ละอองดาวเดินออกมาส่งเพื่อนบ้านเหมือนดังเช่นทุกๆคืน
“ขอบคุณสำหรับอาหารมื้ออร่อยที่สุดในโลกนะครับ” เด็กสาวแปลกไปเธอไม่กล้าสบตาเขาเท่าที่ควรแต่การพยายามหลบสายตาครั้งนี้ของละอองดาวทำให้ณนนท์เบิกบานใจอย่างที่สุด
เธอกำลังเขินสินะ
“อืม” เด็กสาวที่ก้มหน้าก้มตามองดูขาตนเองเตะอากาศเบาๆ เธอตอบกลับเป็คำพูดสั้นๆ
“แล้วพรุ่งนี้ขิมจะทำกับข้าวให้นนท์ทานอีกหรือเปล่า” เขามองคนตัวเล็กกว่าด้วยท่าทางเอ็นดูช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย เธอน่ะ...ทำอะไรก็น่ารักไปทั้งหมด
นางฟ้าของไอ้นนท์
“อืม” ละอองดาวตอบ เธอเต็มใจทำให้เขาทานไม่รู้เบื่อแต่เอ๊ะ! ทำไมวันนี้เพื่อนสนิทถึงชวนคุยเยอะจังเลย
“ทำกับข้าวให้นนท์ทานตลอดชีวิตได้ไหมครับ”
“อืม...” ตอบไปเเล้ว ก่อนที่คิ้วน้อยๆจะผูกปมเธอเผลอตกปากรับคำเขาไปได้ยังไง โธ่! ไม่น่าเลยขิมเอ้ย
“เออ...เออคือว่า” ละอองดาวยกมือยกไม้ทำท่าทางจะปฎิเสธ
“ขิมพูดแล้วนะ นนท์ถือว่าขิมให้สัญญาแล้ว ไปล่ะ...ฝันดีครับ” คนเ้าเล่ห์รีบวิ่งเร็วจี๋เข้ารั้วบ้านของตนเอง ปล่อยให้ละอองดาวยืนอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น
“นนท์บ้า ใครเขาสัญญากันเหล่า ขิมแค่ตกหลุมพลางนนท์ก็เท่านั้น” เจ็บใจจริงๆ เด็กสาวเดินบ่นกระปอดกระเปียดกลับเข้าบ้านของตนเอง
ละอองดาวไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เธอที่ตกหลุมพรางเเก่ณนนท์แต่ทั้งสองคนกำลังตกหลุมแห่งความรักของกันและกันตลอดกาล
“เดินยิ้มระริกระรี้เข้าบ้าน คงมีความสุขมากสินะที่ได้คุยกับผู้ชาย”นานมากแล้วที่ปุณสิริไม่ยอมคุยกับพี่สาว แค่เพียงคำแรกที่พูดออกมา ทำให้พี่สาวเกือบสะดุดล้ม
“น้องเปียโน ทำไมพูดกับพี่ขิมอย่างนั้นล่ะลูก ไม่น่ารักเลย” คุณปัทมาที่ได้ยินยังใไปด้วย
“น้องเปียโนพูดจริงนะคะ ไม่ยอมเรียนหนังสือแล้วแบบนี้คุณแม่คุณพ่อก็ระวังลูกรักจะทำงามหน้า ท้องไม่มีพ่อเอานะคะ” พี่สาวของเธอร้ายเหลือเกินนี่คงไปทำตัวน่าสงสารให้พี่ชายข้างบ้านเห็นสินะ ถึงได้สนิทสนมกันเร็วแบบนี้
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะน้องเปียโน พี่กับนนท์เราเป็แค่เพื่อนกัน” ละอองดาวรู้ดีว่าตนเองอยู่ในฐานะไหนเธอยังเด็กและมีครอบครัวให้ต้องดูแลอีกหลายๆด้าน เื่ความรักความสัมพันธ์คงเกิดขึ้นเร็วๆนี้ไม่ได้หรอก แม้เขาจะสารภาพว่ารักเธอก็ตามแต่ละอองดาวคงปล่อยให้มันค่อยๆเป็ไป ระหว่างเธอกับณนนท์คงเป็เพื่อนสนิทแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆณนนท์เองมีอนาคตสดใสรออยู่ในภายภาคหน้าไม่แน่อีกไม่นานเขาอาจจะพบใครอื่นที่เหมาะสมกว่า คู่ควรกว่าก็ได้เขาจะยืนยัดมั่นคงหรือเปลี่ยนใจก็ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าอย่างไงเธอก็ไม่ก้าวก่าย ทุกอย่างมันเป็สิทธิ์ของเขาในฐานะเพื่อนที่ห่วงใยกันเธอพร้อมจะยินดีในทุกทางที่เขาเลือก
