ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่594 วิชาฉลามวาฬคลั่ง

      …วันเวลาไหลผ่าน จวนจะเข้าปีที่5 ที่อี้เฉินปิดขั้นพลัง ทำให้ขั้นพลังย่อย ของเขาเลื่อนขั้นพลัง ไปอย่างรวดเร็ว ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดี สำหรับอี้เฉินยิ่งนัก จนยามนี้อี้เฉินไปอยู่ใน ขั้นพลัง เทพสวรรค์ ระดับ ปลายได้สำเร็จ 
 


      ทว่าหากผู้คนภายนอกรับรู้ว่า อี้เฉินเลื่อนขั้นพลังย่อย เกรงว่า พวกเขาคงจะเป็นบ้า กันตายแน่ๆ เนื่องด้วยคนดินแดนเทพ ไม่มีใครสามารถ ข้ามผ่านขั้นพลังเซียนสวรรค์ได้ ด้วยอายุที่น้อยกว่า150ปี มาก่อน

 


       แต่อี้เฉินในยามนี้ อายุของเขาแค่55ปีเท่านั้น เขากลับสามารถขึ้นไปอยู่ในขั้น เทพสวรรค์ ระดับ ปลาย เหลืออีกเพียงเก้าเดียว อี้เฉินก็จะไปอยู่ในขั้นเซียนสวรรค์ กลายเป็นผู้อาวุโสอย่างเต็มตัว ใครเล่าจะไม่ตกตะลึง กับการเติบโตที่รวดเร็วเกินไปของเขา

 


       แม้แต่สระเลือดบริสุทธิ์ ที่อี้เฉินลงไปแช่ฝึกปรือ ดูท่าว่าจะไม่มีวันหมดลง แต่ในยามนี้ มันกลับเหือดแห้งลงไป จนเห็นก้นสระ พร้อมกับทั่วสารพางค์กายอี้เฉิน ปรากฏ ร่างฉลามวาฬ หลายสิบตัวบินวน ล้อมพันตัวเขาอยู่ไม่ห่างไปไหน พร้อมกับกลิ่นอายที่น่าคร้ามเกรง ถูกปลดปล่อยออกมา เป็นริ้วคลื่น เมื่อร่างฉลามวาฬ แหวกว่าย ส่งให้มิติสั่นไหว ขึ้นมาน้อยๆ

 


         ก่อนอี้เฉินจะเปิดเปลือกตาขึ้นมาในรอบ 2ปี พร้อมกับสายตาที่คมกล้า เสื้อผ้าอาภรณ์เปื่อยยุ่ยไม่มีชิ้นดี ครั้นอี้เฉิน เขาระเบิดพลัง วิชากระดูกสมบัติศักดิ์สิทธิ์ ชี้ฝ่ามือออกไปด้านหน้า

 


        ปราณพลังภายในร่างของอี้เฉิน ถูกสูบกลืนออกไปในทันใด ก่อนเบื้องหน้าของเขา จะก่อเกิดคลื่นทะเลสีแดงฉาน เต็มไปด้วยฉลามวาฬ โต้คลื่นพุ่งปราดเข้าโจมตี เป็นวงกว้าง ในเสี้ยวพริบตา ส่งให้มิติที่แยกตัวออกจากกัน เกิดการแตกร้าวออกมาดังก้อง ก่อนมันจะค่อยๆ ลุกลามไปทั่ว
 


         อี้เฉินที่เห็นการโจมตีที่เขา ส่งออกไปยังไม่มีชื่อ เขาคลี่ยิ้มออกมาในทันที เมื่อรับรู้ถึงเกาะฉลามวาฬ ที่เขาอยู่สั่นไหว ร้องคำรามออกมาดังกึกก้องฟ้า “ข้าจะเรียกเจ้าว่า วิชาฉลามวาฬคลั่ง แล้วกัน”

 


         ก่อนที่อี้เฉินจะนำ กระถางทองแดงออกมาเก็บ โลหิตบริสุทธิ์ที่หลงเหลือ เข้าไปภายในกระถางทองแดง แม้มันจะมีแต่รอยแตกร้าว มันก็มีคุณค่าทางใจต่ออี้เฉินไม่น้อย ...เมื่ออี้เฉินเห็นมิติแห่งนี้กำลังจะสลาย เขาจึงอยากจะเก็บเกี่ยวของล้ำค่า ไปให้มากที่สุด ก่อนที่มันจะส่งตัวอี้เฉิน เข้าไปภายในพระราชวังโบราณ พร้อมกับเกาะฉลามวาฬ ที่โผล่ขึ้นมาจากทะเลลึก สีดำสนิทดุจหมึก

