บรรยากาศในงานสโมสรเทวสันนิบาตพลันชะงักงันราวกับถูกแช่แข็งเมื่อสุรเสียงกังวานกึกก้องที่สวนกลับองค์เทวราชอย่างเผ็ดร้อนว่า"ขี้เหนียว" ดังลงมาจากวิมานแก้วชั้นสูง ทวยเทพนับหมื่นองค์ที่กำลังสรวลเสเฮฮาต่างพากันนิ่งกริบสายตาทุกคู่จับจ้องไปยังที่ประทับของบุรุษผู้มีตบะแก่กล้าเบื้องบน
จ้อยซึ่งกำลังยืนเกาพุงงงเป็นกระรอกตาแตกหัวใจดวงน้อยๆ ของมันเต้นระรัวด้วยความเลื่อมใส 'โอ้โฮ! ในที่สุดก็มีพี่เบิ้มใจเด็ดออกมาออกตัวแทนข้าเสียที! แต่แหม่...พูดจาขวานผ่าซากแบบนี้ ไม่กลัวโดนถอนหงอกกลางวิมานหรือไงนะนั่น!' จ้อยแอบปาดเหงื่อที่ข้างขมับพลางคิดว่างานนี้ถ้าไม่รุ่งก็คงร่วงเป็นกระรอกย่างแน่ๆ
จ้อยรีบหันขวับไปมองตามต้นเสียงอีกทางหนึ่งและสิ่งที่เขาเห็นก็คือบุรุษหนุ่มผู้มีสง่าราศีโดดเด่นร่างกายของท่านห้อมล้อมด้วยกระแสลมบางเบาที่ทำให้อาภรณ์ทิพย์สีมรกตสะบัดพลิ้วไหวอยู่ตลอดเวลาแววตาของท่านดูว่องไวและเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจประดุจพายุหมุนที่พร้อมจะพัดพาเอาความอยุติธรรมให้หายไป...ท่านคือ "พระพาย" (เทพแห่งลมผู้ทรงฤทธิ์) นายใหญ่ของ ราชสีห์ขนคำ นั่นเอง!ด้วยนิสัยของเทพแห่งลมที่รักอิสระและตรงไปตรงมาการจะพูดจาขวางหูขวางตาผู้มีอำนาจจึงเป็นเรื่องปกติสามัญของท่าน
ทว่ายังไม่ทันที่บรรยากาศจะตึงเครียดไปมากกว่านั้นก็มีสุรเสียงนุ่มนวลทว่าแฝงไปด้วยอำนาจลึกลับดังแทรกขึ้นมาจากอาสนะทิพย์ที่ประดับด้วยมณีหลากสี:"กราบทูลองค์เทวราช... ข้าเห็นว่า ในเมื่อจะประทานรางวัลทั้งทีก็น่าจะให้เป็นเลขคู่เพื่อให้เป็นศิริมงคลมิดีกว่าหรือพระเจ้าข้า? การประทานเพียงอย่างเดียวนั้นดูจะขาดแคลนไปนิดสำหรับสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อันมั่งคั่ง"
จ้อยหันไปมองตามเสียงนุ่มนั้นคราวนี้เขาเห็นบุรุษในชุดขาวสะอาดบริสุทธิ์แววตาเรียบเฉยทว่าแผ่ซ่านไปด้วยรัศมีสีรุ้งอ่อนๆที่ทำให้เทพองค์อื่นรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะขยับกายเข้าใกล้ ท่านคือ"พญาเบญจรงค์" จอมนกยูงสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่นั่นเอง!ท่วงท่าของท่านนั้นดูสูงส่งประดุจขุนเขาที่นิ่งสงบแต่ทรงพลัง
จ้อยแอบชมในใจ 'เท่แบบไม่ต้องพยายามนี่มันร้ายกาจจริงๆนี่แหละยอดคนของจริง! ท่าทางพี่เบญจรงค์คนนี้จะเส้นใหญ่กว่าเส้นก๋วยจั๊บเสียอีก!'
ราชสีห์ขนคำสะบัดขนคอสีทองเลื่อมพรายจนเกิดประกายไฟจางๆ พลางกระซิบกับจ้อยด้วยเสียงสั่นๆ"จ้อย... เจ้าโชคดีมหาศาลแล้ว! ท่านพญาเบญจรงค์ ท่านนี้คือจอมนกยูงผู้ยิ่งใหญ่แม้แต่องค์เทวราชยังต้องให้ความเกรงอกเกรงใจท่านยิ่งนักการที่ท่านออกมาช่วยพูดเป็นนัยๆ แบบนี้เพราะแม่หญิงจันทร์รำระบำนกยูงได้งดงามถูกใจท่านเข้าอย่างจังนั่นเอง!"
