ตอนที่ 104 นามแห่งจักรพรรดิ ในช่วงเวลานี้เองที่สรรพสิ่งรอบกายได้พลันเปลี่ยนไปอย่างแท้จริง ภูเขามหึมาสูงเสียดฟ้านับแปดลูกรายล้อมรอบ บรรยากาศน่าขนหัวลุกและกลิ่นอายโบราณจากยุคบรรพกาล มังกรวายุที่ได้ประจักษ์ต่อเหตุการณ์เบื้องหน้า ทั่วร่างของมันสั่นเทาอย่างยิ่งยวด มังกรสีเขียวมรกตที่ดูน่าเกรงขามในก้าวแรกที่พบในร้านกลับกลายเป็นกิ้งก่าขี้กลัวในพริบตา ในขณะที่เซียนอาภรณ์ดำกลับนิ่งสงบอย่างถึงที่สุด นิ่งเงียบไร้ซึ่งซุ่มเสียงหรืออากัปกิริยาใดๆ แต่ทว่า… ข้างกายของเขากลับมีสาวน้อยผู้หนึ่งและสาวน้อยคนนั้นกำลังจับจ้องขุนเขามหึมาทั้งแปดลูกด้วยแววตาเบิกโพลงกว้างปานถลน เรือนร่างใหญ่โตมหึมากำลังเกาะกุมขุนเขาลูกยักษ์เอาไว้ดุจดั่งสัตว์ประหลาดในตำนาน หากให้เทียบกับนิสเวมแล้ว สาวน้อยยังตัวไม่ถึงเล็บเท้าของมันเสียด้วยซ้ำ… สิ่งนี้ราวกับภาพจำลอง กลไกการทำงานของมันซับซ้อนอย่างมากจึงจะสามารถทำให้ฉายภาพของอีกฟากของโลกได้เฉกเช่นในช่วงเวลานี้ ทุกสิ่งที่เห็นเป็นการจำลองตัวตนจริงๆที่อยู่อีกฟากของโลก แน่นอน รูปลักษณ์ที่เห็นย่อมมีตัวตนจริงๆ หากแต่มิอาจจับต้องกันละกันได้ สืบเนื่องมาจากมันคือภาพจำลอง… ทันทีที่สายตามหึมานับแปดคู่จับจ้องมาทางใจกลางที่รายล้อมด้วยแปดขุนเขาลูกยักษ์ พื้นตรงใจกลางเป็นน้ำตื้นซึ่งมันสูงเท่าข้อเท้าของนิสเวมเท่านั้นเอง “ฮ่าฮ่าฮ่า---มนุษย์รึ?! ไม่ได้เจอกับพวกมันมาเสียนานตั้งแต่สงครามมหาพฤกษาจบลง” นิดฮอกก์กล่าวเสียงเรียบ แต่ด้วยพลังอำนาจระดับราชามังกร คลื่นเสียงนั้นสั่นสะเทือนภูเขาโดยรอบให้เกิดอาการสั่นเครือ แม้กระทั่งผืนน้ำเบื้องล่างยังปรากฏระลอกคลื่นกระจายกว้าง ราชามังกรนิดฮอกก์ประเมินเซียนอาภรณ์ดำด้วยรูปลักษณ์ที่คล้ายคลึงมนุษย์ มันไม่ได้สอดส่องค่าสเตตัสแต่อย่างใด สำหรับราชามังกรที่ปกครองโลกหล้ามาช้านาน การที่พวกมันพยายามส่องค่าสเตตัสพวกสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำนับว่าเป็นการดูหมิ่นเกียรติของพวกมันอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ “ไม่ใช่…” ริวจินกล่าวขัดขึ้น สายตาของมังกรมรกตเปล่งประกายสว่างจ้าขึ้นมา มันพยายามสำรวจบุคคลทั้งสองที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แน่นอน มันไม่ได้สอดส่องค่าสเตตัสเช่นกัน “เจ้านี่ไม่ใช่เผ่ามนุษย์ที่เข้าร่วมสงครามมหาพฤกษา