“คุณแม่ก็ขอยืนยันอีกเสียงนะคะน้องเปียโนพี่สาวของลูกกับณนนท์ทำอะไรอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ตลอดไม่มีวันเกิดเื่เสียหายอย่างนั้นขึ้นหรอกลูก” นางรู้ว่าบุตรสาวคนเล็กคิดกับฝ่ายชายอย่างไรก็ได้แต่ปลอบและภาวนาให้ปุณสิริลืมณนนท์ไปเร็วๆ เื่ความรักมันบังคับได้ที่ไหน
หากไม่ยอมตัดใจ...ฝืนไป ก็มีแต่เจ็บอยู่ข้างเดียว
“น้องเปียโนก็แค่เตือนด้วยความเป็ห่วงค่ะคุณแม่ขาวันจันทร์นี้ทางเอเจนซี่จะให้จ่ายเงินส่วนที่เหลือพร้อมสเตทเม้นรับรองวีซ่าคุณแม่เตรียมให้น้องเปียโนหรือยังคะ” เด็กสาวหันมาเจรจาธุระของตัวเองั้แ่เกิดเื่บิดาโดนหมายจับและล้มป่วยกระทันหันปุณสิริก็ไม่ได้สุงสิงกับใครมากเหมือนเช่นอดีตนางแช่มมีหน้าที่บริการข้าวปลาอาหาร สิ่งของรับใช้ต่างๆไว้บนห้องนานๆครั้งหรือมีธุระสำคัญอย่างเช่นครั้งนี้น้องเล็กสุดท้องถึงจะออกมา
“จ้ะ จ้ะ แม่จะรีบเตรียมไว้ให้” ในที่สุดก็หาเงินไม่ทันหากมีเวลาให้นางอีกสัก 10 กว่าวันการเงินของบ้านและร้านขนมคงมีสภาพคล่องกว่านี้เห็นทีครั้งนี้คงต้องจำนำกำไลเพชรของมารดาที่เป็ของเก่าบรรพบุรุษตกทอดมานับร้อยปีไว้มีกำไรจากร้านขนมเมื่อไหร่ค่อยไปไถ่ถอนคืนมา
“คุณแม่ขา น้องขิมกันนนท์เราไม่ได้เป็อย่างที่น้องเปียโนเข้าใจจริงๆนะคะ”หลังจากที่ลงมาบอกในสิ่งที่ตน้าปุณสิริกลับขึ้นไปยังห้องนอนตามเดิม ละอองดาวเข้าไปนั่งแทบเท้ามารดาศีรษะคลอเคลียท่านไว้ไม่ห่าง
“คุณแม่เชื่อน้องขิมค่ะ ลูกสาวของแม่รู้ว่าอะไรถูกอะไรควรอยู่แล้ว” ท่านลูบผมนุ่มลื่นสลวยของบุตรสาวนอกอุทรณ์อย่างแสนรักเเม้ไม่ได้ให้กำเนิดเเต่นางเลี้ยงมาด้วยสองมือตนเอง ละอองดาวเป็คนอย่างไรนางรู้ดีกว่าใครทั้งหมด
“ค่ะ น้องขิมจะไม่ทำให้คุณแม่ผิดหวัง”
“เอ๋ แต่ลูกสาวของคุณแม่โตเป็สาวแล้วนี่คะ มีหนุ่มๆมาจีบมาชอบพอก็ไม่แปลกอะไร น้องขิมทั้งสวย ทั้งน่ารัก อ่อนหวานแบบนี้ ใครจะไม่หลงรักหึ”ละอองดาวมีคุณสมบัติเพียบพร้อม หากใครมีโอกาสได้ใกล้ชิดได้รู้จักคงเพ้อไปเสียทุกรายเป็แน่
“โธ่ คุณแม่ก็อย่าล้อเล่นน้องขิมอย่างนี้สิคะน้องขิมยังไม่กล้าคิดเื่นี้หรอกค่ะ” สาวน้อยแก้มแดงเปล่งปลั่งเธอไม่กล้าเล่าให้มารดาฟังเื่ที่มีหนุ่มมาสารภาพรัก กลัวท่านไม่สบายใจ
“ถ้าเป็ณนนท์คุณแม่ คุณพ่อไฟเขียวนะคะขอเพียงน้องขิมรู้จักขอบเขตของความรักในวัยรุ่นก็พอ คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ขออะไรมากกว่านี้หรอกลูก”คุณปัทมาเข้าใจดี สมัยท่านเองพลตรีปราณก็ตามจีบเทียวรับเทียวส่งั้แ่เรียนมหาลัยก็คงรุ่นราวคราวเดียวกับละอองดาวกับณนนท์ตอนนี้นี่แหละ
