ หึ้ย ข้ามิบอกหรอก เ้าว่างก็พอแล้ว “ ทำมาเป็ไม่ตอบเสียด้วย
“ ได้ ข้าว่าง “
“ เช่นนั้นพรุ่งนี้ยามซื่อข้าจะไปหาเ้าที่จวน “
“ ได้ “
หลังจากตกลงกันเสร็จเรียบร้อย ลู่เฟินก็ขอตัวไปฝึกทหารต่อ ส่วนเลี่ยงหรงก็มานั่งตรวจเอกสารของ่หลายวันที่ผ่านมาว่าเรียบร้อยดีหรือไม่ ต่อให้ไว้ใจมากแค่ไหนแต่การตรวจทานอย่างสม่ำเสมอก็ลดความผิดพลาดได้
ก๊อกๆ
“ เข้ามา “
เป็เสี่ยวซานที่มาพร้อมถือชาและขนมมาให้ตามคำสั่งของชินอ๋อง
“ ฝากขอบคุณพี่เหลียงด้วย “
“ แม่ทัพเลี่ยงจะให้ข้าชงชาให้หรือไม่ “ ไหนๆก็ได้ขนมมาจากพี่เหลียงทั้งที ทานคู่กัน จะได้ผ่อนคลายบางก็ดี
“ ฝากเ้าด้วย “ เมื่อเสี่ยวซานชงชาและจัดจานใส่ขนมมาให้ก็ขอตัวกลับไป เลี่ยงหรงค่อนข้างเกรงใจเสี่ยวซานอยู่บาง แต่ตัวเ้าก็ดึงดันที่จะปฏิเสธ
เมื่อกลับจวนมาเลี่ยงหรงก็หันไปมองปฏิทิน คงใกล้ข้ามาแล้วสินะ เหลืออีกเพียงไม่กี่วัน
เช้าวันต่อมา
ลู่เฟินมารอเลี่ยงหรงอยู่ในศาลาพรางจิบชา ลู่เฟินถือมาเร็วอยู่มิน้อย ตื่นเต้นอันใดขนานนั้นกัน
“ ไปกันเถิด “
มิน่าเชื่อเลยว่าร้านที่ลู่เฟินมานั้นจะเป็ร้านขายปิ่น ดูท่าแล้วน่าจะเลือกอยู่นานเลยคิดว่าจะไปนั่งในร้านน้ำชาสักหน่อยก็ดี แต่ว่า...
“ คารวะท่านแม่ทัพเ้าค่ะ “ คราวนี้มีทั้งคุณหนูเฉินและคุณหนูเจียงที่มาด้วยกัน บิดาของทั้งสองมิค่อยจะถูกกันสักเท่าไหร่ มินึกเลยว่าพวกนางจะยอมมาด้วยกันโดยไม่มีเื่
“ อืม “ เลี่ยงหรงเพียงขานรับสั้นๆเท่านั้น
“ ท่านแม่ทัพมาเลือกปิ่นให้คุณหนูเฉินหรือ “ สิ้นเสียงของคุณหนูเจียงทำเอาคุณหนูเฉินเขินอายมิน้อยเลย
“ เปล่า “
“ ท่านแม่ทัพอย่าเขินอายเลยเ้าค่ะ “
“ ข้าบอกตอนไหนว่ามาซื้อ “ คราวนี้เลี่ยงหรงแผ่กลิ่นอายใส่คุณหนูเจียงเพียงเล็กน้อย แต่นั่นก็ทำเอาคุณหนูเจียงตัวสั่นด้วยความกลัว
“ ก็เห็นท่านมายื่นอยู่ตรงนี้ ข้าก็เลย... “ นางทำหน้ารู้สึกผิด ตอนนี้สายตาของคนทั้งร้านต่างมองมาที่ทั้งสามคนมีทั้งพวกสอดรู้สอดเห็น บ้างก็อยากชมความสนุก
“ มิใช่ว่าข้าตอบปฏิเสธไปแล้วหรอกรึ เกรงว่าหูของเ้าคงมิดีเสียแล้ว “
“ ท่านแม่ทัพอย่าว่าคุณหนูเจียงเลยเ้าค่ะ นางเพียงแค่หวังดี “
“ แล้วอย่างไร “ จำเป็ต้องสนใจด้วยหรือ
“ ข้าก็แค่ “
เลี่ยงหรงที่เห็นลู่เฟินที่กำลังใกล้เข้ามา ก็ไปจากตรงนั้นเข้าไปหาลู่เฟินทันที ส่วนลู่เฟินก็ได้ยินสียงซุบซิบก็ทำเอารู้สึกผิดที่พาเลี่ยงหรงมาที่นี่
ทั้งสองคนเมื่อออกไปได้ก็เริ่มเห็นว่าเริ่มหิวกันแล้วโดยเฉพาะลู่เฟิน จึงแวะไปทานอาหารก่อน
" ได้ มื้อนี้ข้าเลี้ยงเ้าเอง " ทั้งคู่มาถึงภัตตาคารร้านอาหารหนึ่ง