 


          ส่งให้เขตทะเลมืด หยงหย่วน ใกล้เขตชายแดนของศัตรูต่างดินแดน จู่ๆ ก็เกิดสั่นไหวขึ้นมาไม่หยุด ก่อนที่มันจะปรากฏเกาะฉลามวาฬขึ้นมา ยังบริเวณชายฝั่งทะเลมืด หยงหย่วนอีกครา

 


         ทำให้ผู้คนที่เคยไปแสวงโชค ยังสถานที่แห่งนั้น ต่างก็จับจ้องไปยังทิศทาง เกาะฉลามวาฬที่พังทลายอย่างไม่วางตา ลู่ซือจ่านเขาเปิดดวงตา จ้องมองไปยังทิศทางนั้นในทันใด “หืม! เหตุใดเกาะฉลามวาฬ ถึงปรากฏขึ้นมาอีกคราเล่า ไม่ใช่ว่ามันนานๆ จะปรากฏขึ้นมาไม่ใช่หรอกหรือ นี่พึ่งจะผ่านไปไม่ถึง5ปีเองนะ” ก่อนเขาจะสืบฝีเท้า ไปยังสถานที่แห่งนั้น ในใจลึกๆ ก็ยังคิดว่า วิชากระดูกสมบัติศักดิ์สิทธิ์ ยังคงหลับใหล อยู่ภายในสถานที่แห่งนั้น จึงคิดจะออกไปสืบเสาะค้นหามันอีกครา

 


        เพียงเวลาไม่นาน เกาะฉลามวาฬก็กลายเป็นจุดสนใจ ของศัตรูต่างดินแดน แม้แต่สายตาของผู้ยิ่งใหญ่ ยังกวาดสายตา มองทอดยาวออกไปสำรวจเกาะฉลามวาฬ ทว่าเมื่อ เห็นร่างไหวๆ อี้เฉิน ที่พวกเขามองว่าเป็นเพียงมดปลวก

 


       แต่บัดนี้เด็กหนุ่ม กลับข้ามผ่านทะเลมืด หยงหย่วน ทะเลแห่งชั่วนิจนิรันดร์ ไปเสียดื้อๆ ราวกับเป็นสวนหลังบ้านของเขา แม้แต่แต้มสีดำกลางหว่างคิ้ว อี้เฉินยังไม่ปรากฏขึ้นมา มันจึงทำให้ผู้ยิ่งใหญ่ เริ่มที่จะนั่งไม่ติดอีกต่อไป มองอี้เฉินเป็นตัวประหลาด สนใจในตัวอี้เฉินขึ้นมาในทันใด แม้แต่คำพูด ของจักรพรรดิเพลิงอันหลาน ที่กล่าวพูดถึงเด็กหนุ่มผมขาวในยามอดีต ยังกลับเข้ามา หลอกหลอนพวกเขา

 


        “รีบไปจับตัวไอ้หนอนแมลง ตัวนั้นมาเร็วเข้า อย่างไรก็ต้องจับเป็น มันมาตรวจสอบให้ได้” น้ำเสียงที่ทรงพลังของจักรพรรดิ สามตา แผดเสียงดังออกมากึกก้อง

 


         ในทันใดที่พวกราชันสวรรค์ เหล่าเซียนสวรรค์ดูภาพเกาะฉลามวาฬ ปรากฏขึ้นมาในกรอบสายตาของพวกเขา ..ก่อนจะได้ยินน้ำเสียงที่ทรงพลัง แผดเสียงออกมาดังก้อง พวกเขากวาดสายตาออกไปทั่วในทันที ก่อนจะเห็นร่างอี้เฉินหายออกไปในพริบตา ตรงดิ่งไปยังทิศทางเขตทะเลทราย ซินเจียง จากแผ่นยันต์ค่ายกลเคลื่อนย้าย

 

“ทางนั้นมันหนีไปทางนั้น พวกเรารีบตามแสงนั้นไปเร็วเข้า”

 


        ทว่าในทันใด ที่ลู่ซือจ่านเห็นเด็กหนุ่มผมขาว อยู่ในกรอบสายตา ของเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะหายจากกรอบสายตาไป เขาก็หนังตากระตุก ออกมาถี่ยิบ ก่อนจะแผดเสียง คำรามออกมาก้อง “อ๊ากๆ ไอ้เวรอี้เฉิน เจ้ายังไม่ตายเช่นนั้นหรือ? พวกเรารีบตามมันไปเร็วเข้า มันใช้แผ่นยันต์ ค่ายกลเคลื่อนย้าย คงยังไปได้ไม่ถึงไหนหรอก”

 


       ครั้นหลายคนได้ยินนามของเด็กหนุ่ม เข้ามาหลอกหลอนพวกเขาอีกครา ราวกับพวกเขาไล่สังหารแมว9ชีวิต มันก็ทำให้หลายๆ คนกำหมัดไว้จนแน่น โดยเฉพาะเหล่าจอมยุทธ์รุ่นใหม่ ที่ได้ยินนามของอี้เฉิน ไม่ว่าจะเป็น อวิ๋นซูจิน เฉินหมิง หลี่อี้ถง จินเทียนตี้ ต่างก็มีใบหน้าบูดบึ้ง

 


“ไอ้เวรนี่ มันไม่ตายจริงหรือ!” พวกเขาต่างก็ไม่อยากเชื่อ สิ่งที่ได้ยิน 5ปีผ่านไป พวกเขาจะยังได้ยินนามของ อี้เฉินอีกครา

 


       ทางด้านอี้เฉินที่สืบฝีเท้า หนีออกไปอย่างเร็วจี๋ แม้เขาจะฝึกปรือเป็นเวลา5ปี ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าขั้นราชันสวรรค์ เทียบกับผู้อาวุโสเหล่านั้น ที่ใช้เวลาร่วม 800ปีในการฝึกปรือ เวลา5ปีของอี้เฉิน จะเป็นอะไรได้ เมื่อต้องอยู่ต่อหน้า ขั้นราชันสวรรค์พวกนั้น

 


       อี้เฉินจึงสับฝีเท้าหนีออกไป อย่างเต็มกำลัง ไม่คิดปะทะกับราชันสวรรค์ เมื่อรับรู้ว่าด้านหน้าอีกไม่ไกล มีศึกการต่อสู้ครั้งใหญ่ กำลังปะทุขึ้นอย่างดุเดือด ภายในเขตทะเลทราย ซินเจียง

 


       ทว่าในทันใด อี้เฉินก็ต้องหน้ามืดทะมึนขึ้นมา เมื่อสัมผัสได้ถึงด้านหลังของเขา ห่างออกไปหลายสิบลี้ ปรากฏห้วงมิติที่ผ่าแยก พร้อมกับเทพสวรรค์คนอื่นๆ สืบฝีเท้า ออกมาจากมิติที่ผ่าแยก ตามไล่ล่าเขามาติดๆ เสียงฟึบๆ ดังก้องออกไปทั่วทุ่งโล่ง

 


       แถมหนึ่งในนั้นยังมีคนที่อี้เฉินคุ้นตา อย่างไอ้เวรลู่ซือจ่าน ก่อนอี้เฉินจะสบถด่า เล็ดลอดผ่านไรฟันออกมา “ไอ้เวรลู่ซือจ่าน เจ้ากัดข้า ไม่ปล่อยเลยนะ”

 


        ลู่ซือจ่านเขาดวงตาแดงก่ำโกรธแค้น อี้เฉินอยู่ไม่น้อย หากอี้เฉินอยู่ภายในเกาะฉลามวาฬ มาตลอด5ปี วิชากระดูกสมบัติศักดิ์สิทธิ์ ที่เขาหมายตา จะไม่กลายเป็นของอี้เฉินไปแล้วหรอกหรือ อย่างไรเขาก็จะต้องจับอี้เฉิน กลับไปเค้นถามความจริงให้ได้ “ไอ้เวรอี้เฉิน วันนี้ เจ้าไม่มีวันได้กลับดินแดนเทพแน่ ข้าให้คำมั่นข้าจะไล่ล่าเจ้าไปจนสุดทาง อย่างแน่นอน”

 