“คุณแม่น่ะ น้องขิมไม่คุยแล้ว ไปเช็ดตัวก่อนนอนให้คุณพ่อดีกว่า” บุตรสาวใบหน้าแดงแก้มขึ้นสีระเรื่อ เธอรีบลุกจากตักมารดาไปพร้อมความเขินอายคุณปัทมาส่ายหัวเล็กน้อยให้กับบุตรสาวคนโต
เห็นๆอยู่ว่าชอบพอกับณนนท์แล้ว แต่ยังจะปฎิเสธแม่อีกดู๋ดูเ้าลูกคนนี้ น่าตีจริงเชียว
2 สัปดาห์ผ่านไป
กริ่ง กริ่ง กริ่ง
“ฮัลโหลขิม มีอะไรด่วนหรือเปล่า” ว่าที่คุณหมอกรอกสายสอบถามบุคคลที่อยู่ในห้วงแห่งความคิดถึงเธออยู่ในความฝันทุกค่ำคืน ด้วย 3 วันที่ผ่านมานี้ เขาไม่ได้เจอหน้าเธอเลย
เพราะ...สอบปลายภาค
“เื่สอบเป็อย่างไงบ้างนนท์ ทำได้หรือเปล่า” จากเดิมที่เจอกันทุกวันต่อให้เป็่เวลาสั้นๆในแต่ละวันก็ตามพอไม่ได้เจอหน้ากันเลย...ช่วยไม่ได้จริงๆที่ละอองดาวจะคิดถึงเพื่อนสนิทคนนี้
“ทำได้สิ” ได้แรงใจดีขนาดนี้นักเรียนแพทย์ปีหนึ่งสู้ตาย
“นนท์เก่ง ต้องสอบผ่านได้คะแนนสูงๆอยู่แล้ว” เด็กสาวเด็กหนุ่มเผลอยิ้มให้กันโดยแต่ละคนไม่มีใครล่วงรู้
“ขอบคุณนะครับ ได้ยินเสียงหวานๆทุกคืนนนท์มีกำลังใจขึ้นเยอะเลยนนท์คิดถึงขิมนะ” เขาคิดถึงเธอจริงๆ รูปถ่ายของคนใบหน้าหวานเต็มผนังข้างฝาไม่ได้ช่วยอะไรเลยมิหน้ำซ้ำยังทำให้เขาคิดถึงเ้าตัวจริงมากขึ้นหลายเท่า
“ก็นนท์ต้องสอบนี่น่า แล้วห้ามกลับมาบ้านเด็ดขาดนะ ไม่งั้นขิมโป้ง” เจอไม้นี้ของสาวเ้าอย่างไงล่ะ ณนนท์จึงต้องจอดสนิทเขาอดทนอ่านหนังสืออยู่ในห้องพักนักศึกษาแบบนี้ตลอด 3 วัน 3คืนที่ผ่านมา
“ครับ ครับ รับทราบแล้วครับ” นางฟ้าของเขาดุจังเลย
“อีก 2 วันก็สอบเสร็จจะได้เจอกันแล้วนนท์อยากทานอะไรพิเศษหรือเปล่าเดี๋ยวขิมจะทำให้สุดฝีมือเลย” แม่ครัวหัวป่ารีบขันอาสา
“ว้าว ดีใจจังเลย คิดถึงกับข้าวฝีมือขิมจะแย่แล้วรู้มั้ย”
“ไม่ต้องมาปากหวานเลยนะ นนท์อยากทานอะไร” เ้าหล่อนทำเสียงเข้มใส่
“แกงเขียวหวานไก่แล้วก็...
“กุ้งผัดบร๊อคโคลี่/กุ้งผัดบร๊อคโคลี่” สองเสียงประสานกันโดยไม่ต้องนัดหมาย
“ฮ่า ฮ่า/ฮ่า ฮ่า” แล้วตามด้วยเสียงหัวเราะจากทั้งคู่
“กินซ้ำๆ ตลอดไม่เบื่อบ้างหรือไงนนท์” ละอองดาวอดแปลกใจไม่ได้
“ไม่เห็นเบื่อ” ณนนท์ตอบฉะฉานก็เพราะเธอนั่นแหละรับประทานอาหารเ่าั้อย่างเอร็ดอร่อยทุกครั้ง นางฟ้าของเขาไม่เบื่อแล้วณนนท์จะเบื่อได้อย่างไร
“อืมม ก็ได้แต่ขิมต้องเพิ่มอีกสัก 2 เมนูนะกลัวนนท์จำเจนะ” คราวนี้หญิงสาวเสนอด้วยตนเองมีเหรอคนตามใจเธอทุกอย่างอย่างชายหนุ่มจะกล้าปฎิเสธ
“ขิม”
“หืม ว่าไง”
“นนท์รักขิมนะ” ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก หัวใจสองดวงต่างเต้นดังประสานเป็ทำนองเดียวกันทำนองเเห่งรัก
“...” ไร้เสียงใดใดจากปลายสาย ละอองดาวกำลังเขินกับคำสารภาพรักของเขาหรือเปล่านะใบหน้าว่าที่คุณหมอเฝ้าถามพร้อมกับยกยิ้ม...น้ำเซาะหินทุกวัน หินมันยังกร่อน แล้วไฉนความรักของเขาที่ทุ่มเทให้เธอเล่าสักวันเขาต้องได้มันจากนางฟ้าแสนสวยอย่างแน่นอน
