ปัณรสที่ได้ฟังเื่ราวจากบังอร เธอก็ไม่ค่อยเข้าใจคนบ้านนี้มากนัก เธอรู้สึกว่าคนบ้านนี้มีอะไรซับซ้อนมากเกินไป แต่ไม่ว่าจะซับซ้อนมากสักเพียงไหน เธอก็คงจะไม่เข้าไปยุ่งขอแค่เธอตั้งท้องและคลอดลูกของเขาได้ เธอก็จะรีบออกจากที่นี่ไปทันที โดยที่เธอจะไม่มาข้องแวะกับคนบ้านนี้อีก
“อุ๊ย! ป้าเผลอเล่าอะไรไปเสียเยอะแยะเลย หากว่าคุณท่านรู้มีหวังได้โดยเข้าห้องเย็นแน่”
“ห้องเย็นเหรอคะ”
“เอ่อ! ห้องเย็นก็คือห้องทำงานของคุณท่านนั่นแหละค่ะ ถึงแม้จะเป็ห้องทำงานธรรมดา แต่ก็ไม่มีใครอยากเข้าหรอกค่ะ เพราะนอกจากจะถูกด่าแล้วยังถูกหักเงินเดือนด้วย”
“คงจะเหมือนทำงานบริษัทฯ ละมั้งค่ะ หากว่าพนักงานทำผิดก็จะเรียกเข้าไปอบรมที่ห้องหัวหน้า”
“ก็น่าจะประมาณนั้นค่ะ” บังอรพูดไปก็หัวเราะไป ก่อนที่จะขอตัวไปทำงานที่ค้างต่อ “ป้าว่าป้าไปทำงานต่อดีกว่า หากว่าคุณคนิ้ง้าอะไรเพิ่มก็บอกป้าได้นะคะ อ้อ! ที่บ้านของเรายังมีแม่บ้านอีก 2 คนนะคะ แต่สองคนนั้นจะทำบ้านใหญ่ด้วย คุณคนิ้งเลยจะไม่ค่อยเห็น ส่วนป้าเป็แม่บ้านประจำอยู่บ้านนี้เลย” บังอรบอกเล่าเื่ราวให้กับปัณรสได้ฟัง ก่อนที่จะขอตัวไปทำงานบ้านที่ค้างต่อ
“.........” ปัณรสส่งยิ้มอ่อนๆ ให้กับบังอรเท่านั้น ไม่ได้พูดหรือสอบถามอะไรต่อ เพราะเื่ราวที่ได้ฟังมานั่น ดูเหมือนวุ่นวายเกินกว่าเธอจะเข้าใจ แต่ทั้งหมดนี้ก็คงจะไม่เกี่ยวกับเธอ หลังจากคลอดลูกจบ เธอก็คงไม่ได้คล่องเกี่ยวอะไรกับครอบครัวนี้อีก ปัณรสคิดได้เช่นนี้เธอก็นั่งอ่านหนังสือที่อยู่ในมือต่ออย่างไม่ใส่ใจ
“เื่มึงกับคุณคนิ้งเป็ไงบ้างว่ะ” ชยพลที่เห็นธณายุนั่งดูความเคลื่อนไหวผ่านกล้องวงจรปิดในบ่อนคาสิโนอยู่ ก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ก็ไม่ได้เป็ยังไง”
“พอได้อยู่ด้วยกันแล้ว รู้สึกอะไรกับเธอบ้างป่ะ แบบรู้สึกห่วง หรือคิดถึงไรงี้นะ”
“มึง้าจะพูดอะไร”
“ก็แหม่! คุณคนิ้งเขาก็ดูน่ารักดีนะ มึงไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอว่ะ”
“ไม่รู้สึก”
“สักนิดก็ไม่มีเลยเหรอ” ชยพลที่อยากรู้ว่าธณายุคิดยังไงกับผู้หญิงที่เพื่อนของเขาเอาไปเป็เครื่องมือผลิตลูกหรือไม่ จึงถามไปด้วยความสงสัย แต่กับได้คำตอบห้วนๆ อย่างไร้เยื่อใย ทั้งที่เขาเห็นธณายุกลับบ้านทุกวันั้แ่มีหญิงสาวเข้ามา บางวันถ้ามีงานด่วนเขาก็มักจะลากหญิงสาวมานอนที่โรงแรมด้วย เรียกได้ว่าติดเธอคนนั้นอย่างงอมแงม แต่ปากกับตอบอย่างไร้เยื่อใย ต่างจากการกระทำโดยสิ้นเชิง
“ไม่”
“ปากไม่ตรงกับใจ”