มนุษย์อาศัยอยู่ที่ทวีปศักดิ์สิทธิ์แต่ดูจากการภาพจำลองที่ถูกส่งมาจากทวีปใหญ่ มันเป็นพวกนอกรีต…” แท้จริงแล้ว เผ่ามนุษย์ไม่ได้มีอยู่แค่ในดินแดนมนุษย์ภาคพื้นมหาทวีป เผ่ามนุษย์กลับกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลกและเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่แข็งแกร่งและเป็นที่เลื่องลือที่สุด คงไม่พ้นมนุษย์จากยุคดึกดำบรรพ์ พวกมนุษย์โบราณ… แม้กระทั่งเหล่าราชามังกรยังจดจำนามของเผ่าพันธุ์มนุษย์โบราณเอาไว้ บ่งบอกถึงความน่าเกรงขามที่พวกมันได้สร้างผลงานเอาไว้ในสงคราม แน่นอน นั่นไม่ได้หมายถึงพวกมนุษย์จากมหาทวีป ราชามังกรริวจินคุ้นเคยกับพวกมนุษย์โบราณเป็นอย่างดี สืบเนื่องมาจากมนุษย์โบราณบางจำพวกนับถือราชามังกรริวจิน เป็นเหตุที่ทำให้มันรู้จักและคุ้นเคยกับมนุษย์โบราณ นิดฮอกก์พลันรำลึกขึ้นมาได้ หลังจากสงครามมหาพฤกษาจบลง มนุษย์บางส่วนได้ย้ายถิ่นฐานเนื่องจากบ้านเกิดถูกทำลาย เจ้าพวกมนุษย์จากมหาทวีปคงเป็นหนึ่งในมนุษย์เหล่านั้น “เป็นพวกเศษเดนที่มิอาจทัดเทียมกับมนุษย์แท้จริง” ภายใต้คำถากถางมากมายจากราชามังกรนิดฮอกก์ เซียนอาภรณ์ดำกลับนิ่งสงบอย่างที่สุด เขาไม่จำเป็นต้องเป็นเดือดเป็นร้อนอะไร อย่างไรก็ตาม กาติรัสมิใช่มนุษย์อย่างแท้จริงแต่เป็นอันเดด… ในขณะที่นิสเวมกลับรู้สึกเจ็บเสียดด้วยความรู้สึกจุกอก ขนาดเธอไม่ใช่เผ่าพันธุ์มนุษย์ยังรู้สึกเจ็บแค้นแทนพวกมนุษย์เลย แม้ว่าตัวเธอเองจะรังเกียจมนุษย์อย่างมากมายก็ตาม ในความเข้าใจของสาวน้อยฟีนิกซ์ กาติรัสนั้นเป็นมนุษย์… นิสเวมเข้าใจว่าเขาเป็นมนุษย์… “ทำไมข้าถึงรู้สึกแค้นใจได้กัน…” นิสเวมกล่าวบ่นพึมพำในใจ สาวน้อยรู้ตัวดีว่าตนเองเกลียดชังมนุษย์มากเพียงใด แต่นั่นกลับไม่สามารถอธิบายได้ถึงความเจ็บแค้นที่เธอกำลังประสบ “ถึงขั้นกล้าใช้ศิลาแปดราชาจงบอกจุดประสงค์ของเจ้ามา” พญามังกรไทฟอนแผดเสียงก้อง มันล้วนมีอารมณ์ฉุนเฉียวอยู่บ่อยครั้ง น้ำเสียงโกรธาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เงียบงัน… เงียบสนิทเหลือเกิน… แม้เวลาจะผ่านไปถึงสิบลมหายใจกลับไม่มีเสียงขานตอบใดๆจากใจกลางขุนเขาเลยแม้เพียงเส้นเสียงเดียว มังกรวายุที่คาดว่าเซียนอาภรณ์ดำจะตรงเข้าประเด็นแต่มันกลับเงียบสนิทไม่เอ่ยคำอันใด จวบจนกระทั่งมันต้องเอ่ยขึ้นด้วยตัวเอง “ฝะ---ฝ่าบาท ข้าดำรงอยู่ในมหาทวีป ณ ดินแดนมนุษย์และทำงานอย่างซื่อสัตย์มานานกว่าร้อยปีและนี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้พบกับมนุษย์หลังจากไม่ได้เห็นหน้าพวกมันมาช้านาน มนุษย์ผู้นี้กลับเอ่ยข้อเสนอหนึ่งแก่ข้า มันบอกว่า---มันมีข้อมูลที่คู่ควรแก่ฐานะผู้อาวุโสแห่งสมาคมการค้าบัญชามังกรและนี่คือข้อแลกเปลี่ยนที่มันเสนอกับข้า” มังกรวายุกล่าวด้วยเสียงสุภาพนอบน้อมอย่างที่สุด ท่านต้องไม่เชื่อเลยว่ามังกรวายุที่ดูองอาจและน่าเกรงขามในสมาคมบัญชามังกรในตอนนั้น มันกลับสุภาพและดูเชื่องขึ้นมาในพริบตา ราชามังกรทั้งแปดทอดมองทัศนียภาพจากเบื้องหน้าด้วยอาการสงบนิ่ง สำหรับฐานะผู้อาวุโสแห่งสมาคมการค้าบัญชามังกร สมาคมการค้าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากเหล่าสภามังกรและถูกควบคุมโดยตรง ทั้งหวังผลประโยชน์และแสวงหาข้อมูลบางอย่าง ทว่า จุดประสงค์ที่สมาคมการค้าบัญชามังกรถูกตั้งขึ้นล้วนไม่ถูกเผยแพร่แก่เหล่ามังกรชั้นต่ำ สำหรับความสำคัญของฐานะผู้อาวุโสนั้น… ทุกอาณาจักรล้วนพร้อมใจกันทำสงครามเพื่อแย่งชิงตำแหน่งนี้ แต่ท่าทางของเหล่าราชามังกรที่แสดงออกมาบ่งบอกว่าพวกมันไม่ได้สนใจใยดีตำแหน่งผู้อาวุโสมังกรนอกเผ่าพันธุ์แม้แต่น้อย แต่สำหรับราชามังกรบางตนแล้ว… ด้วยเหตุผลเพียงเล็กน้อยมันมากพอจะนำมาสร้างความขัดแย้งและการเข่นฆ่า “มาเดิมพันกันสนุกๆดีกว่า ถ้าข้อมูลของเจ้าไม่คู่ควรแก่ตำแหน่งนี้จริง ดินแดนพวกนอกรีตจะถูกล้างบางโดยมังกร แน่นอน เจ้าจะเป็นผู้จัดการ” นิดฮอกก์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสนุก หางสีขาวเหลืองส่ายไปมาอย่างเริงร่า ดวงตาสีดำสนิทขยายกว้างเล็กน้อย มันมั่นใจอย่างยิ่งว่าข้อมูลเหล่านั้นมิอาจคู่ควรแก่ฐานะผู้อาวุโสได้ ไม่ใช่แค่เพียงราชามังกรนิดฮอกก์ แม้กระทั่งเหล่าราชามังกรที่เหลือล้วนทราบผลลัพธ์กันดีอยู่แล้ว ไม่มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์!! ราชามังกรดำรงอยู่มานานเกินว่ามนุษย์จะจินตนาการได้ ความรู้ของพวกมันย่อมครอบคลุมมาตั้งแต่ยุคบรรพกาลหรือยุคแรกเริ่มของสิ่งมีชีวิต แล้วข้อมูลใดกันที่มันไม่รู้? แล้วข้อมูลใดกันที่สำคัญ? ถึงกระนั้น หากข้อมูลนั้นสำคัญจริง เหล่าราชามังกรล้วนเป็นสัตว์ประหลาดเฒ่าเจ้าเล่ห์ พวกมันย่อมโกงและออกความเห็นว่าไม่คู่ควรอย่างเลี่ยงไม่ได้ ใช่แล้ว… มันไม่มีเส้นชัยสำหรับกาติรัสอยู่แต่แรกแล้ว… นิสเวมจับจ้องแปดราชามังกรที่มีขนาดตัวมหึมาด้วยร่างกายที่แข็งค้าง แรงกดดันไร้ลักษณ์กดทับสาวน้อยจนยากจะหายใจให้สะดวก ในขณะนี้ เพียงเธอคุมสติไว้ได้ก็นับว่าปาฏิหาริย์มากพอแล้ว สาวน้อยไม่รับรู้ถึงสิ่งใดรอบตัวอีก มีเพียงความหวาดกลัวที่กลืนกินจิตใจอย่างไร้ขอบเขต “ข้าขอรับคำท้า” เซียนอาภรณ์ดำเอ่ยขึ้นพลางเชิดศีรษะมองไปทางราชามังกรนิดฮอกก์ ภายใต้หน้ากากทมิฬจักรพรรดิลอบแสยะยิ้มเล็กน้อย ราชามังกรนิดฮอกก์เป็นที่เลื่องลือด้านความโหดเหี้ยมอย่างถึงที่สุด แต่เมื่อเทียบกับกาติรัสในชาติที่แล้ว แม้กระทั่งราชามังกรนิดฮอกก์ยังต้องกราบกรานมันนับเป็นบิดา มังกรวายุลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก มันคิดว่ามนุษย์ชุดดำผู้นี้จะหวาดกลัวจนไม่กล้าเอ่ยคำใดๆ ยังนับว่าสวรรค์เข้าข้างนัก!! มังกรวายุเคลื่อนสายตามองไปทางเซียนอาภรณ์ดำ ปากหนาเผยอเล็กน้อยอย่างลุ้นระทึก “ฮ่าฮ่าฮ่า---ดี!! มาฟังกันดีกว่าว่าข้อมูลอันใดที่คู่ควร!!!” พญามังกรไทฟอนกล่าวเสียงเริงร่า มนุษย์เบื้องหน้าสร้างความประทับใจแก่มันอย่างเอ่อล้น ท่าทางนิ่งสงบและกลิ่นอายองอาจดุจราชัน มันกลับยังสามารถรักษากลิ่นอายเหล่านั้นไว้ได้แม้ตนเองกำลังเผชิญหน้ากับแปดราชามังกร… ในหมู่ราชามังกร พญามังกรไทฟอนนับว่าฉลาดและเจ้าเล่ห์อย่างที่สุด ต่อให้ข้อมูลของกาติรัสสำคัญจริง ไทฟอนก็ไม่คิดจะให้ฐานะผู้อาวุโสแก่มัน สำหรับฐานะผู้อาวุโสนอกเผ่า จำต้องผ่านความเห็นของราชามังกรทั้งแปดพระองค์ครบถ้วนสมบูรณ์ จะขาดตกไปไม่ได้แม้แต่ความไม่เห็นชอบเพียงพระองค์เดียว หากได้เจ็ดในแปดเสียงยังนับว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ด้วยความยากระดับพระกาฬผนวกกับราชามังกรบางพระองค์ล้วนเจ้าเล่ห์เพทุบายจึงเป็นเหตุที่ผู้อาวุโสนอกเผ่าพันธุ์มีจำนวนเพียงหยิบมือ ด้วยเหตุนี้เอง ฐานะของผู้อาวุโสนอกเผ่าพันจึงสำคัญและมีอภิสิทธิ์มากมายเสียยิ่งกว่าผู้อาวุโสมังกรในเผ่าพันตนเองเสียอีก ในช่วงเวลานี้เองที่เหล่าแปดราชามังกรล้วนสดับฟังอย่างตั้งใจ ภายใต้แรงกดดันค้ำฟ้าของราชามังกรที่ปลดปล่อยออกมา นิสเวมจมดิ่งไปในห้วงภวังค์สาวน้อยไม่รับรู้ถึงข้อมูลอันใดอีกแล้วราวกับร่างกายไร้วิญญาณอย่างไรอย่างนั้น ฉับพลันนั้นเองที่มุมปากของกาติรัสเชิดสูงขึ้น ภายใต้หน้ากากทมิฬกลับปรากฏความนิ่งสงบของบุรุษดุจมหาสมุทรไร้ระลอกคลื่น “นามแห่งจักรพรรดิได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว” ทันใดนั้น โลกใบนี้ราวกับถูกผนึกปิดโดยสมบูรณ์ ปากของเหล่าราชามังกรหลายสิบหลายร้อยหัวล้วนปิดปากนิ่งสนิท ท่าทางเกรี้ยวกราดและเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่อยู่ตลอดเวลาล้วนหายเป็นปลิดทิ้ง แววตาที่ดูเบื่อหน่ายต่อโลกทั้งใบกลับเปิดตาโพลงโตกว้างปานทะลักออกมา เนื่องด้วยพวกมันมีดวงตาที่ใหญ่โตโอฬารจึงเห็นได้อย่างเด่นชัดเลยว่ารูม่านตามหึมาได้หดรีดเล็กลงอย่างสุดขั้ว ราชามังกรแต่ละตนที่มาพร้อมกับคลื่นพายุยักษ์โหมกระหน่ำและภัยธรรมชาติตามติดตัว ในขณะนี้ทุกสิ่งได้เงียบสงบอย่างถึงที่สุด พญามังกรไทฟอนที่ปกติหัวนับร้อยจะกู่คำรามและพ่นลาวาและเปลิวเพลิงแทบตลอดเวลาได้ปิดปากนิ่ง ราชามังกรนิดฮอกก์ที่มักจะปล่อยกลิ่นอายแห่งความตายส่งผลให้พลังงานชีวิตโดยรอบถูกสูบกลืน กลิ่นอายแห่งความตายกลับหายไปทันทีที่ได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น ราชามังกรเหมันตกาลที่มักจะปล่อยกลิ่นอายความเย็นออกมาล้วนไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป… และราชามังกรทุกตนล้วนนิ่งสงบอย่างบ่งบรรยายไม่ได้ประหนึ่งความฝันไม่มีผิด ในชั่วพริบตาเดียว เสียงกู่คำรามของอากาศธาตุดังสะท้านกัมปนาทสะเทือนแผ่นดิน บึ้มมมมมมมมม เสียงระเบิดดังสะเทือนลือลั่นทั่วทั้งขุนเขาแปดราชา สะเทือนไกลไปจนถึงหุบเขามังกรที่ตั้งอยู่ไม่ไกล เสียงของคลื่นลมฉีกกระชากดังอื้ออึงบรรยากาศโดยรอบกลับกลายเป็นบิดเบี้ยวในพริบตา ราชามังกรพลันได้สติกลับคืน แต่ทว่า… ภาพเบื้องหน้า ณ ใจกลางขุนเขาทั้งแปดกลับปรากฏหลุมกว้างและลึกจนมองไม่เห็นก้น เนื่องด้วยขุนเขาทั้งแปดถูกรายล้อมด้วยทะเลสาบอีกทอดหนึ่ง หลังจากปรากฏหลุมลึกมหึมาขึ้นมาน้ำทะเลสาบจึงไหลลงสู่เหวลึกไร้ก้นบึ้งอย่างเชื่องช้า ภาพเบื้องหน้าส่งผลให้เหล่าราชามังกรล้วนหวาดสะพรึงไปตามๆกัน สถานที่แห่งนี้คือหุบเขาแปดราชา เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีสรรพเวทย์หนาแน่นมากที่สุด ทำให้พื้นที่โดยรอบมีความแข็งแรงคงทนต่อแรงสภาพทุกประเภท แม้กระทั่งเหล่าราชามังกรยังไม่กล้ามั่นใจว่าตนเองสามารถสร้างหลุมลึกไร้ก้นบึ้งเฉกเช่นนี้ได้ในชั่วพริบตาเดียว เมื่อพวกมันเคลื่อนสายตามองไปทางกลิ่นอายของพลังที่ยังหลงเหลือเอาไว้ จำต้องตกตะลึงงันอีกครั้ง พันนภา… เป็นฝีมือของราชามังกรพันนภา!! ปีกนับพันคู่แผ่ขยายกว้างปกคลุมน่านนภาจนมืดมิด หัวนับสิบเศียรอ้าค้างเอาไว้ ราชามังกรพันนภาเพิ่งจะจู่โจมออกไปและนั่นคือสาเหตุที่ปรากฏหลุมลึกขึ้นมา แต่ทว่า… ณ ใจกลางของหลุมลึกมหึมานั้นกลับมีเรือนร่างของเซียนอาภรณ์ดำและนิสเวมยืนเคียงข้าง ในขณะที่ มังกรวายุได้หายไปจากภาพจำลองแล้ว สืบเนื่องมาจากอีกฟาก ณ มหาทวีป ณ ดินแดนมนุษย์ มังกรวายุได้สิ้นสติไปจึงได้เลือนหายไปจากภาพจำลองของศิลาแปดราชา ยังดีที่เป็นเพียงภาพจำลองและโชคดีที่นิสเวมถูกกาติรัสปิดประสาทสัมผัสผ่านหน้ากากเอาไว้ หากสาวน้อยได้เห็นฉากจู่โจมประหนึ่งโลกาวินาศ เกรงว่าสาวน้อยจะสิ้นสติไปเฉกเช่นเดียวกับมังกรวายุ หรืออาจจะโชคร้ายถึงขั้นหัวใจวาย “ท่านผู้อาวุโส!!!” พญามังกรไทฟอนแผดเสียงสะท้านด้วยความตกตะลึงอย่างยิ่งยวด มันไม่เคยเห็นฝีมือของราชามังกรพันนภามาก่อน เนื่องจากพันนภาเป็นราชามังกรที่รักสงบ แทบจะหาไม่ได้ที่มันจะลงมือด้วยตัวเอง!! ในขณะนี้เหล่าราชามังกรเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าจะตกตะลึงกับสิ่งไหนก่อนดี ความน่ากลัวของพลังราชามังกรพันนภาหรือว่าข้อมูลของนามแห่งจักรพรรดิ!!! ทั้งคู่นับว่าเป็นเรื่องที่น่าตกตะลึงโลกอย่างยิ่งยวด!!! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “นามแห่งจักรพรรดิ!!!” ราชามังกรพันนภาหอบหายใจอย่างถี่ระรัว ปฏิกิริยาของราชามังกรพลันตอบโต้ในทันทีเมื่อได้ยินนามแห่งจักรพรรดิ อย่างที่กล่าวไป ราชามังกรพันนภามีอดีตฝังใจเกี่ยวกับนามแห่งจักรพรรดิ “เหตุการณ์ในคืนล้างบางของจักรพรรดิผู้โหดเหี้ยม” หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น พันนภาเป็นมังกรที่ช่วยเทพมังกรฟื้นฟูเผ่าพันธุ์มังกรให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองได้อีกครั้ง มันให้สัตย์สาบานเอาไว้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นามแห่งจักรพรรดิจะต้องถูกฆ่าล้างโคตร… “มันเป็นใคร!!! บอกข้อมูลของเจ้าออกมา!!!” ..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:11,261 พลังกาย:85,900,198 พลังเวทย์:88,578,989 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