“ฝันดีครับที่รักของนนท์”
“อืม ฝันดี” และแล้วค่ำคืนนี้ก็เป็อีกคืนที่เด็กหนุ่มเด็กสาวต่างนอนหลับพร้อมกับฝันดี
ความฝันที่มีเพียงเขาเเละเธอเคียงคู่เเนบชิด อบอวนละมุนละไมในโลกเเห่งสีชมพู
่ปิดเทอมของนักเรียนแพทย์ปี 1 ประมาณเดือนกว่าๆคล้ายๆกับนักศึกษาคณะอื่นทั่วไปทุกวันณนนท์จะหอบหนังสือมาอ่านที่บ้านฝั่งตรงข้าม มาใกล้ชิด มาวนเวียนข้างกายนางฟ้าในดวงใจ
“ทำกับข้าวอีกแล้ว ปิดเทอมนี้นนท์น้ำหนักขึ้นเกือบ 2กิโลแล้วนะครับ”ชายหนุ่มโอดโอยแต่แววตามองอาหารตรงหน้าน่ากินไปหมด
“ก็ทำให้กิน แต่ขิมไม่เคยบังคับให้นนท์กินเยอะเลยนะ อยากตะกระเองช่วยไม่ได้”แม่ครัวคนเก่งควงตะหวิว ของคาว ของหวาน เครื่องดื่มต่างๆ ขอแค่ว่าที่คุณหมอในอนาคตบอกมาเถอะสาวเ้าพร้อมสรรหามาปรุงยำ ทำแกงให้ทานตลอด
กริ่ง กริ่ง กริ่ง
“ขาคุณแม่”
“ทำเสร็จแล้วค่ะ ได้ค่ะคุณแม่” สาวน้อยวางสายผู้เป็มารดาที่มีหน้าที่ขายขนมอยู่หน้าร้านส่วนเธอก็มีหน้าที่ทำขนมตามออเดอร์ แล้วก็นำส่งจึงมีเวลาได้ดูเเลบิดาอย่างใกล้ชิดสมใจ
“คุณป้าโทรมาให้เอาเ้าพวกนี้ไปส่งใช่มั้ย” คุกกี้ธัญพืชและพวกเค้กบราวนี่ที่บรรจุกล่องวางเรียงรายไว้สวยงาม
“อืม ขนมขายดีมากเลยนนท์ ไอ้ที่ทำไว้เมื่อวานหมดเกลี้ยงร้านแล้ว” นับว่าเป็สินค้าขายดีประจำร้านเลยก็ว่าได้ใบหน้าของละอองดาวมีแต่ความสุขใจ แน่นอนหากบิดามารดามีรายได้ มีความสุขลูกสาวอย่างเธอย่อมมีความสุขตามไปด้วย
“ถ้าอย่างนั้นนนท์เอาไปส่งให้ที่ร้านเองแต่กลับมาต้องได้กินของอร่อยๆตอบแทนนะ เนี่ยๆอ่านหนังสือทั้งวันท้องร้องหิว หิวอีกแล้ว”
“จ้า พ่อคนตะกระ” เด็กสาวก็กำลังตั้งใจทำอาหารมื้อเที่ยงให้เพื่อนสนิทอยู่นี่ไงเล่าเมื่อเช้าก็ทานไปตั้ง 2 จาน ตามด้วยไอศกรีมผลไม้รวมอีกถ้วยเบ้อเร่อ...คนอะไรก็ไม่รู้กินเก่งจังเลย
แล้วพนักงานส่งขนมกิตติมาศักดิ์ก็ทำหน้าที่ของตนได้อย่างไม่มีข้อบกพร่องไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำณนนท์เดินกลับมาในซอยบ้านที่คุ้นเคย
ปรึ๊นซ์
แท็กซี่สีชมพูวิ่งเฉี่ยวเขาไปนิดเดียว เกือบได้เืตกยางออกแล้วมั้ยล่ะณนนท์มองตามรถโดยสารที่ขับเร็วปานนรถซิ่งไปหยุดตรงหน้าบ้านของเขาแล้วไม่นานเด็กสาวผมยาวพร้อมกระเป๋าเดินทางใบโต ก็ลากอ้อมรถผ่านเข้าไปในบ้านของตัวเอง
“นนท์” ละอองดาววิ่งหน้าตื่นมายังรั้วหน้าบ้านพร้อมถุงผ้าที่บรรจุหนังสือของเขาไว้
“เป็อะไรขิม มีอะไรหรือเปล่า” สีหน้าเธอไม่ค่อยสู้ดีเขาก็ไม่สบายใจไปด้วย
“น้องเปียโนกลับมาจากอังกฤษแล้ว เอานี่...หนังสือดินสอของนนท์ขิมเก็บใส่ไว้ในนี่หมดแล้ว” ณนนท์รับถุงผ้าไว้กับตัวอย่างงงๆ...ปุณสิริกลับมาจากต่างประเทศหลังจากไปเรียนคอร์สภาษาหนึ่งเดือนเต็ม่ปิดเทอม
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขา
“...”