" เ้าอยากทานอันใดเป็พิเศษหรือไม่ " มิใช่อาหารที่พี่เหลียงทำก็กินอาหารร้านอื่นมิอร่อยอีกเลย แต่ก็แค่บางร้าน
" เอาอะไรก็ได้ " ลู่เฟินสั่งอาหารขึ้นชื่อของร้านมาห้าหกอย่าง
" ลู่เฟินข้าจะพาเ้าไปที่เมืองแห่งหนึ่งเสียหน่อย “
" ที่ใดหรือ “
“ เมืองกวนอูน่ะ “ ่นี้บ้านเมืองยังปลอดาอยู่ แถมฝ่าายังให้เลี่ยงหรงพักตั้งเดือนหนึ่ง นั้นจึงเป็โอกาสที่จะไปเมืองกวนอูอันเป็เมืองที่เกิดคดี
" เลี่ยงหรงข้าสงสัยทำไมตอนเ้าต้องชวนข้าไปเมืองกวนอูละ "
" ก็เื่คดีที่เกิดขึ้นนี่แหละ "
" แล้วเ้ารู้ได้อย่างไร ? " ลู่เฟินถามอย่างสงสัย
" ข้าฝัน " เลี่ยงหรงเลือกที่จะโกหกออกไป จะให้บอกยังไงได้ละว่าย้อนเวลากลับมา
" ฮะ! ฝันเนี่ยนะ " ลู่เฟินถึงจะไม่เชื่อแต่สักถามต่อ
บทสนทนาก็จบลงเมื่ออาหารมา ทั้งสองคนจึงลงมือทาน ทานได้สักพักก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายมาจากด้านล่าง
" เสียงดังจริง " เป็ลู่เฟินที่บ่นขึ้นมา
" ช่าง รีบทานเถิด "
เมื่อทานเสร็จทั้งสองคนก็จ่ายเงิน ลงมาถึงบันไดเลี่ยงหรงถึงกับชะงักเมื่อเห็นชินอ๋อง ไม่ใช่แค่นั้นยังมีคุณหนูเจียงอยู่ด้วย
นี่มันเกิดเื่อะไรขึ้น ?
" คารวะท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ " เลี่ยงหรงและลู่เฟินทำความเคารพ ไม่คิดว่าพี่เหลียงจะอยู่ที่นี่ด้วย
" มีเื่อะไรเกิดขึ้นหรือถึงได้เสียงดังโวยวายนัก " ลู่เฟินถามชินอ๋องอย่างสงสัย
" เื่ของสตรีน่ะเปิ่นหวางเพียงแค่เดินผ่านมาเท่านั้น "
มีคุณหนูสวีมาสาดน้ำชาใส่คุณหนูเจียงแถมยังกล่าวหาว่านางนั้นไปยั่วยวนคู่หมั้นของนาง ทำให้เกิดมีปากเสียงกัน จนคู่หมั้นของคุณหนูสวีเดินเข้ามาพร้อมกับประกาศการยกเลิกหมั้นหมายกับคุณหนูสวีพร้อมยังเข้าข้างคุณหนูเจียงอีก ทำให้มีการลงไม้ลงมือเกิดขึ้น
" ท่านอ๋องช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ " คุณหนูเจียงร้องห่มร้องไห้อ้อนวอนชินอ๋อง ดูยังไงก็เสแสร้งชัดๆ ทั้งๆที่ไปยุ่งกับอีกฝ่ายเองแท้ๆ
" เ้าเองก็เป็ต้นเหตุที่ทำให้เกิดเื่นี้ งั้นไปเรียกบิดาของพวกเ้ามาดีหรือไม่ " ชินอ๋องกล่าวอย่างไม่สนใจ
" ตะแต่ว่า หม่อมฉันมิได้ทำ "
" ถ้ามิได้ทำแล้วคุณหนูสวีใส่ร้ายเ้าหรือ " เมื่อหันหน้าไปถามคุณหนูสวีเพื่อ้าหลักฐานว่าคุณหนูเจียงนั้นทำจริงหรือไม่
" หม่อมฉันมีพยานหลักฐาน "
" เช่นนั้นก็รบกวนคุณหนูสวีแสดงหลักฐานมาด้วย “
คุณหนูสวีมีเป็จดหมายที่เขียนถึงคุณหนูเจียงเป็การนัดพบของทั้งสอง แถมยังมีหลายฉบับ มีจดหมายตอบกลับและพรรณนาถึงฝ่ายชายมากมาย มิใช่แค่นั้นยังมีชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นจำหน้าทั้งสองคนได้
