“เหยาจี หากหิมะละลายจนหมดแล้ว เ้าคิดว่าพื้นที่ทุ่งหญ้าทางนี้เราจะปลูกผลไม้เพิ่มดีหรือไม่”
“ปลูกเพิ่ม? เท่าที่มีก็มากพออยู่แล้วนี่เ้าคะ เสบียงอาหารที่เราแลกเปลี่ยนมาจากการค้าผลไม้ก็มีพอกินไปอีก 2 ปีเลยทีเดียว พี่สี่เสินอยากได้เงินไปทำอะไรหรือ?”
“ข้าก็ยังไม่รู้ ข้ารู้แค่ว่าเงินเป็ของที่ควรมีติดกายไว้ตลอดเวลา เ้าอย่าลืมสิว่าเกาะลอยอาจพาพวกเราไปยังเมืองอื่น เราอาจต้องเริ่มทำการค้ากับคนกลุ่มใหม่ พวกเขาจะมีน้ำใจและซื่อสัตย์เหมือนอย่างท่านอาเกาหรือไม่ก็ไม่รู้”
“ท่านคิดจะใช้แรงงานสัตว์พวกนั้นอีกล่ะสิ!” เด็กหญิงลุกขึ้นนั่งตัวตรง ทำหน้างอไม่พอใจ
“ใช่ว่าข้าก็คิดเผื่อพวกมันด้วยหรือไม่เล่า! เราเอาผลไม้ที่ควรเป็ของพวกมันทั้งหมดมาขาย สัตว์บนเกาะต้องมาทนกินผลไม้ที่ถูกมดแมลงเจาะ หรือไม่ก็ลูกที่ไม่สวย หากเราปลูกเพิ่มพวกมันก็จะมีผลไม้ดีๆ กินด้วยนะ”
“พื้นที่ทางทุ่งหญ้านี้ไม่ใช่น้อยๆ เลย กระรอก กระต่ายและลิงคงขุดดินไม่เป็กระมัง พวกมันช่วยเราไม่ได้หรอกพี่สี่เสิน”
“ใครว่าบนเกาะมีแค่สัตว์พวกนี้กันเล่า” มู่สี่เสินวางตำราในมือลงแล้วลุกมาหยิบผ้าห่มที่เหยาจีทำหลุดออกจากร่างเมื่อครู่มาห่มให้น้องสาว
“มีสัตว์อีกหลายชนิดที่ขุดดินได้ กระต่ายยิ่งแล้วพวกมันสามารถสร้างรังเป็โพรงอยู่ใต้ดิน ข้าว่าเราน่าจะลองดูก่อน”
“เช่นนั้นท่านต้องสัญญากับข้าอีกข้อหนึ่ง สัตว์ชนิดไหนที่มาช่วยเราทำงาน เราจะไม่จับสัตว์ชนิดนั้นมาเป็อาหารตกลงหรือไม่เ้าคะ”
“ตกลง ข้ารับปากเ้า”
“แล้วท่านจะคิดปลูกสิ่งใดเพิ่ม ข้าว่ามะม่วงก็ดีเ้าค่ะ พวกมันเพาะง่ายมากเลย ราคาก็ดีอีกด้วย ข้าเก็บเมล็ดพันธุ์ส้ม สาลี่แล้วก็ทับทิม.." มู่เหยาจีกำลังพูดเพลินๆ ก็หยุดชะงักกลางคัน สีหน้าแตกตื่น
"พี่สี่เสิน! ข้าเพิ่งนึกอะไรบางอย่างได้เ้าค่ะ!"