“มึงว่างมากใช่ไหม ที่คลับงานน้อยไปหรือเปล่า หรือจะเข้ามาดูงานที่บ่อนเพิ่มก็ได้นะ”
“โอ๊ย! ไม่ดีกว่าครับเ้านาย แค่งานที่คลับก็มากจนล้นมือแล้วครับ หากว่าเ้านายให้งานเพิ่มมีหวังน้องชายต้นน้อยไม่ได้ออกศึกอย่างแน่นอน ไม่ได้ ไม่ได้เฉาตายกันพอดี”
“งั้นก็ไปทำงาน เื่คนอื่นไม่ต้องเสื...ก”
“แหม! ก็อยากรู้นิดหน่อยเอง นานๆ ทีจะเห็นเพื่อนมีผู้หญิงข้างกายสักทีนึง ก็อยากจะรู้ความรู้สึกบ้าง”
“ก็ลองมีบ้างก็ได้นะ”
“ไม่เอาดีกว่า กูอยากใช้ชีวิตโสดให้มันคุ้มก่อน จะหามาทำไมให้วุ่นวาย” คำพูดของธณายุก็ทำให้ชยพลถึงกับขนลุก รีบปฏิเสธออกไปทันที เพราะตัวเขานั้นก็ไม่อยากมีพันธะผูกพันเช่นเดียวกัน แต่ไม่ใช่ว่าตัวเขากลัวว่าครอบครัวจะเป็จุดอ่อน หรือกลัวว่าจะได้รับอันตรายอะไร แต่ที่เขากลัวนั่นก็คืออิสรภาพที่เขาจะต้องสูญเสียไป หากเขามีครอบครัวแล้วเขาอาจจะไม่มีโอกาสได้สนุกกับพวกสาวๆ คนอื่นอีกก็เป็ได้
“เออ! ว่าแต่่นี้คนของมึงยังตามไอ้คณินอยู่ไหม กูอยากรู้ว่ามันยังอยู่ที่บ้านเก่ามันหรือเปล่า”
“ก็มีให้คนไปดูบ้างนะ แต่เหมือนว่ามันจะไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว ที่บ้านเหมือนไม่มีใครอยู่เลย” ชยพลตอบไปตามที่คนของเขาได้รายงานไว้ “ว่าแต่มึงถามหาไอ้คณินทำไมว่ะ ในเมื่อคุณคนิ้งก็ยอมตั้งท้องลูกให้มึงแต่โดยดีแล้ว”
“กูก็แค่อยากรู้ว่าตอนนี้มันไปไหน กลัวว่าถ้าน้องสาวมันท้องแล้ว มันจะเล่นตุกติก”
“คนอย่างไอ้คณินมันไม่กล้าหรอก”
“มึงก็คอยดูมันเอาไว้หน่อยก็แล้วกัน ถ้าหากว่ามันมีปัญหามากก็จัดการมันได้เลย”
“ไหนมึงบอกกับคุณคนิ้งว่าจะไม่ยุ่งกับพี่ชายเธออีก”
“กูไม่ได้รับประกันนี่ ว่าถ้ามันสร้างปัญหาขึ้นมาอีกกูจะเก็บมันไว้”
“เออเดี๋ยวกูจะคอยให้คนไปดูที่บ้านมันบ่อยๆ ก็แล้วกัน” ชยพลตอบรับคำของธณายุ ก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่าเพื่อนของตนพาปัณรสไปตรวจร่างกายมา “เอ่อ! ว่าแต่มึงพาคุณคนิ้งไปตรวจร่างกายมาเป็ยังไงบ้างว่ะ”
“ก็ปกติดี สามารถมีลูกได้เลยไม่ได้มีปัญหาอะไร”
“ดีแล้วแหละ” เขาบอกกับธณายุก่อนที่จะเตรียมไปดูงานที่คลับต่อ “เดี๋ยวกูไปดูงานที่คลับก่อนก็แล้วกัน ยังไง่นี้ก็เบาๆ หน่อยนะ เดี๋ยวคุณคนิ้งเขาจะช้ำหมด” เขาหันไปตบไหล่ธณายุเบาๆ พร้อมกับเอ่ยแซวธณายุออกไปอย่างขำๆ
“อยากได้งานเพิ่มใช่ไหม”
“ผมกลัวแล้วครับเ้านายยย”
