เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เป็ยามเว่ยแล้ว ซ่งเวยหลงช่วยภรรยาให้ลงจากเกวียน จากนั้นเขาก็ขนข้าวของที่ซื้อมาเข้าไปไว้ภายในบ้าน เซี่ยซูมี่เดินไปดูลูกหมูป่าว่าพวกมันเป็อย่างไรบ้าง ไม่ลืมที่จะเอาน้ำและอาหารให้พวกมันกิน ซึ่งอาหารที่ให้กินนั้นก็คือผักสวนครัวที่ปลูกเอาไว้นั่นเอง
“ทำไมลูกนางเซี่ยถึงอยู่กับชายอื่น หรือว่าพวกเขาฆ่าพรานซ่งตายไปแล้ว?” จู่ๆก็มีเสียงกระซิบกระซาบอยู่ที่หน้าบ้าน เซี่ยซูมี่ให้อาหารลูกหมูเสร็จจึงออกไปดู
“นั่นไงๆ เดินมาทางนี้แล้ว ใช่ลูกของนางเซี่ยไม่ผิดเป็แน่"
เซี่ยซูมี่สังเกตเห็นว่ามีชาวบ้านจำนวนหนึ่งยืนออกันอยู่ที่หน้าบ้าน จึงตั้งใจว่าจะเดินไปถามแต่แล้วก็ถูกสามีดึงเอาไว้เสียก่อน
“พี่ไปเอง” ซ่งเวยหลงพูด พร้อมทั้งให้ภรรยาเข้าไปรอในบ้าน
“เ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่พยักหน้า จากนั้นก็เข้าไปในบ้านตามที่สามีบอก
เนื่องจากว่าพวกเขาทั้งสองคนยังไม่ได้กินมื้อกลางวัน สำหรับซ่งเวยหลงแล้วนั้นเป็เื่ปกติที่ไม่ได้กินมื้อกลางวัน ปกติแล้วกินเพียง 2 มื้อเท่านั้น หรือบางครั้งก็กินแค่มื้อเดียว แต่สำหรับเซี่ยซูมี่ในร่างนี้นั้นมักจะหิวเป็เวลา และจำเป็อย่างยิ่งที่จะต้องกินให้ครบทั้ง 3 มื้อ
“พวกท่านมาที่บ้านข้ามีธุระอันใดหรือ?” ซ่งเวยหลงเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เดินไปถึงหน้าบ้าน
“หากพวกเราจำไม่ผิด บ้านหลังนี้น่าจะเปนบ้านของพรานป่าซ่ง ไม่ทราบว่าพ่อหนุ่มมีความเกี่ยวข้องอันใดกับพรานซ่งหรือ?” แม่เฒ่าผู้หนึ่งเอ่ยถามขึ้น ที่อยู่หน้าบ้านของตนในเวลานี้ก็มีแต่ผู้หญิงแม่บ้านที่ว่างงานทั้งนั้น งานอดิเรกก็คงจะหนีไม่พ้นไปหูเป็ตาให้กับบ้านอื่นๆ แต่เื่ภายในบ้านของตนเองกลับจัดการไม่ได้
“ข้าบอกพวกท่านไปแล้วว่าที่นี่คือบ้านของข้า” ซ่งเวยหลงพูดขึ้นอีก ไม่ได้แนะนำตัวเองว่าแท้จริงแล้วตนก็คือพรานป่าที่พวกเขาพูดถึง ไม่มีความจำเป็อะไรที่จะต้องรายงานทุกความเคลื่อนไหวของตนเอง
“พรานซ่งขายที่ผืนนี้ให้แก่พ่อหนุ่มหรอกหรือ? ข้าบอกแล้วว่าพรานป่านิสัยโฉดผู้นั้นน่ากลัว นี่ก็คงจะขายบ้านขายเมียให้กับพ่อหนุ่มผู้นี้ไว้เป็ทาสรับใช้สินะ พ่อหนุ่มเองก็เมตตานังหนูเซี่ยมันหน่อยก็แล้วกัน อยู่ที่บ้านเซี่ยพ่อแม่ก็ไม่ค่อยจะสนใจเพราะขี้โรค แต่งงานออกมาก็ถูกผัวขายเป็ทาสอีก ช่างน่าเวทนายิ่งนัก” ท่านป้าท่านหนึ่งพูดขึ้นมาเป็ตุเป็ตะ เนื่องจากว่าไม่มีใครเคยเห็นหน้าพรานป่า จะเห็นเพียงด้านหลัง ไม่ก็ใบหน้าที่ถูกโพกด้วยผ้าเหลือเพียงลูกตา แต่ก็ยังมิวายเห็นหนวดยาวรุงรังที่เล็ดรอดออกมา ทำให้ไม่มีใครสามารถยืนยันตัวตนที่แท้จริงของพรานป่าผู้นี้ได้