ขณะที่บรรยากาศเริ่มอึมครึมราวกับพายุกำลังจะก่อตัว"ท่านเจ้ากรมพระคลังสวรรค์"ผู้เป็นทั้งคนร่อนจดหมายเชิญเหล่าทวยเทพและผู้ดูแลบัญชีมหาสมบัติก็รีบก้าวออกมาประสานรอยร้าวทันทีพร้อมเสียงหัวเราะ "ฮึๆ ...ท่านพระพายและท่านพญาเบญจรงค์กล่าวได้มีเหตุผลลึกซึ้งยิ่งนักพระเจ้าข้า"
ท่านเจ้ากรมพระคลังฯปาดเหงื่อทิพย์ที่ผุดพรายบนหน้าผากพลางกราบทูลต่อ"ในฐานะที่กระหม่อมดูแลทั้งงานคลังและงานทะเบียนราษฎร์สวรรค์กระหม่อมเห็นว่าแม่หญิงจันทร์และเจ้าสัตว์เลี้ยงเพิ่งจุติมาไม่นานยังมิรู้ขนบประเพณีอันดีงาม หากประทานสมบัติพัสถานไปมากมายในคราวเดียวความจะเสียการปกครองและอาจเกิดความประมาทได้ กระหม่อมจึงขอเสนอให้ประทานสิ่งที่ยั่งยืนกว่านั้นพระเจ้าข้า"
จ้อยเริ่มใจเสีย 'ยั่งยืน? อย่าบอกนะว่าประทานโอวาทธรรมสิบประการหรือหนังสือสวดมนต์น่ะ?ข้าอยากได้ของกินโว้ย! ท้องมันร้องจนจะกลายเป็นกลองรบอยู่แล้ว!'
ทันใดนั้น"พระแม่เจ้าแห่งสระทิพย์" ผู้เป็นพระชายาแห่งองค์เทวราชซึ่งประทับอยู่เคียงข้างพระสวามี ทรงมีรอยสรวลที่อ่อนโยนประดุจแสงจันทร์วันเพ็ญพระนางตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใส:
"หากเป็นเช่นนั้นเราเห็นควรให้แม่หญิงจันทร์และเจ้ากระรอกน้อยตัวนี้ได้รับสิทธิ์พิเศษในการเข้าออกเขตพระราชฐานสวรรค์ได้ตามประสงค์ มิมีผู้ใดขัดขวางและเพื่อมิให้เจ้ากระรอกนี่ทำตัวเรื่อยเปื่อยไร้จุดหมายจนเสียชาติเกิด...เราขอสั่งให้ส่งมันไปร่ำเรียนหนังสือที่ 'สำนักอักษรพิมาน'เพื่อฝึกอ่านเขียนและศึกษามารยาทชาวสวรรค์เสียใหม่ให้สมกับที่เป็นสัตว์เลี้ยงของคนบนวิมาน ส่วนแม่หญิงจันทร์นั้นให้มาศึกษาตำราเครื่องหอมและการปรุงยาเลิศรสในฝ่ายในกับเหล่าพนักงานนางฟ้าผู้เชี่ยวชาญดีหรือไม่?"
"อะไรนะ!!!"จ้อยตะโกนลั่นในใจจนหูตั้ง 'เรียนหนังสือเนี่ยนะ?! ข้าเพิ่งหนีพ้นนรกการสอบเข้ามหาลัยจากชาติที่แล้วมาได้ไม่นึกเลยว่าตายมาเป็นกระรอกแล้วยังต้องมานั่งคัดลายมือไทยบนสวรรค์อีก!นี่มันหนีเสือปะจระเข้ชัดๆ! ใครก็ได้เอาข้าไปปล่อยป่าหิมพานต์ที!'
แต่ทว่า... ท่านเจ้ากรมพระคลังสวรรค์กลับรีบรับคำบัญชาทันที "วิเศษยิ่งนักพระแม่เจ้า!พรุ่งนี้ก็วันเปิดภาคเรียนของเหล่าเทพบุตรตัวน้อยพอดี กระหม่อมจะจัดการเรื่องทะเบียนนักเรียนและเครื่องแบบให้เดี๋ยวนี้เลยพะยะค่ะ!"
องค์เทวราชพยักหน้าอย่างช้าๆก่อนจะเปล่งประกาศิตที่สั่นสะเทือนไปทั้งชั้นฟ้า: "อนุมัติ!"
จ้อยถึงกับหน้ามืดตามัวแววตาที่เคยเป็นประกายตอนนี้มันดำคร่ำเครียดและหม่นแสงลงจน ราชสีห์ขนคำยังต้องสะกิด "เฮ้ยจ้อย... หน้าเจ้าดำหมองเป็นถ่านเลยว่ะไม่ดีใจเหรอได้เรียนหนังสือกับเทวดาชั้นสูง? บางคนอ้อนวอนแทบตายยังไม่ได้เข้าเรียนที่นี่เลยนะ"
จ้อยตอบด้วยน้ำเสียงเนือยๆ"ดีใจจนอยากจะลาบวชไปตลอดชีวิตเลยล่ะพี่ชาย...ข้าเกลียดการคัดไทยที่สุด!"
