ตอนที่ 85 จนมุม
ตอนที่ 85 ดนัยอุ้มฮิคาริตามพ่อบ้านไปที่ห้องของเธอก่อนจะวางเธอลงบนเตียง “เดี๋ยวผมจะไปเอาถุงน้ำร้อนมาให้นะครับรบกวนฝากคุณหนูด้วย” พ่อบ้านพูดก่อนจะขอตัวไปเอาถุงน้ำร้อน “เอาล่ะเล่ามาได้แล้ว” ดนัยพูดกับฮิคาริ “เล่า ???” ฮิคาริยังคงแกล้งทำมึนไม่รู้เรื่อง “ไม่ต้องทำเป็นไม่รู้เรื่องแล้วน่าตอนที่อยู่ไทยฉันแอบเห็นเธอฉีดยาบางอย่างที่กล้ามเนื้อเลยเอายานั่นไปตรวจที่แล็บโรงพยาบาลมา” ยูมิบอก “ใช่พวกเราไปตรวจมาแล้วและผลของมันก็คือคอร์ติโคเป็นยาที่ใช้สำหรับรักษาอาการปวดและอักเสบอย่างรุนแรง” ดนัยพูดเสริม “ชิ !! รู้แบบนี้ปล่อยให้เธอนอนกลัวผีคนเดียวก็ดีไม่น่านอนด้วยกันกับเธอเลย” ฮิคาริสบถออกมาอย่างอารมณ์เสีย “เงียบน่าเล่ามาได้แล้วเธอเป็นอะไรถึงต้องฉีดยานี่แล้วก็ขานั่นปวดมากสินะ” ยูมิถึงกับหน้าแดงเมื่อโดนเพื่อนสนิทแฉว่าตัวเองเป็นคนกลัวผีเหมือนเด็กๆเธอเหลือบมองดนัยดูว่ามีปฏิกิริยาอะไรกับเรื่องนี้มั้ยแต่เขาดูจะไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ทางด้านดนัยนั้นไม่ได้สนใจสิ่งที่ยูมิและฮิคาริกำลังคุยกันอยู่เลยเขานั้นกำลังสังเกตอาการที่ขาของฮิคาริอยู่ ก่อนหน้านี้แค่โดนยูมิเตะเข้าเบาๆเธอก็ทรุดลงไปเลยอาการน่าจะเกี่ยวกับกล้ามเนื้อแน่นอนแล้วแต่ว่าเธอยังเดินได้และไม่มีอาการสั่นถ้าอย่างนั้นก็ไม่ใช่กล้ามเนื้ออ่อนแรงแต่อยู่ในกลุ่มอาการนี้เพราะถ้าเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรงน่าจะอาการหนักกว่านี้แล้วก็น่าจะแสดงผลที่อวัยวะอื่นด้วยไม่ใช่แค่ที่ขา ดนัยคิดในใจพลางสำรวจอาการฮิคาริอย่างละเอียด ดนัยที่กำลังวิเคราะห์อาการของฮิคาริอยู่ยื่นมือออกไปกดลงที่บริเวณน่องขาของฮิคาริ โอ๊ย !! ทันทีที่ดนัยกดมือลงไปฮิคาริก็ร้องออกมาทันที “ทำอะไรของนายเนี่ยกดลงมาได้เจ็บนะ !!” ฮิคาริพูด “เจ็บสินะอาการเบื้องต้นเหมือนกล้ามเนื้อฉีก” ดนัยพยักหน้าเข้าใจ “กล้ามเนื้อฉีกงั้นเหรอคะ” ยูมิพูดขึ้นอย่างสงสัย “ใช่อาการเบื้องต้นเหมือนแบบนั้นเลยแต่ฮิคาริไม่ได้เป็นพวกนักกีฬาหรือใช้กล้ามเนื้อหนักดังนั้นนี่น่าจะเป็นอาการเริ่มต้นของ....” ดนัยกำลังวิเคราะห์อาการแต่ยังวิเคราะห์ไม่ทันจบฮิคาริก็พูดโพล่งออกมาเสียก่อน “ภาวะกล้ามเนื้อเสื่อมสภาพ !!” ฮิคาริพูดออกมาทำให้ดนัยและยูมิเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ “ภาวะกล้ามเนื้อเสื่อมสภาพ !!x2” ทั้งสองคนอุทานออกมา “ใช่สาเหตุเกิดจากการขาดกิจกรรมทางร่างกายหรือก็คือมันเกิดจากการที่ฉันกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรานานนับปี” ฮิคาริอธิบายให้ทั้งสองคนฟัง “ถ้าอย่างนั้นเธอก็รู้สาเหตุอยู่แล้วทำไมไม่รีบรักษาให้หายล่ะ” ยูมิพูดอย่างเป็นห่วง “ไม่ได้ยูมิโรคนี้การรักษามันต้องใช้เวลาและต้องทำอย่างเข้มงวดด้วยถ้าฉันรักษาตอนนี้ฉันจะต้องไปรักษาตัวที่ต่างประเทศถ้าเป็นแบบนั้นใครจะดูแลทาเคนากะกรุ๊ปกันล่ะ” ฮิคาริพูด “แต่ว่า...” “ถ้าฉันไม่อยู่ลำพังแค่ผู้อำนวยการโฮชิกับหมออิจิโนเสะดูแลโรงพยาบาลทาเคนากะทั่วประเทศที่ตอนนี้กำลังชื่อเสียงตกต่ำไม่ไหวแน่และมันก็จะถูกปิดตัวลงในไม่ช้าเพราะขาดทุน” ฮิคาริไม่รอให้ยูมิพูดอะไรเพิ่มอีก “เฮ้อ...ดื้อจริงเลยนะเธอเนี่ย” ดนัยถอนหายใจออกมา “ยุ่งน่าเอาเป็นว่าเธอและก็นายกลับไปได้แล้วรู้แล้วนี่ว่าฉันเป็นอะไรฉันเองก็เป็นหมอเรื่องแค่นี้รับมือได้น่า” ฮิคาริออกปากไล่ “นี่ฮิคาริการใช้คอร์ติโซสเตียรอดย์ก็คือฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ถูกสกัดออกมาถ้าในร่างกายมีฮอร์โมนบางชนิดมากเกินไปเธอก็รู้ผลค้างเคียงมันนี่ถึงมันจะช่วยระงับอาการปวดกล้ามเนื้อได้ชะงัดแต่ผลค้างเคียงนั่นไม่ใช่เรื่องตลกนะ” ดนัยพูด “ฉันรู้น่าก็แค่ผมร่วม หน้าอกเล็กลง สิ้วขึ้นแค่นั้นเองไม่เป็นไรหรอก” ฮิคาริพูด “ยัยบ้าฉันไม่ได้หมายถึงอาการใช้สเตียรอยด์เกินขนาดแบบเบื้องต้น ดนัยตวาดออกมา “เบื้องต้นงั้นเหรอคะ” ยูมิทำหน้าสงสัยเธอนั้นไม่ได้ศึกษาเรื่องพวกนี้มาโดยเฉพาะจึงไม่รู้ว่าถ้าใช้สเตียรอดย์เกินขนาดจะส่งผลอะไรบ้าง “การใช้สเตียรอดย์เกินขนาดเบื้องต้นถ้าเป็นเพศหญิงจะส่งผลกับร่างกายเช่นผมร่วม หน้าอกเล็กลง เสียงเปลี่ยน ประจำเดือนมาไม่ปกติ สิวขึ้นนั่นคืออาการกลุ่มเบื้องต้นครับแต่ว่ามันยังมีอีกอาการนึงที่เป็นอาการอันตรายเมื่อใช้เกินขนาดครับอาการนั้นเรียกว่า คุชชิ่ง ซินโดรม (Cushing Syndrome)” ดนัยอธิบาย “คุชชิ่ง ซินโดรมเหรอคะอาการมันเป็นยังไง” ยูมิสงสัยเธอมองฮิคาริเพื่อนสนิทของเธอที่ก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไรดูเหมือนเธอจะรู้อยู่แล้วว่าถ้าใช้สเตียรอดย์เกินขนาดจะส่งผลยังไงกับร่างกาย “เริ่มแรกใบหน้าจะเริ่มเปลี่ยนรูปครับ ต่อมาจะเริ่มมีไข่มันพอกที่คอหลังเริ่มมีหนอกบวมขึ้นมาเหมือนกับอูฐ” ดนัยอธิบาย “อูฐงั้นเหรอคะ !!” ยูมิอุทานอย่างตกใจ “ใช่ครับอาการพวกนี้ในแถบประเทศเราไม่ค่อยมีให้เห็นนักแต่ถ้าเป็นที่อเมริกาล่ะก็มีให้เห็นมากมายเลยล่ะเพราะคนที่นั่นนิยมใช้สเตียรอยด์ในการเร่งกล้ามซึ่งที่นั่นสารสเตียรอยด์ไม่ได้เป็นสารควบคุมเหมือนบ้านเรามันเลยหาซื้อง่ายครับ” ดนัยอธิบายเขานั้นเคยทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้เลยรู้ค่อนข้างมาก “แล้วอาการอื่นล่ะคะ” ยูมิถาม “อาการต่อมาคือขั้นที่เริ่มจะวิกฤตินั่นคือผิวจะเริ่มแตกเกิดรอยสีม่วงขึ้นตามตัวและขั้นสุดท้าย....” ดนัยพูดก่อนจะหยุดไป “ขั้นสุดท้ายอะไรคะ...” ยูมิเห็นดนัยหยุดพูดไปก็เร่งเร้าเอาคำตอบแต่ทว่าดนัยไม่ได้เป็นคนตอบออกมากลับเป็นฮิคาริที่พูดออกมาแทน “ขั้นสุดท้ายฉันก็ตายยังไงล่ะยูมิ !!” ฮิคาริพูด “ตาย...นี่เธอจะตายงั้นเหรอฮิคาริไม่เอานะ !!” ยูมิร้องโวยวายออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของฮิคาริ “ยัยบ้าโวยวายไปได้ฉันไม่ตายหรอกน่าอาการเบื้องต้นก่อนเกิดคุชชิ่ง ซินโดรมยังไม่เกิดขึ้นกับฉันเลยแล้วก็นะพวกที่เกิดอาการพวกนั้นน่ะคือพวกที่ใช้สเตียรอดย์หลายร้อยเข็มขึ้นไปฉันน่ะแค่เก้าสิบกว่าเข็มเอง” ฮิคาริพูด “เก้าสิบกว่าเข็ม !!” ยูมิอุทานออกมาเมื่อรู้จำนวนสเตียรอดย์ที่ฮิคาริฉีดไป “ยัยบ้าเธอฟื้นขึ้นมาไม่ถึงสี่เดือนเลยก็เล่นฉีดไปเก้าสิบกว่าเข็มแล้วงั้นเหรอถ้าอย่างนั้นแสดงว่าเธอฉีดมันแทบทุกวันเลยน่ะสิ” ดนัยเองก็ตกใจนึกไม่ถึงว่าฮิคาริจะใช้สเตียรอดย์ไปมากขนาดนั้น “ฮิคาริเธอต้องหยุดใช้นะก่อนที่มันจะเกินขนาด” ยูมิยิ่งเป็นห่วงเข้าไปใหญ่เมื่อรู้ว่าเพื่อนใช้มันไปมากขนาดนี้ “ไม่ได้หรอกยูมิถ้าฉันหยุดฉันก็ทำงานไม่ได้น่ะสิเธอน่ะไม่รู้หรอกว่ามันปวดขนาดไหนแค่จะยืนยังลำบากเลย” ฮิคาริดูเหมือนจะไม่ยอมหยุดใช้สเตียรอดย์ “ทำไมล่ะฮิคาริก็แค่หยุดใช้ถึงแม้เธอจะไม่ได้ผ่าตัดเธอก็ยังนั่งบริหารงานโรงพยาบาลได้นะจะนอนทำที่บ้านก็ได้เดี๋ยวฉันเอางานมาให้” ยูมิพูด “ยูมิฟังฉันนะฉันในตอนนี้น่ะเป็นที่ปรึกษาทีมแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลในฐานะที่ปรึกษาไม่ว่าทีมแพทย์จะไปที่ไหนฉันก็ต้องไปด้วย” ฮิคาริพูด “ถ้าอย่างนั้นเธอก็นั่งดูเฉยๆก็ได้นี่การผ่าตัดก่อนหน้านี้เธอยังไม่จำเป็นต้องเข้ามาในห้องผ่าตัดเลยนั่งบนรถเข็นไงเดี๋ยวฉันเข็นให้” ยูมิพูด “เธอจะบ้าหรือไงถึงฉันจะนั่งบนรถเข็นแต่ถ้ามีกรณีฉุกเฉินจนพวกเธอเอาไม่อยู่ฉันก็ต้องลงมือผ่าตัดขึ้นมาอยู่ดีถ้าเป็นแบบนั้นฉันที่ไม่ได้ฉีดยาน่ะยืนไม่ไหวหรอกนะ” ฮิคาริบอก “แต่ว่า...” “แล้วก็ที่สำคัญนะยูมิคุณอาโออิชิน่ะยังไม่ได้ขายหุ้นของเขามาให้ฉันทั้งหมดเลยนะ” ฮิคาริพูด “เธอหมายความว่ายังไงไม่ใช่ว่าตอนนั้นเขาบอกว่าหุ้นหมดแล้วเหรอพ่อฉันยังบอกเลยว่ากว้านซื้อมาหมดแล้ว !!” ยูมิอุทานออกมาพลางนึกถึงตอนที่อาโออิชิบอกว่าจะขายหุ้นทั้งหมดลงตลาด (ตอนที่ 59) “ดูเหมือนเขาจะโกหกน่ะไม่นานมานี้ฉันพึ่งพบว่าในทาเคนากะกรุ๊ปมาหุ้นที่ไม่แสดงอยู่สิบเปอร์เซ็นต์” ฮิคาริบอก “หุ้นไม่แสดงงั้นเหรอถ้าอย่างนั้นหุ้นนั่นก็ไม่มีมูลค่าอะไรน่ะสิแล้วหุ้นนั่นอยู่ในมืออาโออิชิเขาเหรอ” ยูมิพอจะรู้เรื่องหุ้นบ้าง “ใช่มันอยู่ในมือเขาและหุ้นไม่แสดงนั่นถึงแม้จะไม่มีค่าแต่มันสามารถใช้เป็นผู้ถือหุ้นได้อยู่ดี” ฮิคาริบอก “ฉันยังไม่เข้าใจว่าเธอกำลังจะพูดอะไรถึงแม้อาโออิชิเขาจะมีหุ้นนั่นและสามารถเป็นผู้ถือหุ้นได้มันก็แค่สิบเปอร์เซ็นต์เองนี่นาตัวเธอน่ะถือหุ้นอยู่ตั้งแปดสิบเปอร์เซ็นต์พ่อฉันเองก็ถือหุ้นเธออยู่อีกสิบเปอร์เซ็นต์เท่ากับว่ามีสิทธิมีเสียงเท่ากับอาโออิชิเธอจะกังวลอะไร” ยูมิสงสัย “ลงมติถอดถอนเมื่อผู้นำองค์กรป่วยงั้นเหรอ” ดนัยที่เงียบฟังอยู่นานพูดขึ้นมา (ไรท์ : เป็นเรื่องสมมุติขึ้นมาเท่านั้น) “หือดนัยนายรู้เรื่องการบริหารด้วยเหรอ” ฮิคาริแปลกใจที่ดนัยดูเหมือนจะรู้ “นิดหน่อยน่ะตอนเรียนปีหนึ่งมีอยู่ในรายวิชาพื้นฐาน” ดนัยพยักหน้า “หือมหาลัยที่ไทยมีสอนพวกนั้นเป็นวิชาพื้นฐานด้วยเหรอเนี่ยไม่ธรรมดา” ฮิคาริพยักหน้าชื่นชมการศึกษาไทย “ที่ดนัยพูดหมายความว่ายังไงเหรอคะ” ยูมิเริ่มงง “เธอนี่นะยูมินอกจากเรื่องเครื่องจักรแล้วอย่างอื่นก็ไม่เอาอะไรเลยให้ตายสิ” ฮิคาริอดส่ายหน้ากับเพื่อนสนิทของเธอไม่ได้ยูมินั้นถ้าเป็นเรื่องเครื่องจักรล่ะก็รู้ทุกอย่างแต่พอเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารนั้นเธอดันไม่รู้อะไรเลย “ไม่ต้องมาพูดแขวะฉันน่าอธิบายมาเลย” ยูมิเบ้ปาก “ก็ในกรณีที่ผู้นำองค์กรไร้ความสามารถอย่างเช่นทำให้บริษัทขาดทุนเสียหาย หรือผู้นำองค์กรป่วยผู้ถือหุ้นมีสิทธิ์ลงปลดผู้นำองค์กรลงจากตำแหน่งและให้ผู้ถือหุ้นอันดับสองสามารถขึ้นเป็นผู้นำองค์กรแทนได้จนกว่าผู้นำองค์กรจะกลับมาหายดี” ฮิคาริอธิบาย “เอ๋...ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าถ้าอาโออิชิรู้ว่าเธอป่วยอยู่มีโอกาสที่เขาจะใช้จุดนี้เล่นงานเธอและปลดลงมาจากการเป็นประธานทาเคนากะกรุ๊ปเหรอ” ยูมิที่ได้ยินคำอธิบายก็ทำตาโต “ใช่” ฮิคาริพยักหน้า “แต่พ่อของฉันก็ถือหุ้นเท่าอาโออิชินี่ก่อนหน้านี้ดนัยบอกว่าลงมติหมายถึงพ่อฉันก็มีสิทธิออกเสียงน่ะสิถ้าเป็นแบบนั้นพ่อฉันคัดค้านก็ปลดเธอไม่ได้อยู่ดี” ยูมิพูด “ดูเหมือนเสียงของพ่อคุณยูมิจะใช้ไม่ได้นะครับเพราะตามกฎหมายพ่อคุณยูมินั้นถือว่าเป็นคนนอกไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันกับฮิคาริถ้าพ่อของหมอนากิสะเขาใช้เรื่องการเป็นเครือญาติมาปลดฮิคาริโดยให้เหตุผลว่าเป็นห่วงสุขภาพน้ำหนักเสียงเขาจะมากกว่าพ่อคุณยูมิครับ” ดนัยอธิบายเพิ่มเติม “บ้าน่าเรื่องแบบนี้มันจะซับซ้อนไปไหนเนี่ย” ยูมิอุทานออกมา “กฎหมายก็แบบนี้แหละยูมิเขาต้องปกป้องสิทธิประโยชน์ธุรกิจในครอบครัวก่อนอยู่แล้วยังไงอาโออิชิเขาก็ถือว่าเป็นคนในเครือญาติถือว่ากฎหมายครอบคลุม” ฮิคาริพูด “ถ้าอย่างนั้นเราจะทำยังไงดีล่ะฉันไม่อยากให้เธอฉีดสเตียรอดย์ต่อไปนี่มันอาจจะทำให้เธอตายได้เลยนะ” ยูมิย้อนกลับมาเรื่องนี้ “ฉันไม่ตายหรอกน่าที่สำคัญฉันวางแผนไว้หมดแล้วถ้าทีมผ่าตัดของเรายังทำผลงานได้ดีต่อไปไม่เกินหนึ่งปีชื่อเสียงก็จะกลับมาและโรงพยาบาลก็จะอยู่ตัวเท่านั้นฉันก็พักได้แล้ว” ฮิคาริบอก “หนึ่งปีนั่นเท่ากับว่าเธอต้องฉีดอีกเป็นร้อยเข็มน่ะสิ !!” ยูมิได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าจะร้องไห้ ก็เข้าใจเรื่องที่ฮิคาริไม่คิดจะหยุดใช้ยาแล้วก็ยังไม่คิดจะไปกายภาพบำบัดอยู่หรอกนะแต่ว่านั่นน่ะฝืนเกินไปเพราะเธอเล่นฉีดสเตียรอดย์มันทุกวันเลยถ้าเธอไม่ต้องเดินหรือไม่ต้องขยับขาล่ะก็อาจจะลดการฉีดสเตียรอยด์ลงมาจากทุกวันเป็นสัปดาห์ละครั้งได้บ้างมีวิธีไหนบ้างนะ !! ดนัยคิดในใจและในตอนนั้นเองจู่ๆดนัยก็นึกถึงบทสนทนาก่อนหน้าที่ยูมิเธอบอกว่าให้ฮิคารินั่งรถเข็นเธอจะเข็นให้เอง “จริงสิรถเข็นไง !!” ดนัยร้องอุทานออกมาทำเอาสองสาวหันมามองเขา “คุณยูมิผมยืมรถหน่อยผมจะไปซื้อของ” ดนัยหันไปขอยืมรถจากยูมิ “หือจะเอาไปทำอะไรเหรอคะ” ยูมิสงสัยแต่ก็หยิบกุญแจออกมาให้ “เอาน่าเดี๋ยวผมมาคุณรออยู่นี่ดูแลฮิคาริผมไปไม่นาน” ดนัยไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติมและวิ่งออกจากห้องไปทันทีท่ามกลางความสงสัยของยูมิและฮิคาริ จบ...