บทที่ 6การล่ากลางรัตติกาล
ท่ามกลางผืนป่าอันมืดมิดเบื้องหน้ามือธนูฝ่ายศัตรูคนหนึ่งเอนกายพิงลำต้นไม้ใหญ่เขาเพิ่งปล่อยลูกศรออกไปแต่กลับพลาดเป้า ทว่าเขากลับไม่ได้รู้สึกเสียดายเพราะหน้าที่ของกลุ่มเขาไม่ใช่การสังหารในทันทีแต่เป็การระดมยิงกดดันอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรึงให้พวกของเอมิลติดอยู่ในถ้ำและไร้โอกาสฝ่าวงล้อมออกมา
แผนการนี้ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จลูกศรที่พุ่งเข้าใส่ปากถ้ำอย่างไม่ขาดสายทำให้ฝ่ายตรงข้ามขยับตัวลำบากเขายิ้มกริ่มพลางวางลูกศรดอกใหม่ลงบนสาย กวาดสายตามองผ่านความมืดอย่างพึงพอใจเตรียมจะยิงซ้ำลงไปอีกครั้ง
ทันใดนั้นความเ็ปแหลมคมก็พุ่งเสียบทะลุหน้าผาก ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงในวินาทีที่เขาโผล่พ้นเงาไม้เพียงนิดเดียวลูกศรลึกลับก็พุ่งเข้าเจาะกะโหลกอย่างแม่นยำ
เหตุใดข้าถึงโชคร้ายเช่นนี้...
นั่นคือความคิดสุดท้ายก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดิ่งสู่ความมืดมิดเขาไม่อาจเชื่อว่าในคืนที่มืดสนิทและชุ่มไปด้วยหยาดฝนเช่นนี้จะมีใครเล็งยิงเขาได้แม่นยำราวกับตาเห็น
ทางด้านเฮรัค หลังจากปลิดชีพเป้าหมายแรกเขาก็ยกคันธนูขึ้นอีกครั้งอย่างใจเย็น เล็งไปยังเงาตะคุ่มหลังต้นไม้อีกต้นทันทีที่ศัตรูเผยตัวออกมาเพียงเศษเสี้ยว เฮรัคก็ปล่อยสายธนูลูกศรพุ่งแหวกอากาศเข้าหาเป้าหมายอย่างเงียบเชียบ สังหารศัตรูคนที่สองลงในทันที
“บุก!”
เอมิลไม่มีเวลาชื่นชมฝีมือของเฮรัคเขาอาศัยจังหวะที่มือธนูศัตรูเริ่มเสียขบวนพุ่งตัวออกไปเป็คนแรกด้วยร่างกายในระดับอัศวินสายตาของเขาสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมยามค่ำคืนได้ดีกว่าคนทั่วไปแม้จะไม่ชัดเจนเท่าเฮรัคก็ตาม
เอมิลใช้ต้นไม้เป็ที่กำบังหลบหลีกลูกศรที่พุ่งสวนมาอย่างคล่องแคล่วเพียงอึดใจเดียวเขาก็เข้าประชิดศัตรูคนหนึ่งก่อนจะตวัดดาบฟันศีรษะฝ่ายตรงข้ามจนกระเด็นไปตามพื้น
เฮรัคและยามที่เหลือติดตามไปอย่างกระชั้นชิดทุกครั้งที่มีช่องว่าง เฮรัคจะยกธนูขึ้นยิงสังหารศัตรูที่คิดจะลอบโจมตีจนถึงตอนนี้เขายังไม่พลาดเป้าเลยแม้แต่ดอกเดียว
ในขณะที่กำลังติดตามเอมิลไปนั้นเองเสียงเตือนภัยในใจของเขาก็ดังขึ้น!
“เตือนภัย!”
