หลังเยี่ยหลงทำงานบ้านเสร็จ ตอนนี้ก็เป็เวลาหกโมงเย็น เยี่ยหลงที่อดหลับอดนอนมา ก็ง่วงนอนเป็อย่างมาก พอทำงานบ้านเสร็จ คนจึงขอตัวไปนอนก่อน แต่ก่อนจะนอนเยี่ยหลงก็หยิบนาฬิกาปลุกขึ้นมา ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ที่ห้าทุ่มคืนนี้
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น
เยี่ยหลงที่กำลังงัวเงียอยู่ก็เอื้อมมือไปปิดนาฬิกา จากนั้นจึงค่อยลุกขึ้นมาเปิดประตูห้องแล้วเดินออกมา คนเดินมาหยุดตรงที่สถานบริการเครื่องดื่มภายในบ้าน เมื่อคนมาถึงก็มองหาอัลเบียนในทันที
พอคนเจอ คนก็เดินเข้าไปหาอัลเบียนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะคู่เก้าอี้ที่อยู่กลางบ้านในทันที
" คุณอัลเบียนครับ วันนี้เรามีอะไรฝึกกันหรอครับ " เยี่ยหลงกล่าวถามอย่างคาดหวัง
" วันนี้ผมอยากจะให้คุณลองฝึกมันตราดูน่ะครับ "
" มันตราหรอครับ " เยี่ยหลงกล่าวพลางนึกถึงภาพการโจมตีเพียงครั้งเดียวของฟีนิกซ์ที่ส่งผลให้สัตว์อสูรแสนปีสลบลงได้
" ใช่ครับมันตรา เอาเป็ว่าตอนนี้เราลงไปที่มหาพงไพรร้อยอสูรกันก่อนเถอะครับ " อัลเบียนกล่าวเสร็จ เขาจึงลุกขึ้นเดินนำเยี่ยหลงไปก่อน จากนั้นเยี่ยหลงจึงค่อยเดินตามไปอย่างติดๆ
เมื่อถึง อัลเบียนจึงหันกลับมามองเยี่ยหลงก่อนจะกล่าว " มันตราคือ จุดกึ่งกลางของพลังทั้งมวลที่ไหลมารวมกันจนเกิดเป็พลังใหม่ ที่เรียกว่า มันตรา "
" มันตราแบ่งออกเป็ สอง ขั้น ขั้นแรกขั้นพื้นฐาน คือ การนำมันตรามาห่อหุ้มไว้บนตัวเป็เสมือนเกราะคุ้มกาย และแน่นอนว่ามันใช้เพื่อโจมตีได้ด้วย ยิ่งเกราะแข็งมากเท่าไหร่ การโจมตีก็รุนแรงมากเท่านั้น " อัลเบียนกล่าวเสร็จ เขาก็เดินไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง ก่อนจะชกไปที่ต้นไม้ต้นนั้นอย่างเต็มแรง
เยี่ยหลงที่ดูอยู่ก็พลันคิดขึ้นในใจว่า มือของอัลเบียนต้องแหกแล้วแน่ๆ เพราะชกไปซะเต็มแรงขนาดนั้น แต่ทว่าสิ่งที่เยี่ยหลงเห็นกลับต่างออกไปจากที่คิด เพราะเนื่องจากมือของอัลเบียนจะไม่เป็อะไรแล้ว ต้นไม้ที่อัลเบียนชกไปกลับเกิดรอยแตกหักอย่างรุนแรง ราวกับว่าถูกของแข็งฟาดเข้าไปอย่างเต็มแรงอย่างไรอย่างนั้น
" ขั้นที่สอง หรือที่พวกเราเรียกมันว่าขั้นสุดยอด มีไว้โจมตีโดยเฉพาะ " อัลเบียนกำหมัดต่อยไปที่ต้นไม้อีกครา แต่ครานี้หมัดกลับไม่ได้ัักับตัวไม้แต่อย่างใดทว่ามันกลับส่งผลให้ต้นไม้แตกละเอียดจากภายใน
