[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    75 นักยันต์

    บู้ม~!


    ลำแสงสีส้มพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าทะลุก้อนเมฆสร้างความตกใจให้กับใครหลายคนที่มองเห็น โดยเฉพาะศิษย์สายใน ศิษย์สายตรง รวมไปถึงเหล่าอาจารย์ที่พึ่งออกมาจากการบ่มเพาะพลังเพื่อเตรียมตัวส่งศิษย์ของพวกเขาเข้าไปในหออาวุธเฟยเทียน  ปูทางไปสู่การเข้าประตูแห่งเทพธิดา


    “นั่น ตึกเล่นแร่แปรธาตุมีคนผ่านการทดสอบการเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับ 5 แล้ว”


    “เฮ่ย เมื่อวานก็มีคนผ่านการทดสอบเป็นนักหลอมยาระดับ 5 ”


    “พวกเขาเป็นใครกัน”


    “ไม่รู้”


    “หรือว่าจะเป็นศิษย์สายตรงที่ออกมาจากจากการบ่มเพาะพลัง ต้องใช่แน่ เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นติดๆกันแบบนี้จะต้องเป็นเพราะศิษย์สายตรงอย่างแน่นอน”


    เหล่าศิษย์สายนอกล้วนแล้วมองไปยังเสาพลังงานสีส้มอมแดง ก่อนที่มันจะดับแสงลงไป ทันใดนั้นพวกเขาก็เริ่มพากันวิ่งหาข่าวของผู้ที่ผ่านการทดสอบกลายเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับ 5 และนักหลอมยาระดับ 5


    “อาจารย์ คือว่า…”


    ตงฟางมองไปยังอาจารย์เคราขาว สูงสองเมตร ตามตัวเต็มไปด้วยมัดกล้ามดูน่ากลัว สาเหตุที่เขาจำเป็นต้องร้องทักทายก็เพราะว่าตอนนี้อาจารย์กำลังยืนนิ่งไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร


    “อาจารย์ ข้าสอบผ่านแล้วใช่ไหม  ดะ…ดาบนั่น ข้าขอได้ไหม” ตงฟางมองไปยังดาบธาตุไฟระดับ 4 แม้วัสดุที่ใช้จะไม่ใช่ของเขาก็ตามที แต่การที่เขานำวัสดุมาสร้างมูลค่าเขาน่าจะได้ส่วนแบ่งจากมันบ้าง


    “เอาล่ะ ข้าตัดสินใจแล้ว” อาจารย์หนวดขาวหันหน้ามามองตงฟางด้วยความจริงจัง


    “เจ้าอยากเป็นศิษย์สายตรงของข้าไหม”


    “อาจารย์ ข้าอยากเป็นมากๆ แต่อาจารย์อี้ก็บอกว่าจะดูแลข้า หลังจากข้าผ่านการทดสอบกลายเป็นนักหลอมยาระดับ 5”


    “หืม เมื่อวานนี้เป็นฝีมือของเจ้าด้วยอย่างนั้นเหรอ น่าสนใจๆ เอาล่ะ ถ้าเจ้าเป็นศิษย์สายตรงของข้า ห้องแห่งนี้เจ้าสามารถใช้งานได้ตามต้องการ หากเจ้าหลอมอะไรได้ ข้าจะหักแค่ค่าวัสดุเท่านั้น แล้วยังจะสอนความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับการตีเหล็กให้เจ้าด้วย”


    ตงฟางฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ เขารู้สึกดีใจมากกับข้อเสนอ ทางฝั่งอาจารย์อี้ก็มีข้อเสนอดีเช่นกัน ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่ตัดสินใจเพราะคิดว่าหากเขาเลือกใครไปในตอนนี้ เขาจะถูกจำกัดการช่วยเหลือ ถ้าเกิดเขามีเรื่อง คนที่ช่วยเหลือเขาจะเป็นเพียงแค่อาจารย์คนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่เขาโลภมากอยากได้มากกว่านี้ จึงตอบออกไปด้วยความกระอักกระอวน เพื่อเลื่อนการรับศิษย์สายตรงออกไป


    “อาจารย์ ข้าเป็นแค่ระดับก่อตั้งเท่านั้น วิญญาณยุทธ์ของข้าก็เสียหาย”


    “ไม่เป็นไร ของแบบนั้นมันเพิ่มและฟื้นฟูกันได้ หากเจ้ามาเป็นศิษย์ข้าจะช่วยเจ้าสุดความสามารถ”


    “ถ้าอย่างนั้นข้าขอเก็บไปคิดก่อนได้ไหม หากเข้าร่วมกับอาจารย์ข้าก็กลัวตึกยาและสมุนไพรจะโกรธข้า”


    “ได้ เจ้ามีเวลามากพอในการตัดสินใจ ไว้พร้อมค่อยมาหาข้าก็ได้ ข้าจะไม่บังคับเจ้า เอาล่ะข้าชื่อซิ่ว ใครต่างก็เรียกข้าอาจารย์ซิ่ว หากมีเรื่องอะไรเจ้ามาหาข้าได้ทุกเมื่อ”


    “ข้าตงฟาง ยินดีที่ได้พบท่านอาจารย์ซิ่ว”


    “ส่วนนี่ป้ายนักเล่นแร่แปรธาตุระดับ 4 แล้วทำไมเจ้าถึงห้อยแค่ป้ายนักหลอมยาระดับ 3 ล่ะ”


    “อ๋อ เมื่อวานข้าทดสอบการหลอมยาถึงแค่การสร้างยาระดับ 3 ส่วนการสร้างยาระดับ 4 เข้าไปทดสอบในหินแห่งการรู้แจ้ง จึงทำให้เป็นแค่ระดับ 3 หากจะเป็นระดับ 4 ต้องเพิ่มพลังเป็นระดับผสานวิญญาณก่อน”


    “งี้นี่เอง ดูท่าเจ้าน่าจะพลาด ด้วยความสามารถของเจ้าน่าจะห้อยป้ายนักหลอมยาระดับ 4”


    “อาจารย์ ข้าขอตัวก่อนนะ ข้าว่าจะเดินไปเล่นที่ตึกยันต์”


    “หืม เจ้าสนใจเรื่องยันต์ด้วยอย่างนั้นเหรอ”


    “ใช่แล้วท่านอาจารย์ซิ่ว แต่ข้าไม่ได้เข้าสังกัดพวกเขาจึงเรียนรู้เพียงแค่เรื่องยันต์เท่านั้น เรื่องค่ายกลไม่รู้อะไรเลย”


    “นั่นสินะ ยังไงพวกนั่นก็เป็นพวกเห็นแก่ตัว แต่ไม่ต้องห่วง เจ้าสามารถเป็นนักยันต์ระดับ 3 ได้แน่นอน เพราะเรื่องค่ายกลจะเริ่มทดสอบในตอนก้าวเป็นนักยันต์ระดับ 4”


    “ขอบคุณท่านอาจารย์ซิ่วที่ชี้แนะ ข้าขอตัวลา”


    ตงฟางห้อยป้ายนักเล่นแร่แปรธาตุระดับ 4 แล้ววิ่งออกมาจากตึกเล่นแร่แปรธาตุด้วยท่าทางเบิกบาน ภายใต้การกระโดดโลดเต้นอย่างกับเจ้าหญิงหลุดออกมาจากปราสาท ตงฟางก็เริ่มเห็นศิษย์มากมายกำลังยืนมุงอยู่ทางออก


    “นี่ มามุงดูอะไรกันเหรอ” เท้าที่กำลังก้าวเดินได้หยุดถาม การเป็นศิษย์สายในทำให้เขาถามใครก็ได้ โดยทุกคนล้วนเกรงใจจนต้องตอบเขา


    “ศิษย์น้อง พวกข้ามารอดูหน้าผู้ที่กลายเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับ 5”


    “อ๋อ เขาผ่านแค่การทดสอบจากหินแห่งการรู้แจ้งเท่านั้น ระดับนักเล่นแร่แปรธาตุจริงๆของเขาเพียงแค่ระดับ 4 เท่านั้นแหละ ข้าไปก่อนนะ”


    “เดี๋ยวก่อนศิษย์น้อง ทำไมเจ้าถึงรู้ หรือว่าเจ้า”


    “ใช่” ตงฟางเดินออกไปจากหน้าทางเข้าตึกเล่นแร่แปรธาตุ ทันใดนั้นเขาก็ได้กระโดดหมุนตัวกลับมาหารุ่นพี่ที่เป็นศิษย์สายในเพื่อตอบคำถามด้วยการชี้นิ้วไปยังเอวของเขา จนทุกคนเห็นป้ายนักหลอมยาระดับ 3 และนักเล่นแร่แปรธาตุระดับ 4