แสงสีแดงวาบขึ้นในทัศนวิสัย เชนหลาน ชิปพันธุกรรมส่งสัญญาณแจ้งเตือนอันตรายระดับสูงสุดพร้อมคำสั่งให้หลบไปทางขวาทันทีเฮรัคปฏิกิริยาไวเท่าความคิด เขาทิ้งตัวกลิ้งไปกับพื้นดินที่เปียกแฉะในพริบตา
เคร้ง!
ดาบั์เล่มเขื่องฟาดลงตรงตำแหน่งที่เขาเคยยืนอยู่พอดีแรงกระแทกทำเอาดินกระจุย
“หือ?”
ชายร่างั์ผู้เหวี่ยงดาบเปล่งเสียงประหลาดใจเขาไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะหลบการโจมตีจากเงามืดได้
เฮรัครู้สึกหนาววาบไปถึงสันหลัง หาก ชิปพันธุกรรมไม่เตือนเขา ดาบเล่มนั้นคงผ่าร่างเขาแยกเป็สองซีกไปแล้วแต่ไม่ใช่ทุกคนจะโชคดีเช่นนั้น
ในเงามืดมีอัศวินฝ่ายศัตรูถึงสามคน ฮาเกนยามร่างั์เคราดกไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องเขาถูกอัศวินร่างผอมใช้กริชเฉือนเข้าที่ลำคออย่างรวดเร็ว
ฮาเกนได้แต่กุมแผลที่เืพุ่งกระฉูดก่อนจะล้มตึงสิ้นใจลงทันทีส่วนอัศวินคนที่สามเป็สตรีที่ใช้ดาบยาวเรียวทรงราชสำนักนางพุ่งเข้าแทงทะลุลำคอยามอีกคนอย่างเืเย็นก่อนจะหันสายตาเย็นเยียบมาจับจ้องที่เฮรัค
‘เชนหลานตรวจสอบข้อมูลร่างกายศัตรูตรงหน้า!’
“[เป้าหมาย:อัศวินหญิง]
พละกำลัง: 2.1
ความว่องไว: 2.3
ความทนทาน: 1.9
พลังจิต: 1.2
[หมายเหตุ:ตรวจพบพลังงานไม่ทราบชนิดภายในร่างกาย]”
เฮรัคตัดสินใจเก็บคันธนูและชักดาบยาวออกมาทันที ฝ่ายตรงข้ามมีความว่องไวสูงกว่าเขามากหากเขาหันหลังหนีคงถูกสังหารในพริบตา ทางเดียวคือต้องสู้เพื่อเอาชีวิตรอด
ทว่าในจังหวะนั้นเองมือหนาของเอมิลก็กดลงบนไหล่ของเขาเอมิลหันมามองเฮรัคและยามที่เหลือด้วยสายตาแน่วแน่
“พวกเ้าไปก่อนเป้าหมายของมันคือข้า!”
“เอมิล...นึกว่าจะมุดหัวหนีเหมือนหนูซะแล้ว”
มาร์โก ชายถือดาบั์หัวเราะเยาะ
เอมิลยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย
“ไม่เจอกันนานนะ มาร์โก”
“เ้ายังหยิ่งผยองไม่เปลี่ยน!”
มาร์โกกัดฟันกรอดด้วยความแค้น
“ตอนนี้ข้าก็เป็อัศวินแล้วคืนนี้ข้าจะเหยียบเ้าให้แหลกคาเท้าข้าเอง!”
เฮรัคไม่มีเวลาฟังบทสนทนานั้นต่อเขาและยามอีกสี่คนที่เหลือต้องรีบถอนตัวออกมาในขณะที่อัศวินระดับสูงสามคนมุ่งเป้าไปที่เอมิลแต่ทีมพลธนูที่เหลือของศัตรูยังคงกดดันพวกเขาอยู่ในป่าเฮรัคจึงตัดสินใจดึงคันธนูยาวออกมาอีกครั้ง
“ข้าจะจัดการพวกมันเองพวกเ้าคอยระวังตัวและเคลื่อนที่ตามข้าไว้!”