" เอาล่ะ คุณมาลองดูสิ "
" อ๋อ ครับ " เยี่ยหลงตอบรับ
" ตั้งสมาธิ โคจรพลังต่างๆที่อยู่ภายในร่างกายอย่างช้าๆค่อยเป็ค่อยไป มารวมอยู่ที่จุดจุดเดียวคือหมัด " อัลเบียนกล่าวบอก เยี่ยหลงก็ทำตาม
" ย้า! " เยี่ยหลงปล่อยหมัดออกไปใส่ต้นไม้
" ยังไม่ใช่ครับ คุณใช้แมนน่ามากไป "
" ย้า! "
" ยังไม่ใช่ครับ ครั้งนี้คุณใช้พลังิญญามากไป"
" ย้า! "
" ยังไม่ใช่ ครั้งนี้คุณใช้แมนน่าน้อยไป"
" ย้า! "
" ยังไม่ใช่ "
" ยังไม่ใช่ "
" ยังไม่ใช่ "
" ยังไม่ใช่ "
" ยังไม่ใช่ "
" ยังไม่ใช่ "
" นี่ก็ยังไม่ใช่ครับ "
" แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก นี่ก็ยังไม่ใช่อีกหรอครับ "
" อืม " อัลเบียนตอบรับ
" ยากกว่าที่ผมคิดไว้มากโขเลยนะครับเนี่ย พลังนี้ "
เยี่ยหลงกล่าวพลางมองดูมือที่ถลอกปอกเปิก
" เอาเป็ว่า วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะครับ " อัลเบียนกล่าว
" อ้าว ทำไมล่ะครับ ผมยังไหวอยู่เลยจะรีบจบทำไมล่ะครับ หรือว่า คุณอัลเบียนไม่ว่าง ? "
" ไม่ว่างนั่นก็ส่วนหนึ่งครับ แต่อีกส่วนคือมือคุณถลอกปอกเปิกหมดแล้ว ต่อให้คุณทำได้ก็จริงแต่คุณจะรู้สึกถึงมันได้หรอครับ ในเมื่อมือของคุณอยู่ในสภาวะที่เจ็บอยู่อย่างงี้ และอีกอย่างพรุ่งนี้เช้าผมมีงานให้คุณทำร่วมกับกิลด์กับซีคด้วยน่ะครับ "
" อย่างงั้นเองหรอครับ เอางั้นก็ได้ครับ "
เยี่ยหลงกับอัลเบียนเมื่อคุยกันเสร็จก็ต่างแยกย้ายกันไปทำธุระของตน
เช้าวันรุ่งขึ้น
เยี่ยหลงที่ตื่นนอนแล้วก็เดินออกมาจากห้องมุ่งไปยังกลางห้องจุดรับบริการลูกค้า
เมื่อมาถึง เขาก็เจอเข้ากับซีคและกิลด์ที่ยืนรออยู่ตรงสถานบริการเครื่องดื่มภายในบ้านอยู่แล้ว
" มาแล้วหรอครับ " ซีคกล่าวทัก
" ครับ ว่าแต่วันนี้มีงานอะไรให้ผมทำหรอครับ ? " เยี่ยหลงกล่าวถาม
" งานคุ้มกันสินค้ากับจับกุมโจรที่จะมาขโมยสินค้าน่ะครับ " ซีคกล่าวบอก
กิลด์ที่เห็นเยี่ยหลงที่กำลังทำหน้างงๆอยู่ เขาจึงเดินเข้ามากอดคล้องคอเยี่ยหลงเอาไว้และจึงกล่าวไปว่า " ไอ้หนู แกเตรียมตัวได้เลย อัลเบียนมาทรงนี้แสดงว่าเขาเตรียมการฝึกไว้ให้แกแล้วแน่ๆ "
เยี่ยหลงคลี่ตัวออกจากการกอดของกิลด์ ก่อนจะกล่าวถามออกไปด้วยความสงสัย " เตรียมการฝึก ? การฝึกแบบไหนหรอครับ ? แล้วฝึกอะไร ? มันตรารึเปล่าครับ ? "