“นนท์กลับบ้านไปก่อนนะ ขิมขอร้องล่ะ” ละอองดาวไม่สบายใจเลยเธอกลัวว่าน้องสาวจะไม่พอใจหรือเข้าใจผิดอะไรอีก จริงๆแล้วณนนท์แค่มานั่งอ่านหนังสือมาช่วยทำขนม ส่งขนมความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอยังคงเป็เพื่อนที่สนิทและห่วงใยกันเหมือนเดิมไม่มีอะไรมากกว่านั้น
“ได้สิ ขิมไม่ต้องเป็ห่วงนะ นนท์เข้าใจแล้ว” นางฟ้าของเขาเป็ห่วงความรู้สึกของน้องสาวเหมือนอย่างเคยอะไรก็ตามที่ทำให้เด็กสาวสบายใจณนนท์พร้อมจะทำเสมอ เขาเคยบอกเธอไปแล้ว
ให้เป็อะไรก็ได้ ให้อยู่ตรงไหนก็ยอม
เพื่อละอองดาวแล้ว ณนนท์เป็ได้ทุกอย่าง
“อ้าว ไปไหนมาว่ะ” ดาราดาวรุ่งชายเพราะข่าวฉาวๆที่มีออกมาไม่ซ้ำแต่ละวัน เดินห่าวหวอดลงมาจากห้องนอนในเวลาเที่ยง
“ไปอ่านหนังสือข้างนอกมา” ว่าที่คุณหมอตอบพี่ชายแบบส่งๆ
“ไปหาสาวอีกละเซ่ เป็ไงว่ะได้กันหรือยัง”
“ไอ้ภัทร” เพราะห่างกันแค่ 3 ปีรวมถึงการกระทำ การวางตัว การพูดจาของณภัทรไม่เคยทำให้ณนนท์ที่เป็น้องกว่านับถือเลยได้สักครั้ง
“อะไรว่ะ ถามแค่นี้ทำเป็โกรธ ว่าแต่มีอะไรกินบ้างว่ะ หิวฉิบหาย” เมื่อคืนทานอาหารในผับเเล้ว แต่ก็อ้วกออกหมดในเวลาต่อมาตื่นขึ้นมาดาราวัยรุ่นจึงหิวไส้แทบขาด
“...” ณนนท์เลิกสนใจพี่ชายที่ทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโต
เกร่ง เพล้ง เพล้ง “นี่มันอะไรว่ะไอ้นนท์ ไม่มีอะไรแดกเลยหรือไง นอกจากน้ำเปล่า” ตู้เย็นเกลี้ยงแววราวกับไม่มีคนอยู่อาศัย มาม่าซักซองก็ยังไม่มีให้ดาราดังได้รองท้อง
“ก็เห็นมั้ยล่ะ” ตัวเองก็ไม่เคยสนใจบ้านช่อง ไม่ค่อยกลับมาดูแลยังจะมาบ่นให้น่ารำคาญอีก ณนนท์เก็บหนังสือแล้วลุกขึ้นไปอ่านในห้องนอนส่วนตัวอยู่ด้านล่างร่วมกับพี่ชายมีหวังสมาธิของเขาหายกระเจิง ว่าที่คุณหมอที่กำลังจะเริ่มต้นอ่านหนังสือหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยแปลกๆดังมาจากด้านล่างณนนท์รีบเร่งฝีเท้าลงมาดูว่าใช่คนที่คาดการณ์ไว้หรือเปล่า
“ขิม” สายตาจ้องมองเด็กสาวที่วุ่นวายอยู่กับปิ่นโตสีสวยโดยมีพี่ชายของเขาที่ถือช้อนชามอยู่ใกล้ๆ
“อ้าวนนท์ ขิมเอากับข้าวของนนท์มาส่งนะ พอดีเลยพี่ภัทรก็กำลังหิวบอกว่าที่บ้านไม่มีอะไรทาน” ละอองดาวได้ฟังก็รู้สึกสงสารทันทีเธอรู้ว่าหากณนนท์อยู่บ้านคนเดียวก็ต้องพึ่งพาอาหารที่หล่อนเป็คนทำหรือไม่ก็ต้องพึ่งร้านก๋วยเตี๋ยวข้าวมันไก่หน้าปากซอย
“กับข้าวของนนท์ไม่ใช่เหรอ คนอื่นห้ามเตะเด็ดขาดนะ” จอมห่วงวิ่งมาจับฉวยสมบัติของตนเอง
“อะไรกันนนท์ ขิมตักมาให้ตั้งเยอะ ขี้หวงเหมือนเด็กไปได้” ละอองดาวเอ็ดเบาๆ สาวน้อยจัดการเอาข้าวหอมมะลิหอมๆร้อน อาหารอีก 3 อย่างมาวางเรียงรายบนโต๊ะ
“เออ...ไอ้นนท์อย่ามาทำหวงกับพี่หน่อยเลย อื้ออหืออออ...” คนหิวรีบตักทาน เพียงคำแรกก็ต้องร้องอุทานลั่น อร่อย อร่อยสุดๆอร่อยกว่าร้านดังๆ ร้านแพงๆตามห้างร้านทั่วไป
“ภัทร เห้ย พอแล้วนั่นมัน...” นั่นมันของโปรดของเขา สองพี่น้องเปิดศึกแย่งอาหารกันตรงหน้าณนนท์เองก็หิวน้อยกว่าพี่ชายเสียที่ไหนล่ะ ละอองดาวหมดคำจะเอื้อนเอ่ยปล่อยให้สองพี่น้องปะทะวาจากันตามลำพังเธอเองรีบกลับบ้านเพราะถึงเวลาต้องพลิกตัวให้บิดาที่นอนป่วยแล้วเช่นกันสายตาซุกซนของณภัทรเเอบเหล่มองตามก้นงอนงามของเด็กสาวข้างบ้านโดยไม่ให้ใครรู้ตัว
น่าลองว่ะ!