ธณายุจ้องมองชยพลเดินหัวเราะออกจากห้องไปอย่างไม่ค่อยจะพอใจมากนัด แต่เขาก็ไม่ถือสาอะไร ก่อนที่จะหันกลับมามองที่หน้าจอกล้องวงจรปิดอีกครั้ง แม้เขาจะพยายามไม่ใส่ใจกับคำพูดของชยพลมากนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า่นี้เขา้าหญิงสาวมากจริงๆ ยิ่งท่าทางไร้เดียงสาที่เธอแสดงออกมาอย่างเป็ธรรมชาติ กับทำให้เขาอยากจะลิ้มลองเธออย่างไม่รู้เบื่อ ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจตนเองเหมือนกันว่าทำไมจึงเป็เช่นนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนเขาไม่เคย้าใครมากขนาดนี้เลย
1 เดือนต่อมา
หลังจากที่ปัณรสได้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านศิริกิจวัชราได้เดือนกว่าๆ นอกจากใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่จำกัดแล้ว เธอก็แทบจะไม่ได้ไปไหน เสมือนเป็สัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งที่ถูกเลี้ยงเอาไว้ในกรงทอง ไม่ว่าเดินไปไหนหรือทำอะไรก็มักมีคนคอยจับตามองอยู่ตลอดเวลา จะเจอเ้านายแต่ละครั้งก็มีแค่ตอนอยู่บนเตียงเท่านั้น พอตื่นมาก็ไม่เห็นแม้แต่เงา โอกาสที่จะพูดคุยกันก็แทบจะไม่มี
หาก่เวลานี้ถ้าเธอได้อยู่กับคนที่รักและอยากใช้ชีวิตร่วมกันไปชั่วชีวิต เธอคงจะมีความสุขจนแทบไม่อยากให้เวลามันผ่านไป แต่การที่เธอต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ไม่ได้รัก ไม่ได้ผูกพัน แม้กระทั่งชื่อก็แทบจะไม่เคยรู้จัก อยู่ด้วยแค่หนึ่งวันก็ยาวนานเหมือนอยู่เป็ปีๆ แล้วกว่าเธอจะตั้งท้องและมีลูกให้กับเขาได้ เธอไม่กล้าจะคิดเลยว่าจะทนรับแรงกดดันนี้ได้มากน้อยแค่ไหน กว่าจะผ่าน่เวลาอันเลวร้ายนี้ไปได้ สุดท้ายแล้วเธอก็คงต้องเฉาตาย ปัณรสนั่งถอนหายใจอยู่หน้าบ้านอย่างเบื่อหน่าย สายตาก็จ้องมองไปเรื่อยเปื่อยอย่างไม่มีจุดหมาย
“ถอนหายใจดังขนาดนี้ คงต้องมีเื่ให้คิดเยอะแน่เลย”
ปัณรสหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยความใ เพราะเสียงที่ดังมาจากด้านหลังนั้น เป็เสียงที่เธอไม่คุ้นเคยเลยแม้แต่นิดเดียว
"ทำไมทำหน้าใขนาดนั้นครับ ทำเหมือนว่าไม่เคยเห็นผู้คนมาก่อนอย่างงั้นแหละ” ชายหนุ่มเอ่ยทั้งออกไปอย่างขำๆ
“ขอโทษนะคะ คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง”
“ในบ้านหลังนี้ผมไปได้ทุกที่แหละครับ”
“คุณเป็ิญญาอย่างงั้นเหรอคะ” ปัณรสหันไปถามผู้มาใหม่ความแปลกใจ หลังจากได้ยินคำตอบจากเขา แม้คำถามที่ถามออกไปจะไม่ได้ตั้งใจพูดประชดประชันผู้มาใหม่ก็ตาม
“โธ่คุณ! ิญญาอะไรจะหล่อขนาดนี้” ชายหนุ่มได้ยินคำถามกวนของหญิงสาว ก็อดที่จะขำออกมาไม่ได้ “ผมเห็นคุณอยู่แต่ในบ้านทุกวัน ไม่ได้ออกไปไหน เลยอยากจะเข้ามาถามว่าไม่เบื่อบ้างเหรอครับ”
