น้าเดือนพยายามจะใช้มืออีกข้างทุบตีร่างของบุรุษตรงหน้า แต่ก็ถูกเขาปัดป้องและคว้าจับไว้ได้ ก่อนที่เขาจะตะโกนกลับเสียงกร้าว
“ก็เพราะพ่อของเธอไง ที่เป็นคนวางฮวงจุ้ยให้บ้านของฉันนะเดือน!”
“ไม่จริงงงง!”
“ทำไมจะไม่จริง ก็พ่อเธอเป็นคนบอกฉันเอง” ไพศาลยืนยัน ขณะที่น้าเดือนทรุดร่างลงไปอีกครั้ง “ที่พ่อเธอช่วยฉันในวันนั้นก็เพราะว่ารู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปกับฉัน ถึงฉันจะขอบคุณที่เขาเคยช่วยชีวิตและสอนวิชาฮวงจุ้ยให้กับฉัน แต่เรื่องของบุญคุณ มันคนละเรื่องกับความแค้นต่อครอบครัวฉัน”
“ไม่จริง” น้าเดือนสะอื้นหนักกว่าเดิม “แกโกหก…ไอ้คนเลว…ไอ้คนชั่ว…”
“ฉันยอมรับ” ใบหน้าสถาปนิกไพศาลสลดลงขณะพูดเบาๆ คล้ายพร่ำบ่น “เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้ ฉันก็คงจะแก้แค้นพวกมันทั้งหมดที่ทำไว้กับครอบครัวของฉันไม่ได้…”
“ทั้งหมดเหรอ” ปอยขมวดคิ้วแน่น ขณะที่จ้องมองบุรุษนอกลูกกรง “อย่าบอกนะ ว่าบ้านทั้งหมดที่ผ่านมาก็ฝีมือของคุณนะ”
“ใช่…” สถาปนิกไพศาลเงยหน้าฉีกยิ้ม ดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยวราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน “หลังจากที่ฉันจัดการกับบ้านหลังแรก ฉันก็กลับไปทำงานสถาปนิกที่เมืองนอก ในระหว่างนี้ฉันก็ได้พบกับอาจารย์หวังกำมะลอ ฉันจึงส่งเขามาที่ไทย เพื่อจะวางฮวงจุ้ยให้กับบ้านคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมด เพื่อให้พวกมันตกตายไปตามๆ กัน เหมือนกับที่พวกมันทำกับครอบครัวฉัน” เขาหยุดเล็กน้อย “บ้านหลักแรกที่พวกเธอไปนั้นเป็นบ้านของสถาปนิกในโครงการนี้ หลังที่สองเป็นหุ้นส่วนในเรื่องอุปกรณ์การก่อสร้าง และ หลังที่สามเป็นฝ่ายก่อสร้าง พ่อแม่ของสามคนในทีมเธอก็คือผู้รับเหมา ส่วนพ่อแม่ของเธอก็คือคนที่ทำอาหารและขายของให้กับเหล่าคนงานที่สร้างบ้านของฉัน”
“มั่วฉิบหาย!” คุนร้องเสียงดัง “ถ้าพาลไปเรื่อยแบบนี้ แกไม่ตามฆ่าพวกคนงานไปด้วยเลยละว่ะไอ้เวร!”
“แกรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่ทำ” รอยยิ้มและแววตาของสถาปนิกไพศาล หรือ อีกชื่อก็คืออภิสิทธิ์ แปรเปลี่ยนเป็นเหยียบเย็นคล้ายดั่งคนวิกลจริต “แต่ฉันแค่ไม่ได้ทำอย่างโจ่งแจ้งเฉยๆ พวกมันถ้าไม่ตายเพราะอุบัติเหตุขณะทำงานก่อสร้าง ก็ต้องตายเพราะอุบัติเหตุอื่นๆ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นฝีมือฉันเอง…คิดซะว่าเป็นเพราะผลกรรมที่พวกมันเคยทำกับบ้านฉันไว้ก็แล้วกัน”
“คุณมันบ้า…!” น้าเดือนเงยหน้าที่อาบน้ำตาขึ้นมองบุรุษตรงหน้า “คุณมันบ้า…คุณมันชั่วเกินไปแล้ว!”
“ผมไม่สน!” สถาปนิกไพศาลสวนกลับทันควัน ก่อนจะดึงร่างของน้าเดือนให้ลุกขึ้น “ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ผมคงจะตายตาไม่หลับ และ ไม่มีหน้าไปพบคนในครอบครัวผมทั้งหมดที่ตายไปได้แน่”
สิ้นเสียงเขาก็ฉุดกระชากลากถูให้น้าเดือนเดินตามตัวเองออกไป ขณะที่คนในกรงขังเองก็เดินกรูกันมายืนอออยู่หน้ากรงประตูอย่างตื่นกลัว โดยที่ภาคินณ์ก็ได้ร้องตะโกนขึ้นสุดเสียง
“นั้นแกจะไปไหนย๊ะ!” เขาไม่สนใจที่จะรักษาความเป็นชายที่ปกปิดไว้ตลอดมาได้อีกแล้ว “ปล่อยพวกฉันออกไปนะย๊ะ!”
สถาปนิกไพศาลไม่ตอบโต้ใดๆ นอกจากหันมากวาดตามองดูคนทั้งหมดด้วยใบหน้ายิ้มเยาะ ก่อนที่จะลากสตรีที่ตนคว้าจับไว้ให้ตามตนออกไปจากห้อง ขณะที่ตัวน้าเดือนเองก็เหมือนจะไร้ซึ่งเรี่ยวแรงขัดขืนใดๆ เช่นกัน
ผ่านไปราวห้านาทีหลังจากที่สถาปนิกไพศาลพาน้าเดือนจากไป โทรศัพท์สมาร์ตโฟนทุกเครื่องต่างก็ถูกกดซ้ำแล้วซ้ำๆ เล่า ไม่ว่าจะใช้เพื่อโทรออก เข้าเว็บไซต์คนห้า หรือ โซเชียลมีเดียต่างๆ ก็ราวกับว่าไร้ผล เพราะว่ามันปราศจากสัญญาณใดๆ ที่จะใช้ติดต่อกับโลกภายนอกได้เลย กระทั่งการโทรฉุกเฉินก็ยังทำไม่ได้
เสียงร้องขอความช่วยเหลือเองก็ถูกเสียงสายฝนภายนอกกลบจนหมด หรือแม้ว่าพระพิรุณจะไม่ได้สาดเทสายฝนลงมาก็ตาม พวกเขาต่างก็รู้ดีว่าก็เป็นการยากเช่นกันที่จะมีคนได้ยิน เพราะสถานที่แห่งนี้ค่อนข้างจะอยู่ในป่าเปลี่ยว และ เป็นพื้นที่ส่วนตัวซึ่งมีรั้วรอบขอบชิด นอกจากชาวบ้านที่จะออกหาของป่าแล้ว คาดว่าคงไม่มีใครที่จะย่างกรายเข้ามายังสถานที่แห่งนี้แน่นอน