“อืม...อิ่มว่ะ แฟนแกนี่ทำกับข้าวอร่อยเหาะไปเลยไอ้นนท์” 15 นาทีผ่านไป พี่ชายนั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่วงท่าที่สบาย
“หุบปากไปเลย” ณนนท์เก็บถ้วยชามล้างปิ่นโตจนสะอาดอีกสักพักเขาค่อยนำมันไปคืนเ้าของ
“เอ้า พูดผิดตรงไหนว่ะ ไม่ใช่แฟนแต่เป็เมียแล้วใช่ไหมล่ะ” ถ้าเป็เขาหน่อยไม่ได้ เด็กสาวกี่รายกี่รายถ้าณภัทรรูปหล่อหมายปองเเล้วล่ะก็ย่อมมานอนอ่อนระทวยใต้ร่างภายในเวลาไม่เกินหนึ่งวัน
“หยุดลามปามขิมได้แล้ว ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” ใครมาได้ยินเข้านางฟ้าของเขาจะเสียหายขนาดไหนละอองดาวสูงส่งเกินกว่าที่ไอ้พี่ปากพล้อยๆจะมากล่าวหานินทา
“โอ้โห้ ห่วงเสียด้วยว่ะ ระวังนะโว้ย ทั้งสวย ทั้งแสนดีปานนางฟ้าแบบนี้ ระวังหมามันจะคาบไปแดกกินเสียก่อน”ณภัทรก็ปากเลี้ยงสุนัขมาแต่ไหนแต่ไร ดาราหนุ่มพูดไปเพราะหวังผลนะหากน้องไม่ลอง เขาเองหากมีโอกาสเมื่อไหร่ ก็จะขอลองชิมสาวน้อยเเสนบริสุทธิ์ดูสักครั้งผิวขาวลออ กลิ่นกายหอมๆ ถ้าได้สักครั้งณภัทรจะตั้งใจทำงานเลยคอยดูสิ...น้องขิมคนสวย
“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทู ยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทู ยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทู ยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทู....ยู”คุณปัทมาส่งเค้กชิ้นสวยภายใต้แบรนด์ร้านขนมของตนเองส่งไปให้บุตรสาวสุดที่รักปุณสิริอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ในวันนี้
“คุณแม่ขอให้น้องเปียโนมีความสุข ความสมหวังในชีวิตทุกอย่างนะลูก ขอให้สอบได้คณะมหาลัยที่หวัง” ปาร์ตี้ย่อมๆที่ไม่เกิดขึ้นนานแล้วในบ้านภักดีวิสูตร
ฟู่ ฟู่ ฟู่ เทียน 9 เล่มถูกเป่าให้ดับลง
“ขอบคุณนะคะคุณแม่ น้องเปียโนอยากขอของขวัญจากคุณแม่อยู่พอดีเลย” คำอวยพรของมารดาช่างตรงใจบุตรคนเล็กเหลือเกิน
“อยากได้อะไรเป็ของขวัญรึเรา” คุณปัทมาวางเค้กที่ลูกสาวเพิ่งเป่าดับวางลงบนโต๊ะ
“น้องเปียโนอยากได้รถเก๋งค่ะ เอาไว้ขับไปเรียนตอนมหาลัยไงคะคุณแม่ขา”เดือนหน้าก็จะสอบเข้ามหาลัยแล้ว เด็กสาวมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าเธอต้องทำได้อย่างแน่นอน
“มันอันตรายนะลูก อีกอย่างน้องเปียโนก็ยังขับรถไม่เป็ ใบขับขี่ก็ไม่มี”
“จะไปยากอะไรคะคุณแม่ อายุก็ 18 ปีแล้ว น้องเปียโนจะไปเรียนขับรถแล้วก็สอบใบขับขี่ไปในตัวเลยค่ะเดี๋ยวนี้จ่ายเงินไม่กี่พันเขาก็การันตีขับรถได้พร้อมใบขับขี่กันทั้งนั้น” ปุณสิริมองทุกอย่างเป็เื่ง่ายไปหมด ทุกวันนี้เธอเดินทางไปโรงเรียนโดยไป-กลับโดยรถแท็กซี่นะพอได้แต่หากไปเรียนมหาลัยแล้วยังไม่มีรถเป็ของตัวเอง...อายเพื่อนๆตายเลย
“แม่ว่ารออีกหน่อยดีมั้ยลูก ณนนท์เองขับรถได้เเต่ก็ยังไม่เห็นมีรถเลย”หญิงวัยใกล้เเซยิดหยิบยกตัวอย่างเพื่อนบ้านใกล้เคียง คนนั้นก็เรียนหมอเหมือนกันไม่เห็นมีความจำเป็ต้องใช้รถใช้ราแล้วอีกอย่างเขาก็ไป-กลับบ้านบ่อยมาก เสมือนว่าเรียนอยู่มหาลัยใกล้ๆยังไงยังนั้น
“พี่ณนนท์ไม่มี น้องเปียโนเลยจำเป็ต้องมีไงคะคุณแม่ ่วันหยุดเสาร์อาทิตย์เราจะได้กลับบ้านพร้อมกันไปเรียนพร้อมกันด้วย” สิ้นสุดประโยคนี้ปุณสิริแอบชำเลืองมามองพี่สาวของตนเองที่นั่งฝั่งตรงข้าม
วันนี้เด็กนักเรียนคนเก่งไปงานโอเพนเฮ้าส์ของคณะแพทย์มหาลัยดังจึงทำให้ปุณสิริรู้ว่านักเรียนแพทย์ขั้นปีที่ 1 อย่างพี่ชายข้างบ้านของเธอนั้นป๊อบปูล่าห์ระดับดาราดังก็ไม่ปานมองยังไงๆ พี่สาวอย่างละอองดาวก็ไม่มีส่วนไหนคู่ควรกับพี่ณนนท์เลยสักนิด
ก็แค่สวย แต่ไม่มีสมอง ไร้การศึกษาอีกต่างหาก เทียบกับเธอยังไม่เห็นฝุ่นเลยชิส์
“นะ นะ นะ นะ นะคะคุณแม่ ซื้อรถให้น้องเปียโนเถอะนะคะ ของมันต้องมีนะคุณแม่”ปุณสิริร้องอ้อนยามที่ตนเองอยากได้อะไรสักอย่างจนมันติดเป็นิสัยส่วนตัว
“อืม...ถ้าอย่างนั้นคุณแม่ขอดูๆ ก่อนก็แล้วกันนะลูก” คุณปัทมาไม่กล้าตกปากรับคำกลัวทำไม่ได้แล้วบุตรสาวจะเสียใจในอนาคต การมีรถสักคันหนึ่งมันไม่ใช่เื่เล็กเลยต้องมีเงินเป็แสนๆถึงจะได้รถมา
“ขอบคุณค่ะ น้องเปียโนรักคุณแม่จังเลยถ้าอย่างนั้นน้องเปียโนขึ้นไปอ่านหนังสือก่อนนะคะต้องสอบเข้ามหาลัยเดียวกับพี่ณนนท์ให้ได้เลยคอยดู” ปุณสิริไม่คิดยอมแพ้พี่สาวตัวเองง่ายๆหรอกให้มันรู้ไปสิว่ารักแท้จะไม่แพ้ความใกล้ชิด ความเหมาะสม หน้าตาทางสังคมในอนาคต
“น้องเปียโน” ละอองดาวเรียกน้องน้อยไว้เสียงอ่อย
“อะไร” ใบหน้าบึ้งๆหันกลับมาอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์
“ของขวัญวันเกิดจากพี่” กล่องสีแดงใบย่อมถูกยื่นไปให้น้องสาวละอองดาวตั้งใจและพยายามกับเ้าของสิ่งนี้มาตลอด 1 สัปดาห์เต็มด้วยหวังว่าปุณสิริจะชอบผ้าพันคอแสนสวยที่เธอถักให้
“ของพันนี้ใครเขาอยากได้กัน” ปุณสิริรับมาถือไว้ลองเขย่าแล้วขว้างทิ้งทันที
“น้องเปียโน” มารดากำลังจะร้องห้ามปราบแต่ไม่ทันเสียแล้วบุตรคนเล็กวิ่งขึ้นบันไดโครมคราม นางจึงลุกไปเก็บกล่องของขวัญด้วยตัวเอง
“ไม่ต้องเสียใจนะคะน้องขิม น้องเขาไม่อยากได้แต่คุณแม่อยากได้นะไหน...แม่เกะดูสิว่าคืออะไร” คุณปัทมาก็หนักใจกับกิริยาที่ปุณสิริมีต่อละอองดาวนับวันมันยิ่งหนักเข้า หนักเข้า จนเพลียใจ
“ฮึก ฮึก ผ้าพันคอค่ะ น้องขิมถักเอง”
“โอ้โห้ สวยมากเลยลูก ถ้าน้องไม่เอางั้นคุณแม่ขอได้หรือเปล่าคะ สวยกว่าตามช้อปในห้างคนดีจะยกให้คุณแม่มั้ยน่า” นางลากเสียงยานทำได้ดีที่สุดก็แค่ปลอบใจคนตัวเล็ก
“ได้สิคะ ถ้าคุณแม่ชอบน้องขิมจะทำให้อีกหลายๆผืน” ละอองดาวเริ่มคลายใบหน้าเศร้าสร้อยของตัวเอง
“น้องขิมลูกแม่เก่งจังเลย ทำอาหาร ทำขนม ทำอะไรก็สวยก็ดูดีไปหมดทุกอย่าง”ละอองดาวช่างเป็เด็กที่มีพร์เหลือเกิน จับนั้นฝึกนี้นิดหน่อยก็สร้างสรรค์ผลงานออกมาได้เทียบเท่ามืออาชีพต้องยอมรับว่าตลอดหลายเดือนที่สร้างธุรกิจร้านขนมขึ้นมาความสำเร็จประมาณ 80เปอร์เซ็นต์มาจากบุตรสาวอุปการะคนนี้คนเดียว
“เื่รถ น้องขิมว่าเราซื้อให้น้องดีมั้ยคะ” จะว่าไปทั้งบ้านก็ไม่มีรถสักคันรถของคุณพ่อก็ถูกทางการอายัติเอาไว้จนกว่าคดีความจะสิ้นสุด ซึ่งก็ไม่รู้อีกนานเท่าไหร่การที่ครอบครัวของเราจะต้องมีรถสักคันมันจำเป็อย่างที่ปุณสิริว่านั่นแหละ
“แต่ว่าเทอมหน้าน้องขิมสัญญากับคุณแม่ว่าจะกลับไปเรียนต่อนี่ลูก” เงินกำไรที่ได้มาน่าจะเพียงพอต่อการดำรงชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆเื่รถคุณปัทมามองว่ายังไม่จำเป็ด้วยซ้ำ