เฮรัคสั่งการจิมมี่และคนอื่น
‘เชนหลานคำนวณเส้นทางเคลื่อนที่ที่เหมาะสมที่สุด เป้าหมายคือกำจัดมือธนูทั้งหมด!’
“การวางเส้นทางเสร็จสมบูรณ์”
เชนหลาน ชิปพันธุกรรม ประมวลผลภาพแผนที่ความร้อนและตำแหน่งศัตรูปรากฏขึ้นชัดเจนในสายตา
เฮรัคเริ่มการล่าอย่างเป็ระบบภายใต้ความมืดที่อำพรางกาย เขาเคลื่อนที่ดุจภูตพรายทุกครั้งที่เขาปล่อยลูกศรจะมีศัตรูล้มตายลงหนึ่งคนและเขามักจะเปลี่ยนตำแหน่งทันทีตามที่ชิปแนะนำทำให้ลูกศรที่ยิงสวนมาปักลงเพียงที่ว่างเปล่า
หลังจากสังหารศัตรูไปถึงสิบเอ็ดคนกลุ่มพลธนูที่เหลือก็เริ่มขวัญเสียพวกเขาเริ่มถอยร่นไปทางจุดที่อัศวินกำลังปะทะกัน
“ช่วยด้วยท่านมาร์โก!พวกมันมีพลธนูระดับอัศวินอยู่ฝั่งนั้น!”
เสียงร้องะโด้วยความหวาดกลัวดังขึ้น
มาร์โกขมวดคิ้ว
“พลธนูระดับอัศวินรึ?ข่าวกรองผิดพลาดงั้นเหรอ... ฌอน ไปจัดการมันซะ!”
ชายร่างผอมถือกริชพยักหน้า ก่อนจะค่อยๆเลือนหายไปกับความมืด เขาคือนักลอบสังหารที่เป็ศัตรูโดยธรรมชาติของพลธนู
“คำเตือน!มีอัศวินระดับสูงกำลังเข้าใกล้ในระยะประชิด”
ชิปพันธุกรรม ส่งสัญญาณเตือนพร้อมทำเครื่องหมายจุดสีแดงบนแผนที่
เฮรัคหันไปมองจุดนั้นแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าหากไม่มีคำเตือนจาก เชนหลาน เขาคงไม่มีวันรู้เลยว่ามีมัจจุราชกำลังคืบคลานมาทางด้านหลังเขาแสร้งทำเป็เล็งธนูไปทิศอื่นก่อนจะตวัดยิงใส่ตำแหน่งที่ฌอนซ่อนตัวอยู่ทันที!
ฌอนที่กำลังเคลื่อนที่เงียบ ๆถึงกับรูม่านตาหดเล็กลงด้วยความใ
‘เขารู้ตำแหน่งข้าได้ยังไงในระยะร้อยเมตร!’
ฌอนบิดตัวกลางอากาศด้วยท่าทางผิดมนุษย์หลบลูกศรที่พุ่งผ่านหน้าไปได้อย่างหวุดหวิด ทิ้งไว้เพียงรอยแผลตื้นๆ ที่แขนขวาเขาไม่ได้ใส่ใจาแนั้น แต่กลับเริ่มมั่นใจว่าศัตรูไม่ใช่พลธนูระดับอัศวิน
“ไม่ใช่ระดับอัศวิน...แค่ยิงแม่นเท่านั้น”
ฌอนยิ้มเหี้ยมเขามั่นใจว่าลูกศรถัดไปก็ทำอะไรเขาไม่ได้
ทางด้านเฮรัค เมื่อเห็นว่าลูกศรพลาดเป้าเขาก็รีบดำดิ่งลึกเข้าไปในป่าเพื่อเปลี่ยนสมรภูมิในทันที
“คิดจะหนีรึ?”
ฌอนพุ่งตัวตามไปอย่างรวดเร็วในฐานะนักลอบสังหาร การไล่ล่าเหยื่อที่กำลังหวาดกลัวคือสิ่งที่เขารื่นรมย์ที่สุด