" ซิงซิงอยู่หรือเปล่า "
เสียงของป้าหงส์ดังอยู่หน้าลานบ้านเธอ พร้อมๆกับเสียงฝีเท้าก้าวเดินที่เดินอย่างเร็วเข้ามาในบ้าน สายตาจดจ้อง มองไปทั่วลานบ้านของเธออย่างอิจฉานิดหน่อย กับบรรยากาศลานบ้าน ที่ทั้งสะอาดและสดชื่นได้กลิ่นหอมของดอกไม้ที่ออกดอกสะพรั่งไปทั่วบริเวณ
" ฉันอยู่นี่ป้ามีอะไรหรือมาแปลกนะวันนี้ " ซ่งซิงเหลียนพูดแซวป้าหงส์ ที่ดูแปลกจริงๆในวันนี้เธอแต่งตัวสวยเช้ง ในชุดฤดูร้อนใหม่เอี่ยมนี่เธอคงไปเยี่ยมลูกชายในอำเภอมา แล้วแวะเอาของมาเซ่นไหว้เฮ้ยไม่ใช่เอาของมาฝากเธอล่ะสิ
" ฉันไปที่อำเภอมาล่ะ ลุงเกาของเธอฝากขนมมาให้ด้วย แต่ก็นะสู้ฝีมือของฉันไม่ได้หรอก ฉันเลยทำขนมเหมยกุ้ยมาอีก " ป้าหงส์พูดอย่างภาคภูมิใจในฝีมือของตัวเองที่เหนือกว่าลูกชาย ลูกชายของป้าหงส์เปิดร้านขนมหวานชื่อดังในอำเภอมีหลายสาขา เรียกได้ว่าป้าหงส์เป็ผู้มีอันจะกินในหมู่บ้าน เงินทองไม่ขาดมือเลยเป็เศรษฐีนีประจำหมู่บ้าน ไม่ต่างจากพ่อของเธอเลย
" ใช่ๆเ้าของร้านหรือจะสู้เ้าของสูตรอย่างป้าได้ฉันว่านะขนมป้าน่ะอร่อยที่สุด " นี่คือคำพูดจากใจจริงของซ่งซิงเหลียน ฝีมือของป้าหงส์ทั้งคาวและหวานนั้นเรียกได้ว่าภัตตาคารในเมืองยังสู้ไม่ได้แต่ก็เสียดายที่ป้าแกไม่ยอมทำขายเองแต่กลับโยนสูตรให้ลูกชายทำซะอย่างนั้น แต่ถึงจะให้สูตรไปลูกชายกลับทำได้ไม่ดีเท่าเ้าของสูตร ยังไงน่ะหรือก็เพราะว่าเธอเคยไปชิมมาแล้วน่ะสิ
แต่ว่านับั้แ่ที่ป้าหงส์เอาของกินจากในเมืองที่ร้าน ลูกชายมาเซ่นไหว้เธอที่ร้านก็ขายดีกว่าปกติหลายเท่าตัว
อุ๊ยนี่คงจะเอาของมาเซ่นไหว้เธอจริงๆใช่ไหมเนี่ย
" แหมฉันดีใจนะเนี่ย ที่เธอชอบฝีมือฉันมากกว่าของที่เ้าลูกชายฉันทำ ถึงอย่างนั้นก็เถอะนี่คือน้ำใจจากลุงเกาของเธอนะ " ป้าหงส์ยิ้มอารมณ์ดีกับคำชม นับั้แ่ที่เธอเอาของมาเซ่นไหว้ไม่ใช่ๆเอาของมาฝากซ่งซิงเหลียนเสมอๆ เธอก็มักจะโชคดีทุกครั้งและั้แ่ ที่ลูกชายของเธอที่เปิดร้านอาหารและขนมหวาน ทำตามเธอบ้างที่ร้านก็ขายดีมากขึ้นกว่าแต่เก่าจนเรียกได้ว่าอาจจะได้ขยายสาขาเร็วๆนี้อีก นี่คือเทพโชคดีประจำบ้านชัดๆควรตั้งป้ายบูชาไว้เลยหรือเปล่าเนี่ย หรือเธอแอบตั้งไว้ดี