"อย่ามัวแต่อิดออดสิรีบกราบขอบพระคุณพระแม่เจ้าและองค์เทวราชเสีย!" นางฟ้าพิกุลกระซิบบอกพลางกดไหล่จ้อยลงเพื่อไม่ให้ทำกิริยาไม่งาม
แม่หญิงจันทร์หมอบกราบอย่างงดงามชดช้อยจนเป็นที่ชื่นชมส่วนเจ้าจ้อย...ด้วยความที่ไม่อยากคุกเข่าแบบธรรมดาและอยากประชดชีวิตประวัติศาสตร์การศึกษาของตนมันเลยใช้วิธีทิ้งตัวนอนราบลงไปกับพื้นลานมณีทิพย์ ขาทั้งสี่กางออกแผ่หลาแปะหน้าลงกับพื้นจนดูเหมือนกระรอกโดนพัดลมเป่าจนแบน
"จ้อย!เจ้าทำท่าพิเรนทร์อะไรของเจ้าน่ะ? นี่มันงานสโมสรเทวสันนิบาตนะ!"นางฟ้าพิกุลกระซิบอย่างตกใจแทบสิ้นสติ
จ้อยตอบเสียงอู้อี้อยู่กับพื้นมณี"นี่เขาเรียกว่าการกราบแบบ 'เบญจางคประดิษฐ์ขั้นสูงสุด'ไงล่ะท่านพี่ ข้าซาบซึ้งใจมหาศาลจนแข้งขาอ่อนแรงลุกไม่ขึ้นแล้วเนี่ย ท้องข้ามันหนักไปด้วยความกตัญญู!"
ท่านเจ้ากรมพระคลังสวรรค์เห็นท่าทางของเจ้าจ้อยแล้วก็ได้แต่เอามือกุมขมับ 'เจ้ากระรอกตัวนี้มันร้ายนัก... คราวก่อนตอนข้าไปประกาศราชโองการที่ดวงจันทร์มันก็ใช้ท่านี้คราวนี้ต่อหน้าองค์เทวราชมันก็ยังจะเล่นแง่อีก!' แต่ท่านก็ยังใจดีพอที่จะช่วยแก้หน้าให้"ขอเดชะ... สัตว์น้อยตัวนี้แสดงความเคารพอย่างหาที่สุดมิได้พะยะค่ะแต่มันอาจยังไม่รู้ว่าบนสรวงสวรรค์แห่งนี้ เพียงก้มกราบอย่างสำรวมก็เพียงพอแล้วไม่ต้องนอนราบดุจสัตว์เลื้อยคลานปานนี้"
จ้อยหูผึ่งทันที 'หือ? ไม่ต้องนอนราบก็ได้เหรอ?'มันรีบสปริงตัวลุกขึ้นยืนทันทีอย่างกะติดสปริง "อ้าว!ไม่บอกแต่แรกล่ะท่าน ข้าก็นอนจนพุงเย็นเฉียบไปหมดแล้วเนี่ย ถ้าข้าเป็นปอดบวมขึ้นมาท่านต้องรับผิดชอบนะ!"
ท่าทางกวนประสาทและตรรกะพิลึกพิลั่นของจ้อยทำเอาเหล่าเทพบุตรและนางฟ้าที่คอยลุ้นอยู่รอบๆ ถึงกับหลุดขำออกมาเป็นแถวบรรยากาศที่เคยตึงเครียดสลายตัวกลายเป็นความขบขันในชั่วพริบตา
"เจ้ากระรอกตัวนี้มันแปลกคนจริงๆ"เทพบุตรองค์หนึ่งเอ่ยพลางหัวเราะร่า "ดูสิ... ก้นมันกลมบง็อกน่าเอ็นดูนักถ้าเอาไปทำ 'แกงคั่วกระรอกสวรรค์' ใส่กะทิทิพย์ท่าจะรสเลิศนะ"เทพอีกองค์กระซิบหยอกล้อพลางชี้ชวนกันดู
จ้อยหันขวับไปมองเทพองค์นั้นพลางแยกเขี้ยวสีขาวจ้อยใส่"นี่ท่านเทพ! ข้ามาเป็นนักเรียนใหม่นะโว้ย ไม่ใช่เมนูแนะนำประจำสโมสร!ถ้าอยากกินล่ะก็... ไปเคี้ยวลูกท้อสวรรค์โน่นไป๊ อย่ามามองพุงข้า!"
เสียงเจี๊ยวจ๊าวของจ้อยทำให้องค์เทวราชทรงพระสรวลออกมาในที่สุดงานเลี้ยงสโมสรเทวสันนิบาตจึงปิดฉากลงด้วยความรื่นเริง...ทิ้งให้เจ้าจ้อยต้องนอนถอนหายใจและฝันร้ายถึงสมุดจด ปากกาขนนกและไม้เรียวของอาจารย์ไปตลอดทั้งคืน!