ตอนที่ 43 เงิน…เอาออกมา
เมื่อถูกหลิวซื่อหลางจ้องมอง แม่เฒ่าหลิวก็ตกอยู่ในภวังค์ครู่หนึ่ง นางรู้สึกว่าตอนนี้เขาดูเหมือนสามีที่เสียชีวิตไปแล้วของนางมาก
เมื่อนางกลับมามีสติ ก็ตระหนักได้ว่าตนรู้สึกกลัวหลิวซื่อหลาง ใบหน้านางพลันดุร้าย ขณะกัดฟันจ้องมองหลิวซื่อหลาง “ไปให้พ้น เจ้าไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องในครอบครัวข้า เจ้าหมาป่าตาขาว ข้าขายพวกนางไปแล้ว แล้วอย่างไรเล่า มันไม่ใช่เรื่องของเจ้าเสียหน่อย หลิวซื่อหลาง ออกไป”
หลิวเอ้อร์หลางกับหลิวต้าหลางที่ตอนแรกต่อสู้กันพัลวัน บัดนี้แยกจากกัน และไปยืนกันคนละฝั่ง
หลิวเอ้อร์หลางหายใจแรง ขณะแตะใบหน้าตนเองที่เป็นแผล แล้วจ้องมองไปที่หลิวต้าหลางด้วยสีหน้าดุร้าย “ซื่อหลาง ซานนีกับอู่นีถูกขายไปแล้ว พี่ใหญ่ร่วมมือกับท่านย่าและอาสะใภ้รอง ขายพวกนางไปยังสถานที่โสมม”
ว่าอย่างไรนะ!
หลิวซื่อหลางมองไปทางหลิวต้าหลางด้วยความไม่เชื่อ “พี่ใหญ่ ท่านทำเช่นนั้นได้อย่างไร? ท่านยังเป็นคนอยู่หรือไม่?”
“หลิวซื่อหลาง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของเจ้า ออกไปจากที่นี่เสีย” หลิวต้าหลางเช็ดมุมปากที่แตกของตัวเอง “หลิวเอ้อร์หลาง ไม่ต้องมาเสแสร้งเป็นพี่น้องกับข้าอีก ข้ารู้ดีว่าเจ้าแค่อิจฉาข้า หลังจากขายซานนีกับอู่นีจนได้เงินมาแล้ว ท่านย่าก็สร้างบ้านใหม่ให้ข้า แต่เจ้าไม่ได้เหมือนข้า”
“ข้าไม่ได้หน้าด้านเหมือนเจ้า” หลิวเอ้อร์หลางตวาดเขา “ขายน้องสาวตัวเองแลกกับบ้าน ข้าไม่คิดจะอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยซ้ำ”
“เจ้าแค่กินองุ่นไม่ได้ เลยบอกว่าองุ่นเปรี้ยว เจ้ามันขี้อิจฉา เจ้า...”
ผัวะ!
ไม่มีใครคาดคิดว่าในเวลานี้ หลิวซื่อหลางจะพุ่งตัวเข้าไปชกหน้าหลิวต้าหลางอย่างโหดเหี้ยม ทำให้เขาล้มลงกระแทกพื้น “พี่ใหญ่ เจ้ามันไม่ใช่คน!”
นัยน์ตาแดงก่ำของหลิวซื่อหลางจ้องมองเขาเขม็ง “พวกนางเป็นน้องสาวของเจ้า เจ้าขายพวกนางโดยไม่ละอายใจหรือเสียใจเลย เจ้ายังเป็นคนอยู่หรือเปล่า?”
“ไอ้สารเลว ข้าจะทุบตีเจ้าให้ตาย!”
ขณะที่เขาพูด เขาก็ยกกำปั้นขึ้น แล้วปรี่เข้าใส่หลิวต้าหลาง สีหน้าของเขาดุร้ายน่าสะพรึงกลัว ยามที่แม่ลำบากที่สุดก็ยังไม่เคยคิดจะขายพวกนางเลย แล้วเขามีสิทธิ์อะไร ถึงขายพวกนางไปได้เช่นนี้?
