God of Elementals

    ตอนที่ 52 ความแค้น 3

    ตอนที่ 52

    ‘แบบนี้ไม่ทันการแน่ หลินข้าขอยืมร่างของเจ้าหน่อย’

    ‘อืม’

    หลังจากที่หลินตกลงกับสุวรรณ จิตวิญญาณของหลินก็เข้ามาภายในอยู่ภายในผลึกรวบรวมจิตวิญญาณแทนสุวรรณ นางสามารถมองเห็นสถานการณ์ภายนอกได้ตามปกติ

    “ข้าต้องรีบแล้วไม่งั้น ทั้งราหูและสหัสเดชะได้โดยสันชาตญาณยักษากลืนกินแน่ๆ” สุวรรณในร่างของหลินรีบพุ่งไปทางนิลกาฬด้วยความเร็วสูงสุดทันทีจนเกิดเป็นคลื่นโซนิคบูม


    เมื่อมาถึงสุวรรณก็พบว่าสหัสเดชะกำลังจะเหวี่ยงดาบใส่นิลกาฬพอดี สุวรรณรีบเข้าไปห้ามไว้ทันที


    ปัง~


    สุวรรณใช้มือข้างเดียวในการรับดาบของสหัสเดชะ ทำให้ร่างยักษ์ของสหัสเดชะโกรธเป็นอย่างมากแต่มันไม่สามารถขยับดาบที่สุวรรณจับไว้ได้แม้แต่นิดเดียว


    “ไม่จริง ไม่จริงใช่ไหม ข้าจะต้องฝันไปแน่ๆ”


    สุวรรณได้ยินเสียงของนิลกาฬ จากด้านล่าง นางหันมายิ้มให้แก่นิลกาฬ

    “เดียวข้าจะอธิบายทุกอย่างให้เจ้าฟังเอง แต่ก่อนหน้านั้นข้าขอช่วยสหัสเดชะเสียก่อน”


    สุวรรณหันมาทางร่างยักษ์

    “ท…ท้าวเวสสุวรรณ”

    “ดูเหมือนเจ้าจะยังจำข้าได้นะ สหัสเดชะ”

    “ท..ท่านพี่ ไม่จริง ไม่จริง ก็ท่านพี่ตายไปแล้วนิ ท…ทำไม ทำไมท่านพี่ถึงมาอยู่ที่นี้ได้” สหัสเดชะเหมือนจะได้สติกลับมา เมื่อเขาได้เจอกับสุวรรณ

    “ไอ้น้องเฮงซวยไม่มีหัวคิด ปัง~” สุวรรณต่อยไปที่ท้องของสหัสเดชะอย่างแรง จนทำให้ลอยไปไกลกว่า 1 กม.


    ตรึ๊ม~


    สหัสเดชะล่วงลงมาหลังกระแทกพื้นกระอักเลือดออกมาคำโต ไอสีขาวเหมือนกันหมอกควันค่อยๆลอยออกจากร่างยักษ์ของสหัสเดชะ ตอนนี้ตัวของเขาค่อยๆย่อเล็กลงๆ จนกลับกลายมาเป็นมนุษย์เช่นเดิม


    เมื่อสุวรรณเห็นว่าสหัสเดชะกับมาเป็นร่างมนุษย์ได้แล้วนั้นทำให้นางเบาใจเป็นอย่างมาก นางค่อยๆลอยลงมาหานิลกาฬอย่างเป็นห่วง

    “เจ้าเป็นอย่างไรบ้างราหู”

    “ไม่เท่าไรหรอ… โอ๊ย!”

    สุวรรณได้ดีดที่หน้าผากของนิลกาฬอย่างแรง

    “เจ้าทำอะไรของเจ้ากันแน่ ข้ากำลังบาดเจ็บอยู่นะ”

    “ถ้าข้ามาไม่ทันป่านนี้เจ้าได้ตายไปแล้ว เจ้านี้ก็เหลือเกินจริงๆก่อนที่ข้าจะจากก็อุส่าบอกเจ้าแล้วว่าอย่าได้ทำอะไรเกินตัว เป็นยังไงล่ะเจ้าในตอนนี้แถบไม่ต่างอะไรกับศพพูดได้เลย” สุวรรณบ่นนิลกาฬอย่างกับนางเป็นแม่ที่เป็นห่วงลูกเลย

    “ข้าว่าเจ้าเอาเวลามาห่วงข้าไปห่วงน้องชายเจ้าไม่ดีกว่าหรือ ข้าว่าเขาโดนหมัดของเจ้าไปคงจะใกล้ตายแล้วมั้ง”

    “เจ้าจะหาว่าข้าแรงควายหรือยังไง เอาละๆ หยุดการทะเลาะของเราไว้เท่านี้ก่อน ในตอนนี้หลินยังไม่สามารถรับพลังของข้าได้นานไม่เช่นนั้นกล้านเนื้อของนางจะฉีกขาดมากจนเกินไปจนทำให้เป็นอันตรายต่อนางได้ ข้าเชื่อว่าสักวันข้าและเจ้าจะต้องได้พบกันอีก” สุวรรณค่อยๆก้มลงมาจูบไปที่หน้าผากของนิลกาฬ หลังจากนั้นนางก็ยิ้มให้นิลกาฬอย่างสดใส ก่อนที่นางจะสลบไป


    หลังจากนั้นไม่นานหลินก็ฟื้นคือสติขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่แดงกล่ำ

    “ค…คือว่า ข…ข้า”

    “ไม่เป็นไรข้ารู้ว่าสุวรรณจะต้องบอกเจ้าว่าไม่ให้บอกข้าเรื่องนาง เพราะนางกลัวว่าเจ้าจะคิดว่านางจะแย่งข้าไปจากเจ้า ถึงพวกเจ้าจะเหมือนกันแต่ก็มีนิสัยที่ต่างกัน และข้าเองก็ไม่สามารถเลือกพวกเจ้าคนใดคนนึงได้ ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย”

    “อือ~ ไม่เป็นไรสุวรรณได้บอกเรื่องนี้กับข้าแล้วว่าเจ้าจะต้องพูดแบบนี้ นางบอกกับข้าว่าเมื่อข้าไปถึงระดับกษัตริย์ข้าและนางจะหลอมรวมดวงจิตกัน”

    “ถ้าเช่นนั้นนางคงจะบอกเรื่องอดีตของข้าให้เจ้ารู้แล้วสินะ”

    “อือ”


    หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่ได้พูดสิ่งใดกันต่อ นิลกาฬใช้พลังจักรวาลในการรักษาบาดแผลของเขา ตอนนี้อวัยวะภายใน และกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดของเขาค่อยๆรักษา แต่เขาก็ยังไม่สามารถขยับตัวได้มากนัก


    แต่ในตอนนี้สหัสเดชะค่อยๆลุกขึ้นมาจากอากาศจุกเสียดที่ท้องจากแรงหมัดของสุวรรณ

    “ท่านพี่ ท่านพี่ท่านอยู่ไหน ท่านพี่อย่าพึ่งทิ้งข้าไป ทำไม ทำไมท่านถึงไม่ให้ข้าฆ่านิลกาฬกัน ทั้งๆที่มันเป็นคนฆ่าท่านพี่แท้ๆ ทำไมถึงยังปกป้องมันอีก ผมไม่เข้าใจจริงๆท่านพี่” สหัสเดชะตะโกนออกมาเสียงดังแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับแต่อย่างใด


    เมื่อนิลกาฬได้ยินเสียงของสหัสเดชะ

    “หลินเจ้าเดินไปคุยกับเข้าก่อนดีกว่าสุวรรณคงจะบอกเจ้าไว้แล้วสินะว่าจะต้องพูดกับเขาแบบไหน”

    หลินยังคงไม่จากไป นางยังคงเป็นห่วงนิลกาฬอยู่

    “เจ้าไปเถอะข้าไม่เป็นอะไรตอนนี้ข้ากำลังรักษาอยู่ ถึงมันจะช้าแต่ข้าคิดว่าอีกไม่นานข้าคงจะพอขยับได้แล้ว ไปเถอะตอนนี้เขาต้องการเจ้ามากที่สุด ข้าเข้าใจว่าการสูญเสียคนสำคัญไปมันเป็นยังไง”

    “อืม เช่นนั้นเดียวข้ามา”


    หลินเดินไปหาสหัสเดชะอย่างช้าๆ เมื่อสหัสเดชะเห็นหลิน

    “ท่านพี่ ท่านพี่จริงๆด้วย แต่ แต่ว่าท่านพี่…”

    “ใช่นางได้จากเจ้าไปแล้ว ข้าเพียงแค่ได้มรดกจากนาง ข้าได้รับพลังและความทรงจำของนางมา นางได้ฝากให้มาบอกเจ้าว่าการกระทำของเจ้าตอนนี้มันช่างไร้ซึ่งหัวคิดที่สุด เจ้าเคยเป็นเด็กที่ฉลาดมีไพวพริบ เพียงแค่เรื่องที่นางจากไปก็ทำให้เจ้าหลงผิดคิดเพียงแค่ต้องการพลังเพื่อที่จะจัดการนิลกาฬด้วยทุกอย่างที่มี จนเจ้าได้ลืมคำสอบที่นางเคยสอนเจ้าไปจนหมด การกระทำของเจ้าในตอนนี้นั้นมันก็ไม่ต่างอะไรกับพวกรัฐประหาร เผด็จการพวกนั้น หลังจากนี้เจ้าก็จงคิดเอาเองว่าจะทำเช่นไรต่อไป เจ้าได้มีชีวิตใหม่ในโลกใบนี้แล้ว ในตอนนี้เจ้าไม่มีคุณสมบัติพอที่เรียกนางว่าพี่อีกต่อไปแล้ว” เมื่อหลินพูดจบนางก็เดินจากสหัสเดชะมาทันที

    “ทำไม!! ทำไมกัน!! ท่านพี่ถึงได้เข้าข้างมันขนาดนี้!!”

    หลินหันมามองสหัสเดชะพร้อมกับปลดปล่อยพลังยักษ์ออกมาสะกดข่มสหัสเดชะ ทำให้สหัสเดชะถึงกับมีเหงื่อไหลมาชุมทั่วตัวเลยทีเดียว

    “ข…ข้า…” สหัสเดชะไม่สามารถพูดสิ่งใดออกมาได้


    เมื่อหลินเห็นว่าสหัสเดชะไม่พูดสิ่งใดต่อ หลินก็เดินจากมาทันที

    “ถึงแม้ว่านางจะชอบนิลกาฬก็จริง แต่เขายังดีกว่าเจ้าเยอะสหัสเดชะ หลังจากที่นางได้ตายลงไปนั้น ดวงวิญญาณของนางไม่ได้จากไปไหน นางได้ยินเสียงปริศนาบอกนางว่าดวงวิญญาณของนางยังไม่ถึงคราวเคราะห์แต่ว่าดวงวิญญาณของนางจะต้องติดตามอยู่กับนิลกาฬไปตลอดจนกว่านิลกาฬจะชดใช้กรรมจนหมดก่อน ดวงวิญญาณของพวกเข้าทั้ง 2 ถึงสามารถจะไปเกิดใหม่ได้ ในตอนแรกนางก็ไม่ค่อยเข้าใจที่เสียงปริศนาบอก แต่ตอนนี้เหมือนจะเข้าใจได้นิดนึงแล้ว นิลกาฬต้องการพลังเพื่อปกป้องคนที่เขารัก แต่เจ้ากับต้องการพลังเพื่อแก้แค้น นิลกาฬต้องการพลังเพื่อปกป้องอนาคต ส่วนเจ้าต้องการพลังเพื่อเรื่องแก้แค้นในอดีต ข้าคงไม่ต้องพูดซ้ำ 2 นะสหัสเดชะ อย่าได้มาให้ข้าเจอหน้าของเจ้าอีกเป็นครั้งที่ 2 ถ้าเจ้ายังไม่ปรับปรุงตัวล่ะก็นะ นั้นคือทั้งหมดที่นางฝากมาบอกเจ้า” เมื่อพูดจบหลินก็เดินจากมาโดยไม่รอว่าสหัสเดชะจะพูดอะไร


    ส่วนสหัสเดชะเองก็กำลังครุนคิดเกี่ยวกับเรื่องที่หลินบอกแก่เข้า ทุกคำพูดที่หลินพูดออกมานั้นเป็นคำพูดที่สุวรรณบอกนางผ่านดวงจิตทั้งสิ้น สหัสเดชะก้มหน้าด้วยความเศร้าสร้อย และสลดเสียใจอย่างถึงที่สุด


    เมื่อหลินเดินกลับมา นางก็พบว่านิลกาฬสามารถลุกขึ้นมานั่งได้แล้วนางตกใจกับพลังฟื้นฟูของนิลกาฬเป็นอย่างมาก เท่าที่นางได้รับความทรงจำของสุวรรณมา นางพบว่านิลกาฬไม่มีพลังที่ช่วยในการรักษาเลย