“หากไม่มีธุระอันใดแล้วข้าขอตัวก่อน งานที่บ้านยังมีอยู่มาก” ซ่งเวยหลงไม่คิดที่จะแก้ตัวหรืออธิบายใดๆ อีกทั้งยังไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ที่ถูกพาดพิงไปในทางไม่ดี แต่ก็ไม่คิดที่จะแก้ตัว
“ตามสบายๆ”
จากนั้นพวกชาวบ้านก็เดินจากไป แต่ยังไม่วายเอาไปโพทะนาต่อกับเื่ที่ตนได้เห็นมา ต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่าพรานป่าซ่งผู้โหดร้ายขายภรรยาเป็ทาสให้กับหนุ่มรูปงามท้ายหมู่บ้าน เื่นี้ดังเข้าไปถึงหูสองสามีภรรยาบ้านเซี่ย
“นี่ตาแก่ ท่านว่าพวกเราควรที่จะเรียกร้องค่าเสียหายดีหรือไม่” นางเซี่ยพูดขึ้นเมื่อเล่าเื่ราวทั้งหมดที่ได้ยินมาให้กับสามีฟัง
“จะไปเรียกร้องเื่อันใด ก็ในเมื่อเรายกลูกสาวให้กับพรานป่าอัปลักษณ์นั่นไปแล้ว” นายเซี่ยพูดขึ้น และรู้สึกเสียดายที่ไม่ฉลาดเหมือนพรานป่าโฉดนั่น ไม่เพียงแต่มันไม่ต้องเสียเงินค่าสินสอด แต่ยังได้เงินจากการขายลูกสาวของพวกเขาอีกต่างหาก น่าเจ็บใจยิ่งนัก
“เราก็แค่ไปร้องไห้ฟูมฟาย พวกเศรษฐีไม่ชอบความวุ่นวาย ทนความรำคาญไม่ไหวก็จ่ายค่าเลี้ยงดูให้เราเองนั่นแหละ” นางเซี่ยออกความคิด ลูกสาวคนโตที่เอาไปขายให้อยู่ที่บ้านของเศรษฐีพวกเขายังไม่มีปัญหาอันใดเลย
“ถ้าเช่นนั้นเรารีบไปกันเถอะก่อนที่พวกเขาจะย้ายที่อยู่ บ้านป่าเช่นนี้คงพักอาศัยได้ไม่นานเท่าไหร่หรอก”
หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว สองสามีภรรยาบ้านเซี่ยก็เดินไปยังบ้านหลังเล็กที่อยู่ตีนเขาท้ายหมู่บ้าน ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยพูดเอาไว้ว่าจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกเป็อันขาด แต่ในเมื่อมีคนลูกสาวของพวกเขาไปขาย จะไม่ให้ไปรับส่วนแบ่งได้อย่างไร สู้อุตส่าห์ทนเลี้ยงมาตั้ง 15 ปี จะไม่ให้ได้อะไรเลยนั้นเป็ไปไม่ได้อย่างแน่นอน
เมื่อไปถึงยังบ้านของลูกเขยและลูกสาว พบว่ามีชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ มองจากทางด้านหลังก็น่าจะใช่ลูกเขยของตน ไหนบอกว่าเ้าพรานป่าใจโฉดผู้นั้นหนีไปแล้ว เหตุใดถึงยังอยู่ที่นี่ หรือชาวบ้านปากหอยปากปูพวกนั้นจะพูดปด
“ไหนเ้าบอกว่าลูกเขยอัปลักษณ์หนีไปแล้วอย่างไรเล่า” นายเซี่ยกระซิบกระซาบกับภรรยาอยู่ข้างรั้วบ้าน
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่า ป้าไป๋ข้างบ้านเป็คนมาบอกเื่นี้กับข้าเองนี่นา” นางเซี่ยพูดอย่างอารมณ์เสีย
“เสียเวลาจริงๆ” นายเซี่ยกำลังจะลุกเดินจากไป แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อได้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มชัดๆ
ในคราแรกชายหนุ่มนั่งหันหลังทำคอกวัวอยู่ จึงเข้าใจผิดคิดว่าเป็ลูกเขยพรานป่า แต่เมื่อชายหนุ่มผู้นั้นหันหน้ามากลับพบว่าเหมือนเป็คนละคนกัน เพราะชายที่อยู่ในบ้านตอนนี้นั้นรูปงามยิ่งนัก ไม่เหมือนพรานป่าหนวดยาวนั่นเลยสักนิด
“นี่คงจะเป็หนุ่มรูปงามที่ป้าไป๋เล่าให้ข้าฟังเป็แน่” นางเซี่ยดี๊ด๊าเมื่อคิดว่าตนจะได้ส่วนแบ่งค่าเลี้ยงดูของลูกสาว ในบ้านมีเกวียนเทียมก็ไม่น่าจะธรรมดาหรอก ทั่วทั้งหมูบ้านมีเพียงท่านผู้นำหมู่บ้านเท่านั้นที่มีเกวียนเก่าๆ ให้ชาวบ้านได้เช่าอาศัยขนของ จากนั้นก็เก็บค่าเช่าราคาโหด
“ถ้าเช่นนั้นก็รีบเข้าไปเถอะ จะได้รีบกลับ ข้ารู้สึกเปรี้ยวปากขึ้นมาแล้ว” นายเซี่ยรีบกระโจนเข้าไปภายในบ้านทันที ไม่รอให้ภรรยาตอบตกลงใดๆ
ทางด้านซ่งเวยหลงที่กำลังทำคอกให้กับวัวของเขา เมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาภายในบ้านจึงหยุดการกระทำทุกอย่าง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นไปมอง เขาขมวดคิ้วเข้าหากัน จากนั้นก็ใช้ความคิดว่ารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาสองคนนี้จากที่ไหน
“ท่านพ่อ ท่านแม่” เซี่ยซูมี่กำลังจะเดินมาตามสามีให้ไปกินมื้อกลางวัน แต่กลับพบว่า ตอนนี้สามีกำลังยืนประจันหน้ากับพ่อแม่ของตนอยู่
“เสี่ยวมี่ แม่ได้ข่าวว่าเ้าถูกสามีขายให้กับนายท่านผู้นี้ เขาทำเช่นนี้กับลูกของแม่ได้อย่างไรกัน โธ่…ลูกรักของแม่” นางเซี่ยบีบน้ำตาร้องห่มร้องไห้ในทันที เมื่อความโลภบดบังสายตาทำให้หน้ามืดตามัวคิดเองเออเอง ไม่คิดจะสอบถามความเป็มาเลยด้วยซ้ำ
เซี่ยซูมี่ที่ไม่รู้เื่ราวที่เกิดขึ้นใน่ก่อนหน้านั้น จึงได้แต่ขมวดคิ้วแต่ยังไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงหันไปมองหน้าสามีที่ทำหน้านิ่งจ้องมองพ่อแม่ของตนอย่างใช้ความคิด
“ใครบอกท่านหรือเ้าคะ” ในเมื่อไม่มีใครพูดอะไรจึงจำเป็ต้องถามต้นตอของเื่ราวทั้งหมด
“อะเอ่อ ท่านป้าไป๋ที่อยู่ข้างบ้านของเราอย่างไรเล่ามาแจ้งข่าวกับแม่ พ่อกับแม่จึงรีบมาเดิมทีไม่คิดว่าเื่ที่พวกชาวบ้านพูดจะเป็เื่จริง แต่เมื่อได้มาเห็นกับตาตัวเองแล้ว โถ่ … เสี่ยวมี่ลูกแม่ ฮือๆ แม่รึก็อุตส่าห์ยกเ้าให้ไอ้พรานป่าไปโดยไม่คิดค่าสินสอดเลยสักอีแปะ ด้วยหวังว่าให้เขาดูแลเ้าอย่างดีก็พอแล้ว ไม่คิดเลยว่ามันจะชั่วช้าขายเ้าได้ลงคอ” นายเซี่ยร้องห่มร้องไห้โวยวายราวจะขาดใจ
ทางด้านสองสามีภรรยาเมื่อได้ฟังเื่ราว แม้จะไม่รู้ความ้าทั้งหมดของผู้เป็แม่ แต่ก็พอจะเดาได้ว่าพวกท่านทั้งสองที่มายืนบีบน้ำตาอยู่ตรงนี้้าสิ่งใด ที่บอกว่าบีบน้ำตาเป็เพราะว่าคนร้องไห้อย่างไรกันไม่มีน้ำตาสักหยด หากฟูมฟายราวจะขาดใจเพียงนั้น น้ำตาคงต้องไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้างแล้วเป็แน่
ซ่งเวยหลงเสียเวลาฟังเื่ไร้สาระจากแม่ยายมานานพอสมควร เขาจึงลงมือสร้างคอกวัวต่อไป ด้วยเกรงว่าอาจจะไม่ทันให้พวกมันอยู่ในคืนวันนี้ เพราะภรรยา้าให้ทำหลังคาบังแดดฝนให้แก่พวกมันด้วย จึงได้แวะซื้อหลังคามุงหญ้ากลับมาด้วย
“พวกท่านกลับไปเถอะเ้าค่ะ” เซี่ยซูมีพูดกับพ่อแม่ด้วยน้ำเสียงเ็า ครั้งแรกที่เห็นหน้าปฏิเสธไม่ได้ว่าลึกๆแล้วแอบดีใจที่ได้เห็นหน้าทั้งสองคนอีกครั้ง แต่เมื่อพวกเขาพ่นคำพวกนั้นออกมาก็รู้สึกเ็ปมากขึ้นไปอีก
“ได้อย่างไรกัน ข้าเลี้ยงแกมาตั้ง 15 ปี ผัวเฮงซวยของแกกลับขายให้กับคนอื่นเสียนี่ สินสอดก็ไม่ได้สักอีกแปะ อย่างไรวันนี้ข้าก็ต้องได้ส่วนแบ่งในการขายเ้าไปเป็ทาส” นายเซี่ยไม่คิดจะอ้อมค้อมอีกต่อไป ขืนมัวแต่อาลัยอาวรณ์เช่นภรรยาของตนไม่รู้ว่าคืนนี้จะตกลงกันได้หรือไม่ สู้บอกความจริงไปเลยเสียดีกว่า รับเงินมาจะได้จบๆกันไป
“หึ ส่วนแบ่งอย่างนั้นหรือ หากท่านคิดจะรับส่วนแบ่งจากเขยพรานป่าของท่านนั้นย่อมได้ แต่ไม่ใช่ส่วนแบ่งเงินตามที่ท่านทั้งสองเข้าใจหรอกนะ แต่ทว่าเป็ส่วนแบ่งหนี้สินต่างหาก นอกจากขายที่ดินผืนนี้รวมทั้งแม่นางผู้นี้แล้ว เขายังติดหนี้ข้าอยู่มากโข รวมๆแล้วก็น่าจะ 3 ตำลึงทอง พวกท่านอยากจะร่วมช่วยลูกเขยใช้หนี้แล้วไถ่ตัวลูกสาวท่านหรือไม่เล่า?” ซ่งเวยหลงแต่งเื่ขึ้น
ทางด้านเซี่ยซูมี่มองหน้าสามีอย่างอึ้งๆ ไม่คิดว่าเขาจะแต่งเื่เป็เื่ราวได้มากถึงเพียงนี้ คิดว่าจะไล่ตะเพิดพ่อกับแม่ของตนเสียอีก เป็เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่เข้ามาวุ่นวายกันอีก
“ 3 ตะ ตำลึงทองเชียวหรือ?” นางเซี่ยพูดขึ้นอย่างใ อีกทั้งยังตาโตกับจำนวนเงินที่ได้ยิน เกิดมา 30 กว่าปียังไม่เคยเห็นก้อนเงินตำลึงเลยด้วยซ้ำ แล้วจะมีปัญญาที่ไหนไปใช้หนี้มากโขพวกนี้ หากว่ามีก็ไม่มีทางเสียหรอก เื่อะไรจะต้องมานั่งใช้หนี้ที่พวกตนไม่ได้เป็คนก่อ
“เื่นี้พวกข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นายท่านเว้นพวกเราสองสามีภรรยาสักครั้งหนึ่งเถิด ส่วนนังลูกสาวตัวซวยนี้พวกข้าก็ขอมอบนางให้แก่ท่าน จะเอาไปต้มยำทำแกงที่ไหนก็แล้วแต่นายท่าน พวกข้าขอตัว” เมื่อพูดจบนายเซี่ยก็รีบจูงมือภรรยาออกไปจากบริเวณบ้านอาถรรพ์นี้ทันที
“เฮอะ" เซี่ยซูมี่ได้แต่แสยะยิ้ม จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นไปยังท้องฟ้าเพื่อกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลลงมา เพียงแค่นี้ก็น่าสมเพชตัวเองมากพออยู่แล้ว ยังจะร้องไห้เสียน้ำตาไปไย ดีเสียอีกจะได้ตอกย้ำกับตัวเองว่าคนเ่าั้ไม่มีค่าพอให้จดจำ บุญคุณที่เลี้ยงดูกันมาก็ขอให้มันจบสิ้นกันไปั้แ่ที่พวกเขาผลักไสออกจากบ้านก็แล้วกัน
“อย่าไปใส่ใจเลย สักวันหนึ่งพวกเขาจะต้องมาขอร้องเ้าพี่ให้สัญญา” ซ่งเวยหลงรู้สึกสงสารภรรยาจับใจ สัญญากับตัวเองว่าจะทำให้แม่นางผู้นี้เป็หญิงป่าชาวบ้านที่น่าอิจฉามากที่สุด ให้คนพวกนั้นได้เห็นว่านางโชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานอยู่กินกับพรานป่าผู้นี้
พี่โกรธละะนะทำน้องร้องไห้เสียใจ ขอหัวใจหน่อยค่าา า า า