แต่มีจดหมายฉบับหนึ่งถึงการวางแผนที่จะถอนหมั้นกับคุณหนูสวี โดยจะยากำหนัดใส่คุณหนูสวีกับบ่าวรับใช้อีกด้วย มีการพบยาปลุกกำนันในห้องของคุณหนูเจียงอีกตั้งหาก
หลักฐานชัดขนาดนี้ ทำเอาชาวบ้านที่ได้ยินถึงความจริงครั้งนี้ถึงกับด่าทอทั้งสองคน ในครั้งมีทั้งชินอ๋อง แม่ทัพเลี่ยง กุนซือลู่เฟิน อยู่ด้วย ทำให้ทั้งสามกลายเป็พยานในครั้งนี้ด้วย
“ คุณหนูเจียงคงได้ยินชัดแล้ว เช่นนั้นเปิ่นหวางจะเป็ตัวแทนให้พวกเ้าทั้งสองได้แต่งงานกันจริงๆดีหรือไม่ “ สีหน้าของคุณหนูเจียงถึงกับซีดเผือดลง นางแค่อยากจะกำจัดนังจิ้งจอกนั้นเพื่อความสะใจเฉยๆ ไหนเื่ถึงออกมาเป็เช่นนี้ได้เล่า แถมยังรู้ต่อหน้าท่านอ๋องอีก
ตอนนี้มีชาวบ้านมากมายมายืนดู จนตอนนี้เื่ของคุณหนูสวี คุณหนูเจียง โด่งดังไปทั่วแล้ว จนลามไปถึงหูของบิดาของคุณหนูเจียง
' คุณหนูเจียงนะหรือจะมาแย่งคู่หมั้นผู้อื่น '
' เ้าไม่ได้ยินรึว่าคุณหนูสวีมีหลักฐาน '
'ดูท่าคุณหนูสูงศักดิ์อย่างนางมิมีใครเอาเลยต้องมาแย่งคู่หมั้นคนอื่น ช่างหน้ามิอายยิ่งนัก '
' นางดอกบัวละสิ '
' เสแสร้งยิ่งนัก '
ซึ่งข่าวส่วนใหญ่จะเป็คุณหนูเจียงที่ได้รับการผลกระทบมากที่สุด
จวนตระกูลเจียง
หลังเกิดการทะเลาะที่ภัตตาคารก็รีบให้คุณหนูเจียงกลับจวนโดยเร็วที่สุด เมื่อกลับมาถึงจวนก็มีบิดามารดา ฮูหยินรอง คุณหนูรอง นั่งอยู่ในห้องโถง
“ ทะ…ท่านพ่อ “ เมื่อเห็นสีหน้าของบิดาตนนางก็มิกล้าทำอันใดมากนัก
“ นั่งลง เ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าทำอันใดลงไป “
“ เื่คู่หมั้นของคุณหนูสวี ลูกมิรู้เื่นะเ้าค่ะ “ นางปฏิเสธอย่างเสียงแข็งว่าตนนั้นมิได้ทำ
“ หึ พ่ออุตส่าห์ให้โอกาสเ้าแล้ว แต่กลับทำเื่เสียหาย “ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าลูกของตนนั้นชมชอบชินอ๋อง ทั้งๆที่อีกฝ่ายก็เป็ศัตรูแท้ๆยังกล้า
“ พ่อจะกักบริเวณเ้าหนึ่งเดือน ใน่หนึ่งเดือนนี้จะมีมามาที่ไทเฮาทรงมา เรียนรู้จากนางให้มากๆ “ เตรียมตัวหรือ นี่ข้าใกล้จะได้เวลาแต่งให้กับชินอ๋องแล้วใช่หรือไม่
“ ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ “
“ ยินดีด้วยนะเ้าค่ะพี่ใหญ่ “
“ เ้าวาสนาน้อยก็เป็เช่นนี้ “ จริงๆแล้วเมื่อก่อนคุณหนูเจียงมิได้เป็ที่โปรดปรานมากนัก เป็คุณหนูรองที่ได้รับความรักแต่ก็เกิดเื่ที่นางดักทำร้ายพี่สาวตนเองในงานวันเกิดของพ่อตนเอง จนเกิดเื่อื้อฉาวมากมาย จนบางคนหลงลืมคุณหนูเจียงคนรองไปแล้วด้วยซ้ำ