    “ข้าเอง เมื่อวานก็ข้าเองที่ผ่านการทดสอบเป็นนักหลอมยาระดับ 5 แต่ระดับข้ายังน้อยอาจารย์อี้เลยให้ข้าห้อยแค่ป้ายนักหลอมยาระดับ 3”


    ด้วยคำพูดของตงฟางทุกคนต่างเบิกตากว้าง แม้จะมีคนไม่เชื่อคำพูดของเขาแต่หลายคนก็เชื่อ เพราะพวกเขาเห็นตงฟางเดินเข้าไปในห้องทดสอบเมื่อวาน และวันนี้


    “ไปหาข้อมูลจากศิษย์ในสังกัดตึกยาและตึกเล่นแร่แปรธาตุมาเร็วว่าเขาพูดโกหกหรือว่ามันเป็นเรื่องจริง”


    “มันต้องโกหกแน่”


    “อย่าพึ่งด่วนสรุป ไปหาข้อมูลมาก่อน”


    ต่างคนต่างวิ่งวุ่นตามหาข้อมูล การผ่านบททดสอบระดับ 5 ของทั้ง 2 หมู่ตึกด้วยสถานะศิษย์สายในไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้จะเป็นระดับ 4 ก็เป็นเรื่องยาก ตงฟางกลับบอกว่าตัวเองผ่านบททดสอบระดับ 5 ถึง 2 ตึก พวกเขาจึงวิ่งวุ่นหาข้อมูล


    “ศิษย์พี่ ข้ามาขอทดสอบเป็นนักยันต์”


    “ศิษย์พี่ อย่ามาอำข้าเล่นเลย ข้าเป็นแค่ศิษย์สายนอกเท่านั้น ท่านต้องการจะทดสอบใช่หรือไม่”


    “ใช่ ข้าอยากจะทดสอบ นี่หินวิญญาณหมื่นก้อน”


    “ท่านต้องรอหน่อยนะ อาจารย์กำลังประชุมกัน อีกสักพักน่าจะมีคนควบคุมการสอบได้”



    ตงฟางนั่งรอในชั้นหนึ่งของตึกยันต์และค่ายอาคมด้วยความรู้สึกสบายใจ ตอนนี้เขามีคนหนุนหลังแล้วถึง 2 หมู่ตึก หากเกิดอะไรขึ้น คนที่อยากได้ตัวของเขาจะต้องออกมาปกป้องอย่างแน่นอน ส่วนการที่เขายอมเปิดเผยตัวตนว่าตัวเองผ่านการทดสอบ ก็เพื่อสร้างความกดดันให้พวกนายน้อยตระกูลจงที่คิดจะลงมือกับเขา


    ในความคิดของพวกมัน ตงฟางรู้ดีว่าความแค้นพวกมันไม่สามารถวางลงได้แน่นอน เขาฆ่าน้องชายพวกมันไปถึง 3 คน แต่สิ่งที่เขาทำในวันนี้จะเป็นสิ่งที่ขัดขวางแผนการร้ายๆของพวกมัน ใครก็ตามที่พวกมันชักชวนเข้าร่วมเพื่อกำจัดเขา พวกมันจะต้องคิดหนัก เนื่องจากเขาเป็นคนที่หมู่ตึกเล่นแร่แปรธาตุและหมู่ตึกยาต้องการตัว การประกาศของเขาในวันนี้จึงเป็นการตัดกำลังคนที่ต้องการเล่นงานเขา


    “ศิษย์พี่ อาจารย์ออกมาแล้ว ตามมาเลย”


    ตงฟางรีบวิ่งด้วยความรวดเร็วจนเข้าไปในห้องโถงขนาดใหญ่ มองไปทางไหนเขาก็เห็นยันต์มากมายลอยเต็มอากาศ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีค่ายกลจำนวนมากวางซ้อนทับกันจนรับรู้ได้ถึงความกดดันทางพลังวิญาณ ทันทีที่เขาทำความเคารพอาจารย์สวมใส่ชุดสีม่วงถือพัดสีม่วงอ่อน สายตาของอาจารย์ก็มองจ้องมายังป้ายทั้ง 2 ที่ตงฟางห้อยไว้ที่เอว


    “เจ้าคงไม่ได้มาจากตึกเล่นแร่แปรธาตุหรอกใช่ไหม”


    “ท่านอาจารย์ ข้าพึ่งมาจากที่นั่นหลังจากผ่านการทดสอบที่ 5”


    “แล้วป้ายนักหลอมยา”


    “ข้าได้มันมาเมื่อวานหลังจากผ่านการทดสอบที่ 5 เช่นเดียวกัน”


    “งั้นเหรอ แล้ววันนี้เจ้ามาทำอะไร”


    “ข้าอยากจะเป็นนักยันต์ระดับ 3”


    “ทำไมไม่ทำให้ตัวเองผ่านการทดสอบระดับ 5 เหมือนทั้งสองตึกล่ะ”


    “ฮ่าๆ” ตงฟางหัวเราะแห้งๆแล้วบอกความจริงกับอาจารย์ชุดม่วง


    “อาจารย์  ข้าต้องยอมรับความจริง ว่าข้านั้นไม่รู้เรื่องค่ายกลเลยเพราะมันไม่มีให้ข้าเรียน ข้าจึงเรียนแค่เรื่องยันต์แล้วอาจารย์ซิ่วก็บอกกับข้ามาว่าความรู้ของข้าที่รู้เพียงแค่เรื่องยันต์ก็สามารถเป็นนักยันต์ระดับ 3 ได้แล้ว เรื่องค่ายกลมันจะทดสอบในระดับ 4”


    “งั้นเหรอ น่าเสียดาย ถึงอย่างนั้นข้าก็ไม่ได้ใจดีให้เจ้าได้อ่านหนังสือค่ายกลของพวกเราหรอกนะ หากเจ้าไม่เข้าสังกัดของข้าตอนนี้ เจ้าก็เป็นได้แค่นักยันต์ระดับ 3”


    “ข้าพอใจแล้ว” ตงฟางยิ้มรับ หากเขาเลือกเข้าสังกัดตึกยันต์และค่ายกล เขาจะเสียการช่วยเหลือจากตึกทั้ง 2 ไปในทันที ดังนั้นเขาจึงเลือกไม่เข้าสังกัดใดๆ แม้ตึกยันต์และค่ายกลจะไม่สนใจ เขายังมีตึกอีก 2 รอดึงตัวเขา


    “ถ้าอย่างนั้น ข้าก็ไม่มีอะไรจะทดสอบมาก เจ้าอยากเป็นนักยันต์ระดับ 3 ใช่หรือไม่ ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ใช้พลังทั้งหมดเท่าที่มีเขียนยันต์ให้ข้าดูหน่อย หากว่าข้าคิดว่ามันอ่อน ข้าจะไม่ให้เจ้าได้เป็นนักยันต์เลยสักระดับ”


    “ถ้าอย่างนั้นข้าจะแสดงฝีมือเต็มที่”


    ตงฟางมองจ้องไปยังกำแพงที่อาจารย์ให้เขาโจมตีด้วยพลังของยันต์ ทันทีที่เขาทราบเป้าหมายที่เขาต้องการกำจัด ตงฟางก็เริ่มดึงพลังวิญญาณไปยังปลายนิ้วชี้ทั้งสองข้างของเขาแล้วเริ่มบีบอัดพลังวิญญาณลงไปยังปลายนิ้วขีดเขียนลงไปบนพลังจิต อาจารย์ที่เห็นตงฟางเขียนยันต์บนอากาศได้ถึงขั้นย่นคิ้ว ด้วยระดับก่อตั้งวิญญาณของตงฟางไม่น่าจะทำได้


    บู้ม~!


    ดาบสีแดงเพลิงพุ่งเข้าโจมตีผนังพร้อมกับมีขวานน้ำพุ่งไปพร้อมๆกัน ด้วยการใช้มือซ้ายและมือขวาวาดยันต์สร้างความตกใจให้กับอาจารย์ผู้คุมสอบไม่น้อย


    พรึ่บ พรึ่บ~!


    ยันต์อีก 2 แผ่นเปิดใช้งาน จนมีมีดลมและดาบไม้พุ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว ตงฟางไม่คิดจะหยุดเพียงเท่านี้ เขานึกอะไรได้ก็เขียนมันออกมาทั้งหมด จนกำแพงด้านหน้าของเขาถูกโจมตีด้วยอาวุธมากมายที่สร้างมาจากยันต์ แล้วยังมีธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง ไม้ ทุกๆธาตุที่เป็นข้อจำกัดในตอนนี้ของตึกยันต์พุ่งเข้าถล่มกำแพง สร้างความรู้สึกตกใจให้กับอาจารย์ไม่น้อย กับความเชี่ยวชาญในการเขียนยันต์ของตงฟาง


    “อาจารย์ ข้าพลังวิญญาณหมดแล้ว”


