กุ้ยเฟยข้ามภพสยบหัวใจฮ่องเต้

    ตอนที่2.ข้จะไม่วิ่งตามท่านอีก


    เช้าวันรุ่งขึ้น แสงอาทิตย์ส่องผ่านหน้าต่างกระดาษเข้ามาในตำหนักเฟิ่งหวง

    หลินเยว่ตื่นขึ้นพร้อมกับความรู้สึกว่าเมื่อคืนคงเป็๲เพียงความฝัน

    แต่เมื่อเธอลุกขึ้นเห็นสาวใช้กำลังเตรียมเสื้อผ้าโบราณอยู่ข้างเตียง ความจริงก็กลับเข้ามาในหัวทันที

    เธอข้ามมิติมาแล้วจริง ๆ และตอนนี้เธอคือ กุ้ยเฟยแห่งวังหลวง

    “พระสนม วันนี้ทรงเลือกชุดใดดีเพคะ?”

    สาวใช้คนสนิทที่ชื่อ เสี่ยวหลาน ยกชุดขึ้นมาสองชุด หลินเยว่เดินเข้าไปมอง

    “ชุดนี้ก็ได้” “ชุดสีชมพูหรือเพคะ?”

    “อืม”

    เสี่ยวหลานลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนถาม“วันนี้พระสนมจะทรงไปเข้าเฝ้าฝ่า๢า๡หรือไม่เพคะ?”

    หลินเยว่หันมามอง“ทำไมข้าต้องไป?”เสี่ยวหลานชะงัก

    “เอ๊ะ?”

    “ข้าต้องไปหาเขาทุกวันหรือ?” “เมื่อก่อนพระสนมจะทรงส่งคนไปถามตารางเสด็จของฝ่า๤า๿ทุกวันเพคะ”

    หลินเยว่ถอนหายใจ ดูเหมือนเ๯้าของร่างเดิมจะรักฮ่องเต้มากจริง ๆ แต่เธอไม่ใช่เ๯้าของร่างเดิม

    และเธอไม่คิดจะทำสิ่งที่อีกฝ่ายเคยทำต่อไป“๻ั้๹แ๻่วันนี้ ไม่ต้องส่งใครไปถามแล้ว”

    “แต่ว่า...“ถ้าฝ่า๢า๡อยากพบข้า พระองค์ก็เสด็จมาเองได้”

    เสี่ยวหลานอ้าปากค้าง "พระสนม...” หลินเยว่ยิ้ม

    “ข้าเหนื่อยกับการวิ่งตามคนอื่นแล้ว”หลังจากแต่งตัวเสร็จ หลินเยว่เดินออกไปยังสวนด้านหลังตำหนัก

    นางพบว่าภายในสวนมีแปลงดอกไม้ขนาดใหญ่

    “สวยจัง...”

    นางก้มลงมองดอกเหมยที่กำลังผลิบาน ในโลกเดิม เธอไม่เคยมีสวนแบบนี้

    ไม่เคยมีวังไม่เคยมีสาวใช้และยิ่งไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้ใช้ชีวิตเหมือนนางเอกในละครจีน

    “ถ้าไหน ๆ ก็กลับไม่ได้แล้ว...”หลินเยว่ยกมือเท้าคาง "อย่างน้อยก็ใช้ชีวิตให้มีความสุขดีกว่า”

    นางหันไปสั่งสาวใช้ “เสี่ยวหลาน”

    “เพคะ?”

    “ต่อไปนี้ช่วยหาของอร่อย ๆ มาให้ข้าหน่อย" “ของอร่อย?”

    “ใช่ ข้าอยากกินของหวาน”เสี่ยวหลานยิ้ม

    “พระสนมอยากเสวยสิ่งใด หม่อมฉันจะให้ห้องเครื่องจัดเตรียมให้เพคะ”

    “แล้วก็เอาผลไม้มาเยอะ ๆ” “เพคะ”หลินเยว่ยิ้มอย่างพอใจ

    ในเมื่อชีวิตในวังหลวงไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีห้าง...อย่างน้อยเธอก็จะหาอาหารอร่อย ๆ กิน

    อีกด้านหนึ่งของวังหลวง ห้องทรงพระอักษรฮ่องเต้หย่งอันกำลังอ่านฎีกา

    แต่ผ่านไปครู่ใหญ่ เขากลับเงยหน้าขึ้น“ขันทีหลี่”

    “พ่ะย่ะค่ะ”

    “กุ้ยเฟย...”

