อาหารค่ำอันแสนจะพิเศษนี้เจ้านางดาราสายสวมใส่เสื้อปั๊ดแบบชาวเหนือสีชมพูอ่อนนุ่งซิ่นตีนจกสีเดียวกันเกล้าผมเหน็บดอกไม้เผยให้เห็นใบหน้าเรียวงามทั้งยังแต่งหน้าอ่อนๆ แต่ปากสีชมพูเข้มเกือบแดง เฉดสีคือแม่ชมพูชุดชัดๆ ส่วนเจ้านางละอองทองคงจะเน้นถูกแพงขอแดงไว้ก่อนคือแดงตั้งแต่ศีรษะยันรองเท้าผิดกันอยู่อย่างเดียวคือเจ้านางละอองทองแต่งหน้าเหมือนดังว่าจะเล่นงิ้วแก้มแดงยังไม่พอ ปากมองเผินๆ นึกว่าไปซดเลือดที่ใดมา เจ้านางทั้งสองแต่งตัวประชัดเฉดสีกันสุดฤทธิ์
เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์แอบเชียร์และแอบช่วยเหลือเจ้านางดาราสายให้ใกล้ชิดกับเจ้าภูแสนมาโดยตลอดเพื่อให้เจ้าภูแสนเห็นอกเห็นใจและเห็นความดีในตัวเจ้านางดาราสายบ้างแต่จนป่านนี้เจ้าภูแสนก็ยังคงเพิกเฉยต่อเจ้านางดาราสาย เจ้าภูแสนเคยปฏิบัติตัวเช่นไรก็ยังคงปฏิบัติตัวเฉกเช่นเดิมและเย็นชาเป็นภูเขาน้ำแข็งยิ่งกว่าเดิมเมื่อพระชายาทิพย์ประดับพระราชมารดาของเจ้าภูแสนและแพงอรคนรักคนเดียวของเจ้าภูแสนได้เสียชีวิตลง
แพงอร..หญิงสาวชาวบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่งได้พบรักกับเจ้าภูแสนโดยบังเอิญในขณะที่กำลังไปทำบุญในวันเข้าพรรษาที่วัด ซึ่งในขณะนั้นแพงอรได้นำดอกบัวหลวงที่พ่อกับแม่ของเธอไปเก็บมาจากในบึงนำมาพับกลีบจัดช่อด้วยความประณีต แล้วให้แพงอรบุตรสาวคนเดียวของตนนำไปไหว้พระเจ้าพารา(พระเจ้าพาราก็คือพระพุทธรูปอันเป็นตัวแทนองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าแต่ชาวเหนือสมัยโบราณเรียกพระพุทธรูปว่าพระเจ้าพารา)
ในขณะที่แพงอรกำลังขึ้นไปสักการบูชาพระเจ้าพาราเจ้าภูแสนก็หลีกหนีระบบระเบียบพิธีกรรมอันสุดแสนจะมากเรื่องมากความ ไปเดินเล่นบริเวณโบสถ์หลังเก่าท้ายวัดเช่นกันและขณะที่เจ้าภูแสนกำลังจะเดินผ่านหน้าโบสถ์ไปนั้นแพงอรที่เพิ่งไหว้พระเสร็จก็เดินออกมาทางด้านหน้าโบสถ์พอดีเป็นเหตุให้ทั้งสองพบและสบตากันโดยบังเอิญ แพงอรที่ใบหน้าหวานหยดย้อย ขาวนวลลออผมยาวถูกรวบเกล้าขึ้นบนศีรษะแล้วแซมด้วยดอกไม้งดงาม เข้ากับชุดชาวเหนือโบราณที่ไม่สวยเด่นแต่เน้นไปทางเรียบร้อยเรียบง่ายตามสไตล์ชาวบ้าน ดูเป็นแม่ศรีเรือนสุดๆ จึงทำให้เจ้าภูแสนประทับใจแพงอรตั้งแต่แรกพบทีเดียว
และจากวันนั้นเจ้าภูแสนก็ทำความรู้จักกับแพงอรแนะนำตัวเองว่าเป็นใครก่อนที่ทั้งคู่จะคบหาและได้เสียกันอย่างลับๆ แต่คนโบราณก็ได้กล่าวดักคอเอาไว้แล้วว่าความลับไม่มีในโลกและเรื่องของเจ้าภูแสนองค์รัชทายาทแห่งเมืองเชียงภูแสน กับแพงอรหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาก็ถูกเปิดเผยเมื่อบ่าวแสนรู้ของพระชายามุกประดับ บังเอิ๊ญ บังเอิญไปพบเห็นทั้งคู่พลอดรักกันเข้าที่บึงบัวริมชายป่า
