"OMG!!! หรือว่าเราจะทะลุมิติมาต่างโลกเหมือนกับในนิยาย!!!?"
"อ๊ากกก!!!"
ทันใดนั้นเอง! ไฟก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างรุนแรง! ชายหนุ่มล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้นอีกครั้ง เขายกมือทั้งสองขึ้นไปกอบกุมศีรษะ ดึงทึ้งเส้นผมของตนเองจนยุ่งเหยิงพันกันไปหมด! เพราะหวังว่ามันจะช่วยบรรเทาความเ็ปที่ราวกับมีเข็มนับพันนับหมื่นทิ้มแทงหัวของเขาอยู่ในตอนนี้ให้หายไป
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าชายหนุ่มจะรู้สึกเ็ปเป็อย่างมาก แต่ภายในความเ็ปนั้นกับมีความทรงจำแปลกๆ ไหลเขามาในหัวของเขาอย่างไม่ขาดสาย
ตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาทำได้มีเพียงแค่กัดฟันทนกับความเ็ปนี้ เขานอนชักดิ้นชักงอไปมาอยู่บนพื้นอย่างหน้าเวทนา เพื่อหวังว่ามันจะช่วยบรรเทาความเ็ปนี้ลงไปได้บ้าง
เวลาค่อยๆไหลผ่านไปเรื่อยๆ จนผ่านไปประมาณสามสิบนาที ความเ็ปจึงค่อยๆ ทุเลาลงและค่อยๆมลายหายไป
"แฮ่กๆๆ"
ไฟนอนหอบหายใจกองอยู่กับพื้น ร่างกายชักกระตุกหน่อยๆ ชายหนุ่มกำลังมึนงง เพราะว่าสิ่งที่เข้ามาแทนที่ความเ็ปนั้น คือความทรงจำมากมาย ที่ทั้งสับสนวุ่นวายปะปนกันไปหมด
ชายหนุ่มนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น ค่อยๆเรียบเรียงความทรงจำที่พึ่งได้รับมาให้ประติดประต่อกันเป็เื่ราว เวลาค่อยๆไหลผ่านไปอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง ไฟจึงค่อยๆยันกายลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง
"นี่เราทะลุมิติมาจริงๆ?"ชายหนุ่มพูดขึ้นมาเบาๆ พร้อมกับยกแขนของตัวเองขึ้นมาสำรวจดูอีกครั้ง
แขนเรียวเล็ก นิ้วมือเรียวยาวดังหยก แม้ว่าจะเต็มไปด้วยาแ รอยเื และคราบสกปรกมากมาย แต่ก็สามารถบอกได้ว่าหากผิวกายของร่างนี้อยู่ในสภาพปกติ คงจะขาวผุดผ่องและเรียบเนียนหน้าดู หากในความทรงจำไม่ได้บอกว่าร่างนี้เป็ผู้ชาย เขาคงคิดว่าแขนนี้เป็แขนของผู้หญิงแน่ๆ?
ไม่ว่าจะมีรูปลักษณ์เป็เช่นไรก็ไม่ใช่เื่สำคัญ เพราะที่โลกใบนี้นั้นเปิดกว้างเื่รสนิยมทางเพศเป็อย่างมาก!? ด้วยเพราะการฝึกฝนวรยุทธ์! ทำให้ผู้คนในโลกใบนี้มีอายุไขที่ยืนยาว ความรักจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ชายหญิงเพียงเท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็ผู้ชายกับผู้ชาย หรือผู้หญิงกับผู้หญิง พวกเขาก็สามารถเป็คู่บำเพ็ญเต๋าและครองรักกันได้ เื่เช่นนี้มีให้เห็นอยู่มากมายภายในโลกใบนี้ มันไม่ใช่เื่ที่แปลกใหม่อะไร
"หยางตงเทียน... อืม!? ชื่อนี้ไม่เลวเลย เอาหล่ะ! ในเมื่อนายตายไปแล้ว และตอนนี้ิญญาของฉันก็อยู่ในร่างของนาย นับั้แ่ตอนนี้เป็ต้นไป! ฉันก็คือนาย! นายก็คือฉัน! หยางตงเทียน...."
ตอนนี้เป็ที่แน่ชัดแล้วว่าเขานั้นได้ทะลุมิติมาจริงๆ เขาได้เข้ามาอยู่ในอีกโลกใบหนึ่ง ที่มีทั้งมนุษย์และสัตว์อสูรมากมายอาศัยอยู่ร่วมกัน
โลกใบนี้เต็มไปด้วยปราณฟ้าดินที่หนาแน่น จึงทำให้ทั้งมนุษย์และสัตว์อสูรสามารถฝึกวรยุทธ์และบำเพ็ญเพียรได้
จึงทำให้พวกเขามีความแข็งแกร่งที่เหนือธรรมชาติ พวกเขาสามารถทำลายูเาได้ด้วยมือเปล่า สามารถพลิกคว่ำแม่น้ำและผืนดินได้เพียงแค่สะบัดมือ
เมื่อฝึกฝนไปถึงระดับมหาจักรพรรดิ จะสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ เมื่อมาถึงระดับนี้หากว่าไม่สิ้นอายุไขตาย แม้ว่าร่างจะแเหลกสลายก็จะไม่ตกตาย ตราบใดที่สละร่างกายทิ้งได้ทัน!
จากนั้นพวกเขาก็จะคงอยู่ในรูปลักษณ์ของจิติญญา แม้ว่าจะไม่มีความแข็งแกร่งเท่ากับตอนที่ยังมีร่างกาย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถประมาทได้อยู่ดี?
ถึงแม้ว่าโลกใบนี้จะมีเื่ที่หน้าตื่นตาตื่นใจมากมาย แต่มันก็เต็มไปด้วยอันตรายมากมานเช่นเดียวกัน เพราะว่าทีแห่งนี้ ถือกฎผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ สามารถฆ่ากันได้โดยที่ไม่ต้องรับโทษใดๆ หากตนเองแข็งแกร่ง! หรือมีภูมิหลังที่หน้าสะพรึงกลัวมากพอ
"หากว่าอยากมีชีวิตรอด ก็ต้องแข็งแกร่งขึ้นเพียงเท่านั้นสิน่ะ!"หยางตงเทียนกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและสายตาที่แน่วแน่มุ่งมั่น
ตามความทรงจำของร่างนี้ เดิมทีหยางตงเทียนนั้น เกิดมาในตระกูลที่เป็ถึงขุมกำลังขั้นสอง ทั้งยังเป็ทายาทสายตรงของตระกูลอีกด้วย!
ดินแดนที่เขาทะลุมิติมานั้นแบ่งออกเป็สี่แคว้น ได้แก่
แคว้นต้าโจวที่เขาอาศัยอยู่ ซึ่งเป็แคว้นที่อุดมสมบรูณ์ที่สุด สภาพอากาศหมุนเวียนไปตามฤดูกาล
แคว้นตงไห่ แคว้นนี้นั้นอาณาเขตอยู่ติดกับทะเลเป็ส่วนใหญ่ จึงทำให้สภาพอากาศค่อนข้างแปรปวน
แคว้นซีเป่ย แคว้นนี้อยู่ติดกับทะเลทรายอำพัน อันเคยเป็สนามรบโบราณ แคว้นนี้จึงมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนและแห้งแล้ง
สุดท้ายคือแคว้นเสวี่ยไห่ แคว้นนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะเกือบตลอดทั้งปี จึงมีอากาศค่อนข้างหนาวเย็น เพาะปลูกพืชผลไม่ค่อยได้
แต่ละแคว้นนั้นมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล ต่อให้บรรลุเป็เซียนก็ไม่สามารถสำรวจได้ทั่วถึง ด้วยดินแดนสี่แคว้นนี้มีอาณาเขตที่กว้างขวาง จึงมีการแบ่งการปกครองออกเป็ราชวงค์น้อยใหญ่มากมาย ขึ้นปกครองดินแดนและโลกของปุถุชน
ส่วนในโลกของผู้ฝึกยุทธ์นั้น ถูกปกครองโดยขุมกำลัง ตระกูล สำนัก นิกาย และพรรคต่างๆ ระดับของขุมกำลังนั้นถูกแบ่งออกเป็ห้าระดับจากอ่อนแอที่สุดไปแข็งแกร่งที่สุดคือ
ขุมกำลังขั้น 5. ถือว่าอ่อนแอที่สุด ต้องมีมหาจักรพรรดินั่งประจำการอยู่ในขุมกำลังอย่างน้อย 1 คนขึ้นไป
ขุมกำลังขั้น 4. ต้องมีมหาจักรพรรดินั่งประจำการอยู่ในขุมกำลังอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป
ขุมกำลังขั้น 3. ต้องมีมหาจักรพรรดินั่งประจำการอยู่ในขุมกำลังอย่างน้อย 5 คนขึ้นไป
ขุมกำลังขั้น 2. ต้องมีเซียนนั่งประจำการอยู่ในขุมกำลัง 1 คน
ขุมกำลังขั้น 1. ถือว่าแข็งแกร่งที่สุด! ต้องมีเซียนนั่งประจำการอยู่ในขุมกำลังอย่างน้อย 2 คนขึ้นไป
ในดินแดนสี่แคว้นแห่งนี้ ไม่มีเทพปรากฏขึ้นมานานหลายหมื่นปีแล้ว เนื่องจากในอดีตมีเผ่ามารเข้ามารุกราน จึงทำให้มีการต่อสู่ครั้งยิ่งใหญ่ขึ้น เป็เหตุให้กฎฟ้าดินของดินแดนสี่แคว้นเกิดความเสียหาย
เหล่าเทพของมนุษย์ส่วนหนึ่งตกตายในา ส่วนหนึ่งะเิตัวเองเพื่อทำลายค่ายกลมิติที่เป็ทางเชื่อต่อระหว่างสองดินแดน ด้วยเพราะาในครั้งนั้น จึงทำให้มีเทพล่วงหล่นไปเป็จำนวนมาก
หลงเหลืออยู่เพียงส่วนน้อยเพียงเท่านั้น แต่ก็เริ่มตกตายลงทีละคนๆเพราะสิ้นอายุไข จนถึงทุกวันนี้กฎฟ้าดินก็ยังไม่สามารถฟื้นฟูตนเองกลับมาได้อย่างสมบูรณ์
จึงเป็เหตุให้ไม่มีใครสามารถทะลวงระดับขึ้นสู่ระดับเทพได้อีกเลย ตอนนี้ระดับเซียน จึงถือว่าเป็ระดับสูงสุดในดินแดนแห่งนี้แล้ว...
เดิมทีตระกูลหยาง ของหยางตงเทียนก็เป็ถึงขุมกำลังขั้นสอง เนื่องจากมีเซียนนั่งประจำการอยู่ในตระกูลหนึ่งคน ซึ่งคนผู้นั่นก็คือบรรพบุรุษของตระกูลหยางนั่นเอง
แต่วันเวลานั้นไม่เคยปราณีใคร เมื่อเวลาผ่านไปเซียนของตระกูลหยางก็ตกตายลงเพราะสิ้นอายุไข เป็เหตุให้ระดับขุมกำลังของตระกูลหยางตกลงมาหนึ่งขั้น
ด้วยเหตุนี้เอง ผ่านไปเพียงแค่สามวัน หลังจากที่บรรพบุรุษตระกูลหยางตกตายลง เหล่าขุมกำลังขั้นสองที่เป็ศัตรูกับตระกูลหยางมายาวนาน เพราะขัดแย้งกันด้านผลประโยชน์ จึงรวมกำลังกันเข้ากลืนกินตระกูลหยาง
เป็เหตุให้ตระกูลหยางถูกกวาดล้างหายไปเพียงชั่วข้ามคืน ในเหตุการณ์ครั้งนั้นมีเซียนสองคนร่วมลงมือด้วย เขาก็ไม่แน่ใจนักว่าเป็คนของตระกูลใด?
ในตอนนั้นเหล่าผู้าุโในตระกูล ได้ส่งหยางตงเทียนและรุ่นเยาว์ทั้งหมดหลบหนีออกมาทางค่ายกลห้วงมิติ แต่ด้วยเกินการต่อสู้ขึ้นอย่างรุนแรง จึงทำให้ค่ายกลห้วงมิติพังทะลายลงก่อนที่พวกเขาจะออกมาจาก
จึงทำให้ผู้คนที่เข้าไปตกตายทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่หยางตงเทียนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่รุ่นเยาว์เ่าั้ ศพของพวกเขากระจัดกระจายกันออกไปตามสถานที่ต่างๆ ตามรอยแยกของห้วงมิติ เหมือนกับหยางตงเทียนที่มาปรากฏอยู่ที่ป่าแห่งนี้
เขาคาดว่าตอนนี้กลุ่มคนที่โจมตีตระกูลหยาง ต้องกำลังออกตามล่าพวกเขากันอยู่แน่! โชคดีหน่อย ที่แม้ว่าหยางตงเทียนจะเป็ลูกหลานสายตรงของตระกูล แต่ชายหนุ่มก็มักจะฝึกฝนอยู่ในตระกูลเพียงเท่านั้น
มีเพียงผู้าุโไม่กี่คน ที่รู้ถึงการมีอยู่ของเขา คนภายนอกไม่มีใครรับรู้ ด้วยว่าพร์ของหยางตงเทียนนั้นสูงมาก เขามีโอกาศที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับเซียนได้ในอนาคต
เขาจึงถูกอบรมเลี้ยงดูอย่างดีอยู่ในตระกูล ไม่เคยออกไปด้านนอกเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพื่อป้องกันการลอบสังหารจากตระกูลอื่นๆและเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ
ชายหนุ่มจึงถูกสั่งให้ฝึกฝนอยู่แต่ในสถานที่ลับของตระกูลเพียงเท่านั้น ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปสู่โลกภายนอก จนกว่าจะเข้าสู่ระดับเซียนได้! นี่จึงเป็สาเหตุว่าทำไมถึงไม่มีใครล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของเขานั่นเอง....