(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 47 สุกี้

    ตอนที่ 47 สุกี้



    ‘สุกี้’ จะบอกว่าเป็นสุกี้แบบที่คุ้นเคยก็คงไม่ถูก เพราะด้วยข้อจำกัดด้านวัตถุดิบ ที่ไลท์นำมาปรุงนั้นไม่มีหัวใจสำคัญอย่าง...วุ้นเส้น! ก็อาจทำให้เรียกสุกี้หม้อนี้ได้ไม่ค่อยเต็มปากนัก


    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหัวใจสำคัญอีกอย่างของสุกี้ หรือ ‘น้ำจิ้มสุกี้’ เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะไลท์ได้ตรวจสอบวัตถุดิบที่ต้องใช้เป็นที่เรียบร้อยและก็พบว่า ภายในครัวแห่งนี้นั้นมี พร้อมและครบถ้วน



    ไม่ว่าจะเป็น เต้าหู้ยี้ , กระเทียมดอง หรือแม้แต่ผงพริกแดง (จินดา) ดังนั้นไลท์จึงคิดที่จะทำเมนูสุกี้ให้กับกลุ่มคณะของ คาห์น ได้รับประทาน



    มีก็แต่เพียง ‘วุ้นเส้น’ ที่เขาหลงลืมมันไป ซึ่งมันเกิดจากความเคยชินที่ติดมาจากโลกก่อน เพราะวุ้นเส้นเหล่านี้ คือวัตถุดิบอีกหนึ่งอย่างที่มักจะอยู่คู่กับร้านอาหารทุกแห่งอยู่แล้วนั่นเอง



    ซึ่งแน่นอนว่า ตัวของไลท์นั้นสามารถที่จะเข้าไปในระบบผ่านจิตใต้สำนึกเพื่อซื้อมันมาในทันทีก็ได้ แต่เขานั้นเลือกที่จะไม่ทำมัน เพราะเขาไม่รู้ว่า วุ้นเส้นพวกนี้ คนในโลกนี้จะเคยเห็นและเคยกินมันมาก่อนหรือไม่


    ฉะนั้นเขาจึงแปรเปลี่ยนจากความผิดพลาดที่ได้หลงลืมวัตถุดิบ ให้กลายเป็นความตั้งใจที่จะไม่ใส่ ‘วุ้นเส้น’ ไปเสียเลย



    ในส่วนของการทำสุกี้ นั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะแค่จับอะไรมาใส่ ลงไปในหม้อ ก็ถือว่าเป็นสุกี้ได้แล้ว ส่วนน้ำซุปก็ไม่ใช่ปัญหา แม้ไลท์จะไม่ได้ทำน้ำสต๊อกหรือน้ำต้มกระดูกหมูตระเตรียมเอาไว้

    แต่เขาก็เลือกที่จะใช้ ซุปก้อนสำเร็จรูปที่ได้ซื้อมาจากห้างในระบบ มาใช้เป็นการทดแทน!



    ‘รวดเร็ว...ง่ายดาย แต่ได้รสชาติที่ดีเยี่ยม’


    ในเมื่อกระบวนการทำสุกี้ นั้นไม่มีปัญหาที่ต้องกังวลแล้ว ไลท์ก็ได้หันมาเริ่มทำน้ำจิ้มสุกี้ ที่ต้องเคี่ยวกรำและทำมันขึ้นด้วยตัวเองได้อย่างเต็มที่

    พ่อครัวหนุ่มได้นำงามาตั้งไฟและคั่วด้วยไฟอ่อน จนเม็ดงาเปลี่ยนเป็นสีขาวสุก ส่งกลิ่นหอมคลุ้งไปทั่วทั้งร้าน



    ฟุดฟิด~ “หอมจริงๆ เจ้าหนุ่มนั้นคงทำอาหารเป็นจริงๆ สินะ” คาห์นยังคงพูดคุยอยู่กับคุณตาเกลไปเรื่อยเปื่อย


    แต่ด้วยกลิ่นหอมของเม็ดงาที่ไลท์ได้คั่ว มันได้หอมฟุ้งเข้ามาในร้าน จึงทำให้เหล่านักผจญภัยหลายๆ คน ต่างชะเง้อมองไปที่หน้าประตูครัว ด้วยความหิวโหยกันอย่างมีความหวัง


    ความหวังที่ว่าเมื่อไหร่ พ่อครัวหนุ่ม จะยกอาหารมาเสิร์ฟให้กับพวกเขาเสียที


    อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ภายในร้านอาหารจะดูดุเดือดด้วยความหิวโหยของนักผจญภัยกันสักแค่ไหน แต่กลับกันด้านในครัวกับเป็นไปอย่างสบายๆ



    ไลท์ได้เคี่ยวน้ำจิ้มสุกี้จนเสร็จแล้ว สีแดงออกส้ม ที่ไม่ข้นไม่จางจนเกินไป กำลังสาละวนอยู่ในถ้วยชามขนาดใหญ่ ที่มีช้อนกระบวยจากมือของไลท์ หมุนคนทุกๆ อย่างให้เข้ากันไปตามเข็มนาฬิกา



    “เอาล่ะ...เสิร์ฟได้” ไลท์เมื่อพินิจขั้นตอนทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้จัดแจงยกหม้อที่เดือดพานออกจากเตา พลางหาฝามาปิดปกคลุมมันเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ ความร้อนจืดจางลง

    ก่อนที่จะเอี่ยวตัวไปตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่ถ้วยชามตามจำนวนคนและก็ไม่ลืมที่จะหยิบไข่ไก่สดๆ จำนวน 4-5 ฟอง ติดมือใส่กระเป๋าลงไปด้วย



    ไลท์ถือถาดใส่จานข้าวออกมาก่อนเป็นอันดับแรก ชายหนุ่มแจกจ่ายถ้วยชามให้กับแต่ละคน จนโต๊ะอาหารจำนวน 2 โต๊ะ เต็มแน่นไปถนัดตา

    “จะให้พวกเรากินข้าวเพียงอย่างเดียวเหรอ?” หนึ่งในนักผจญภัยพูดจาหยอกล้อ


    ไลท์ไม่ได้ตอบกลับอะไร เพราะรู้ว่านี้คือ มุกตลก ที่นักผจญภัยหยอกล้อกับเขาเล่นๆ ตามประสา


    ชายหนุ่มหายกลับเข้าไปในครัวอยู่สักพัก ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับหม้อขนาดใหญ่จำนวนสองหม้อ โดยคราวนี้เหล่านักผจญภัยหรือแม้แต่ คาห์น ก็ไม่กล้าส่งเสียงหรือเล่นมุกตลกอีกต่อไปแล้ว ทุกคนต่างรู้ว่านี้คือเวลาอาหารเย็นของพวกเขาแล้ว



    ตึง! หม้อใบใหญ่ ทั้งสองใบ ได้ว่างลงตรงจุดกึ่งกลางของโต๊ะ ที่มีสายตานับสิบคู่จ้องมองกันตาเป็นมัน



    “ทุกคนไม่ต้องจ้องกันขนาดนั้นก็ได้!” ไลท์ดึงเวลาเพื่อแกล้งนักผจญภัยกลุ่มนี้บ้าง ในเมื่อนักผจญภัยยังสามารถหยอกล้อกับเขาได้แล้วทำไมตัวเขาจะแกล้งคนเหล่านี้คืนบ้างไม่ได้...จริงไหม?



    ไลท์ไม่ได้แกล้งจนถึงขั้นเอาเป็นเอาตาย เพราะเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา มือทั้งสองข้างของเขา ก็พลันเปิดฝาหม้อขึ้นมาพร้อมกัน...ฟุบ!

    ไอควันจากความร้อนในหม้อ ได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ มันลอยขึ้นไปด้านบนอากาศ ส่งกลิ่นหอมจากเนื้อสัตว์และผักที่อยู่ด้านใน บวกกับความหอมจากน้ำซุปที่ผ่านการปรุงสำเร็จ



    หอมเกินไปแล้ว! ความคิดแรกที่ปรากฏขึ้นมาในหัวของ คาห์น คือความหอมที่ทำให้มือของเขาที่แข็งดุจเหล็กกล้าก็ยังต้องสั่นไหว ความหอมที่สะกดให้ผู้คน ตกอยู่ในภวังค์และพร้อมจะจ้วงตักสิ่งที่นอนอยู่ภายในหม้อใบใหญ่ขึ้นมารับประทาน


    แต่ทว่า “ทุกคนช่วยเอามือออกไปก่อนครับ!” คราวนี้ไลท์ไม่ล้อเล่นหรือกลั่นแกล้ง นักผจญภัยที่กำลังหิวจนหน้ามืดตามัวอีกแล้ว เพียงแต่ขั้นตอนสุดท้ายของการทำสุกี้ นั้นก็คือ



    ต๊อก ต๊อก...แกว๊ก! ไลท์หยิบไข่ไก่สดๆ ออกมาจากกระเป๋า พลางตอกมันลงไปในหม้อสุกี้ทั้งสองใบ



    ก่อนที่จะเริ่มคนมันไปในน้ำซุปที่กำลังเดือดๆ อย่างช้าๆ ไข่ใสๆ เมื่อถูกความร้อนจากน้ำซุป มันก็ได้ละลายกลายเป็นหนึ่งเดียวกับหม้อสุกี้และเมื่อนั้น


    ไลท์ที่เป็นดั่งศิลปินที่คอยควบคุมท่วงทำนองแห่งอาหารรสเลิศก็ก้าวถอยหลังเปิดทางให้กับเหล่านักผจญภัย ได้เสพสุขกับรสชาติของสุกี้ กันอย่างเต็มที่



    “เชิญทุกท่านทานได้...ผมขอแนะนำว่าให้ทุกคนตักอาหารที่อยู่ในหม้อ แยกมาไว้ในชามเปล่าและกินคู่กับข้าวก่อนนะครับ แล้วผมจะแนะนำวิธีเพิ่มความอร่อยให้กับทุกคนอีกครั้ง หลังจากได้ชิมกันไปได้สักพักแล้ว”



    มือน้อยใหญ่ เมื่อได้รับสัญญาณจากไลท์ ทุกคนก็เริ่มจ้วงตักอาหารที่อยู่ในหม้อ มาพักไว้ในชามเปล่าของตัวเองตามคำแนะนำของไลท์อย่างว่าง่าย


    บางคนที่ชื่นชอบเนื้อสัตว์ ก็ตักเอาเนื้อสัตว์มาไว้ในชามมากหน่อย...ส่วนบางคนที่ชื่นชอบผักและเห็ด ก็เลือกสรรเอาตามใจชอบ



    ‘มันก็แค่ซุปผักที่ใส่เนื้อสัตว์ ทั่วๆ ไปไม่ใช่เหรอ? แต่ทำไมมันถึงได้หอมแบบนี้ได้’ คาห์นเกิดคำถามขึ้นมาในใจ


    และเพื่อที่จะยืนยันคำตอบ อดีตทหารผู้เกษียณตัวเองก็ได้ตักน้ำซุปขึ้นมายกซด ‘ซูด’ เสียงซดน้ำซุปของคาห์นได้ดังมากกว่าปกติ

    แต่ไฉนเลยที่มารยาทในการกินที่ดังผิดปกติของคาห์นในครั้งนี้ จะทำให้ผู้อื่นโกรธเคือง...ซูด~



    นักผจญภัยคนอื่นต่างก็ทำเหมือนกับคาห์น และทันทีที่น้ำซุปร้อนถูกยกซดเข้าปาก เพียงจิ้บเดียว ก็ทำให้นักผจญภัยหลงลืมมารยาทไปหมดแล้ว

    น้ำซุปร้อนๆ นั้นทั้งหอมหวาน มีรสเค็มติดปลายลิ้นอยู่เล็กน้อย ก่อนที่มันจะกลืนหายเข้าไปในลำคอราวกับดื่มน้ำๆ แต่ทว่านี้มันคือซุป



    บ้าแล้ว! แค่น้ำซุปก็อร่อยได้ถึงขนาดนี้เชียวเหรอ??!! ดวงตาของคาห์นเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง อาการนี้ก็บังเกิดกับเหล่านักผจญภัยและลูกหาบของเขาเช่นเดียวกัน



    ทุกคนต่างมองไปที่สุกี้ที่ได้ตักมาพักไว้ในชามของตน ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มตักกินมันอย่างไม่รอช้า



    กร๊วม~ ผักกาดแก้วคำโต ผสมผักบุ้งและข้าวโพดอ่อน ที่ถูกต้มจนสุกพอดีๆ ช่างเป็นอะไรที่เคี้ยวสนุกเสียเหลือเกิน

    งึบ~ เห็ดหอม ที่เนื้อเด้งหนึบหนับ ก็เด้งสู้ฟันดีจริงๆ


    ส่วนเนื้อหมูที่ถูกหั่นสไลด์จนบางเป็นแผ่น ก็ไม่หลงเหลือความเหนียวอยู่เลย เพียงแค่กัดกินเพียงไม่กี่คำ เนื้อหมูก็แทบจะละลายหายไปจนหมดสิ้น