เมื่อเรื่องราวของทั้งสองถูกเปิดเผยทุกคนภายในคุ้มหลวงก็ไฟรนก้นกันทันที เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์นำเข้าเจ้านางดาราสายอย่างรวดเร็วราวกับสึนามิถล่มคาบสมุทรอันดามัน ส่วนพระชายามุกประดับมิน้อยหน้ารุกคืบดุจอีแร้งทึ้งเหยื่อหาวิถีทางที่จะทำให้เจ้านางละอองทองใกล้ชิดและได้เสียกับเจ้าภูแสนให้เร็วที่สุดแต่.. ก็ปราชัยกันไป ทว่าเหตุการณ์ยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น
เมื่อเจ้าภูแสนนำแพงอรเข้าเฝ้าเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ในฐานะชายาแห่งองค์รัชทายาทเมืองเชียงภูแสนแพงอรที่เดินตามเจ้าภูแสนเข้ามายังท้องพระโรงแห่งคุ้มหลวงเชียงภูแสนนั้นหญิงสาวตัวลีบยังกับแมงเม่าที่กำลังจะบินเข้ากองไฟไปทุกขณะส่วนเหล่ากองไฟนั้นนั่นฤา.. ตอนนี้พากันโหมกระพือพรึ่บไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความอิจฉาริษยา
พระชายามุกประดับมองแพรอรดวงตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้าพระองค์จ้องแพงอรด้วยความเกลียดชัง เจ้านางละอองทองเองก็ไม่แพ้กันสายตานี่เรียกได้ว่าจิกยิ่งกว่าไก่จิกไส้เดือนกินเป็นอาหารเสียอีก ทางด้านเจ้านางดาราสายแม้จะไม่แสดงออก แต่ก็แผ่รังสีอำหิตไปยังแพงอร ยังไม่รวมไปถึงพระญาติองค์อื่นๆที่มองดูการปรากฏตัวของแพงอรซึ่งแค่มองก็รู้ว่าทุกคนพร้อมจะขย้ำเธอถ้ามีโอกาสอย่างแน่นอนและทางด้านเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์รึก็แสดงออกว่าชิงชังอย่างไม่ปิดบัง
“นี่แพงอรคนรักของข้า...” เจ้าภูแสนเอ่ยขึ้นในที่สุดทุกคนเงียบกริบ แพงอรตัวสั่นวิตกกังวล
“ข้านำแม่หญิงแพงอรเข้าคุ้มหลวงในฐานะชายาของข้า”เจ้าภูแสนแสดงความรับผิดชอบต่อแพงอร แต่..
“ข้าไม่ต้อนรับสะใภ้ที่เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดามาทางไหน ไปทางนั้นอย่าได้เข้ามาเหยียบคุ้มของข้าให้เป็นเสนียดจัญไรออกไป!”ด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจแต่เกรี้ยวกราด ทำให้แพงอรตกใจตัวลีบสุดๆแทบอยากจะออกไปจากคุ้มหลวงเสียเดี๋ยวนั้น....
แพงอรแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ด้วยความเกรงอำนาจบารมีของเจ้าหลวงแห่งคุ้มเมืองเชียงภูแสนอย่างที่สุดหญิงสาวไม่มีอำนาจใดๆ จะไปต่อกรกับผู้มีวาสนาบารมีระดับนี้ได้เลย ในที่สุดน้ำตาก็เริ่มคลอเบ้าตาอย่างสุดจะกลั้นและพร้อมที่จะหดหายออกไปจากตรงนั้นได้ทุกเวลาสายตาจากพระญาติที่นั่งดาดาษอยู่ในบริเวณนั้นดูจะสาแก่ใจยิ่งนัก แต่..
“ถ้าแพงอรไปลูกก็จะไปและไม่หวนกลับมาที่คุ้มอีกเลย” เจ้าภูแสนออกตัวปกป้องและเคียงข้างหญิงคนรักของพระองค์เต็มที่โหรหลวงหนานเมืองอินทร์ที่นั่งอยู่ในที่นั้นถึงกับเบือนหน้าหนีด้วยสงสารในชะตาชีวิตของแพงอรแต่ใครจะรู้เล่า ว่าอยู่ๆ ก็มีเสียงดั่งเสียงสวรรค์ดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด
“เจ้าอาใจเย็นๆก่อนเจ้า” ทุกคนหันไปตามเสียงใสนั้นก็พบว่าเจ้านางดาราสายส่งเสียงท้วงขึ้นมาจนทุกคนอดที่จะประหลาดใจไม่ได้ว่าเจ้านางดาราสายจะพูดอะไร
“หลานเห็นว่าถ้าเจ้าอาไล่แพงอรออกไปตอนนี้ก็มีแต่เสียกับเสียเพราะดูท่าว่าเจ้าพี่ภูแสนจะลุ่มหลงแพงอรอยู่มากหลานคิดว่าเจ้าอาควรอนุญาตให้แพงอรอยู่ในคุ้มไปก่อนแต่ตำแหน่งพระชายาหรือว่าราชเทวีนั้น หลานเชื่อว่าเจ้าอาจะตาดีและมองเห็นแน่เจ้า”คำพูดเหมือนหวังดีแต่ใครจะรู้ว่านั่นคือการประสงค์ร้ายแบบสุดๆแพงอรได้ยินก็รู้ดีเช่นกันว่าตนมิมีวันจะได้เป็นเมียเดียวของเจ้าภูแสนคนรักอย่างแน่นอนเจ้าภูแสนได้ยินก็ทำท่าจะค้านแต่เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์โบกมือห้ามอย่างรวดเร็ว
“ทำตามที่เจ้านางดาราสายบอก”งานนี้เหล่าพระญาติหันขวับๆ มองหน้ากันคอแทบจะหัก เพราะเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ดูจะเชื่อเจ้านางดาราสายง่ายดายจริงแท้เจ้าภูแสนรู้อยู่เต็มอกว่าที่เจ้านางดาราสายเสนอก็ใช่ว่าจะหวังดีต่อแพงอรแต่กระนั้นเจ้าภูแสนก็ยังดันทุรังที่จะให้แพงอรอยู่ในคุ้ม ซึ่งเรื่องนี้เองที่ทำให้แพงอรได้มาพบจุดจบอย่างอนาถในคุ้มหลวงอันยิ่งใหญ่ของเมืองเชียงภูแสน
เรือนพักอันเป็นที่อยู่ของแพงอรนั้นแทบจะติดกำแพงท้ายคุ้มเลยก็ว่าได้เป็นเรือนไม้เล็กๆ ทรงปั้นหยาอยู่ไกลยิ่งกว่ากระต๊อบของพวกข้ารับใช้เสียอีก แต่เรือนพักของแพงอรก็มีห้องหับหลายห้องพร้อมทั้งมีรั้วรอบขอบชิดและมีทหารคอยอยู่เฝ้ายามให้ทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งทหารยามนี้ก็ได้ชัยยันตร์และอวยชัยจัดหามาให้ตามคำสั่งของเจ้าภูแสนเจ้าภูแสนทำได้ดีที่สุดแค่นี้เพราะเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ออกคำสั่งห้ามแพงอรอยู่ร่วมตำหนักเดียวกับเจ้าภูแสนจนกว่าเจ้าภูแสนจะได้รับตำแหน่งเจ้าหลวง ถ้าไม่ทำตามก็ให้ไสหัวแพงอรออกไปจากคุ้มดังนั้นแพงอรจึงจำต้องมาอยู่ที่เรือนไม้ท้ายคุ้มหลังนี้ด้วยความอดทน...