หลิวต้าหลางที่ไม่ได้ตั้งตัวถูกโจมตีอย่างแรง เขาถูกหลิวซื่อหลางทุบตีจนร้องลั่น
เมื่อเห็นว่าหลานชายคนโปรดของตนถูกหลานชายที่ตนเกลียดที่สุดทำร้ายอีก แม่เฒ่าหลิวก็โกรธจัด และตะโกนสั่งให้หลิวชิงเหอและคนอื่น ๆ เข้าไปช่วย เมื่อหลิวเอ้อร์หลางเห็นหลิวชิงเหอจะเข้าไปช่วย ก็รีบไปหยุดเขา ทั้งลานบ้านตกอยู่ในความวุ่นวายอีกครั้ง
ผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันที่หน้าบ้านสกุลหลิว เพื่อชมละครแสนสนุก เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นเรื่อย ๆ
“หลิวชิงเหอกับแม่ของเขาไม่ใช่คนจริง ๆ ทำเช่นนั้นไปได้อย่างไร? หลิวต้าหลางก็ยิ่งแล้วใหญ่ เขาช่วยคนอื่นขายน้องสาวของตัวเองจริง ๆ แน่นอนว่าเขาคงทำไม่ได้ ถ้าไม่มีแม่ที่คอยให้ท้ายตลอดเวลา”
“ใช่หรือไม่เล่า? เมื่อก่อนตอนที่จิ่วเหนียงป่วยจนเกือบไม่รอด คนอื่นแนะนำให้นางขายลูกไปสักคนหนึ่ง แต่นางไม่ทำ กลับกัดฟันอดทนต่อไป ตอนนี้ย้ายมาบ้านของหลิวชิงเหอได้ไม่กี่วัน พวกเขาก็คิดจะขายพวกนางเสียแล้ว คือสิ่งที่มนุษย์ทำได้จริงหรือ?”
“บอกเลยว่าถ้าขายให้ไปเป็นคนรับใช้ ก็ไปไถ่ถอนได้ภายในไม่กี่ปี หรือเมื่อมีเงิน เมื่อกี้ข้าได้ยินทุกอย่างแล้ว หญิงชราสกุลหลิวนี้ขายพวกนางให้สถานที่สกปรก นั่นไม่ใช่การทำลายชีวิตพวกนางหรอกหรือ? “
……
ความคิดเห็นของผู้มามุงดูเหตุการณ์ดังขึ้นเรื่อย ๆ ไม่นานแม่เฒ่าหลิวก็ตื่นตระหนก
หญิงชราถึงกับหน้าเสีย เหลือบมองลูกชายกับหลานชายที่กำลังต่อสู้กัน แล้วรีบไปที่ประตู ไล่พวกคนที่มามุงดูออกไปด้วยความโกรธ “ไป ไป ออกไปให้หมด ใครอยากให้พวกเจ้าเข้ามายุ่งเรื่องของคนอื่น?”
“ออกไปจากที่นี่ ได้ยินหรือไม่”
เมื่อเห็นว่าคนที่มามุงดูไม่ยอมจากไปแต่กลับด่าทอนางแรงขึ้น นางก็โกรธจนปวดหัว จึงหยิบไม้กวาดข้างตัวขึ้นมา “ถ้าไม่ยอมไป ข้าจะฟาดพวกเจ้าให้ตายเลย ไม่ใช่หน้าที่ที่จะมายุ่งกับครอบครัวหลิวของข้า ออกไปจากที่นี่ ออกไป ได้ยินหรือไม่?”
“พวกเจ้าทำตัวเสแสร้งเป็นคนดี ใช่ แม่ม่ายจาง ข้ากำลังพูดถึงเจ้า เจ้าพูดมากปากดีที่สุด แต่เจ้าเองไม่ใช่เหรอ ที่ขายลูกสาวตัวน้อยของตัวเอง? เหตุใดเจ้าถึงแกล้งทำเป็นว่าลูกสาวถูกลักพาตัว? คิดจะหลอกใครอยู่หรือ?”
“ส่วนเจ้า จ้าวจื้อเผิง เจ้าไม่ได้ขายหลานสาวของเจ้าด้วยหรอกหรือ? เจ้าขายนางตั้งแต่นางอายุเพียงหกขวบ ครอบครัวของข้ายังเลี้ยงดูนางจนนางเป็นวัยรุ่น”
“ไสหัวออกไปเสีย ถ้าไม่ออกไป ก็อย่ามาหาว่าข้าหยาบคาย”
นางพูดจบก็ยกไม้กวาดในมือขึ้นด้วยความโกรธ แล้วฟาดไปทางทุกคน
ทุกคนสะดุ้งและก้าวถอยหลัง แต่บังเอิญมีคนเห็นใครบางคนที่ประตู
หลินจิ่วเหนียง!
เมื่อเผชิญหน้ากับแม่เฒ่าหลิว ทุกคนยังคงสามารถล้อเลียนนางด้วยรอยยิ้มขี้เล่นได้ แต่ไม่มีใครกล้าทำเช่นนั้นกับหลินจิ่วเหนียง
เพราะตอนนี้ในหมู่บ้านอันเล่อเต็มไปด้วยข่าวลือชวนสยองของหลินจิ่วเหนียง
เมื่อแม่เฒ่าหลิวเห็นหลินจิ่วเหนียง นางก็ตื่นตระหนกเล็กน้อย แต่ไม่นานนางก็มั่นใจ นางขายหลานสาวของตัวเองในนามของตระกูลหลิว จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหลินจิ่วเหนียง
นางเยาะเย้ยว่า “นังปีศาจ ไสหัวออกไป บ้านข้าไม่ต้อนรับเจ้า”
สายตาที่ไม่แยแสของหลินจิ่วเหนียงกวาดมองนาง รอยยิ้มเย้ยหยันพลันปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ข้าได้ยินมาว่ามีคนข้ามหน้าข้ามตาข้าทำเหมือนข้าตายไปแล้ว ด้วยการขายก้อนเนื้อสองชิ้นนั้นไปในนามของข้า “
สีหน้าของแม่เฒ่าหลิวตึงเครียด นางใช้นิ้วทั้งสิบกำไม้กวาดไว้แน่น “หลินจิ่วเหนียง อย่าลืมว่าเจ้าลงนามในจดหมายสละสิทธิ์ด้วยตัวเองแล้ว เด็กเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้า เจ้าไม่มีสิทธิ์มายุ่งวุ่นวาย เจ้า…”
หลินจิ่วเหนียงปิดหูอย่างหมดความอดทน “ข้ามาที่นี่เพื่อพูดถึงเรื่องนี้หรือเปล่า? เหตุใดเจ้าถึงพูดเรื่องไร้สาระมากมาย เจ้าอยากปากแตกหรือเปล่า?”
“เจ้า...” แม่เฒ่าหลิวหน้าแดงด้วยความโกรธ “ใช่ แล้วอย่างไรเล่า?”
“ไม่มีอันใด” หลินจิ่วเหนียงหัวเราะเบา ๆ “เพียงแค่มายืนยันว่ามีใครเข้าร่วมบ้าง เจ้า หลี่ซิ่วเจวียน หลิวต้าหลาง แล้วยังมีใครอีกหรือไม่? หลิวชิงเหอ ลูกชายของเจ้ามีส่วนด้วยหรือเปล่า?”
เมื่อเห็นว่าแม่เฒ่าหลิวไม่ตอบ รอยยิ้มของหลินจิ่วเหนียงก็ยิ่งกว้างขึ้น “ดูเหมือนว่าทุกคนจะมีส่วนร่วม จะได้ง่ายต่อการจัดการ”
หลินจิ่วเหนียงเริ่มยืดเส้นยืดสายต่อหน้านาง “นังเฒ่า เจ้าลืมสิ่งที่ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้วหรือ?”
“คนพวกนี้ ข้าสามารถกลั่นแกล้งทุบตีและด่าทอได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะสามารถทุบตีและด่าทอพวกเขาได้เช่นกัน แม้ว่าพวกเขาจะถูกข้าไล่ออกมา แต่ก็มีเพียงข้าเท่านั้นที่สามารถรังแกพวกเขาได้ คนอื่นทำไม่ได้!”
เมื่อพูดประโยคสุดท้าย น้ำเสียงของหลินจิ่วเหนียงก็เปลี่ยนไป มุมปากนางยกยิ้มเย้ยหยัน ขณะเดียวกัน นางก็ยกหมัดขวาชกเข้าที่เบ้าตาของแม่เฒ่าหลิว
ขณะที่แม่เฒ่าหลิวกรีดร้องและเซถอยหลัง หลินจิ่วเหนียงก็รีบวิ่งเข้าไปใช้แขนขวาเกี่ยวคอของแม่เฒ่าหลิว แล้วเหวี่ยงไปข้างหน้าอย่างแรง จนลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่กับพื้น
จากนั้นนางก็ก้าวเข้าไปหาคนสกุลหลิวที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ จนไม่ทันได้ตั้งตัว เพียงแค่หมัดเดียว นางก็ล้มหลิวชิงเหอและหลิวต้าหลางลงอย่างง่ายดาย แล้วเตะหลี่ซิ่วเจวียนออกไปขณะที่พยายามจะเข้ามาโจมตีนาง
ก่อนถอยหลังไปยืนดู หลินจิ่วเหนียงยิ้มเยาะเมื่อเห็นหลิวต้าหลางด่าทอ และคิดจะลุกขึ้นมาต่อสู้กับนาง นางจึงเตะเขาอีกรอบ
เมื่อเห็นหลิวต้าหลางร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวด สีหน้าของหลินจิ่วเหนียงก็ยิ่งสะใจมากขึ้นไปอีก “เงิน เอาออกมา”
............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
จิ่วเหนียงคนจริงมาแล้วจ้า จริงแค่ไหนดูจากบ้านหลิวโดนซัดหมอบกันหมดทั้งบ้านอะ
ไหหม่า(海馬)