" ฝึกการใช้ิญญายุทธ์น่ะครับ " อัลเบียนที่ยืนอยู่ตรงบันไดชั้นสองกล่าวโผงขึ้นมา
" ส่วนการฝึกอีกอย่าง ผมบอกได้แค่ว่าทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดก็พอครับ "
" อืม ครับ " เยี่ยหลงตอบรับ
หลังจากเยี่ยหลงตอบรับเสร็จ ทั้งกิลด์และซีคก็เดินนำทางเยี่ยหลงมาที่รถม้าและเกวียนที่จอดรออยู่ที่หน้าร้าน
" เอาล่ะ เตรียมตัวออกเดินทางได้ ภารกิจของเราคือไปส่งของที่เมืองเมฆบังน้ำตาัเมืองข้างเคียงของเมืองเมฆาปลิดตะวันเรา และระหว่างทางก็เตรียมจับโจรที่จะมาขโมยของที่เราจะเอาไปส่งด้วยเช่นกัน " กิลด์กล่าวบอกคำสั่ง
หลังจากกิลด์กล่าวจบ ขบวนเกวียนและรถม้ารถส่งของก็เริ่มออกเดินทางในทันที
ระหว่างเดินทางมา หนึ่ง ชั่วยาม ก็ยังไม่เจอกับอะไรที่มันผิดแผก จนกระทั่งเดินทางมาได้อีก สอง ชั่วยาม ซีคและกิลด์ก็รับรู้ได้ถึงอะไรที่มันแปลกๆ
" ซีค รู้สึกรึเปล่า " กิลด์กล่าวถาม
" อืม " ซีคพยักหัวตอบรับ
" ทั้งๆที่เราเลือกทางที่อันตรายที่สุดจากสัตว์วิเศษแล้ว แต่เรากลับไม่เจอสัตว์วิเศษอะไรเลย เยี่ยหลงเตรียมตัวคุ้มกันสินค้า " กิลด์กล่าวยังไม่ทันขาดคำ ก็มีลูกธนูิญญายิงพุ่งมาจากทางด้านหน้าของกิลด์ ก่อนจะ
กิลด์จะจับมันไว้ได้ด้วยมันตราและทำลายมันด้วยมือเปล่า
ทันทีทันใดนั้น ก็มีกลุ่มคนประมาณสิบแปดสิบเก้าคนโผล่มาล้อมรถม้าและเกวียนเอาไว้
และที่เบื้องหน้าของกิลด์ก็ปรากฏเป็ชายคนหนึ่งวัยประมาณไม่เกินสามสิบถือธนูิญญาสีฟ้ายืนประจันหน้าอยู่
" เยี่ยหลงอยู่คุ้มกันสินค้า " กิลด์ประกาศพร้อมกับพุ่งเข้าโจมตีชายหนุ่มผู้ถือธนูที่อยู่เบื้องหน้า
" เอ๋ ทำไมละครับ ศัตรูเยอะขนาดนี้ให้ผมร่วมสู้ด้วยมันจะไม่ดีกว่าหรอครับ ถือว่าเป็การฝึกใช้ิญญายุทธ์ไปด้วยในตัว "
" ฉันสั่งว่ายังไงให้แกทำตามนั้น " กิลด์ะโบอกแก่เยี่ยหลง
" แต่ว่า อ๊า " เยี่ยหลงกล่าวยังไม่ทันจบ คนก็พลันร้องออกมา เพราะเนื่องจากศัตรูเข้าโจมตีอย่างฉับพลันและมันโจมตีไม่เลือกหน้าและไม่สนใจด้วยว่าจะโดนสินค้าหรือไม่
" หนวดหมึกั์ฟาดพสุธา " เยี่ยหลงเรียกหนวดหมึกั์ออกมาล้อมรถม้าและเกวียนเอาไว้
แต่ศัตรูหาได้กลัวไม่ โถมโจมตีเข้าใส่หนวดหมึกั์อย่างรวดเร็วและรุนแรง หวังให้การโจมตีตนทะลวงหนวดหมึกั์ไปโดนสินค้าจนแตกกระจายออกมาให้พวกตนเก็บขโมย
เมื่อพวกมันโจมตีเข้ามา หนวดหมึกก็โจมตีสวนกลับไปในทันควันเมื่อถึงระยะ แต่ทว่าการโจมตีสวนกลับของหนวดหมึกั์ก็ช้าเสียเหลือเกิน จนโจมตีสวนกลับไม่โดน
เยี่ยหลงมองไปรอบๆ ก่อนจะนึกคิดขึ้นในใจ ' คนพวกนี้ทั้งหมดเป็วิญญาจารย์สายอาวุธประเภทดาบระดับสามสัญญาลักษณ์ หรือ ระดับอัคราจารย์ิญญา '
' เราที่อยู่ระดับผู้ปลุกิญญาจะสู้ยังไงดี สถานการณ์ตอนนี้นับโชคดีแค่ไหนแล้วที่การโจมตีของพวกมันไม่ทะลวงหนวดหมึกั์ของเราไปจนไปโดนสินค้า '
' เอายังไงดี ถ้าเรามัวแต่ป้องกันอยู่อย่างงี้ไม่ดีแน่ !! ' เยี่ยหลงคิดได้ดังนั้น จึงตั้งท่าจะโจมตีสวนกลับ
" ไอ้หนู ฉันสั่งไว้ว่ายังไง ให้ทำตามนั้น ป้องกันไปซะ " กิลด์ที่เห็นเยี่ยหลงตั้งท่าเตรียมจะโจมตีสวนกลับ จึงะโบอก
" แต่ว่า "
" ไม่มีแต่ ทำอย่างที่บอกไปซะ " กิลด์ะโบอกพลางะโพุ่งตัวไปด้านหน้าเข้าเผชิญหน้ากับมือธนู
ซีคที่เห็นว่ากิลด์ไปแล้ว เขาจึงเรียกขวานทองั์ออกมาจากแหวนมิติพร้อมกับกำไลข้อมืออันหนึ่งเอามาสวมใส่
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็รู้ได้ทันทีเลยว่าอะไรคืออะไรจากความทรงจำที่ถูกถ่ายทอดมา
' นั่นมันกำไลสะกดพลังหนิ ถ้าจำไม่ผิดมันจะทำงานก็ต่อเมื่อสวมใส่มันและปรับระดับมันจาก ระดับ ศูนย์ถึงยี่สิบสี่ มันจะทำการสะกดพลังของผู้ใช้เอาไว้ให้อยู่ในระดับนั้นๆตามตัวเลข เช่นหากเรา้าจะอยู่ในระดับอัคราจารย์ิญญาซึ่งคือระดับสาม เราก็แค่ต้องมีพลังิญญามากกว่าหรือเท่ากับระดับอัคราจารย์ิญญา และเราก็แค่ต้องปรับระดับให้ตัวเลขมาอยู่ที่ระดับสามก็เท่านั้น มันก็จะทำการปลดปล่อยพลังที่ผนึกไว้ให้แก่เรา แต่ถ้าหากเรามีพลังไม่พอมันก็จะปลดปล่อยสูงสุดได้เท่าที่เราทำได้ก็แค่นั้น ดั่งเช่นตัวเราในตอนนี้หากสวมใส่มัน มันก็จะทำการสะกดพลังของเราจนหมดจนไม่มีให้ใช้ ไม่ต่างอะไรกับคนพิการและต่อให้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างไร มันก็ขึ้นได้แค่สูงสุดที่เราทำได้ นั่นคือ ระดับผู้ปลุกิญญาขั้นหนึ่ง '
ซีคที่สวมใส่กำไลข้อมือสะกดพลังเสร็จแล้ว เขาจึงปรับระดับมัน ให้มันมาอยู่ที่ระดับที่สองหรือคือระดับ
วิญญาจารย์ และตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้
" คิคิคิ แค่ระดับวิญญาจารย์ขั้นหนึ่ง คิดจะมาสู้กับพวกเราที่อยู่ในระดับอัคราจารย์ิญญางั้นเหรอ ไม่อยากอยู่บนโลกแล้วรึยังไง ? ทุกคนไม่ต้อง ข้าคนเดียวก็พอแล้ว " หนึ่งในกลุ่มโจรกล่าวพลางตั้งท่าเตรียมจู่โจม
ตู้ม
ซีคเปิดการโจมตีก่อนด้วยขวานทองั์หุ้มมันตราแบบไม่ให้อีกฝ่ายได้ทันตั้งตัว จนขวานผ่าร่างของชายในชุดคลุมออกเป็สองท่อน
ทุกคนในที่นั้นต่างตะลึงงัน เพราะไม่คาดคิดว่าการโจมตีจากชายที่อยู่ในระดับวิญญาจารย์จะรุนแรงได้ขนาดนี้
โจรทุกคนต่างพากันก้าวถอยคนละก้าวสองก้าวด้วยความคาดไม่ถึง
" ตะกี้มันอะไรกัน " หนึ่งในกลุ่มโจรกล่าวด้วยอาการใสุดขีด
ซีคไม่ตอบ ทำเพียงยกขวานขึ้นชี้หน้า คนในกลุ่มโจรและตั้งท่าจะโจมตีต่อ
คนในกลุ่มโจรเมื่อเห็นดังนั้น ก็ต่างพากันรีบดึงสติตัวเองกลับ
แต่ทว่าส่วนใหญ่ไม่ทันเสียแล้ว ซีคโจมตีออกด้วย
มันตราอย่างฉับพลันและทำให้มันทะลุทะลวงจากคนไปสู่คน มันจึงทำให้การโจมตีในครั้งนี้ของซีคโดนออกเป็วงกว้างในรูปแบบของคลื่นกระแทก ทำให้คนโดนหมดสติแทบจะในทันที
ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม
ขวานั์ทำการฟาดฟันคลื่นกระแทกออกอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่แคล้วมีคนตั้งสติทันและหลบการโจมตีนี้ของซีคได้
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็คิดตัดสินใจเองว่าควรจะโจมตีสวนกลับแทนที่จะตั้งรับต่อ ' ตอนนี้แหละ ' เยี่ยหลงทำการกระโจนพุ่งเข้าจับศัตรูที่หลบการโจมตีของซีคได้คนหนึ่ง
" บททดสอบแห่งจิติญญา " เยี่ยหลงเปิดใช้ทักษะิญญา
" ไอ้หนูอย่า " ซีคะโบอก
ทว่าไม่ทันเสียแล้ว เยี่ยหลงลงมือโจมตีใส่ศัตรูโดยการดึงร่างิญญาของศัตรูออกมาด้วยทักษะิญญา ให้หนวดหมึกั์ฟาดโจมตี โจรที่โดนเยี่ยหลงเปิดการจู่โจมใส่ก็ตระหนกใ จึงทำการโจมตีสวนกลับไป ด้วยคลื่นดาบพลังิญญา จนทำให้การโจมตีเกือบโดนทั้งเยี่ยหลงและสินค้าไป
ซีคที่เห็นท่าไม่ดีหากศัตรูจะได้โจมตีต่อ เขาจึงรีบฟาดฟันคลื่นมันตราเข้ากระทบกับร่างของเหล่าศัตรู จนโจรทุกคนในที่นั้นสลบเหมือดกันหมด
" เกือบไป " ซีคกล่าวพลางถอนหายใจโล่งอกที่สินค้าไม่เกิดความเสียหายใดๆ
" ไอ้หนู ผมบอกไว้ว่ายังไง ทำไมไม่ทำตาม ดีนะที่สินค้าไม่เป็อะไร หากสินค้าเป็อะไรไป นายจะรับผิดชอบยังไง ฮะ " ซีคกล่าวบ่นใส่เยี่ยหลง
" ผมขอโทษครับ ผมคิดไม่ถึงจริงๆว่ามันจะโจมตีสวนกลับฉับพลันอย่างนั้น " เยี่ยหลงกล่าวด้วยท่าทีสำนึกผิด
ไม่ช้าไม่นานกิลด์ก็กลับมาพร้อมกับร่างของโจรมือธนูที่สลบไสลไปจากการต่อสู้กับกิลด์
" เอาล่ะ ซีค เยี่ยหลง เราเสียเวลามากันมากพอแล้ว เรารีบออกเดินทางกันเถอะ พอถึงที่เมืองเมฆบังน้ำตาัคงจะเย็นพอดี เราจะได้มีเวลาพอที่จะหาที่พักแรมสำหรับคืนนี้และพาพวกโจรไปส่งให้ทางการด้วย " กิลด์กล่าว " ส่วนตอนนี้ไอ้หนูเยี่ยหลง แกช่วยพวกฉันแบกพวกโจรนี้ขึ้นเกวียนกันก่อนเลยเป็อันดับแรก "
หลังจากเยี่ยหลง กิลด์และซีค แบกพวกโจรขึ้นเกวียนและรถม้ากันเสร็จ ทั้งสามก็เริ่มออกเดินทางกันในแทบจะทันที
เวลาก่อนหกโมงเย็นหนึ่งชั่วโมง เป็เวลาที่กลุ่มของเยี่ยหลงมาถึงเมืองเมฆบังน้ำตาั พอมาถึงกิลด์ก็แจกแจงหน้าที่ของแต่ละคนให้ทุกคนฟัง " เยี่ยหลงไปหาโรงเตี้ยมแถวนี้ สำหรับพักคืนนี้มา ส่วนซีคนำพวกโจรไปขึ้นเงินกับทางการ ส่วนตัวกูเดี๋ยวจะนำสินค้าไปส่งเอง ตกลงกันตามนี้นะ " กิลด์หลังจากกล่าวเสร็จ ก็โยนถุงเงินค่าที่พักให้แก่เยี่ยหลงไปถุงหนึ่ง
หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน เวลาหนึ่งทุ่ม ทั้งกิลด์และซีคก็ต่างเสร็จสิ้นภารกิจของตัวเอง และพากันมาเจอกัน ณ ที่โรงเตี้ยมที่เยี่ยหลงอยู่
เมื่อกลับมาถึงโรงเตี้ยม กิลด์ก็สั่งอาหารชุดใหญ่มาเลี้ยงซีคกับเยี่ยหลง " เสี่ยวเอ้อร์ ขอเนื้อแกะย่าง ไก่ขอทาน นมเปรี้ยวทอด และ
ของอร่อยๆที่ร้านนี้แนะนำมาอีกสองสามอย่างด้วยนะ "
" ทราบแล้วขอรับ โปรดรอซักครู่ ขอรับท่านลูกค้า "
เสี่ยวเอ้อร์กล่าวตอบรับแก่คำสั่งอาหารของกิลด์
" เออ คุณซีค คุณกิลด์ ครับ หลังจากผมทานอาหารเสร็จ ผมขอออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อยได้ไหมครับ "
" ได้สิ ทำไมจะไม่ได้วะ " กิลด์กล่าวตอบรับต่อคำบอกของเยี่ยหลง
หลังจากเยี่ยหลงทานอาหารเสร็จ คนก็ออกมาเดินเล่นชมเมืองเมฆบังน้ำตาัยามค่ำคืนในทันที
' เมืองเมฆบังน้ำตาัยามค่ำคืนช่างวิจิตรงดงามตระการตายิ่งนัก ไม่แพ้เมืองเมฆปลิดตะวันที่เราอยู่เลย '
ระหว่างที่เยี่ยหลงกำลังเดินชมเมืองอยู่นั้น จู่ๆก็มีชายหญิงคู่หนึ่ง เหาะเหินลอยตัวไล่ล่ากันมา โดยฝ่ายหญิงเป็ฝ่ายไล่ล่าชี้กระบี่ไปยังเบื้องหน้าอันเป็จุดที่ชายในชุดคลุมสีดำลอยตัวหนีมา
และแล้วในทันใดนั้นเอง จู่ๆชายในชุดคลุมสีดำก็โจมตีใส่หญิงสาวที่กำลังเหาะเหินไล่ล่าตนมาอย่างฉับพลัน จนไปโดนผ้าปิดหน้าของหญิงสาวจนหลุดออก
ผ้าที่หลุดออก มันก็ได้ลอยมายังใบหน้าของเยี่ยหลงส่วนดวงตาของเยี่ยหลงก็ทำได้แต่ไล่มองยังใบหน้าของหญิงสาวนางนั้น ทันทีทันใดนั้นเองก็เหมือนทั้งโลกทั้งใบของเยี่ยหลงได้หยุดนิ่งชะงักไป ราวกับโลกทั้งใบไร้ซึ่งกาลเวลา เยี่ยหลงที่มองเห็นเื่ราวทั้งหมดแม้จะตกอยู่ในภวังค์ เขาก็ยังมีสติอันเล็กน้อย ทำให้เขาคว้าหยิบผ้าปิดหน้าของหญิงสาวนางนั้นเอาไว้ ส่วนสายตาก็ไล่มองยังใบหน้าของหญิงสาวอย่างไม่ละสายตา
' แม่นางฟ้า ' เยี่ยหลงคิดเพ้อเมื่อมองเห็นหน้าของหญิงสาว
" อ๊ะ เดี๋ยวก่อนสิแม่นางฟ้า ผ้าปิดหน้าของเ้า " เยี่ยหลงที่หลุดออกจากภวังค์กล่าวพูดพลางวิ่งไล่ตามหญิงผู้นั้นไป
แต่ทว่าก็ไม่ทัน หญิงนางนั้นลอยหายไปอย่างรวดเร็ว เยี่ยหลงที่ตามไม่ทันก็ทำได้แต่เก็บผ้าของนางเอาไว้และรีบกลับไปยังโรงเตี๊ยมของตนเพื่อไปนอนพักผ่อน
รุ่งเช้าวันรุ่งขึ้น เยี่ยหลงและคณะก็เริ่มออกเดินทางกลับในทันที เวลาสี่โมงเย็นเยี่ยหลงและคณะก็กลับมาถึงบ้าน
กริ๊ง กริ๊ง เสียงกระดิ่งติดหน้าประตูร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดดังขึ้น เป็สัญญาณบอกว่ามีคนเปิดประตูร้านเข้ามา
" กลับมาแล้วครับ " เยี่ยหลงที่เปิดประตูเข้ามากล่าวบอกแก่ทุกคนที่อยู่ ณ ห้องบริการลูกค้า
" อ้าวเป็ยังไงบ้างครับงานในครั้งนี้ " อัลเบียนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะกลางบ้านกล่าวถาม
" สำหรับครั้งแรกก็ถือว่าใช้ได้ มีแต่เื่รับฟังคำสั่งนี่แหละที่ยังมีการทำเกินคำสั่งที่สั่งไว้อยู่ จนเกือบทำให้สินค้าเสียแน่ะ " ซีคกล่าวบอกแก่อัลเบียน
" งั้นหรอครับ แต่ของก็ไม่เสียหายใช่ไหมล่ะครับ "
" ก็ใช่แหละ "
" ถ้างั้นผมก็ให้รางวัลแก่เขาได้น่ะสิ ? "
" ก็ได้แหละ ถ้านายอยากจะให้ล่ะก็ ใครจะห้ามได้เล่าอัลเบียน " กิลด์บอก
" รางวัลอะไรหรอครับ " เยี่ยหลงกล่าวถามด้วยท่าทีสงสัยพลางตื่นเต้นดีใจ
อัลเบียนหยิบกล่องของขวัญกับกีต้าร์ที่วางไว้บนโต๊ะให้แก่เยี่ยหลง ส่วนเยี่ยหลงก็รับมาเอากีต้าร์วางไว้ข้างๆตน จากนั้นจึงค่อยเปิดกล่องของขวัญดู
เมื่อเปิดดู ปรากฏว่าของข้างในเป็สมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่องกับปืนกล็อกสิบเก้าหนึ่งกระบอก และเอกสารสำคัญต่างๆ เช่นบัตรประชาชนเป็ต้น เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้นก็รู้ได้ทันทีเลยว่าอะไรคืออะไรจากความทรงจำที่ถูกถ่ายทอดมา
" นี่มันสมาร์ทโฟน กับ ปืน และบัตรประชาชน หนิครับ "
" ใช่ครับ ชอบมั้ย ? "