        เพียงไม่กี่ลมหายใจ ระยะทางของพวกเขา กับตัวของอี้เฉิน เริ่มที่จะไม่ห่างกัน อีกต่อไป มองเห็นกันและกันได้อย่างชัดเจน ทว่าเมื่อลู่ซือจ่านคิดจะโจมตีอี้เฉิน ตัวเขาถึงกับหน้าบูดบึ้ง ราวกับกินสิ่งปฏิกูลเข้าไป

 


        เมื่ออี้เฉินนำศาสตราวุธของล้ำค่า ภายในพระราชวังโบราณ ออกมาจากแหวนมิติ ปาออกมาล่อตาล่อใจพวกเขา แม้แต่เทพสวรรค์ที่เห็นของล้ำค่า ก็ต้องมีหวั่นไหว สายตาโลภกันบ้าง ทว่าคนที่เจ็บปวดที่สุดในยามนี้ คงหนีไม่พ้นอี้เฉิน ของทุกๆ สิ่งที่เขานำออกมา ล้วนเป็นของดีแทบทั้งสิ้น “ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก”

 


        ลู่ซือจ่าน เขาร้อง “อ๊าก!!”แผดเสียงคำราม ออกมาดังก้อง ปะปนมากับโลหิตของเขาในทันใด เมื่อเห็นราชันสวรรค์ ที่ตามติดเขามา เข้าไปแย่งชิงเก็บสมบัติล้ำค่า ทำให้เขาหน้าเขียวคล้ำไม่น้อย

 


        ก่อนลู่ซือจ่าน จะเร่งสืบฝีเท้า ตามไล่ล่าอี้เฉินไปอย่างบ้าคลั่ง แม้กระทั่งวิชา3ตา ยังถูกเขาสำแดง ส่งร่างวิญญาณปราณจิต ออกไปโจมตีอี้เฉิน      หอกเกล็ดมังกรที่เขาได้มา จากพระราชวังโบราณ ที่ถูกอัดแน่นด้วยปราณพลังของเขา   ก่อนจะหวดฟาดหอกเกล็ดมังกร ออกมาด้านหน้าเข่นฆ่าอี้เฉิน  ส่งปราณพลังที่อัดแน่น แปรเปลี่ยนเป็นร่างวิญญาณมังกร เข้าโจมตีอี้เฉิน อย่างไม่มีเก็บออมจนรอบๆ เต็มไปด้วย มังกรสีดำทมิฬ แหวกว่ายออกไปโจมตี

 

ปัง! ปัง! ดังออกมาก้องฟ้าไม่มีขาด

 


       จนริมฝีปากของอี้เฉินกระอักเลือดออกมาไม่หยุด  แม้แต่กลางหว่างคิ้วของเขา ยังเกิดการปริแตก มีเลือดไหลซึมออกมา จากการโจมตีปราณจิต หากไม่ได้ร่างปราณจิต นั่งขัดสมาธิกลางหว่างคิ้ว เขาอาจจะตายตกไปแล้วก็เป็นได้

 


       ก่อนอี้เฉินจะคลี่ยิ้ม ออกมากว้าง แล้วโปรยของล้ำค่าออกไปอีกครา เมื่อเห็นไกลๆ สุดสายปรายตา เห็นเขตทะเลทราย ซินเจียง พร้อมกับฉากการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ อยู่ในกรอบสายตา

 


      “อีกไม่ไกลแล้วสินะ” อี้เฉินกล่าวพูด พร้อมกัดฟันสืบฝีเท้า ไปยังสถานที่ ที่เกิดการต่อสู้ใหญ่ อย่างไม่ลังเล หวังว่าจะพบเจอคนที่เขาคุ้นเคยอีกคราในยามนี้

 


      ลู่ซือจ่าน ยิ่งร้องหนักกว่าเก่า ไม่คิดอี้เฉินจะเอาสมบัติ ภายในพระราชวังโบราณ มามากมายถึงเพียงนี้ “อ๊ากๆๆ เจ้า ไอ้เวรอี้เฉิน อย่าบอกนะ สมบัติภายในราชวังโบราณ ถูกเจ้า ปล้นชิงไปหมดแล้ว” พร้อมกับริมฝีปากของเขา ที่กล่าวพูดออกมา กระอักเลือดไม่หยุด ด้วยความเจ็บแค้น

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน