บทที่ 37: วิหาร
การขึ้นไปยังเกาะลอยฟ้าเนบิวลาใช้วิธีเดียวกับนครจักรกลคือขี่นกยักษ์ไปจากทุ่งสายรุ้งพอถึงเกาะลอยฟ้าจะเห็นสะพานสายรุ้งเชื่อมไปที่เกาะย่อย นั่นคือที่ตั้งของวิหารสายรุ้งซึ่งเป็นทางเข้าของ<มิติไร้กาลเวลา>
ดูเหมือนว่านี่จะเป็นครั้งแรกของฝันและวศิน พวกเขาสำรวจวิหารด้วยความสนใจ
นารีเดินเข้าไปคุยกับ NPC ที่ยืนต้อนรับอยู่ข้างใน
“ยะโฮ~ วันนี้เฟียนน่าก็ยังสวยเหมือนเดิมนะ”
ลัคนามองสาวแว่นอกสะบึมตรงหน้าก็ไม่คุ้นหน้า พออีกฝ่ายพูดเท่านั้นเธอก็รู้ทันทีว่าคนคนนี้เป็นใคร
เฟียนน่าเป็น NPC ผู้ให้เสียงระบบนอกจากนั้นเธอยังเป็นคนดูแลเรื่องการกระทำหรือข้อความไม่เหมาะสมภายในเกม
“ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็มาคุยกับข้านะ” เธอยิ้มหวาน
แต่ละคนเตรียมความพร้อม นารีชาร์จพลังไว้ปล่อยโหมด <เบอร์เซิร์ก> ทันทีที่เข้าไปวศินตรวจสอบความเรียบร้อยของปืน ส่วนฝันร่ายบัฟและวาง
ซีลเพิ่มพลังโจมตีและป้องกันล่วงหน้า
ลัคนา...เดินวนไปวนมา เพราะเธอไม่มีสกิลอะไรให้ต้องเตรียม
“พร้อมละ ไป” นารีบอก เฟียนน่าพยักหน้าและพูดตามบท
“ต่อจากนี้จะเข้าสู่มิติไร้กาลเวลา สถานที่รวบรวมดวงวิญญาณอันแข็งแกร่งจากทุกช่วงเวลาและทุกยุคสมัยไว้การจะรอดจากมิตินี้จำต้องใช้ความกล้าและทักษะอย่างสูง ขอให้โชคดี” เฟียนน่าวาดมือ ทันใดนั้นแสงก็สว่างวาบจนมองอะไรไม่เห็น
เมื่อแสงจางไปก็พบว่าพวกเขายืนอยู่ในห้องสมุดทรงกระบอกขนาดยักษ์ ชั้นหนังสือไม้สูงสุดลูกหูลูกตาแม้จะเป็นทรงกระบอกแต่ก็มีพื้นที่ชั้นล่างมากพอให้วิ่งไปมาได้
“พร้อมนะทุกคน?” นารียังชาร์จพลังค้างไว้ ฝันร่ายบัฟหมู่ซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจวศินเดินเข้าไปหลบหลังบันได รอจังหวะที่บอสตัวแรกจะปรากฏตัว “เราต้องสู้บอสห้าตัว สุ่มจากสิบตัวฉันไม่รู้ว่าตัวไหนมาก่อน ฉะนั้น...”
ตอนนั้นก็ได้ยินเสียงประกาศของเฟียนน่า
“<Boss: Soul Librarian>”
“บรรณารักษ์วิญญาณ?” ลัคนายังไม่ทันได้คิดถึงความหมายชื่อก็มีเสียงเรียกใช้สกิลดังขึ้น
“<Flame Hail>!”
ลูกเห็บที่ลุกไหม้ร่วงใส่พวกเขา
“Shield!” ฝันเสกเกราะไว้ทันท่วงที
ลัคนากับนารีเข้าไปหลบใต้ชั้นหนังสือ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังโดนความเสียหายเข้าหลักพันไฟไหม้กระดาษและพรม เงยหน้าก็เจอกับบอสที่มีรูปร่างเหมือนเอาต้นไม้ ปลา และนกกระจอกเทศมารวมร่างกัน
กลิ่นควันไฟและเปลวเพลิงที่ลุกโหมทำให้ลัคนาหายใจไม่ออก แม้จะเป็นแค่สกิลแต่เหล่าผู้เล่นก็กลั้นหายใจไม่กล้าขยับตัวอยู่ในที่ซ่อนของตนเอง
เวลาผ่านไปหลายวินาที ค่าชีวิตแต่ละคนก็ลดลงเรื่อยๆ ทว่าเปลวไฟยังเทลงมาเหมือนไร้ที่สิ้นสุด
“...ต้องโจมตีฝ่าเปลวไฟอย่างนั้นเหรอ?!” ฝันใช้คาถาฟื้นพลังให้ตัวเองควบคู่กับฮีลหมู่ต่อเนื่องทว่ามานาที่สกิลรักษาใช้กลับเผาผลาญเร็วกว่าที่เธอจะฟื้นได้ทัน
“ทำแบบนั้นได้ตายกันพอดีสิ!” นารีตะโกนตอบ “รออยู่อย่างนี้เถอะ!”
“แต่...ถ้ามานาฉันหมดขึ้นมา...” ฝันมองหลอดพลังเวทของตัวเองอย่างลุกลี้ลุกลนผ่านไปสองนาที การโจมตีของบอสก็ไม่เพลาลงเลยสักนิด
ให้ตายสิ...นี่ต้องโจมตีแลกชีวิตตั้งแต่ด่านแรกเลยเหรอ?
วศินบรรจุกระสุนธาตุน้ำใส่ปืนซุ่มยิงแล้วลั่นไก แต่ความเสียหายก็ไม่มากนักเขาจึงเรียกใช้สกิลที่นานๆ ทีจะได้ใช้สักหน
“<นรกเยือกแข็ง กระสุนแห่งจูเดคคา>” ทันทีที่กระสุนปะทะร่างบอส แท่งน้ำแข็งก็เจาะทะลุผิวหนังอย่างน่าสยดสยองทั้งยังเปลี่ยนผิวให้เป็นสีน้ำเงินน่าคลื่นไส้อีกด้วย วศินมองหลอดมานาที่เปลี่ยนสีของตนเองด้วยความวิตก
อัตราการฟื้นพลังเวทเกมสตาร์ดัสต์ เรล์มเรียกได้ว่าช้ายิ่งกว่าช้า แม้จะเป็นสายเวทแท้ก็ยังมานาหมดได้หากไม่พึ่งสกิลหรือยา
ค่าชีวิตบอสลดไปส่วนหนึ่ง แต่ความโกรธเกรี้ยวทำให้ลูกเห็บเพลิงยิ่งทวีความรุนแรง
“สงสัยต้องใช้ ‘ไอ้นั่น’ จริงๆ แล้วแฮะ’’ นารีกัดฟันกรอด “ปล่อยให้วศินเด่นคนเดียวลืมซะเถอะ ทั้งที่อยากเก็บไว้ใช้กับยัยหมาหัวเน่าแต่ก็ช่วยไม่ได้ จะตายตอนไลฟ์น่ะมันเสียชื่อนางเอกจะตาย!”
นารีดึงวัตถุปริศนาแล้วกัดกร้วมจนมันแหลกเป็นผง
“อัญเชิญเวทแห่งศิลาจารึกโบราณ <อิงวาซ>!”
สิ้นเสียง เถาวัลย์น้ำแข็งงอกจากร่างเด็กสาวและขยายตัวคลุมห้องสมุดไว้ทั้งหมด
เวทศิลาจารึกเป็นทักษะที่เรียกใช้ด้วยไอเทม ส่วนมากจะอยู่ในรูปแบบของก้อนหินแบนๆใช้วิธีใดก็ได้ทุบให้แตกก็จะแสดงผล
นารีผู้เป็นนายทำนิ้วเป็นรูปดาบแล้วตวัดลง พืชสีหิมะก็ตรงเข้าแทงร่างของบรรณารักษ์จากแดนนรกอย่างพร้อมเพรียงถึงกระนั้นบอสก็ซัดการโจมตีระลอกที่สองออกมาอย่างไม่ลังเล
“<Acid Rain>”
ฝนกรดเทลงมาสร้างความเสียหายสีม่วง หรือก็คือความเสียหายที่ไม่หักค่าพลังป้องกันของเครื่องสวมใส่นารีและลัคนามีค่าชีวิตเยอะพอตัวเพราะเป็นแนวหน้า แต่ฝันกับวศินท่าจะไม่ปลอดภัยแล้ว
“น่ารำคาญชะมัด! แม่จะตบให้คว่ำเลยคอยดู!”นารีกระทืบเท้า เสียงราวกับหุ่นยนต์ก็ดังขึ้น
<Phantom Axel>
ร่างของเด็กสาวผมแกละเปลี่ยนเป็นสีดำ เธอรับการโจมตีจากฝนกรดไปเต็มๆ ฝันกินไอเทมประเภทอาหารเพื่อเพิ่มอัตราการฟื้นฟูอย่างก้าวกระโดดชั่วขณะการสนับสนุนแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
<Phantom Axel> เป็นโหมดหนึ่งของผู้ใช้ขวานสามารถโจมตีทะลุการป้องกันได้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครหน้าไหน ถ้าโดนการโจมตีจากอาวุธเทพจังๆต้องเสียหายหนักแน่นอน บอสตัวนี้ก็ไม่เว้น ข้อจำกัดมีเพียงอย่างเดียวคือใช้คู่กับสกิลไม่ได้นารีจึงเหวี่ยงขวานเข้าจุดตายอย่างเรียบง่าย
สาวผมแกละถอยกลับมาตั้งหลักเพราะเวลาของสกิลหมดลงแล้ว อสูรร่างยักษ์ที่ลอยอยู่กลางห้องสมุดส่งเสียงกรีดร้องบาดแก้วหูแล้วหยุดใช้สกิลชั่วขณะหนึ่ง
นารีผู้มากประสบการณ์ไม่รอช้า เข้าประชิดตัวบอสแล้วใช้งานโหมดเบอร์เซิร์กทันที
แต่ลัคนามองนารีด้วยใบหน้าซีดเผือด
ฆาตกร...ผู้เล่นคือฆาตกร...
น้ำตา...ความรู้สึกผิดบาป...
อารมณ์มากมายไหลเข้ามาในอกจนเจ็บแปลบ แต่ระหว่างการต่อสู้ไม่ใช่เวลานับศพทหารลัคนากัดฟันปัดอารมณ์รุนแรงเหล่านั้นออกไป วิ่งขึ้นบันไดแล้วทิ้งตัวจากชั้นที่สูงกว่าปักซากุระมารุกลางหลังบอสแล้วลากลงเป็นทางยาว โชคร้ายโดนหางบอสสะบัดจนร่างกระเด็นไปชนชั้นหนังสือหนังสือปกแข็งร่วงกราวใส่ร่าง ก่อนที่จะตายเพราะหนังสือทับก็ได้ฝันฮีลให้
“อิงวาซ โหมด พันธนาการ!” นารีลากนิ้วเป็นรูปเลขแปด
ข้อเสียในการใช้เวทของคนที่ไม่ได้เป็นสายเวท โดยเฉพาะคนที่ใช้อาวุธสองมือคือไม่สามารถโจมตีได้ระหว่างกำลังร่ายแต่ลัคนาก็คอยดึงความสนใจของอสูรบรรณารักษ์ซื้อเวลาให้นารี
เถาวัลย์ตรึงบอสไว้กลางอากาศ มันส่งเสียงร้องแหลมสูง
เสียงยิงปืนของวศินดังต่อเนื่อง ถ้าไม่ใช่คริติคอลก็เฮดช็อต บรรณารักษ์วิญญาณได้แต่สะบัดหางโจมตีสะเปะสะปะจนหนังสือร่วงกราวนารีหาจังหวะฟันใส่ไม่ยั้ง ลัคนาจึงเข้าไปลองสกิลใหม่ที่เพิ่งได้มาจากฮิเก็น
<ดาบผ่าเงาจันทร์>
ซากุระมารุฟันจากล่างขึ้นบน พลังงานรูปใบมีดสีแดงสดผ่ากลางร่างบอส วศินเล็งหัวแล้วเผด็จศึกอสูรร่างยักษ์จนล้มใส่ชั้นหนังสือพังระเนระนาดพร้อมกับเถาวัลย์น้ำแข็งที่สลายไป
“เป็นอันเคลียร์ด่านแรกแบบสบายๆ จ้า” นารีปาดเหงื่อล่องหน
“อย่าบอกนะว่ากำลังไลฟ์สตรีมอีกแล้ว?” วศินลุกจากที่กำบัง “ปิดซะ”
“ชิ คนอยากสร้างความสุขให้ประชาชน ทำไมถึงต้องมาว่ากันด้วย? เผือก” นารีทำท่าฟึดฟัดคำสุดท้ายพูดให้ได้ยินแค่วศินคนเดียว
ลัคนารู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้น นั่นคือสกิลติดตัว <เกียรติยศของนักดาบปีศาจ> ที่ยิ่งฆ่ามอนสเตอร์มากเท่าไรสกิลจะเพิ่มพลังโจมตีและค่าชีวิตให้เท่านั้นเป็นการชั่วคราว ตอนนี้เพิ่มสูงสุดแค่5% แต่ถ้าเลเวลเธอเพิ่มก็จะได้เปอร์เซ็นต์มากขึ้น
บรรณารักษ์วิญญาณนับเป็นบอสที่ต้องใช้ความอดทนและพลังฟื้นฟูอย่างสูง เพราะสกิลแต่ละระลอกมีความยาวสามนาทีทั้งหมดสามระลอกแล้วจะพัก โอกาสนั้นคือจังหวะโจมตี ถ้าจะผ่านแบบเสี่ยงน้อยสุดต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบนาทีตัวเลือกที่สองคือโจมตีในระลอกฝนกรดซึ่งเบาที่สุด
ฉากรอบตัวเปลี่ยนเป็นโรงงานนรก พื้นเป็นตะแกรงเหล็ก ข้างใต้มีลาวาไหลเอื่อยเหนือศีรษะเต็มไปด้วยท่อและสายต่างๆ นานา ประกายไฟร่วงลงมาเป็นครั้งคราว เสียงเครื่องจักรตีกันดังเป็นจังหวะ
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงแหลมสูงเหมือนเหล็กเสียดสีกัน เหล็กท่อนหนึ่งร่วงจากด้านบนนารีใช้ขวานต่างไม้เบสบอลฟาดมันคืนไป แล้วตัวคนโยนก็ร่วงลงมา
หุ่นยนต์หน้าตาเหมือนเอาเศษเหล็กมาประกอบรวมกันชักดิ้นชักงอก่อนจะแน่นิ่งไป
“ไม่ใช่...ยังไม่ใช่บอส” วศินดึงปืนคู่ออกมา ที่นี่ไม่มีกำบัง ถ้าใช้ไรเฟิลจะเสี่ยงเขาจึงเลือกปืนที่คล่องตัวกว่าแทน
“ทุกคนเตรียมหลบดีๆ ล่ะ” นารีชาร์จอีกครั้งระหว่างที่ฝันร่ายบัฟหมู่เพิ่มพลังให้ทุกคนทว่ายังไม่ทันพัก เสียงเฟียนน่าก็ดังขึ้นอีก
“<Boss: Malicious Tar> ขอให้โชคดี”
บางอย่างร่วงจากด้านบน
เมื่อมันกระทบพื้น ร่างของลัคนา ฝัน และวศินก็ถูกสาดด้วยน้ำสีดำเหนียวเหนอะติดสถานะ <Slow>(ช้า) และ <Poison>(พิษ) ที่ล้างไม่ได้ ส่วนนารีหนีไปยืนกลางอากาศคนเดียวโพสท่าน่ารักให้กล้องที่มองไม่เห็น
ยังไม่ทันได้สลัดคราบออก น้ำมันดินที่กระจายไปทั่วก็รวมร่างเป็นสัตว์ประหลาดหน้าตาคล้ายปีศาจโคลนลูกตาสีขาวขุ่นกลอกไปมาก่อนที่บอสจะพุ่งเข้าโจมตีวศินด้วยความเร็วแทบหลบไม่ทัน เด็กหนุ่มยกปืนสองข้างกันพร้อมใช้สกิลไปด้วย
“<Electric Field!>” คลื่นไฟฟ้าช็อตปีศาจจนชะงักวศินสบโอกาสรัวกระสุนใส่หนึ่งชุด ส่วนลัคนาและนารีเข้าโจมตีจากด้านหลัง อาวุธจมลงไปในร่างเหนียวเหนอะบอสหันมาตบทั้งคู่กระเด็น ลัคนาโดนซัดไปไกลจนเกือบร่วงตกลาวา ดีที่คว้าตะแกรงไว้ทัน
“ลัคนา ระวัง!” บอสพุ่งเข้าหาเธอเป็นคนแรกหมายจะให้ตกลาวาตาย ทว่าเจอฝันใช้สกิลชำระล้างซึ่งเป็นสกิลโจมตีของนักบวชมันส่งเสียงร้องโหยหวนเสียดประสาท
วศินและนารีเร่งทำความเสียหายซื้อเวลาให้ลัคนาปีนขึ้นมาสำเร็จ เธอใช้สกิลดาบผ่าเงาจันทร์อีกครั้งหลังตีแล้วหลบแถมสะดุดกองน้ำมันดิบลื่นล้มหลายต่อหลายครั้ง ในที่สุดบอสก็ส่งเสียงร้องเฮือกสุดท้ายก่อนละลายผ่านตะแกรงตกลาวาไป
ฝันถอนหายใจเฮือกใหญ่ รีบฮีลค่าชีวิตทุกคนให้กลับมาเต็ม แต่ช่วงพักหายใจก็สั้นนักเมื่อเสียงประกาศดังขึ้นอีกครั้ง
“<Boss: Revenant Tar>”
“มันยังไม่ตายอีกเหรอ?!” ฝันร้องเสียขวัญ
“เตรียมตัว!” นารีบิดคอดังกรอบแกรบ วินาทีถัดมา บอสตัวเดิมเพิ่มเติมคือเกราะสีขาวก็ไถลเข้ามาชนฝันเต็มแรงเธอกระเด็นชนเสาเหล็กจนจุก
“แสบนักนะแก!” นารีพุ่งเข้าโจมตีตรงๆ ทว่าบอสกลับยกแขนกัน ความเสียหายที่ได้รับไม่ถึงร้อยด้วยซ้ำวศินเห็นอย่างนั้นก็เล็งยิงกระสุนเจาะเกราะเปิดจังหวะให้นารีและลัคนาเข้าโจมตี
นารีสร้างความเสียหายได้ทีละพัน แต่ลัคนาได้แค่ทีละร้อย
“ทำไมตีเบางี้ฮะ?!” นารีบ่นเสียงดังจามขวานบนท่อนแขนปีศาจน้ำมันดิน บอสถอยกลับไปตั้งหลักใหม่พลางส่งเสียงฟืดฟาดน่ารำคาญ
“เลเวลเธอน้อยไง แถมบอสธาตุมืด ธาตุเดียวกับซากุระมารุ!” วศินไขข้อข้องใจเด็กสาวผมแกละเดาะลิ้น ลัคนาไม่มีอาวุธธาตุอื่นและสกิลที่ทุกคนมีก็ไม่อาจเปลี่ยนธาตุอาวุธได้
“ฝัน ฉันจะถ่วงเวลาให้ ใช้สกิลใหม่เร็ว” วศินพูดแล้วชาร์จพลังใส่ปืนคู่“นารี ลัคนา ฝากด้วย”
ลัคนาและนารีคอยดึงความสนใจของบอสอย่างรู้งาน
ฝันพยักหน้า สอดคทาในสายสะพายชั่วคราวและประสานมือเข้าด้วยกัน ส่วนวศินเมื่อชาร์จเสร็จก็เรียกใช้สกิลพร้อมกดไกปืนค้างไว้สามวินาทีก่อนจะเล็งปืนขึ้นฟ้า
“<Pulse!>” คลื่นไฟฟ้าพุ่งขึ้นสู่เพดานที่เต็มไปด้วยท่อเหล็กทันทีที่ประกายไฟดับไป หุ่นกระป๋องนับสิบก็ร่วงลงมาแออัดจนแทบไม่มีที่ยืน บอส
หยุดการเคลื่อนไหว
ถ้ามองดีๆ หุ่นกระป๋องเหล่านั้นมีหัวใจสามดวงวนไปมารอบศีรษะ
แล้วพวกมันก็ตรงเข้ารุมสกรัมบอสทันที
“เด็ดมากค่ะขุ่นพี่! ดูดิผู้ชมสาวๆ ส่งหัวใจมาเต็มเบย” นารีโพสท่าน่ารักใส่หน้าวศินที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ
ทักษะ <Pulse> เป็นทักษะหมู่ จัดอยู่ในประเภทเวทมนตร์อาณาเขตสามารถใช้ได้กับมอนสเตอร์ทั่วไป เมื่อใช้แล้วมอนสเตอร์ที่โดนทักษะจะเปลี่ยนมาอยู่ฝ่ายเดียวกับผู้เล่นชั่วคราวเป็นทักษะสุดล้ำค่าเมื่อต้องสู้กับบอสที่มีลิ่วล้อก่อกวนผู้เล่น สามารถเรียนรู้สกิลหรือซื้อแบบเป็นไอเทมใช้เป็นครั้งๆเช่นแผ่นหินหรือกระสุน
พวกเขาเฝ้ามองปีศาจน้ำมันดิบอาละวาดใส่หุ่นกระป๋องโดยไม่มีจังหวะขัดอยู่พักหนึ่งฝันก็ร่ายสกิลเสร็จ
“อะ เอ่อ ลองใช้ครั้งแรก ผิดพลาดประการใดขอโทษด้วยนะคะ!” ฝันร้องบอกกล้องล่องหนแล้วดอกบัวดอกใหญ่ก็ลอยอยู่ตรงหน้า
“ดอกบัวเจ็ดชั้น?! ไม่ใช่ว่ามีแต่หัวหน้ากิลด์สนับสนุนกอบัวที่ใช้ได้หรอกเหรอ? ร้ายไม่เบานะฝัน!” นารีไม่รู้ว่าเพื่อนแอบไปเรียนเวทชั้นสูงมาจากไหน แต่เธอก็ยินดีไปด้วยเพราะทำให้งานง่ายมาก
เดิมทีดอกบัวเจ็ดชั้นเป็นทักษะเฉพาะตัวของผู้เล่นนามกอบัว นักเวทสายสนับสนุนอันดับหนึ่งของเกมและเป็นพรีเซนเตอร์สมัยเกมเปิดใหม่ๆทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทอีกคนของฝันด้วย
“ชั้นที่หนึ่ง...โชคลาภ!”
โอกาสสำเร็จของสกิลหรือคุณสมบัติของทุกคนบวกเพิ่มเจ็ดเปอร์เซ็นต์ สำหรับสายนักพนันสกิลนี้ถือเป็นตัวพลิกเกมเลยก็ว่าได้
“ชั้นที่สอง...พลัง!” พลังโจมตีของทุกคนเพิ่มขึ้น 50%
ดอกบัวสลายไป บ่งบอกว่าฝันยังใช้ทักษะนี้ได้เพียงสองขั้นเท่านั้น แต่แค่นั้นก็เกินพอเพราะตอนนี้ลัคนามีรอยยิ้มกว้างอยู่บนใบหน้าใบดาบสีแดงเลือดส่องประกายแวววาวราวกับกำลังหัวเราะ
ตอนนั้นเองหุ่นกระป๋องก็หลุดจากการสะกดจิตของวศิน นารีฟาดขวานไปมาอย่างสนุกสนาน
“เอาเลยตัวปลากรอบแสนน่ารักของฉัน! โชว์มันเลยว่าใครเจ๋ง!”
ลัคนาวิ่งเหยียบหัวหุ่นกระป๋อง ไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวบอส ถึงมันจะยกการ์ดแต่นั่นก็ไร้ประโยชน์เพราะเวลาเจ็ดวินาทีที่ทักษะดอกบัวเจ็ดชั้นมีผลลัคนาก็สามารถโจมตีบอสแบบรัวไม่ยั้งได้
ใบดาบเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับร่ายรำ ผู้ใดที่มองก็ต้องมนต์สะกด ลัคนามั่นใจว่าใช้ทักษะที่เพิ่งได้มาไม่นานนี้จัดการปีศาจน้ำมันสุดอึดได้แน่นอน
<ระบำซากุระสีเลือดบทที่หนึ่ง>
ความสามารถต่างๆ ของซากุระมารุเพิ่มโอกาสสำเร็จเป็นหนึ่งในสิบเพราะดอกบัวเจ็ดชั้นของฝันระบำซากุระสีเลือดเป็นการโจมตีรัวและตรงจุดตาย แม่นยำราวกับฟันกลีบดอกซากุระที่ร่วงจากต้นเพราะโจมตีรัวอย่างนี้ ทั้งความสามารถปิดผนึก ติดพิษ และอัมพาตของอาวุธจึงส่งผลให้บอสทำอะไรไม่ได้ยืนนิ่งเป็นเป้าให้ทุกคนตีเล่น
การใช้ไพ่ตายของตนออกไลฟ์สตรีมรังแต่จะทำให้เสียเปรียบในการสู้กับผู้เล่นคนอื่นเปล่าๆเพราะจะถูกจับไต๋ได้ง่าย วศินจึงใช้แต่สกิลที่ปกติใช้กับมอนสเตอร์หรือไม่คิดจะใช้กับผู้เล่นอยู่แล้วทว่าเรื่องเผยไพ่ตายให้คนอื่นดูไม่ได้อยู่ในสมองของลัคนาเลยสักนิด
ในช่วงที่เจ็ดวินาทีหมดลง บอส <RevenantTar> ก็คำรามแล้วละลายผ่านตะแกรงตกสู่ธารลาวาเบื้องล่าง เหลือเพียงเกราะกระดูกสีขาวให้ดูต่างหน้า
“เสร็จไปสองจ้า~” นารียังทำตัวสบายใจเฉิบในขณะที่ทีมตัวประกอบหมดแรงกันถ้วนหน้า
“ออกจากไลฟ์ได้แล้ว!” วศินดึงแขนนารี แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นคอมเมนต์ที่หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด
<หนุ่มแว่นบันไซ!><หนุ่มแว่น แฮกๆๆ><แว่นคือดีงาม><พี่คนที่ใส่แว่นมีแฟนยังคะ?><หนุ่มแว่นซึน อร๊ายยยย><อยากให้พี่แว่นเขม่นตาใส่แล้วพาลงบอสโหดๆจังเลย>
“แฟนคลับตรึมขนาดนี้จะให้ออกจากไลฟ์ได้ไงคะขุ่นพี่?” เด็กสาวผมแกละพูดเสียงดัดจริต
วศินทำหน้าบอกบุญไม่รับแล้วถีบนารีตกลาวา เคราะห์ดีที่ตอนนั้นฉากเปลี่ยนสาวน้อยนางเอกจึงรอดจากการโดนย่างสดทั้งเป็น