“ว่าแต่คุณเป็ใครเหรอคะ” ปัณรสเอ่ยถามผู้ชายที่เข้ามาใหม่ด้วยความสงสัย แทนที่จะตอบคำถามที่เขาได้ถามค้างเอาไว้ เพราะั้แ่เธออยู่ที่นี่มา ก็ไม่เคยเห็นผู้ชายคนนี้มาก่อน
“ผมชื่อเด่นภูมิ หรือจะเรียกว่าภูมิเฉยๆ ก็ได้ครับ” ชายหนุ่มแนะนำตัวให้กับปัณรสได้รู้จักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ผมเป็ลูกของคุณพ่อธน เป็หลายของคุณอารองวายุ”
“อารอง”
“เอ่อ! พ่อผมเป็ลูกของคุณย่าเล็กกับคุณปู่เดชนะครับ”
“อ้อ! ค่ะ” ปัณรสพยักหน้าเข้าใจหลังจากได้ฟังคำอธิบายของชายหนุ่ม แต่ตอนนี้ที่เธอไม่เข้าใจก็คือ เขาเข้ามาที่นี่ทำไม “ว่าแต่คุณมีธุระอะไรกับคุณวายุหรือเปล่าคะ”
“ไม่ได้มีธุระอะไรกับอารองหรอกครับ ที่ผมมาก็เพราะว่าเห็นคุณอยู่ที่นี่มาได้สักพักแล้ว แต่ไม่เห็นคุณออกไปไหนมาไหนบ้างเลย จึงรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย เพราะถ้าคุณเป็แฟนของอารองจริงๆ ก็น่าจะใช้ชีวิตติดหรูอยู่แพง หรือไม่ก็ใส่แบรนด์เนมเกือบจะทั้งตัว ไม่ใช่อยู่ติดบ้านเหมือน เออ...”
"เหมือนสัตว์เลี้ยงอย่างงั้นเหรอคะ" ปัณรสได้ยินที่ชายหนุ่มได้พูดติดๆ ขัดๆ จึงช่วยเขาเติมคำพูดที่ขาดหายไปให้
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะหมายความว่าอย่างงั้นนะครับ ก็แค่สงสัยว่าคนอย่างอารอง ที่จัดว่ารวยในอันดับต้นๆ จะปล่อยแฟนเป็ผู้หญิงธรรทดาแบบนี้ได้ยังไง"
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะฉันไม่ถือ" ปัณรสบอกกับเด่นภูมิด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่ได้แสดงอาการยินดีหรือรู้สึกโกรธเคืองอะไร "จริงๆ ฉันก็ไม่ได้ชอบไปไหนสักเท่าไหร่ ส่วนที่คุณบอกว่าเป็แฟนคุณวายุแล้วต้องใส่ของแพงทั้งตัว อันนี้ฉันก็ไม่รู้นะคะว่าผู้หญิงที่คุณวายุเคยคบมาเป็แบบไหน แต่สำหรับฉันไม่ได้ชื่นชอบของพวกนั้นสักเท่าไหร่ ชุดแบบไหนก็ใส่ได้เหมือนกันหมดนั่นแหละค่ะ”
“สมแล้วที่เป็ผู้หญิงที่อารองเลือกมาเป็อาสะใภ้ หากว่าเป็ผู้หญิงที่หาได้ทั่วไปอารองก็คงไม่ยกให้เป็สะใภ้ของบ้านศิริกิจวัชราง่ายๆ แน่” เด่นภูมิเอ่ยชมหญิงสาวออกไปจากใจจริง แม้ว่าเขาไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีผู้หญิงที่คบกับผู้ชายรวยอย่างอาของตนแล้ว ไม่หวังผลตอบแทนจะมีอยู่บนโลกใบนี้ด้วย เพราะั้แ่เขาโตมาก็ยังไม่เคยเห็นใครสักคน ที่เขาหาโดยไม่หวังผลประโยชน์ใดๆ แต่ละคนต่างก็เป้าหมายในการเข้าหาเขาทั้งนั้น เขาจึงเชื่อว่าผู้หญิงที่ไม่้าอะไรไม่เคยมีจริงอยู่บนโลกใบนี้ แม้แต่แม่ของเขาก็ตาม
