บทที่ 43
ความลับของพวกเขา
หลังออกมาจากเจ้าสำราญราวเมามายในความฝัน เมิ่งอวิ๋นเสียงเดินไปตามถนนอย่างหดหู่ ในมือของนางถือผลไม้เคลือบน้ำตาลที่จิ่งฮวาซื้อให้ และเดินก้มหน้าราวกับดอกไม้ที่ถูกแสงแดดแผดเผาอย่างไร้ความปรานี
เมื่อจิ่งฮวาเห็นเช่นนี้ก็ยกยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “อาเสียง หากเจ้าไม่กินผลไม้เคลือบน้ำตาลนี้ มันจะละลาย”
เมื่อได้ยินดังนั้น เมิ่งอวิ๋นเสียงก็เงยหน้าขึ้นมองผลไม้เคลือบน้ำตาลแล้วมองจิ่งฮวา ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง นางคิดมาตลอดว่าตนเองมีความชาญฉลาดในการต่อรอง แต่ครั้งนี้นางขาดทุนจริง ๆ ตอนแรกนางคิดว่าเหยาจีจะเปิดเผยเรื่องที่น่าตื่นเต้นบางอย่างออกมา แต่กลับกลายเป็นเพียงเรื่องซับซ้อนแบบละครน้ำเน่า
ความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ อาฮวาเป็นหวงจื่อและเหยาจีเคยเป็นนางกำนัลคนสนิทในตำหนักของเขา พวกเขาเคยมีชีวิตที่สวยงาม แต่คนหนึ่งมีพรสวรรค์และสถานะที่สูงกว่า ทั้งสองเป็นดั่งไม้แห้งและไฟที่อยู่ใกล้ชิดกันจึงมีความสัมพันธ์กัน และจากนั้นไม่นานโศกนาฏกรรมความรักก็เกิดขึ้น เพราะในที่สุดอัตลักษณ์ของชนชั้นที่ร้ายกาจก็ได้แยกทั้งสองออกจากกัน และนกเป็ดน้ำคู่รักก็ต้องขมขื่น
เมื่ออาฮวาเห็นว่าสตรีที่เขาเคยรักมาเป็นนักดนตรีในหอคณิกา เขาก็คงรู้สึกไม่สบายใจ หลังจากคิดเช่นนั้นแล้วนางก็มอง จิ่งฮวาด้วยความเห็นอกเห็นใจ “อาฮวา เจ้ามีคนที่เจ้าชอบหรือไม่?”
สิ่งที่เมิ่งอวิ๋นเสียงเต็มใจทำมากที่สุดคือการช่วยจับคู่ แม้ว่าเรื่องราวของทั้งสองจะค่อนข้างหดหู่ แต่นางไม่อาจทนดูคนสองคนที่รักกันถูกพรากจากกันได้
จิ่งฮวาไม่รู้ว่าเมิ่งอวิ๋นเสียงจะเปลี่ยนบทสนทนาได้เร็วถึงเพียงนี้ เขาจึงรู้สึกประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เหลือบมองนางและหันกลับไปอีกครั้ง แล้วแสร้งไอออกมาสองครั้ง เมิ่งอวิ๋นเสียงคิดว่าเขาเขินอายจนไม่กล้าพูดออกมา นางจึงเร่งให้เขาตอบ
เมื่อจิ่งฮวาหันกลับมาก็ดูเหมือนว่าเขากำลังตัดสินใจครั้งใหญ่ เขามองเมิ่งอวิ๋นเสียงด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง หลังจากนั้นครู่หนึ่งเขาก็พูดด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “เมื่อก่อนไม่มี แต่ตอนนี้มีแล้ว”
เมิ่งอวิ๋นเสียงรู้สึกตัวชาเล็กน้อยเมื่อถูกเขาจ้องมอง และพยายามคิดว่าเขากำลังครุ่นคิดสิ่งใดในใจอยู่กันแน่ จากนั้นชายหนุ่มก็แสร้งไอออกมาแล้วรีบหันหลังกลับ นางตอบกลับเขาว่าดีแล้ว จากนั้นเมิ่งอวิ๋นเสียงก็คิดว่าความรักของจิ่งฮวาไม่ประสบความสำเร็จเพราะสถานะของเขา เขาจึงต้องยอมแพ้ ดังนั้นหากนางคิดหาวิธีช่วยเหลือให้ทั้งสองได้พบกันอีก อาฮวาก็คงจะมีความสุขมากเป็นแน่
หลังจากพูดจบแล้วก็เผยรอยยิ้มกว้างจนเกือบจะน้ำลายไหล
หลังจากกลับมายังตำหนักบูรพาแล้ว เมิ่งอวิ๋นเสียงก็ได้ยินเสียงคร่ำครวญด้วยความเสียใจทันที จนทำให้เมิ่งอวิ๋นเสียงคิดอยากจะหนีไปให้เร็ว
“ไท่จื่อเฟย ท่านลืมข้าน้อยได้อย่างไร? ข้าน้อยรับใช้ท่านมาเกือบทั้งชีวิต และไม่ได้สนิทน้อยไปกว่าหวงจื่อลำดับที่หกที่ท่านเพิ่งรู้จักเพียงไม่กี่วัน มันช่างเหน็บหนาวเปล่าเปลี่ยวยิ่งนัก” อันที่จริงชิงหลัวต้องการจะบอกว่าเห็นผู้ชายดีกว่าเพื่อน แต่นางก็เกรงว่าเมิ่งอวิ๋นเสียงจะทุบตีนาง
เมิ่งอวิ๋นเสียงกลอกตา เกือบทั้งชีวิตหรือ ตอนนี้นางเพิ่งก้าวเข้าสู่วัยสาวได้ไม่นาน แล้วนางจะพูดราวกับว่าตนแก่ชราไปแล้วได้อย่างไร แต่นางก็ตัดสินใจพูดปลอบโยนว่า “ไท่จื่อเฟยของเจ้าจะลืมเจ้าได้อย่างไร อย่าโกรธเลยนะ ดูสิว่าข้าเอาอะไรมาฝากเจ้า”
หลังจากพูดจบ นางก็รีบยื่นผลไม้เคลือบน้ำตาลที่กำลังจะละลายในมือของตนให้นาง เมื่อชิงหลัวเห็นเช่นนี้ ดวงตาของนางก็เป็นประกายขึ้นมาทันที แล้วน้ำตาก็ไหลออกจากตาคู่งามทั้งสองข้างของนาง นางประทับใจมากจนต้องหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความซาบซึ้งขณะมองเมิ่งอวิ๋นเสียง “ไท่จื่อเฟยรู้ได้อย่างไรว่าผลไม้เคลือบน้ำตาลเป็นของโปรดของข้าน้อย ไท่จื่อเฟยไม่ได้ลืมข้าน้อยจริง ๆ ด้วย ท่านมีเมตตาต่อข้าน้อยมากที่สุดเพคะ”
เมื่อเมิ่งอวิ๋นเสียงได้ยินเช่นนี้ก็หัวเราะแห้ง ๆ แล้วพยักหน้าเห็นด้วย แต่ความจริงคือผลไม้เคลือบน้ำตาลละลายไปจนแทบกินไม่ได้แล้ว และเป็นเพราะเรื่องของอาฮวาทำให้นางกินอะไรไม่ลง ดังนั้นนางจึงยกให้ชิงหลัว