" ก็ชอบอยู่หรอกนะครับ กีต้าร์กับสมาร์ทโฟน และบัตรประชาชนกับเอกสารสำคัญต่างๆ พอเข้าใจได้ แต่ว่าให้ปืนกับผมนี่มันไม่เกินไปหรอครับคุณอัลเบียน "
" ไม่เกินไปหรอกครับ ปืนเอาไว้ป้องกันตัว สมาร์ทโฟนเอาไว้ติดต่อกัน บัตรประชาชนและเอกสารทำเอาไว้คุณจะได้เป็พลเมืองของที่นั่นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนกีต้าร์เอาไว้เล่นแก้เหงาไงครับ "
" อ๋อ ครับ เป็อย่างงี้นี่เอง "
" แต่ว่าการที่คุณจะได้ของทั้งหมดนี้ มันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันหน่อยนะครับ '
" ข้อแลกเปลี่ยนอะไรหรอครับ ? "
" คุณจะต้องไปทำงานเพิ่มเติมที่ร้านคาเฟ่ของฟีนิกซ์เขาน่ะครับ ที่ต่างจักรวาลน่ะ ส่วนวิธีไปนั้น ก็ประตูเดียวกันกับประตูมหาพงไพรร้อยอสูรนั่นแหละครับ แค่กดรหัสตรงที่เปิดประตู แค่นั้นก็ไปได้แล้วครับ ส่วนจะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้ยังไงก็ ผมได้เตรียมเอกสารสำคัญต่างๆไว้ให้คุณหมดแล้วในของขวัญน่ะครับ "
" งั้นผมไม่เอาแล้วดีกว่าครับ แค่นี้งานผมก็เยอะมากพอแล้ว ถ้าให้ผมไปทำงานเพิ่มเกรงว่าผมจะทำไม่ไหว
เอาน่ะสิครับ "
" คุณไม่ต้องกังวลเื่งานที่ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสาระพัดไปหรอนะครับ เราจะทำตามระบบเดิมคือผลัดกันทำงานบ้าน เวรใครเวรมัน "
" อัลเบียนเดี๋ยวก่อนนะ ถ้าจะทำอย่างที่นายบอกแล้วเราจะจ้างมันมาทำงานบ้านที่นี่ทำไมกันล่ะ ถ้าจะเอาอย่างงั้นให้พวกเราผลัดกันทำแบบเดิมไม่ดีกว่าหรอ จะไม่ได้ต้องเสียเงินจ้างมันมาด้วย ?" ฟีนิกซ์ที่อยู่ตรงนั้นด้วยกล่าวขึ้นด้วยความสงสัย
" ที่ผมทำแบบนั้น ก็เพราะว่าผม้าให้เขาได้เปิดหูเปิดตากับโลกที่เขายังไม่รู้จัก และให้เขาได้เรียนรู้ในสิ่งต่างๆที่เขาอาจจะต้องทำในอนาคต และเป็การลงโทษเขาไปในตัวด้วยน่ะครับ "
" อยากจะลงโทษมัน แต่ไหงต้องมาลำบากพวกเราด้วยล่ะ อัลเบียน " ฟีนิกซ์กล่าว
" แล้วคุณจะเอายังไงล่ะเยี่ยหลง ตกลงที่จะทำงานนี้มั้ย " อัลเบียนถาม
" ถ้าเป็อย่างงี้ก็ได้อยู่หรอกนะครับ เอาเป็ว่าผมรับของขวัญไว้ก็แล้วกันครับ " เยี่ยหลงกล่าวตอบรับ
" เอาเป็ว่าเอาตามนี้ก็แล้วกันนะครับเยี่ยหลง พรุ่งนี้เช้าคุณเริ่มงานที่ร้านของฟีนิกซ์ได้เลย ส่วนรหัสไปร้านของฟีนิกซ์นั้นคือ ห้าสี่สามสองหนึ่งศูนย์ " อัลเบียนหลังกล่าวเสร็จก็ลุกเดินขึ้นชั้นสองไป