มู่เหยาจีลุกพรวดออกจากเก้าอี้วิ่งเข้าไปในห้องพักของนาง ครู่หนึ่งก็ะโเรียกมู่สี่เสินให้ตามเข้าไป
“ข้ายกไม่ไหวแล้ว ข้าเก็บเมล็ดพันธุ์ผลไม้เอาไว้ในโถเหล่านี้ทั้งหมด ท่านช่วยเทพวกมันออกมาก่อนเร็วเข้า”
มู่สี่เสินมองเห็นโถดินเผาขนาดใหญ่นับสิบใบวางเรียงรายอยู่ภายในห้องนอนของน้องสาว เขาเคยเห็นโถเหล่านี้มาก่อนและคิดว่ามู่เหยาจีสั่งซื้อพวกมันมาเพื่อใช้เก็บเสบียงอาหาร ไม่ได้คิดว่านางจะมีแผนนำเอาพวกมันมาใช้เก็บเมล็ดพันธุ์ผลไม้เลยสักนิด
“ที่แท้เ้าก็วางแผนเื่การเพาะปลูกผลไม้ไว้ในใจอยู่แล้วสินะ สมกับตำแหน่งเซียนที่บ่มเพาะสายพลังด้านพฤกษาจริงๆ” เด็กหนุ่มเดาะลิ้นทีหนึ่ง ดูจากขนาดของโถแต่ละใบ เขาคิดว่าจำนวนเมล็ดพันธุ์ที่น้องสาวเก็บสะสมน่าจะเพาะปลูกผลไม้ได้เต็มพื้นที่ทุ่งหญ้าเป็แน่
“พี่สี่เสินรีบช่วยข้าก่อน มันหนัก ข้ายกไม่ไหวเ้าค่ะ”
เด็กหนุ่มยักไหล่ทีหนึ่ง ไม่เข้าใจว่าน้องสาวจะรีบเทเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ออกมาทำไมในเมื่อหิมะด้านนอกก็ยังละลายไม่หมด พวกเขาไม่สามารถเริ่มการเพาะปลูกได้ในเวลานี้ แต่เขาก็ยินยอมทำตามที่มู่เหยาจีร้องขอ
“พวกมันเสียหมดเลยเหยาจี โถนี้ก็เสียทั้งหมด นี่ก็ด้วย" มู่สี่เสินเริ่มท้อใจ เขาช่วยน้องสาวเทเมล็ดพันธุ์ออกจากโถมาสี่ใบแล้ว แต่พวกมันล้วนแห้งเหี่ยวใช้การไม่ได้
“ก็ข้าไม่รู้วิธีเก็บพวกมันนี่นา เมื่อครั้งอยู่บนแดน์เอาวางไว้เฉยๆ พวกมันไม่เคยเสียหายมาก่อนเลย ท่านลองเททั้งหมดออกมาก่อนเ้าค่ะ” มู่เหยาจีเริ่มร้อนใจเมื่อเห็นเมล็ดพันธุ์จากโถทั้งสี่เสียหายทั้งหมด เช่นนี้แล้วสิ่งที่นาง้าเห็นจะยังอยู่ดีหรือไม่
เมื่อเทเมล็ดพันธุ์ผลไม้มาถึงโถใบที่เจ็ด ใบหน้าของมู่สี่เสินก็ต้องแตกตื่นตะลึงลานไปไม่น้อย
“เหยาจี! เ้าเอาเมล็ดพันธุ์ต้นท้อลงมาด้วย!”
“พี่สี่เสินดูพวกมันสิ มันไม่ได้เสียหาย เราจะมีเมล็ดพันธุ์ต้นท้อกันแล้วเ้าค่ะ” เด็กหญิงแทบจะล้มตัวลงไปกอดเมล็ดพันธุ์ที่นางอุตส่าห์ซุกซ่อนลงมาจากแดนสุขาวดีโดยการผูกมันเอาไว้กับเสื้อผ้าตัวในของนางเอาไว้ตลอดเวลา
“ผลท้อ! ผลท้อทั้งนั้น! ต่อไปข้าจะมีผลท้อกินแล้ว พี่สี่เสิน!”
“เหยาจี เมล็ดพันธุ์เหล่านี้เป็เมล็ดพันธุ์ผลท้อชนิดใด เ้าอย่าบอกนะว่าเ้าเก็บเมล็ดพันธุ์ท้อโอสถมาด้วยน่ะ” มู่สี่เสินใจสั่นไปเล็กน้อย ท้อโอสถเป็หนึ่งในสมบัติล้ำค่าของแดนสุขาวดีรองลงมาจากท้อ์ผลสีทอง และเขาไม่มั่นใจนักว่าการเพาะปลูกมันบนแดนมนุษย์จะเป็เื่ที่ควรทำ
“หากข้าได้ท้อโอสถมาด้วยก็คงดีน่ะสิ ท่านเทพโอสถไม่เคยยอมให้พวกมันรอดพ้นมือเขาได้ไปแม้แต่เมล็ดเดียว เขามักจะมาขอให้ข้านับให้ถ้วนถี่ ทั้งยังสั่งให้ฝูซีมาคอยช่วยข้าเก็บเมล็ดพันธุ์ที่เหลือจากการเพาะปลูกไปปรุงโอสถตลอด ที่ท่านเห็นเป็เพียงเมล็ดพันธุ์ต้นท้อธรรมดาที่ปลูกอยู่บนเกาะแก้วชั้นนอกเท่านั้นเ้าค่ะ”
“โอย!! ค่อยโล่งใจหน่อย หากเ้ามีเมล็ดพันธุ์ท้อโอสถข้าก็ไม่ยอมให้เ้าปลูกมันขึ้นมาบนแดนมนุษย์หรอก! ท้อธรรมดาเหล่านี้เ้าอยากปลูกก็ปลูกไปเถิด แต่แปลกจริงเหตุใดเมล็ดพันธุ์ท้อจึงไม่เสียหายกันนะ”
“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน ท่านมหาเทพยึดตบะบำเพ็ญเพียรกับอายุขัยของพวกเราได้ แต่พวกเขาไม่รู้จะยึดเอาสิ่งใดจากเมล็ดพันธุ์เหล่านี้กระมัง”
มู่เหยาจีไม่อาจหาเหตุผลอื่นมาอธิบายเกี่ยวกับเื่นี้ และยังมั่นใจมากขึ้นจนเต็มสิบส่วนว่าหากนางลงมือเพาะต้นท้อมันก็จะงอกเงยได้เหมือนที่นางเคยทำได้บนเกาะแก้ว
“เหยาจี..” ใบหน้าหล่อเหลาของมู่สี่เสินแข็งค้างขึ้นมากะทันหัน หันมามองน้องสาวด้วยสายตาแปลกประหลาด
“เ้ากินท้อ์แล้วส่งคืนเมล็ดพันธุ์กลับไปหรือยัง” น้ำเสียงที่เปล่งออกจากปากของมู่สี่เสินเต็มไปด้วยความหวั่นวิตก
เซียนผู้โชคดีทุกคนเมื่อได้รับผลท้อ์ไปแล้ว ต้องส่งเมล็ดพันธุ์ทั้งหมดกลับคืนให้กับมหาเทพมู่ซี แต่มู่เหยาจีกินท้อ์ผลนั้นก่อนเวลาที่ผลอื่นจะสุกเต็มที่ แล้วยังเป็การแอบขโมยกิน เช่นนี้แล้วน้องสาวจะส่งคืนเมล็ดพันธุ์ให้มหาเทพมู่ซีตอนไหน?!
ดวงตาใสกระจ่างของมู่เหยาจีพลันเหลือกค้างแข็งตามพี่ชาย แล้วค่อยๆ เคลื่อนสายตามายังข้อมือด้านขวาของตน
บนข้อมือเล็กมีเครื่องประดับสีเขียวชิ้นหนึ่ง ซึ่งแท้จริงแล้วมันไม่ใช่กำไลสำหรับสวมใส่บนข้อมือ แต่เป็เถาวัลย์ที่มีความแข็งแรงทนทาน ผลของมันเป็สีชมพูอ่อนสามารถเปิดปิดเก็บสิ่งของได้ มหาเทพมู่ซีมอบให้นางพร้อมกับใส่ไข่มุกเม็ดเล็กไว้ด้านใน เป็ของรางวัลที่นางช่วยดูแลสวนท้อบนเกาะแก้ว
ตอนที่นางกินท้อ์ที่ยังสุกผลนั้นลงไป นางไม่รู้ว่าจะซ่อนเมล็ดพันธุ์ที่เหลือเอาไว้ที่ไหน เลยเอาไข่มุกด้านในออกแล้วใส่เมล็ดพันธุ์ท้อ์เข้าไปแทน
เด็กหญิงหยิบเมล็ดพันธุ์ท้อ์สีเหลืองทองออกมาวางบนมือ
“พี่สี่เสิน ข้าลืม!”
“เวรกรรมจริงๆ เหยาจี!! เ้าอยากจะปลูกท้อธรรมดาสักกี่ต้นเ้าก็ปลูกไปเถิด แต่เ้าจะปลูกท้อ์บนแดนมนุษย์ไม่ได้โดยเด็ดขาด!”
“ถ้าเราปลูกแล้วจะเกิดอะไรขึ้นหรือเ้าค่ะพี่สี่เสิน”
“ข้าก็ไม่รู้! แต่นี่เป็ผลท้อที่ควรมีอยู่บนแดน์เท่านั้นมิใช่หรือ มันไม่ควรมาอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ! ไม่รู้ป่านนี้บนแดน์จะวุ่นวายกันถึงเพียงไหน เราจะทำอย่างไรกันดีเล่า!!”
“ท่านก็อย่าโวยวายให้ข้าใสิ ข้ากินท้อ์ผลนั้นก่อนที่ผลอื่นจะสุกตั้ง 500 ปีเชียวนะ ต่อให้ข้าอยากจะปลูกก็คงปลูกไม่ขึ้นกระมัง มันเป็เพียงแค่ผลอ่อน อีกอย่างท้อ์ปลูกง่ายดายเสียเมื่อใด”
“จริงสินะ ข้าก็ลืมคิดเื่นี้ไปเสียสนิท เช่นนั้นเ้าก็เก็บมันไว้ตามเดิมเถิด เราจะไม่ปลูกมันแต่จะปลูกท้อธรรมดาให้เต็มพื้นที่ทุ่งหญ้าใกล้เรือนของเราแทน”
เด็กหญิงเม้มปากแน่น มองเมล็ดพันธุ์ท้อ์ในมืออีกครั้ง แล้วจึงตัดสินใจนำมันไปเก็บไว้ในผลของเถาวัลย์ตามเดิม
จบเื่ได้ดังนี้สองพี่น้องช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูห้องจนสะอาด โยนเมล็ดพันธุ์ผลไม้ที่เสียหายทิ้ง แล้วกลับไปนั่งที่เก้าอี้ริมหน้าต่างตามเดิม เหม่อมองออกไปยังทุ่งหญ้าด้านนอกที่มีแต่หิมะขาวโพลน เฝ้าฝันถึงภาพความทรงจำเก่าๆ ว่าจะดีเพียงใดหากพวกตนจะได้อยู่อาศัยบนเกาะที่เต็มไปด้วยต้นท้อเหมือนอย่างที่เคยเป็มาก่อน