    ขันทีหลี่รอฟัง

    “นางทำอะไรอยู่?”ขันทีหลี่แอบยิ้ม“กระหม่อมได้ยินว่าพระสนมกำลังอยู่ในสวนพ่ะย่ะค่ะ”

    “อยู่ในสวน?”

    “พ่ะย่ะค่ะ”

    “แล้วนางไม่ได้ส่งคนมาหาเราหรือ?“ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”

    ฮ่องเต้ขมวดคิ้วแล้วพูด “ไม่ได้ส่งใครมาเลย?”

    “พ่ะย่ะค่ะ”

    ความเงียบปกคลุมห้อง ฮ่องเต้วางฎีกาลง "นางไม่สบายหรือ?”

    ขันทีหลี่ตอบอย่างระมัดระวัง“ดูเหมือนจะไม่พ่ะย่ะค่ะ”

    ฮ่องเต้เงียบ เมื่อวานเขายังรู้สึกว่านางเปลี่ยนไป

    วันนี้กลับยิ่งแปลกกว่าเดิม เมื่อก่อนกุ้ยเฟยมักส่งคนมาถามว่าเขาจะเสด็จไปตำหนักใด

    แต่วันนี้...ไม่มีแม้แต่คนเดียว

    “ฝ่า๤า๿” ขันทีหลี่เรียก

    “มีอะไร?”

    “จะเสด็จไปตำหนักเฟิ่งหวงหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

    “เราไม่ได้คิดจะไป” "พ่ะย่ะค่ะ”

    ผ่านไปครู่หนึ่งฮ่องเต้ลุกขึ้น“เตรียมรถม้า”ขันทีหลี่รีบก้มหน้าเพื่อซ่อนรอยยิ้ม

    “พ่ะย่ะค่ะ”

    ๰่๥๹สาย

    หลินเยว่กำลังนั่งกินขนมอยู่ในสวน“อร่อยมาก!”นางหยิบขนมอีกชิ้นขึ้นมา

    เสี่ยวหลานมองอย่างมีความสุข“พระสนมทรงโปรดมากหรือเพคะ?”

    “มาก” ทันใดนั้น เสียงขันทีจากด้านหน้าก็ดังขึ้น

    “ฝ่า๤า๿เสด็จ!”

    หลินเยว่ชะงัก ขนมในมือหยุดอยู่กลางอากาศ

    “หา?”

    เสี่ยวหลานรีบคุกเข่า“ฝ่า๢า๡เสด็จเพคะ!”หลินเยว่หันไปมองทางเดิน

    ฮ่องเต้กำลังเดินเข้ามา นางถอนหายใจเบา ๆ“มาเร็วจริงนะ”

    นางวางขนมลงแล้วลุกขึ้น เมื่อฮ่องเต้เดินมาถึง นางก็ย่อตัวถวายความเคารพ

    “ถวายพระพรฝ่า๤า๿”“ลุกขึ้นเถิด”

    “ขอบพระทัยเพคะ”ฮ่องเต้มองโต๊ะตรงหน้าเต็มไปด้วยขนมและผลไม้

    “เ๽้ากำลังทำอะไร?”หลินเยว่ตอบตามจริง“กินขนมเพคะ”

    “เราเห็นแล้ว” “แล้วฝ่า๢า๡เสด็จมาทำไมเพคะ?”