    ตงฟางฉีกยิ้มกว้างบอกเกี่ยวกับตัวของเขาให้อาจารย์ได้รับรู้ เขาไม่จำเป็นต้องวาดยันต์ลงไปบนแผ่นกระดาษเลยสักแผ่นเพื่อทดสอบ เพราะการวาดไปบนอากาศยืนยันความเชี่ยวชาญของเขาได้เป็นอย่างดี


    “เจ้าสนใจจะเข้าตึกยันต์และค่ายกลของข้าไหม ถ้าเจ้าเข้าร่วมเจ้าจะได้เรียนรู้เรื่องค่ายกลในตอนนี้เลย”


    “ท่านอาจารย์ ข้าไม่สามารถเข้าได้ เพราะตึกยาและสมุนไพร รวมไปถึงตึกนักเล่นแร่แปรธาตุก็รอคำตอบจากข้า ตอนนี้ข้าคิดหนักมากๆไม่รู้จะเข้าตึกไหน”


    “งั้นเหรอ แสดงว่าเจ้าไม่คิดจะเข้าร่วมกับข้าสินะ”


    “ข้าก็อยากเข้าร่วม แต่ข้าไม่มีเวลาคิด ท่านให้เวลาข้าคิดหน่อยได้หรือไม่”


    “ไม่เป็นไร ข้าเสียใจเล็กน้อยที่ต้องปล่อยเจ้าไปเอาล่ะ นี่เป็นป้ายนักยันต์ระดับ 3 ต่อจากนี้ไปมันเป็นของเจ้าแล้ว”


    “ขอบคุณอาจารย์ ข้าขอตัวลาก่อน”


    ตงฟางวิ่งออกมาด้วยความรวดเร็วพร้อมกับใบหน้าแสดงท่าทางดีใจออกมา แม้อาจารย์ตึกยันต์จะปฎิเสธเขาด้วยความรวดเร็ว แต่ก็ทำให้เขากลายเป็นนักยันต์


    ตอนนี้เข้ากลายเป็นคนที่น่าจะมีชื่อเสียงพอสมควรแล้ว อย่างไรก็ตามเขากลับไม่สามารถยิ้มได้นานเพราะจำเป็นต้องไปเพิ่มพลังก่อน อีก 7 วันหออาวุธเฟยเทียนจะเปิดแล้ว เขาอยากรู้เช่นกันว่าข้างในนั้นมีอะไร หากไปเจออาวุธระดับสูงเข้าให้ มันจะทำให้เขามีโอกาสรอดในการเข้าไปประตูเทพธิดามากยิ่งขึ้น


    —--------------------------------


    “อ้าวไอ้เด็กเวร ไปแค่ 3 ตึก แล้วตึกข้าล่ะ” อาจารย์สวมใส่ชุดสีขาวเปื้อนไปด้วยโคลนมองจ้องตงฟางที่บินออกจากสถาบันไปแล้ว ทันใดนั้นข้างๆเขาก็ปรากฎชายคนหนึ่งสวมใส่หน้ากากไม้ยืนมองตงฟางไม่ต่างกัน


    “ท่านเจ้านิกาย ท่านยังติดเหล้าข้าอยู่นะ”


    “ฮ่าๆๆ มาถึงก็ทวงเลยนะ แต่ไอ้เด็กนั่นน่าสนใจใช่ไหมล่ะ”


    “ใช่ น่าสนใจมาก  แต่ข้าก็เสียใจเช่นกันที่มันไม่มาหอแห่งการฝึกฝนของข้าเพื่อท้าทาย”


    “คงเพราะตึกของเจ้าไม่มีทักษะที่เขาสนใจมั๊ง”


    “มีมันก็มีอยู่หรอก แต่ใครอยากให้มันอยากเรียนทักษะมาร อนาคตกำลังรุ่งแท้ๆ”


    “ฮ่าๆๆ ตอนแรกที่ข้าได้ยินข้าก็ตกใจที่มันถามหาทักษะพิษและทักษะมาร ตอนนี้ข้าตกใจมากกว่านั้นที่มันผ่านตึกทั้ง 3 ได้สบายๆ เอาล่ะข้าต้องไปก่อน พอดีมีหลายอย่างต้องทำในเมืองหลงไห่”


    “แอบไปดูสาวอีกแล้วสินะท่านเจ้านิกาย”


    “ฮ่าๆๆ ถ้าว่างเจ้าก็มาด้วยกันสิ เฝ้าตึกทุกวันแบบนี้ไม่ดีต่อสุขภาพนะรู้ไหม”

    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277