เช้าวันรุ่งขึ้น แสงอาทิตย์ส่องผ่านหน้าต่างกระดาษเข้ามาในตำหนักเฟิ่งหวง
หลินเยว่ตื่นขึ้นพร้อมกับความรู้สึกว่าเมื่อคืนคงเป็เพียงความฝัน
แต่เมื่อเธอลุกขึ้นเห็นสาวใช้กำลังเตรียมเสื้อผ้าโบราณอยู่ข้างเตียง ความจริงก็กลับเข้ามาในหัวทันที
เธอข้ามมิติมาแล้วจริง ๆ และตอนนี้เธอคือ กุ้ยเฟยแห่งวังหลวง
“พระสนม วันนี้ทรงเลือกชุดใดดีเพคะ?”
สาวใช้คนสนิทที่ชื่อ เสี่ยวหลาน ยกชุดขึ้นมาสองชุด หลินเยว่เดินเข้าไปมอง
“ชุดนี้ก็ได้” “ชุดสีชมพูหรือเพคะ?”
“อืม”
เสี่ยวหลานลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนถาม“วันนี้พระสนมจะทรงไปเข้าเฝ้าฝ่าาหรือไม่เพคะ?”
หลินเยว่หันมามอง“ทำไมข้าต้องไป?”เสี่ยวหลานชะงัก
“เอ๊ะ?”
“ข้าต้องไปหาเขาทุกวันหรือ?” “เมื่อก่อนพระสนมจะทรงส่งคนไปถามตารางเสด็จของฝ่าาทุกวันเพคะ”
หลินเยว่ถอนหายใจ ดูเหมือนเ้าของร่างเดิมจะรักฮ่องเต้มากจริง ๆ แต่เธอไม่ใช่เ้าของร่างเดิม
และเธอไม่คิดจะทำสิ่งที่อีกฝ่ายเคยทำต่อไป“ั้แ่วันนี้ ไม่ต้องส่งใครไปถามแล้ว”
“แต่ว่า...“ถ้าฝ่าาอยากพบข้า พระองค์ก็เสด็จมาเองได้”
เสี่ยวหลานอ้าปากค้าง "พระสนม...” หลินเยว่ยิ้ม
“ข้าเหนื่อยกับการวิ่งตามคนอื่นแล้ว”หลังจากแต่งตัวเสร็จ หลินเยว่เดินออกไปยังสวนด้านหลังตำหนัก
นางพบว่าภายในสวนมีแปลงดอกไม้ขนาดใหญ่
“สวยจัง...”
นางก้มลงมองดอกเหมยที่กำลังผลิบาน ในโลกเดิม เธอไม่เคยมีสวนแบบนี้
ไม่เคยมีวังไม่เคยมีสาวใช้และยิ่งไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้ใช้ชีวิตเหมือนนางเอกในละครจีน
“ถ้าไหน ๆ ก็กลับไม่ได้แล้ว...”หลินเยว่ยกมือเท้าคาง "อย่างน้อยก็ใช้ชีวิตให้มีความสุขดีกว่า”
นางหันไปสั่งสาวใช้ “เสี่ยวหลาน”
“เพคะ?”
“ต่อไปนี้ช่วยหาของอร่อย ๆ มาให้ข้าหน่อย" “ของอร่อย?”
“ใช่ ข้าอยากกินของหวาน”เสี่ยวหลานยิ้ม
“พระสนมอยากเสวยสิ่งใด หม่อมฉันจะให้ห้องเครื่องจัดเตรียมให้เพคะ”
“แล้วก็เอาผลไม้มาเยอะ ๆ” “เพคะ”หลินเยว่ยิ้มอย่างพอใจ
ในเมื่อชีวิตในวังหลวงไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีห้าง...อย่างน้อยเธอก็จะหาอาหารอร่อย ๆ กิน
อีกด้านหนึ่งของวังหลวง ห้องทรงพระอักษรฮ่องเต้หย่งอันกำลังอ่านฎีกา
แต่ผ่านไปครู่ใหญ่ เขากลับเงยหน้าขึ้น“ขันทีหลี่”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“กุ้ยเฟย...”
ขันทีหลี่รอฟัง
“นางทำอะไรอยู่?”ขันทีหลี่แอบยิ้ม“กระหม่อมได้ยินว่าพระสนมกำลังอยู่ในสวนพ่ะย่ะค่ะ”
“อยู่ในสวน?”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วนางไม่ได้ส่งคนมาหาเราหรือ?“ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ขมวดคิ้วแล้วพูด “ไม่ได้ส่งใครมาเลย?”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ความเงียบปกคลุมห้อง ฮ่องเต้วางฎีกาลง "นางไม่สบายหรือ?”
ขันทีหลี่ตอบอย่างระมัดระวัง“ดูเหมือนจะไม่พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้เงียบ เมื่อวานเขายังรู้สึกว่านางเปลี่ยนไป
วันนี้กลับยิ่งแปลกกว่าเดิม เมื่อก่อนกุ้ยเฟยมักส่งคนมาถามว่าเขาจะเสด็จไปตำหนักใด
แต่วันนี้...ไม่มีแม้แต่คนเดียว
“ฝ่าา” ขันทีหลี่เรียก
“มีอะไร?”
“จะเสด็จไปตำหนักเฟิ่งหวงหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
“เราไม่ได้คิดจะไป” "พ่ะย่ะค่ะ”
ผ่านไปครู่หนึ่งฮ่องเต้ลุกขึ้น“เตรียมรถม้า”ขันทีหลี่รีบก้มหน้าเพื่อซ่อนรอยยิ้ม
“พ่ะย่ะค่ะ”
่สาย
หลินเยว่กำลังนั่งกินขนมอยู่ในสวน“อร่อยมาก!”นางหยิบขนมอีกชิ้นขึ้นมา
เสี่ยวหลานมองอย่างมีความสุข“พระสนมทรงโปรดมากหรือเพคะ?”
