Rrrrrrrrrrr Rrrrrrrrr
“เจมึงรับโทรศัพท์ซักทีสิ กูรำคาญก่อนที่โทรศัพท์มึงจะติดปีกบินออกไปที่ระเบียง” มายด์บอกฉันด้วยเสียงเกรี้ยวกราด เนื่องจากเสียงเสียงเข้าดังอยู่นานแล้วและกำลังรบกวนการนอนของมัน
ฉันจำใจควานหาโทรศัพท์แบบสะเปะสะปะโดยที่ยังไม่หลับตาอยู่ เมื่อเจอแล้วฉันต้องปรือตามองและสะบัดหัวไล่ความเบลอออกไป เนื่องจากฉันห่างหายจากการดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้มานาน ร่างกายเลยเกิดปฏิกริยาต่อต้านเป็ธรรมดา เมื่อมองดูที่หน้าจอว่าใครโทรมาแต่เช้า ร่างกายที่ยังไม่ตื่นตัวกลับดีดขึ้นมาเพียงแค่เห็นรายชื่อที่โชว์หราอยู่หน้าจอ ‘ฟาโรห์’
อ่า..เ้ากรรมนายเวรฉันเองสินะ!!!
ฉันสูดลมหายใจเพื่อเรียกสติ ทำใจให้สงบแล้วกดรับสายเขาถึงแม้จะยังไม่พร้อมเท่าไหร่ แต่การหายไปนานคงไม่ใช่เื่ดี ฟาโรห์ยังไม่ควรระแคะระคายในตอนนี้
“ว่าไ...” ฉันรับโทรศัพท์ด้วยเสียงดีใจแต่ยังพูดไม่จบประโยคด้วยซ้ำ เสียงเขาก็พูดแทรกขึ้นมาทำไมช่างไร้มารยาทเสียจริงทำให้ฉันอารมณ์ไม่ดีแต่เช้า..
“เจแปนอยู่ไหนหะ ทำไมไม่รับโทรศัพท์ไม่ตอบกลับข้อความ ฟาโทรหาตั้งหลายสาย” น้ำเสียงกระแทกกระทั้นของฟาโรห์บ่งบอกถึงความหงุดหงิดใจถึงขีดสุด
“เมื่อวานนี้เจมีงานด่วนกับมายด์คะ เลยรีบกลับก่อนยุ่งมากไม่ได้จับโทรศัพท์เลย กว่าจะเสร็จก็ดึกแล้วเจเหนื่อยแล้วก็เพลียมากเลยเผลอหลับไป” ฉันแสยะยิ้มก่อนจะกรอกเสียงอ่อนหวานปนสำนึกผิดลงไปในนั้น ทั้งที่ภายในใจอยากจะะโด่าทอเขาอย่างหยาบคายให้เจ็บแสบ
“ฟาเป็ห่วงมากรู้ไหม? ไปหาที่คอนโดก็ไม่อยู่” เสียงฟาโรห์อ่อนลงมาเล็กน้อยเมื่อได้ฟังเหตุผลจอมปลอมของฉัน
“เจขอโทษนะค้าาา อย่าโกรธเลยนะ เจไม่ได้ตั้งใจจริงๆ มันสุดวิสัยคะ”ฉันรีบเอ่ยปากขอโทษเพื่อไม่ให้เขาโกรธหรือโมโหอย่างเช่นทุกครั้ง เพื่อให้เห็นว่าฉันยังเป็คนเดิมขอเขา
“ที่หลังไม่ทำแบบนี้แล้วนะครับ จะไปไหนบอกฟาก่อนนะ”น้ำเสียงที่ฟังดูเป็ห่วงเป็ใยในตอนนี้มันไม่ได้ทำให้ฉันอินสักนิด
“ค่ะ จะไม่ทำให้เป็ห่วงอีกแล้ว ไปไหนจะบอกก่อน แล้วฟามีอะไรหรือเปล่าโทรมาแต่เช้าเชียว”
“ไม่มีครับ แค่คิดถึง วันนี้ฟาคงไม่ได้ไปหานะครับ มีธุระกับที่บ้านเจจะออกไปไหนหรือป่าว”
“ไม่คะ ว่าจะนอนต่อเหนื่อยยยมากกกก” เหนื่อยที่จะเสแสร้งคุยกับเขาแล้วต่างหาก
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ฟาไปหานะ รักเจนะครับ”
“ติ๊ด”
ฉันกดวางสายทันทีเบ้ปากอัตโนมัติแค่ได้ยินคำว่า ‘รักเจนะครับ’ ความรู้สึกคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมาจนอยากจะอาเจียน ฝืนทนฟังต่อไม่ไหว
รักงั้นหรอ? รักแบบไหนถึงทำกันได้ขนาดนี้
มันดูปลอมมากทั้งน้ำเสียงและรูปประโยค คิดว่าฉันไม่รู้หรอที่โทรมาถามว่าฉันอยู่ไหนจะไปไหนเนี่ย เขาเองจะได้หลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เจอฉันสะมากกว่า
พอมองลึกลงไปเห็นความจริงยิ่งรู้ว่าตัวเองโง่มานานแค่ไหน? เดี๋ยวนี้ไม่ว่าฟาโรห์จะพูดจะทำอะไรก็ดูขัดหูขวางตาไปหมด ความรักที่เคยมีให้เขาเบาบางเลือนลางลงทุกที.....
หลังจากกลับจากผับมาเมื่อคืนฉันก็ยังไม่ได้คุยกับาาอีกเลย เขาไม่ได้ทักมาและฉันก็ไม่ทักไป เหมือนเราต่างลองใจซึ่งกันและกัน สงสัยแอลกอฮอล์เมื่อคืนแรงไปหน่อย ทำให้ฉันใจกล้าบ้าบิ่นทำอะไรแบบนั้น แต่ยอมรับว่ามันตื่นเต้นไม่เบาสำหรับคำตอบของาา ผู้ชายหน้านิ่งคนนั้นเขาช่างน่าสนใจจริงๆ
ไลน์~~
คิงที่แปลว่าาา: เจแปน?
Me : อือาาหรอ?
คิงที่แปลว่าาา: ใช่วันนี้ว่างไหม?
Me : ว่างสิ
คิงที่แปลว่าาา: เดี๋ยวไปรับ
Me : รู้หรอว่าอยู่ไหน แล้วจะพาไปไหนเนี่ย?
คิงที่แปลว่าาา: รู้ จะดูหนังกับเธอ
ไม่ใช่ประโยคคำถามหรือคำชวน แต่เป็ประโยคให้ทำตามมากกว่าคนหน้านิ่ง เอาแต่ใจเหมือนกันนะ ฉันได้แต่หัวเราะเบาๆ ก่อนตัดสินใจตอบกลับเขาไป
Me : อื้อ:)
ถ้าเป็าามันอาจจะดีก็ได้นะใครจะรู้!!
ฉันรีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัวพิถีพิถันในการเลือกเสื้อผ้า รู้สึกเหมือนตอนไปดูหนังครั้งแรกกับเพื่อนตื่นเต้น อารมณ์แบบนี้มันหายไปนานมากแล้วนะ พอมีมันอีดครั้งก็รู้สึกดีเหมือนหัวใจได้รับการเยียวยา มันก็ไม่ได้แย่ไปหมดทุกอย่างสะหน่อย เื่ดีดีก็ยังมีมาบ้างไม่ใช่ฉันฟุ้งซ่านถึงเื่ที่ไม่ควร
“อะไรคือการลองเสื้อผ้าแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียววะ แล้วนี่แต่งตัวจัดเต็มสวยปั๊วะขนาดนี้จะไปไหนมิทราบคะ? เห็นแล้วรู้สึกหมั่นไส้สวยไม่เกรงใจเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงนี้”
“หรือมึงมีใครแอบไปกับกิ๊กหรอหนูววว”น้ำเสียงล้อเลียนที่ฟังดูไม่จริงจังแต่สายตากลับจ้องจับผิด การกระทำกับคำพูดมึงย้อนแย้งกันอยู่รู้ตัวไหม?
ฉันได้แต่กรอกตามองบนในความแสนรู้ของมายด์ แม้เื่ฉันกับาาที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ยังไม่ได้เล่าให้มายด์ฟัง แต่เชื่อเถอะคนขี้เผือกอย่างมันระแคะระคายถึงความผิดปกติบางอย่างอยู่แล้ว และฉันก็ไม่ได้คิดจะปกปิดอะไรถ้ามันถามยังไงก็ตอบตามความจริงอยู่แล้ว...
“เออ กิ๊ก”ฉันตอบมันแบบไม่ใส่ใจและตั้งหน้าตั้งตาแต่งหน้าอยู่หน้ากระจกเมื่อได้ชุดที่ฉันพึงพอใจแล้ว
“ใคร”น้ำเสียงห้วนขึ้นมานี่ถ้าไม่คิดว่ามันเป็เพื่อนสนิทคงคิดว่ามันกำลังหึงฉันอยู่
“าา”ฉันหยิบแท่งลิปสติกสีโปรดขึ้นมาแต่งแต้มบนริมฝีปาก หางตาเหลือบเห็นภาพมายด์ที่นั่งอยู่บนเตียงนอนสะท้อนเขามาในกระจกโต๊ะเครื่องแป้งภายในห้องนอนของมัน
มายด์ทำตาโต อ้าปากค้าง ยกมือขึ้นทาบอก ปฏิกิริยาของมายด์หลังจากฉันพูดจบมันทำให้ฉันแปลกใจ เป็าาแล้วทำไม มีอะไรงั้นหรอ?
“มึงเล่ามาเดี๋ยวนี้ั้แ่ต้นจนจบ” มายด์ดีดตัวออกจากเตียงนอนมายืนเขย่าแขนข้างหนึ่งบอกฉันด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเสียเต็มประดา นั่นยิ่งทำให้น่าสงสัยหนักเข้าไปอีก แต่สุดท้ายฉันก็เล่าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้มายด์ฟังอยู่ดี
“ทำไมวะ าาไม่ดีหรอ?”ฉันถามมันเมื่อตลอดระยะเวลาที่ฉันเล่ารีแอคชั่นมันค่อนข้างแปลก อยู่ดีๆก็นั่งบิดตัวไปมา บางครั้งก็ยกมือทาบอกเดี๋ยวขมวดคิ้วด้วย เพื่อนฉันคงไม่ได้เข้าข่ายเป็ไบโพล่าหรอกเนาะ
“ดีสิดีมากกกก ดีจนมดลูกสั่นอยากได้เป็ผัวตัวเองแต่เป็นี่เห็นว่าเป็มึงนะครั้งนี้กูเลยเสียสละให้”
“...”จ้าาา ตามที่มันสะดวกใจฉันก็ไม่ขัดขวาง
“มึงรู้ไหมาาไม่เคยคบใคร เป็ผู้ชายเข้าถึงยาก หยิ่ง แต่โปรไฟล์ดีเว่อร์ หล่อ รวย มึงโชคดีแล้วได้ทูนหัวของกูไป คนนี้กูโอเคมากกก”ไม่ห้ามปรามแถมยังส่งเสริมโปรโมตตัวเขาให้เสร็จสรรพ
“ขนาดนั้นเลย?” ฉันได้แต่ส่ายหัวแล้วยักไหล่ให้กับความเล่นใหญ่ของมัน ถามว่าเชื่อที่มันพูดไหม? ก็เชื่อแหละเพราะมายด์ไม่เคยพลาดแต่ก็ไม่ได้เชื่อ100% เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมามันส่งสัญญาณเตือนของแบบนี้ต้องดูกันไปก่อน
“เออ ดีกว่านี้ก็มีอยู่ในวัดแล้วนะ”น้ำเสียงเริ่มสะบัดเมื่อมันเห็นว่าฉันค่อยเชื่อคำพูดมันเท่าไหร่
“งั้นไปวัดกันไหม?”ฉันส่งยิ้มที่แสนสดใสด้วยใบหน้าใสซื่อทำเหมือนไม่รู้ความหมายในสิ่งที่มันกำลังสื่อ
“นังเจแปนนิสสสส”เรียกแบบนี้แสดงว่ามายด์มันคงใกล้จะลุกขึ้นมาขย้ำคอฉันแล้ว
หลังจากบทสนทนาเื่าาจบลงฉันก็แยกออกมานั่งเล่นรออยู่ในห้องรับแขกของมายด์ นั่งคิดอะไรคนเดียวไปเรื่อยเปื่อยระหว่างรอเขามารับ โดยปล่อยให้มายด์มันนอนเป็ซากศพอยู่ในห้องนอนคนเดียวต่อไป
บางที ถ้าเย็นนี้มันไม่ตื่นฉันคงต้องโทรเรียกรถแอมบูแลนซ์มารอรับมันก็ได้นะ...
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชั่นแชตสีเขียวทำให้ฉันต้องกดเข้าไปดูว่าเป็คนที่ฉันรออยู่หรือป่าว?
คิงที่แปลว่าาา: ลงมาถึงแล้ว
Me : อื้ม!!
เมื่อาามาถึงแล้วฉันก็ควรจะออกไปเสียที ฉันหยิบกระเป๋าของตัวเองก่อนจะตรวจเช็คความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมและของต่างๆว่าไม่ได้ลืมอะไรที่สำคัญไว้ในห้องมายด์ จากนั้นจึงเดินออกจากห้องของมันแล้วลงลิฟต์มาข้างล่างทันที
ฉันเห็นาายืนพิงรถยนต์ราคาหลายสิบล้าน ด้วยส่วนสูงที่เกินมาตราฐานชายไทย หุ่นที่ดีราวกับนายแบบ ผิวที่ขาวจัด เครื่องหน้าคมเข้ม สายตาร้ายกาจที่ไม่สนใจอะไร เขาแต่งตัวง่ายๆ ด้วยเชิ้ตสีดำ สวมกางเกงยีนส์ขาด่เขา ผมยุ่งเหมือนไม่ตั้งใจเชต แต่กลับทำให้เขาดูดีมาก เรียกสายตาจากผู้คนบริเวณหน้าคอนโดได้เป็อย่างดี ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนหน้านิ่งเขาหล่อจริงๆ
“าารอเจนานไหมคะ”
ทันทีที่สายตาฉันประสานกับเขา ฉันส่งยิ้มหวานให้ปนเสียงออดอ้อนใส่จริตไปนิดหน่อย
เอาล่ะาา....ต่อจากนี้เรามาทำความรู้จักกันจริงๆ จังๆ กันเถอะ
......................................................................
ยังเปิดให้พรีออเดอร์อยู่นะคะ สนใจสั่งจองที่เพจ เฌอตาลได้เลย พรุ่งนี้พรีเมี่ยมวันสุดท้ายแล้วววว