    “เจ้าคุยกับสหัสเดชะเสร็จแล้วสินะ” เมื่อนิลกาฬทักหลินทำให้นางหยุดคิดต่อทันที

    “ข้าคุยกับเข้าเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เขากำลังนั่งซึมอยู่”

    “ขึ้นอยู่กลับว่าเขาจะเข้าใจที่สุวรรณบอกไปมากน้อยแค่ไหน” หลังจากพูดจบนิลกาฬค่อยๆลุกขึ้นอย่างยากลำบาก


    หลินเมื่อเห็นนิลกาฬลุกขึ้นนางเข้าไปช่วยพะยุงนิลกาฬทันที

    “เจ้าควรพักฟื้นอีกสักหน่อยนะ”

    “ข้าไม่เป็นไร ตอนนี้ก็กลับกับเถอะ เรื่องวุ่นวายในครั้งนี้ก็สิ้นสุดลงแล้ว”

    “อืม”

    นิลกาฬและหลินจากไปทันที


    สหัสเดชะยังคงนั่งคุกเข่าอย่างเศร้าสร้อย เขามองดูนิลกาฬและหลินจากไปอย่างช้าๆ เขากำลังครุนคิดว่าสิ่งที่เขาทำมันผิดตรง เขาคิดว่าเขาทำถูกมาโดยตลอด สหัสเดชะใช้เวลาในการคิดถึงคำพูดที่หลินบอกแก่เขาเป็นเวลานานจนกระทั้งเช้าวันใหม่ได้เริ่มขึ้น

    “ท่านหัวหน้า พวกเราจะทำยังไงกันต่อดี” พวกลูกน้องที่สลบและกระจัดกระจายด้วยแรงระเบิดของภูเขาตะวันร้องแรง ค่อยๆมารวมตัวกันที่สหัสเดชะ แต่หน้าแปลกเป็นอย่างมากที่ลูกน้องของเขาทุกคนไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่เสียชีวิต ทำให้สหัสเดชะเหมือนกับว่ากำลังคิดอะไรออก


    “เป็นแบบนี้เองสินะที่ท่านพี่บอก ข้ากับเขาต่างกันตรงนี้ นิลกาฬจะฆ่าเฉพาะคนที่สมควรจะถูกฆ่าเท่านั้น แต่ข้ากลับฆ่าทุกคนที่ขัดใจข้า ข้าไม่ได้มองถึงความสำคัญของชีวิตลูกน้องเลยแม้แต่นิดเดียว ท่านพี่ข้าจะปรับปรุงตัวใหม่และไปพบท่านพี่อีกรอบให้ได้” สหัสเดชะคิด

    “พวกเจ้าแยกย้ายกันไปได้เลย ข้าจะยุบกลุ่มทศกัณฐ์และบอกพวกที่เหลือด้วยว่ายกเลิกภารกิจการครอบครองก็อตโทเปียเขต 1 และอย่าให้ข้ารู้ว่าพวกเจ้าจับกลุ่มกันทำเรื่องไม่ดี ถ้าข้ารู้ข้าจะเป็นคนจัดการพวกเจ้าเอง เช่นนั้นขอให้พวกเจ้าโชคดี” สหัสเดชะก็หายตัวไปจากที่ตรงนั้นทันที ทำให้พวกลูกน้องของเขาสับสนเป็นอย่างมาก



    “โนราทำไมถึงได้ให้หลินไปหานิลกาฬได้เพียงคนเดียวบอกข้ามานะ ถ้านางเกิดเป็นอะไรขึ้นมาเจ้าจะไปพบนิลกาฬได้อย่างไร”

    “ถ้าเป็นเรื่องนั้นล่ะก็ พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ท่านหลินนั้นเป็นบุคคลพิเศษข้าเชื่อว่าเจ้านายจะต้องไม่โทษดิฉันแน่นอน”

    ยูกิ เสวียนซิน ริน และเมาชิง เป็นห่วงหลินเป็นอย่างมากจากแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องเป็นการต่อสู่ที่รุนแรงเป็นอย่างมาก ถึงพวกนางจะไม่สงสัยในพลังของนิลกาฬแต่แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นนั้นมันมีเกินกว่าระดับพลังของนิลกาฬไปไกลมากเลยทีเดียว ถึงพวกนางส่วนใหญ่จะเคยเห็นพลังของนิลกาฬมาก่อนแต่ก็ไม่ถึงขนาดที่ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนได้งขนาดนี้



    คล้ายกับเรื่องGod of Elementals ที่คุณอ่าน