“มาก” ทันใดนั้น เสียงขันทีจากด้านหน้าก็ดังขึ้น
“ฝ่าาเสด็จ!”
หลินเยว่ชะงัก ขนมในมือหยุดอยู่กลางอากาศ
“หา?”
เสี่ยวหลานรีบคุกเข่า“ฝ่าาเสด็จเพคะ!”หลินเยว่หันไปมองทางเดิน
ฮ่องเต้กำลังเดินเข้ามา นางถอนหายใจเบา ๆ“มาเร็วจริงนะ”
นางวางขนมลงแล้วลุกขึ้น เมื่อฮ่องเต้เดินมาถึง นางก็ย่อตัวถวายความเคารพ
“ถวายพระพรฝ่าา”“ลุกขึ้นเถิด”
“ขอบพระทัยเพคะ”ฮ่องเต้มองโต๊ะตรงหน้าเต็มไปด้วยขนมและผลไม้
“เ้ากำลังทำอะไร?”หลินเยว่ตอบตามจริง“กินขนมเพคะ”
“เราเห็นแล้ว” “แล้วฝ่าาเสด็จมาทำไมเพคะ?”
คำถามนั้นทำให้ฮ่องเต้เงียบ ขันทีหลี่ที่ยืนอยู่ด้านหลังแทบกลั้นยิ้มไม่อยู่
ฮ่องเต้เหลือบมองเขา ขันทีหลี่รีบก้มหน้า“เราเพียงผ่านมา”
หลินเยว่หันไปมองทางเดิน จากตำหนักของพระองค์มาที่นี่ไม่ใช่ทางผ่านเสียหน่อย
“อ๋อ...เพคะ” นางไม่ได้ถามต่อ
ฮ่องเต้กลับรู้สึกแปลก ๆเมื่ก่อนถ้าเขาบอกว่าเพียงผ่านมา นางจะรีบชวนเขานั่ง พยายามเอาใจสารพัด
แต่วันนี้...นางกลับหันไปหยิบขนมกินต่อ ฮ่องเต้มองนางอยู่ครู่หนึ่ง
“ขนมนั่นอร่อยหรือ?”
“อร่อยเพคะ”
“เอามาให้เราชิม”
หลินเยว่ชะงัก
จากนั้นหยิบขนมชิ้นหนึ่งวางลงบนจานเล็ก“เชิญฝ่าาเพคะ”
ฮ่องเต้มองขนมแล้วมองนาง
“เ้าจะไม่ป้อนเราหรือ?”ทั้งสวนเงียบกริบ
เสี่ยวหลานก้มหน้าทันที หลินเยว่เองก็เบิกตากว้าง
“ป้อน?”
“อืม”
นางคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างจริงจัง“ฝ่าามีพระหัตถ์นี่เพคะ”
ขันทีหลี่แทบหลุดหัวเราะฮ่องเต้มีสีหน้าดำขึ้นเล็กน้อยแต่แทนที่จะโกรธ...
มุมปากของพระองค์กลับยกขึ้นเล็กน้อย“เ้ากล้าพูดกับเราเช่นนี้ั้แ่เมื่อใด?”
หลินเยว่ยิ้ม“ั้แ่วันนี้เพคะ”
ฮ่องเต้จ้องนางนานกว่าปกติ
ก่อนจะหยิบขนมขึ้นมากินด้วยพระองค์เอง“อร่อยจริง”
“เห็นไหมเพคะ”
“เ้าชอบมากหรือ?”
“เพคะ”
“เช่นนั้นวันพรุ่งนี้ เราจะให้ห้องเครื่องส่งมาอีก”หลินเยว่เงยหน้ามอง
“จริงหรือเพคะ?”
“อืม”
รอยยิ้มของนางปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ตัวฮ่องเต้มองรอยยิ้มนั้นแล้วหัวใจกลับเต้นแรงอย่างประหลาด
เขารีบเบือนหน้าหนี“เราไปทำราชกิจต่อแล้ว”
“น้อมส่งเสด็จเพคะ”
ฮ่องเต้เดินออกไป
แต่ก่อนพ้นประตูตำหนัก พระองค์กลับหยุดและหันมามองอีกครั้งหลินเยว่ยังคงกินขนมอย่างมีความสุข
พระองค์ไม่เข้าใจตัวเองเลยเหตุใดเพียงเห็นนางยิ้ม...หัวใจของเขาถึงได้เต้นเร็วถึงเพียงนี้?
คืนนั้น
ฮ่องเต้นั่งอยู่ในห้องทรงพระอักษรฎีกากองอยู่เต็มโต๊ะแต่พระองค์กลับอ่านไม่เข้าใจสักฉบับ
ขันทีหลี่มองเ้านายของตนอย่างระมัดระวัง"ฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ”
“ว่าอย่างไร?”
“พรุ่งนี้...จะเสด็จตำหนักเฟิ่งหวงอีกหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
ฮ่องเต้เงียบไป “เราไม่ได้คิดจะไป”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ผ่านไปครู่หนึ่งฮ่องเต้หยิบพู่กันขึ้นมา
“แต่...”
“พ่ะย่ะค่ะ?”
“ให้ห้องเครื่องทำขนมที่กุ้ยเฟยชอบไว้ด้วย”
ขันทีหลี่ก้มหน้า "พ่ะย่ะค่ะ”
ในใจกลับคิดว่า
ฝ่าากำลังตกหลุมรักพระสนมโดยไม่รู้พระองค์เองเสียแล้ว