    คำถามนั้นทำให้ฮ่องเต้เงียบ ขันทีหลี่ที่ยืนอยู่ด้านหลังแทบกลั้นยิ้มไม่อยู่

    ฮ่องเต้เหลือบมองเขา ขันทีหลี่รีบก้มหน้า“เราเพียงผ่านมา”

    หลินเยว่หันไปมองทางเดิน จากตำหนักของพระองค์มาที่นี่ไม่ใช่ทางผ่านเสียหน่อย

    “อ๋อ...เพคะ” นางไม่ได้ถามต่อ

    ฮ่องเต้กลับรู้สึกแปลก ๆเมื่ก่อนถ้าเขาบอกว่าเพียงผ่านมา นางจะรีบชวนเขานั่ง พยายามเอาใจสารพัด

    แต่วันนี้...นางกลับหันไปหยิบขนมกินต่อ ฮ่องเต้มองนางอยู่ครู่หนึ่ง

    “ขนมนั่นอร่อยหรือ?”

    “อร่อยเพคะ”

    “เอามาให้เราชิม”

    หลินเยว่ชะงัก

    จากนั้นหยิบขนมชิ้นหนึ่งวางลงบนจานเล็ก“เชิญฝ่า๤า๿เพคะ”

    ฮ่องเต้มองขนมแล้วมองนาง

    “เ๽้าจะไม่ป้อนเราหรือ?”ทั้งสวนเงียบกริบ

    เสี่ยวหลานก้มหน้าทันที หลินเยว่เองก็เบิกตากว้าง

    “ป้อน?”

    “อืม”

    นางคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างจริงจัง“ฝ่า๤า๿มีพระหัตถ์นี่เพคะ”

    ขันทีหลี่แทบหลุดหัวเราะฮ่องเต้มีสีหน้าดำขึ้นเล็กน้อยแต่แทนที่จะโกรธ...

    มุมปากของพระองค์กลับยกขึ้นเล็กน้อย“เ๽้ากล้าพูดกับเราเช่นนี้๻ั้๹แ๻่เมื่อใด?”

    หลินเยว่ยิ้ม“๻ั้๫แ๻่วันนี้เพคะ”

    ฮ่องเต้จ้องนางนานกว่าปกติ

    ก่อนจะหยิบขนมขึ้นมากินด้วยพระองค์เอง“อร่อยจริง”

    “เห็นไหมเพคะ”

    “เ๯้าชอบมากหรือ?”

    “เพคะ”

    “เช่นนั้นวันพรุ่งนี้ เราจะให้ห้องเครื่องส่งมาอีก”หลินเยว่เงยหน้ามอง

    “จริงหรือเพคะ?”

    “อืม”

    รอยยิ้มของนางปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ตัวฮ่องเต้มองรอยยิ้มนั้นแล้วหัวใจกลับเต้นแรงอย่างประหลาด

    เขารีบเบือนหน้าหนี“เราไปทำราชกิจต่อแล้ว”

    “น้อมส่งเสด็จเพคะ”

    ฮ่องเต้เดินออกไป

    แต่ก่อนพ้นประตูตำหนัก พระองค์กลับหยุดและหันมามองอีกครั้งหลินเยว่ยังคงกินขนมอย่างมีความสุข

    พระองค์ไม่เข้าใจตัวเองเลยเหตุใดเพียงเห็นนางยิ้ม...หัวใจของเขาถึงได้เต้นเร็วถึงเพียงนี้?

    คืนนั้น

    ฮ่องเต้นั่งอยู่ในห้องทรงพระอักษรฎีกากองอยู่เต็มโต๊ะแต่พระองค์กลับอ่านไม่เข้าใจสักฉบับ

    ขันทีหลี่มองเ๽้านายของตนอย่างระมัดระวัง"ฝ่า๤า๿พ่ะย่ะค่ะ”

    “ว่าอย่างไร?”

    “พรุ่งนี้...จะเสด็จตำหนักเฟิ่งหวงอีกหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

    ฮ่องเต้เงียบไป “เราไม่ได้คิดจะไป”

    “พ่ะย่ะค่ะ”

    ผ่านไปครู่หนึ่งฮ่องเต้หยิบพู่กันขึ้นมา

    “แต่...”

    “พ่ะย่ะค่ะ?”

    “ให้ห้องเครื่องทำขนมที่กุ้ยเฟยชอบไว้ด้วย”

    ขันทีหลี่ก้มหน้า "พ่ะย่ะค่ะ”

    ในใจกลับคิดว่า

    ฝ่า๢า๡กำลังตกหลุมรักพระสนมโดยไม่รู้พระองค์เองเสียแล้ว