"จริงๆ ฉันอาจจะไม่ได้มีดีอะไรก็ได้นะคะ มันอาจจะเป็แค่เื่บังเอิญก็เท่านั้น"
"อย่าถ่อมตัวเลยครับ ผมคิดว่าอารองคงจะเห็นว่าคุณพิเศษก็เลยเลือกคุณมาจริงไหมครับ และคุณก็คงรักอารองมาก จึงยอมที่จะมาอยู่ที่นี่"
ปัณรสที่ได้ฟังคำพูดของเด่นภูมิเธอก็ได้แต่ยิ้ม ไม่ได้โต้ตอบอะไรออกไป เพราะเธอรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่า การมาอยู่ที่นี่ของเธอก็เพื่อเหตุผลอะไร และเธอก็ไม่ได้เป็คนพิเศษหรือสำคัญอะไรกับผู้ชายคนนั้นเลยแม้แต่น้อย
"ว่าแต่คุณคนิ้งไม่อยากจะออกไปไหนมาไหนบ้างเหรอครับ เห็นอยู่แต่กับบ้านไม่เบื่อหรือครับ"
"ก็ไม่นะคะ เพราะปกติแล้วฉันก็ไม่ค่อยไปไหนอยู่แล้ว ก็เลยไม่ค่อยรู้สึกเบื่ออะไรเท่าไหร่"
"หากว่าคุณคนิ้งรู้สึกเบื่อ อยากจะหาเพื่อนคุยแก้เหงา หรือว่าอยากไปไหนมา แต่ไม่อยากจะให้คนของอารองรู้ ทักหาผมก็ได้นะ คิดซะว่าผมเป็เพื่อนคุณอีกคนหนึ่งก็ได้"
“แต่ฉันคิดว่าไม่น่าจะได้รบกวน เพราะหากฉัน้าจะไปไหน ที่บ้านก็มีลุงอมรคอยขับรถให้อยู่แล้ว ฉันไม่กล้าไปรบกวนคุณภูมิหรอกค่ะ” ปัณรสบอกปัดเด่นภูมิไปอย่างนุ่มนวล ไม่ได้ปฏิเสธหรือตอบรับแต่อย่างใด ซึ่งการที่เธอเข้ามาอยู่บ้านนี้ได้เดือนกว่าๆ เธอก็พอที่จะได้รับรู้รับฟังจากคนที่นี่มาบ้าง ว่าแต่ละคนนั้นเป็อย่างไร ั้แ่นายยันบ่าว ต่างก็แบ่งพักแบ่งพวกกันอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยได้ยินเื่ของเด่นภูมิมาก่อน แต่เธอก็ไม่อยากแม้แต่จะรู้จักเขาเลยแม้แต่นิด ถึงเขาจะมีหน้าตาท่าทางไม่มีพิษภัยอะไรก็ตาม แต่การเว้นระยะห่างจากเขาน่าจะเป็ตัวเลือกที่ดีสุด เพราะเธอไม่อยากจะมีปัญหาในระหว่างที่เธออยู่ที่นี่
“เดี๋ยวเราก็มีครับสนิทกันครับ” ชายหนุ่มบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกับยื่นกระดาษใบเล็กๆ ให้กับเธอ “นี่นามบัตรผมนะครับ เผื่อว่าคุณอยากได้เพื่อนคุยแก้เหงา หรือหากอยากไปไหนมาไหน แต่ไม่อยากรบกวนคุณอา ติดต่อผมได้ตลอดเลยนะครับ” เขาจ้องมองหน้าหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา ซึ่งเขายอมรับเลยว่าผู้หญิงคนนี้สวยสมคำร่ำลือที่พวกแม่บ้านพูดกันจริงๆ และเขาก็ไม่แปลกใจเลย ทำไมอาของเขาถึงพาผู้หญิงคนนี้เข้ามาอยู่ในบ้าน ทั้งที่อาเขาไม่เคยมีเื่ผู้หญิงเลยแม้แต่ครั้งเดียว “วันนี้ผมถือว่าเรารู้จักกันแล้วนะครับ เอาไว้วันหลังผมจะมาเล่นด้วยใหม่”
“ฉันว่าคงไม่เหมาะมั้งค่ะที่เราจะเจอกันอีก”