    เหล่านักผจญภัยต่างอิ่มเอมไปกับรสชาติดั้งเดิมของสุกี้ การได้กินอาหารร้อนๆ ในช่วงเวลาค่ำมืดแบบนี้ ช่างเป็นอะไรที่เข้ากันได้ดีจริงๆ



    ‘พ่อหนุ่มคนนี้ช่างเลือกเมนูอาหารได้ดี’ คาห์นเริ่มชื่นชมและประทับใจในตัวของไลท์มากยิ่งขึ้น



    อาจเพราะด้วยส่วนหนึ่ง คือ ฝีมือการทำอาหารที่อร่อยเหมือนกับที่พูดเอาไว้ ทำให้คาห์นและเหล่าคณะ ต่างก็เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อไลท์ไปเสียใหม่


    ‘พ่อครัวคนนี้ ไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด ฝีมือการทำอาหารที่อร่อยแบบนี้ ให้ฉันกินทุกวันซ้ำๆ ก็ไม่มีเบื่อ!!’



    “ทุกคนหยุดมือก่อนครับ” หลังจากปล่อยให้เหล่านักผจญภัยกินสุกี้กันไปสักพัก ไลท์ก็ได้แทรกตัวเข้ามาขัดการกินของเหล่านักผจญภัยที่กำลังเพลิดเพลิน



    แน่นอนว่า มีนักผจญภัยบางคน รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างที่ถูกขัดจังหวะการกิน แต่เมื่อฉุกคิดถึงคำพูดของไลท์ ที่ได้บอกเอาไว้ในช่วงต้นว่า เขามีวิธีกินที่จะทำให้อาหารเมนูนี้อร่อยมากขึ้นในอีกระดับ ทุกคนก็ได้ละทิ้งความโมโหหิวลงเพื่อเฝ้ารอไลท์กันด้วยความตื่นเต้น



    “ทุกคนเห็นถ้วยเล็กที่อยู่ตรงนี้ไหมครับ ผมอยากให้ทุกคนลองตักมันมาใส่ในถ้วยของตัวเอง จำนวนเล็กน้อย แล้วลองกินดูอีกครั้งครับ...ย้ำนะครับ ใส่แค่นิดหน่อยก่อน หากชื่นชอบค่อยเติมเพิ่ม” น้ำจิ้มสุกี้นั้นมีความเผ็ดอยู่ในตัวของมัน


    ไลท์ที่เคยเห็นสภาพความเผ็ดของโทมัส จิม และสองตายายมาแล้ว ก็เกิดนึกสงสาร การให้ลิ้นของคนที่ไม่เคยกินเผ็ดมาก่อนในชีวิต มาเจอกับความเผ็ดของกะเพรา นั้นถือว่าใจร้ายอยู่บ้าง



    ฉะนั้นไลท์ที่อยากจะทดสอบระดับการกินของคนในโลกนี้อีกสักหน่อย จึงถือโอกาสนี้ใช้น้ำจิ้มของสุกี้เป็นตัววัดไปเสียเลย

    เพราะอย่างน้อยๆ ผู้ที่กินได้มากน้อย จะได้เพิ่มเติมรสเผ็ดด้วยมือของตัวเอง ไม่ได้ถูกไลท์กำหนดความเผ็ดตายตัวมาตั้งแต่เริ่มนั่นเอง!

    คาห์นและเหล่านักผจญภัย ต่างจ้องมองไปที่น้ำจิ้มสุกี้ ที่มีสีแดงอมส้ม ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความฉงนสงสัย น้ำจิ้มคืออะไร? สีแดงอมส้มนี้มีรสชาติแบบไหนกัน?


    สีสันสดสวยแบบนี้ ดูคล้ายกับสีของผลสตรอว์เบอร์รียังไงยังงั้น...ดูแล้วคงจะมีรสชาติหวานอย่างนั้นสินะ?



    ใช่แล้ว น้ำจิ้มสุกี้นั้นมีรสหวานเป็นองค์ประกอบ...หากแต่นอกเหนือจากรสชาติหวานแล้ว มันยังแฝงด้วยความเผ็ดอีกด้วย



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy

    ตารางการลงนิยายทุกวันเวลา 18.00

    (ในอนาคตอาจมีการปรับตารางลงใหม่เพื่อให้ตัวผู้แต่งมีเวลาพัก ขอบคุณครับ)



    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน