ตอนที่ 7: กลยุทธ์พันธมิตรธุรกิจและการเผชิญหน้ากับกลุ่มทุนใหญ่
สายลมเย็นยามเช้าของฤดูหนาวพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ของห้องทำงานชั้นสอง ในคฤหาสน์ไม้สักทองหลังงามของตระกูลรวินดา ยายในวัยสิบสี่ปีในชุดนักเรียนมัธยมต้นรีดเรียบกริบกำลังยืนกอดอกมองลงมายังลานกว้างเบื้องล่าง ที่ซึ่งรถบรรทุกสินค้าของบริษัท "วิสาหกิจชุมชนรวินดาโฮลดิ้ง" กำลังทยอยวิ่งเข้าออกเพื่อขนส่งผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปส่งออกไปยังตัวเมืองและจังหวัดใกล้เคียงอย่างคึกคัก
เวลาล่วงเลยมาถึงปี พ.ศ. 2527 (ตามโครงสร้างเวลาจำลองของโลกนิยาย) ธุรกิจที่เริ่มต้นจากกองฟางหลังบ้านในร่างเด็กหญิงวัยสิบขวบ บัดนี้เติบโตจนกลายเป็อาณาจักรธุรกิจเกษตรมูลค่าหลายสิบล้านในระดับภูมิภาค
[ ติ๊ง! โฮสต์บรรลุเป้าหมายการขยายเครือข่ายทุนระดับภูมิภาค อัตราการเติบโตของผลประกอบการประจำไตรมาสพุ่งสูงขึ้น 230% ได้รับคะแนนสะสมประสบการณ์ระบบ +500 แต้ม ] เสียงสังเคราะห์นุ่มนวลของระบบที่ปรึกษาจักรวาลดังขึ้นในห้วงความคิด ขัดจังหวะการตรวจทานเอกสารบัญชีของยาย
ยายคลี่ยิ้มบางๆ บนใบหน้า สมองอันเฉียบคมที่หลอมรวมความทรงจำเจ็ดสิบปีจากชาติแรกเข้ากับฐานข้อมูลอัจฉริยะประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ในชาติแรกวัยสิบสี่ปีเธอยังคงนั่งท่องตำราเรียนอย่างไร้จุดหมาย กังวลเื่ค่ารถประจำทางไปโรงเรียน แต่วันนี้เธอกลายเป็ผู้กุมชะตาชีวิตทางเศรษฐกิจของคนนับพันในอำเภอและจังหวัดนี้ไปเสียแล้ว
"ก๊อกๆ... คุณหนูคะ มีแขกคนสำคัญมาขอพบค่ะ เขาอ้างว่าเป็ตัวแทนจาก 'กลุ่มบริษัทสหะพาณิชย์' ทุนใหญ่จากส่วนกลางค่ะ" เสียงของแม่บ้านวัยกลางคนดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน
ยายหรี่ตาลงเล็กน้อย กลุ่มบริษัทสหะพาณิชย์... ทุนใหญ่หน้าเืจากกรุงเทพฯ ที่ผูกขาดตลาดสินค้าเกษตรรายใหญ่ของประเทศ ในชาติแรกพวกเขาคือกลุ่มทุนที่กดราคาพืชผลของชาวบ้านจนล้มละลายซ้ำซาก ไม่นึกเลยว่าวันนี้ความเติบโตของ "รวินดาโฮลดิ้ง" จะดึงดูดให้ปลาใหญ่ตัวนี้ต้องรีบว่าายมาฮุบเหยื่อถึงถิ่นเร็วกว่าที่คาดไว้
"เชิญเขามาที่ห้องรับแขกชั้นล่างได้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันตามลงไป" ยายเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบแต่มั่นคง
ณ ห้องรับแขกตกแต่งด้วยไม้สัก ชายวัยกลางคนสวมสูทสากลสีเทาเข้มท่าทางภูมิฐาน นามว่า "คุณกิตติ" ผู้จัดการฝ่าย expansion ของกลุ่มสหะพาณิชย์ นั่งไขว่ห้างจิบชาอยู่ด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง เมื่อเห็นเด็กสาววัยสิบสี่ปีเดินก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างาม เขาถึงกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจระคนดูถูกเล็กน้อย
"สวัสดีครับหนู... เอิ่ม คุณรวินดาใช่ไหมครับ?" คุณกิตติวางถ้วยชาลงแล้วส่งยิ้มแบบนักธุรกิจเขี้ยวลากดินมาให้ "พอดีผู้บริหารระดับสูงของเราสนใจในโมเดลธุรกิจเกษตรแปรรูปและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนของน้องมาก ทางเราเลยอยากจะขอ 'ซื้อกิจการ' ทั้งหมดควบรวมเข้ามาเป็บริษัทลูก โดยจะให้เงินก้อนโตที่คุณพ่อคุณแม่ของหนูสามารถนำไปใช้ชีวิตสุขสบายได้จนวันตาย... ว่ายังไงล่ะครับ?"
ข้อเสนอซื้อกิจการแบบรวบยอดเพื่อผูกขาดและกลืนกินคู่แข่งรายย่อย เป็กลยุทธ์คลาสสิกของทุนใหญ่ที่ใช้ทำลายวิสาหกิจท้องถิ่น
ยายไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอนั่งลงตรงข้าม ประสานมือเรียวประสานกันบนโต๊ะ แววตาดำขลับจ้องมองผู้จัดการใหญ่ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
"ซื้อกิจการทั้งหมดเหรอคะคุณกิตติ?" ยายเอ่ยทวนคำ เสียงใสแจ๋วแต่ทรงพลัง "ทางกลุ่มสหะพาณิชย์คงประเมินมูลค่าวิสาหกิจรวินดาต่ำเกินไปเสียแล้วกระมังคะ ทรัพย์สิน โรงงาน ระบบเครือข่ายเกษตรกรกว่าสามร้อยครัวเรือน และสิทธิบัตรสูตรการแปรรูปของเรา มีมูลค่ามากกว่าเงินก้อนโตที่ท่านนำมาเสนอหลายเท่าตัวนัก"
คุณกิตติหุบยิ้มลง สีหน้าเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมขึ้นทันที "เด็กน้อย... อย่ามองโลกในแง่ดีเกินไปเลยนะ การทำธุรกิจแข่งกับทุนใหญ่ระดับประเทศที่เส้นสายหนาแน่นและมีอำนาจต่อรองสูง มันไม่ใช่เื่ง่ายเลยนะ ถ้าหนูไม่รับข้อเสนอของเราในวันนี้ วันหน้าอาจจะไม่ได้อะไรเลยก็ได้นะ" นี่คือการขู่กลายๆ ตามสไตล์ทุนผูกขาด
ยายหัวเราะออกมาเบาๆ เป็เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ "ขู่กันจังเลยนะคะ... แต่คุณกิตติคงลืมไปว่า ยุคสมัยนี้ผู้บริโภคและภาครัฐให้ความสำคัญกับ 'ธรรมาภิบาล' และการกระจายรายได้สู่ชุมชน ไม่ใช่การผูกขาดขูดรีดแบบที่บริษัทพวกคุณทำอยู่หรอกค่ะ"
ยายยื่นเอกสารแผ่นหนึ่งข้ามโต๊ะไปให้ มันคือรายงานการตรวจสอบเส้นทางการเงินและพฤติกรรมผูกขาดทางการค้าของกลุ่มสหะพาณิชย์ย้อนหลังสามปี ที่ระบบจักรวาลรวบรวมมาให้แบบลับสุดยอด!
คุณกิตติหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านเพียงแวบเดียว ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งก็เผือดสีลงทันที เหงื่อกาฬผุดซึมเต็มขมับ มือที่ถือกระดาษสั่นเทาเล็กน้อย เอกสารชิ้นนี้หากหลุดไปถึงมือสื่อมวลชนหรือกรมการค้าภายใน กลุ่มสหะพาณิชย์ฉิบหายย่อยยับแน่!
"หนู... หนู้าอะไร?" คุณกิตติเสียงสั่นเครือ ถามออกไปด้วยความหวาดกลัว
"เราไม่ขายกิจการค่ะ..." ยายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แววตาทรงอำนาจพุ่งตรงไปยังผู้จัดการใหญ่ "แต่เรายินดีจะเปิด 'พื้นที่เจรจาการค้าแบบพันธมิตรเท่าเทียม' โดยกลุ่มสหะพาณิชย์ต้องรับซื้อผลผลิตของเราในราคาที่เป็ธรรม ห้ามกดราคาเกษตรกรในเครือข่ายเด็ดขาด และต้องลงนามในสัญญาความร่วมมือทางธุรกิจระยะยาว... ถ้าตกลงตามนี้ เอกสารชิ้นนี้จะถูกเก็บเป็ความลับตลอดไป แต่ถ้าไม่..."
คุณกิตติกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รีบพยักหน้ารัวๆ โดยไม่ต้องคิดต่อรอง "ตะ... ตกลง! ทางเราตกลงทุกเงื่อนไขครับ!"
มองส่งตัวแทนกลุ่มทุนใหญ่ที่รีบเดินจ้ำอ้าวออกจากบ้านไปด้วยความตื่นตระหนก ยายสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แววตาฉายประกายความมุ่งมั่น นี่เป็เพียงก้าวแรกในการจัดการกับกลุ่มทุนข้ามชาติ ในชาติแรกเธอต้องก้มหัวให้ความยากลำบากและอำนาจมืดมาตลอดชีวิต แต่ในชาตินี้... ทั้งยศ สรรเสริญ สุข และธรรมาภิบาล ยายจะเป็ผู้กำหนดมันเองทั้งหมด!