เป็อันรู้กันว่าป้าหงส์กับลูกชายมีลับลมคมในการเซ่นไหว้เธอเสมอ แต่จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ได้มันเป็ความเชื่อที่สนิทใจของป้าหงส์และลูกชายไปแล้ว ถึงแม้จะพยายามอุดปากตัวเองแล้วก็เถอะแต่การกระทำนั้นตรงข้ามเสมอจนชาวบ้านรู้กันทั้งบางแล้วว่าเธอกลายเป็เทพแห่งความโชคดีที่ต้องเซ่นไหว้ ผ่านการให้ของไปแล้ว เพราะบางครั้งที่เธอเดินผ่านหน้าบ้านของใคร ก็มักจะมีของติดไม้ติดมือกลับบ้านเสมอ เรียกได้ว่าเธอกลายเป็ตัวนำโชคดูดทรัพย์ประจำหมู่บ้านไปแล้ว
" นี่ป้าเอาอะไรมาเซ่นไหว้ฉันอีกล่ะวันนี้ "
" ก็เอาขนมเหมยกุ้ยกับหอมหมื่นลี้ที่เธอชอบไงมาเซ่นไหว้ สาธุท่านเทพหน้าร้อนปีนี้ขอให้ผลผลิตของฉันเก็บเกี่ยวได้ดีกว่าที่เคยนะ "
นั่นไงว่าแล้วเชียวป้าหงส์แกมีลับลมคมในจริงๆด้วยแถมยังรับมุกเธอไม่สิไม่ใช่ นี่คือการยอมรับจากสมองส่วนลึก ว่าเอาของมาเซ่นไหว้ จริงๆ เหมือนว่าป้าหงส์จะรู้ตัวแล้วว่าพูดอะไรออกไป ทำเอาเ้าตัวหัวเราะเจื่อนๆออกไปแล้ววางขนมกล่องใหญ่ 2 กล่องไปข้างๆเธอ ทิ้งตัวมองเ้าเด็กอ้วนทั้งสองที่มองเธอมาอย่างเอือมระอา ใช่ เด็กอายุแค่ 6 เดือนมองเธออย่างเอือมระอาเนี่ยนะ
" เ้าซาลาเปาสองลูกนี้ทำไมมองฉันแบบแปลกๆอีกแล้วล่ะ " ป้าหงส์พูดอย่างทดท้อใจ ทุกครั้งที่เธอมา เ้าสองตัวน้อยนี้ ก็มักจะมองเธอแบบนี้เสมอๆเธอไปทำอะไรให้ทั้งสองตัวอ้วนไม่พอใจหรือเปล่าเนี่ย " ประเดี๋ยวพอพวกเธอโตขึ้นฉันจะไม่เอาขนมให้กินนะ " ป้าหงส์ข่มขู่แบบขำๆ
แต่ดูเหมือนว่า อาหลงกับอาหยางซาลาเปาสองลูกน้อยนี้จะไม่ขำเลย เพราะทั้งมือและเท้าต่างประท้วง โบกไม้โบกมือไม่หยุด แถมยังมีรอยยิ้มประจบประแจงทำให้ป้าหงส์ ที่กำลังน้อยใจอยู่ถึงกับยิ้มกับความเอ็นดูน่ารักของทั้งสอง
" เอาล่ะเอาล่ะฉันรู้แล้วฉันแค่พูดเล่นไปอย่างนั้นแหละ เอาไว้พวกเธอเริ่มมีฟันน้ำนมออกมาแล้วฉันจะทำขนมสำหรับทารกไว้ให้ นี่เป็สูตรของวังหลวงเลยนะ ป้าหงส์พูดอย่างภาคภูมิใจ กับบรรพบุรุษที่เคยเป็พ่อครัวหลวงมาก่อน "
" โอ้โหป้าฉันว่าแล้วเชียว ทั้งขนมและอาหารของป้าถึงได้มีฝีมือเหนือกว่าภัตตาคารใหญ่ๆในเมืองที่แท้แล้วป้าถึงกับมีบรรพบุรุษเป็พ่อครัวหลวงเลย " นี่คงเป็คำตอบที่ดีที่สุดในการไขข้อสงสัยของเธอแล้วล่ะ
" จริงๆฉันอยากจะพูดอะไรบางอย่าง พ่อแม่เธอไม่อยู่หรือ " ป้าหงส์กวาดสายตามองไปรอบๆลานบ้าน และพยายามเพ่งสายตาเข้าไปในบ้านก็ไม่พบใครเลย เ้าเสี่ยวเฟยแล้วเสี่ยวฝาน ที่ไม่เหมือนทั้งไก่และนกก็ไม่อยู่ไม่เห็นมันมาหลายวันแล้ว
ดวงตาของป้าหงส์หลุกหลิก ก่อนจะมองออกไปนอกลานบ้านอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก เห็นดังนั้นซ่งซิงเหลียนจึงจับใจความได้ว่าป้าหงส์ไม่ได้เอาของมาฝากอย่างเดียว แต่ต้องมีเื่ที่สำคัญจริงๆถึงมาหาเธอและคงจะเป็เื่ที่เรียกได้ว่าคอขาดบาดตายเลยทีเดียว
" ป้าพูดมาเถอะมีอะไร ฉันจะบอกพ่อกับแม่ให้ "
" ไม่ใช่แค่บอกพ่อกับแม่แต่ฉันยังอยากจะบอกเธอด้วยล่ะ " ป้าหงส์พูดเสียงเบาลง อยากเห็นได้ชัด หน้าตาดูเคร่งเครียดจนเธอจะสังเกตได้ถึงความไม่สบายใจอย่างถึงที่สุด
" หมู่นี้ฉันได้ยินชาวบ้านว่ามีคนแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้านเราบ่อยๆ และไม่ได้มา ทำธุระหรือซื้อของจากหมู่บ้านเราเลย ฉันอยากให้เธอระวังตัวไว้เพราะคนพวกนั้น เหมือนจะมาสืบข่าวคราวเื่เด็กผู้หญิง ที่เป็ที่กล่าวถึงและนั่นก็คือเธอฉันมั่นใจ "
" ทำไมต้องมาถามหาฉัน ฉันไม่ใช่คนดังอะไรสักหน่อย " เด็กหญิงขำขันกับคำพูดของป้าหงส์ และชาวบ้านที่มักจะพูดว่าเธอเป็ดาวนำโชคหรือเทพเซียนหมอดูหมอเดาอะไรพวกนั้น แต่เธอก็รู้ว่าคำพูดพวกนั้นใช่ว่าจะไม่มีความจริงเลย
แต่จะให้มายอมรับประกาศโต้งๆว่าข้านี่แหละคือท่านเทพแห่งความโชคดีจงมาเซ่นไหว้ข้าซะ
นี่มันคือการเรียกหาความตายชัดๆเลย คนหวังดีก็ดีไปคนหวังร้าย อาจตายได้สถานเดียว
" จริงๆคำพูดมนุษย์น่ะมันน่ากลัวนะ ถ้าเกิดเจอคนไม่หวังดีล่ะก็ เธออาจเป็อันตรายได้่นี้ก็ระวังตัวหน่อย ฉันได้ยินว่ามีพวกที่มีความเชื่อแบบดั้งเดิม จับเด็กไปดูดโชคหรือบูชายันต์อะไรพวกนั้น นี่คือข่าววงในเลยนะ หลานชายฉันที่เป็ตำรวจเคยเล่าให้ฟังอยากให้เธอระวังตัวเอาไว้บ้าง "
" ขอบคุณค่ะฉันรู้ว่าป้าเป็ห่วงฉันจริงๆ ฉันจะระวังตัวเอาไว้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีความคิดแบบนี้ในหมู่ชาวบ้านอยู่ ฉันนึกว่ามันหายไปหมดั้แ่ปีแห่งการปฏิวัติแล้ว "
" อั้ยหยา เด็กอย่างเธอนี่ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่สิ ความคิดของคนน่ะมันไม่มีทางหายไปหรอกยิ่งถ้าเป็ความเชื่อแบบนี้นะมีมาั้แ่สมัยโบร่ำโบราณปากบอกก็ว่าไม่เชื่อไม่เชื่อแต่การกระทำน่ะมันยังมีอยู่น่ะสิ " ป้าหงส์แย้งอย่างเด็ดขาดเพราะขนาดเธอยังเชื่อเลย ยิ่งถ้าได้ใกล้ชิดกับซ่งซิงเหลียนแบบนี้ล่ะก็ความเชื่อของเธอยิ่งถล้ำลึกลงไปอีก
" ว่าก็ว่าเถอะหากเธอจะเป็อันตรายก็ส่วนหนึ่งคงมาจากฉันนี่แหละ ก็ใช้ก็ใครใช้ให้เธอ พูดว่าจะได้น้องชายสองคนล่ะฉันก็เลยเอาไปพูดทั้งหมู่บ้านน่ะสิ "
" จะว่าป้าก็ไม่ได้หรอกฉันก็เล่นพูดซะเสียงดังขนาดนั้น ชาวบ้านก็ได้ยินกันหมดน่ะสิ "
" ได้ยินแต่ไม่เป็จริงก็ถือว่าทำเป็คำพูดของเด็กๆแต่ได้ยินแล้ว มันเป็จริงๆก็กลายเป็ความเชื่อน่ะสิ "
" นี่ถ้าเธอถูก จับไปบูชายันต์หรือดูดพลังอะไรพวกนั้นฉันไม่กลายเป็คนบาปหรือเนี่ย คิดแล้วก็กลุ้มใจ แต่จะทำยังไงได้ ความคิดของคนมันห้ามไม่ได้จริงๆ ยิ่งถ้าเป็ความเชื่อด้วยแล้วล่ะก็ เื่พวกนี้น่ะฝังลึกไปในจิติญญาซะแล้ว "
ซ่งซิงเหลียนยิ้มรับ เื่อย่างนี้มันมีจริงๆนั่นแหละถ้าไม่ประสบอยู่กับตัวก็จะพิสูจน์ไม่ได้ แต่หากจะเชื่อก็เชื่อไป ไม่ทำร้ายคนอื่นก็ดี แต่ถ้าหากตรงกันข้ามใช้ความเชื่อทำร้ายคนอื่น มันจะกลายเป็ผลร้ายกับตัวเอง
" ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆกับฉันคนที่น่าเป็ห่วงน่ะ ไม่ใช่ฉันแน่นอน " เด็กหญิงยิ้ม แต่ดวงตานั้นกลับทำให้ป้าหงส์ถึงกับขนลุกอย่างหวาดกลัว
เพราะคนที่น่าห่วงต้องเป็คนที่กล้าทำร้ายฉัน
เหมือนกับคนหลายคนที่หวังจะทำร้ายเธอใช่ว่าเธอจะไม่รู้ไม่ต้องรอให้ฟ้าดินลงโทษเธอก็ลงโทษพวกเขาไปแล้วล่ะ เด็กหญิงนึกถึงชาวบ้านหลายคน ที่พยายามสืบข่าวคราวของเธอแล้วส่งออกไปนอกหมู่บ้าน ก็รู้ว่ามีภัยมาถึงตัวแล้วจริงๆ
ตราบใดที่คนพวกนั้นยังไม่ลงมือ เธอก็จะนิ่งเฉยไปก่อน
แต่ถ้าลงมือเมื่อไหร่แล้วเราก็จะหาว่าเธอใจร้ายดุจปีศาจไม่ได้