"ไม่เห็นเป็ไรเลยนี่ครับ เราอยู่บ้านเดี่ยวกัน แวะมาเล่นมาพูดคุยกันก็ไม่ใช่เื่แปลก" เด่นภูมิบอกกับปัณรสอย่างอารมณ์ดี "จะว่าไปแล้วคุณคนิ้งก็สวยมากๆ เลยนะครับ ตอนผมเดินเข้ามาเห็นคุณคนิ้งนั่งอยู่ ผมเห็นแล้วยังแทบจะตกตะลึงเลย สมแล้วที่เหล่าแม่บ้านต่างก็ร่ำลือกัน"
“เขาร่ำลือว่าอะไรเหรอคะ"
"เห็นพวกพี่ๆ เขาพูดกันว่าแฟนของอารองหน้าตาน่ารักมาก ตอนแรกผมก็คิดว่าคนพวกนั้นพูดเกินจริงไป แต่พอได้มาเห็นด้วยตัวจริงผมยอมรับเลยว่าน่ารักจริงอย่างที่ใครหลายคนได้บอกเลย"
"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ พวกพี่ๆ เขาอาจจะพูดไปเรื่อยก็ได้ ฉันจะบอกว่าตัวจริงที่เห็นอาจจะทำให้ทุกคนผิดหวังก็ได้ เพราะตัวจริงอาจจะไม่ตรงตามที่พวกพี่ๆ เขาพูดเอาไว้ก็ได้”
“จะบอกว่าไม่ตรงปกจริงด้วยครับ” เด่นภูมิจ้องมองหญิงสาวด้วยท่าทีพิจารณา “เพราะตัวจริงสวยกว่าที่ได้ยินมาเยอะเลย ซึ่งพอมาเห็นคุณคะนิ้งแล้ว ผมก็ไม่แปลกใจเลย ทำไมอารองถึงพาคุณคะนิ้งมาเก็บซ่อนไว้ที่นี่”
“...........” ปัณรสเลิกคิ้วเป็เชิงไม่เชื่อที่เขาได้พูดให้เธอได้ฟัง
“คุณไม่เชื่อผมเหรอ”
“.........” เธอส่ายหัวเบาๆ เป็การบอกว่าไม่เชื่อในสิ่งที่เขาได้พูดให้ฟัง
“จริงนะครับ พอผมได้มาเห็นคุณคนิ้งแล้ว คำร่ำลือที่ได้ยินมาไม่เกินจริงเลย”
เด่นภูมิหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ เขาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา ซึ่งเธอนั้นสวยอย่างที่พวกแม่บ้านพูดเอาไว้จริงๆ ในตอนแรกเขาจงใจจะเข้ามาหว่านเสน่ห์ให้กับหญิงสาว เพื่อที่เธอจะได้หลงกลในความหล่อของเขาบ้าง และหากว่าเธอสนใจเขาแล้ว ก็จะได้ฉวยโอกาสแย่งหญิงสาวมาจากอารองเพื่อขัดขวางไม่ให้อารองของเขามีทายาทสืบสกุลได้
แต่พอมาถึงเขากับถูกเสน่ห์ที่เป็ธรรมชาติของหญิงสาวตกไว้แทน ทั้งท่าทางที่ดูใส่ซื่อเป็ธรรมชาติ กับท่าทางที่ดูเหมือนจะทะเล้นหน่อยๆ ทำให้เขารู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวคนนี้อย่างบอกไม่ถูก
จากตอนแรกจงใจจะหยอดเมล็ดพันธุ์เอาไว้ เผื่อว่าเธอจะถูกใจเด็กหนุ่มเช่นเขาที่มีอายุใกล้เคียงกันมากกว่าอารองของตน แต่เขาเข้ามากับทำให้ตัวเขาเองสนใจเธอซะมากว่า
“ผมว่าผมกลับก่อนดีกว่า เผื่อว่าคุณคนิ้งจะอยากพักผ่อน แล้วเดี๋ยววันหลังผมจะมาหาใหม่นะครับ”
“..........” ปัณรสได้แต่ส่งยิ้มอ่อนๆ ให้กับชายหนุ่ม ไม่ได้เอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาอีก เพราะการมาของเด่นภูมินั้น เธอก็ไม่รู้ว่าเขามาหาเธอด้วยเหตุอะไร ซึ่งั้แ่เธอเข้ามาอยู่ที่นี่ แม้จะยังอยู่ได้ไม่นาน แต่เธอก็ััได้ว่าคนในบ้านหลังนี้ ไม่สามารถไว้ใจใครได้เลย