“คุณแม่อย่าโกรธน้องขิมนะคะ ถ้าน้องขิมบอกว่าไม่อยากเรียนแล้วน้องขิมอยากทำขนม อยากดูแลคุณพ่ออย่างใกล้ชิดแบบนี้มากกว่า” ปริญญาไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคนหรอกแม้มันจะเป็ความฝันของพ่อแม่ส่วนใหญ่ก็ตามสำหรับละอองดาวความฝันของเธอไม่ใช่การศึกษาสูงๆไม่ใช่หน้าที่การงานที่ดีมีชื่อเสียง มีเกียรติยศ เธอขอแค่ได้ทำงานสุจริตได้ดูแลแทนคุณบุพการี ความสุขของเธอมีอยู่แค่นี้
“โธ่ ลูกแม่น้องขิมยอมเสียสละไม่เรียนเพื่อรถยนต์ของน้องเปียโนอีกแล้วใช่ไหมลูก” คุณปัทมามั่นใจว่านางคิดถูก
“ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกค่ะน้องขิมคิดว่าน้องเปียโนต้องพยายามอย่างหนักกว่าจะสอบติดแพทย์ได้คิดเสียว่าซื้อให้น้องเป็ของขวัญวันเกิดแล้วก็แด่คุณหมอเปียโนคนสวยในอนาคตยังไงล่ะคะเมื่อน้องเปียโนได้เป็หมอ ต่อไปครอบครัวของเราใครเจ็บ ใครป่วยก็หายห่วงแล้วค่ะ”ละอองดาวเผลอยิ้มเมื่อคิดถึงอนาคตอันงดงามของน้องรักปุณสิรินี่แหละคือตัวแทนของเธอ ตัวแทนของทุกคนในตระกูลภักดีวิสูตรคนที่จะมาเชิดหน้าชูตา กู้คืนศักดิ์ศรีและเกียรติยศให้กลับมาสู่วงศ์ตระกูลอีกครั้ง
เื่ปฎิเสธการเรียนต่อทำเอาละอองดาวนอนก่ายหน้าผากนอนไม่หลับไปค่อนคืนไม่ใช่ว่าลังเลหรืออยากเปลี่ยนใจหรอกนะ แต่เป็เพราะว่าเด็กสาวไม่รู้จะบอกกล่าวเื่นี้กับณนนท์อย่างไงนะสิรายนั้นน่ะเขาเข้าเว็บติดตามวันรับสมัคร สมัครสอบออนไลน์แล้วไหนจะสรุปเนื้อหาสอบเข้าคณะคหกรรมศาสตร์ในมหาลัยเดียวกันกับเขาอีก ณนนท์เตรียมไว้ให้เธอหมดทุกอย่าง
“เปิดเทอมหน้านนท์ดีใจที่สุดเลยรู้หรือเปล่า”
“ทำไมเหรอนนท์”
“ก็นนท์จะได้เรียนมหาลัยเดียวกันกับขิมไงแบบนี้ต้องไปนั่งเฝ้าให้ถึงหน้าห้องเรียนแล้วล่ะ”
“นนท์นะเวอร์ตลอด ตัวเองก็เรียนหนักจะตายจะมาตามเฝ้าขิมอีกทำไม”
“ได้ไงล่ะ ขิมน่ะไม่เคยรู้ตัวเลยว่าตัวเองทั้งสวยทั้งน่ารัก เดินไปซื้อของไปตลาดเเต่ละที คนโน้นคนนี้มองกันเเทบหงายหลัง" มันเป็ความทุกข์ของณนนท์ที่ละอองดาวไม่มีวันจะเข้าใจเธอนะเหมือนดอกฟ้า ที่หมาวัดอย่างเขาต้องคอยตามประกบอย่างใกล้ชิด
"ถ้านนท์ไม่ไปเฝ้านะ มีหวังหนุ่มๆมาขอความรักกันเป็แถว แบบนั้นนนท์ก็แย่สิ”เขารักของเขามาตั้งนานอยู่ๆจะให้ใครมาแย่งไป...ข้ามศพณนนท์คนนี้ไปก่อนเถอะ
“นนทพูดอะไร เพ้อเจ้อชะมัด”
นึกย้อนเื่ที่พูดคุยกันเมื่อวันก่อนเเล้วรู้สึกเครียด
“เฮ้อ ถ้าขิมไม่เรียนแล้วนนท์จะโกรธขิมหรือเปล่านะ” ละอองดาวไม่มั่นใจว่าเขาจะโกรธเธอหรือเปล่าเพราะเด็กหนุ่มไม่เคยโกรธเธอสักครั้งแต่มีข้อหนึ่งที่มั่นใจได้เลย ณนนท์ต้องผิดหวังและเสียใจมากแน่ๆในการตัดสินใจครั้งนี้
“นนท์ถึงบ้านแล้วยัง” ละอองดาวกรอกเสียงไปตามสาย
“ถึงแล้วครับ เพิ่งวางกระเป๋าเลยนะ วันนี้รถติดชะมัด” การจราจรเป็อัมพาต กว่าเขาจะถึงบ้านก็ปาไป 2 ทุ่ม
“หิวหรือเปล่า ถ้าหิวเดี๋ยวขิมจะตักอาหารไป” วันนี้ละอองดาวเช็ดเนื้อตัวและให้บิดาทานยาก่อนนอนก่อนเวลาไป15 นาที มีเื่ไม่สบายใจที่ต้องบอกณนนท์ให้รับรู้โดยด่วน
“หิวสิ หิวจะตายอยู่แล้ว” คนหิวธรรมดาๆใส่แอ๊คติ้งให้มันดูเวอร์ๆเข้าไว้นางฟ้าจะมาโปรดให้หายคิดถึงถึง
่เวลากลับบ้านมันมีความสุขรออยู่อย่างนี้ไงล่ะเพื่อนๆหลายคนชอบบ่นว่าเขาเอาเวลาไหนไปอ่านหนังสือ ไปพักผ่อนแทนที่จะพักอยู่หอสบายๆ แต่นี่อะไร เล่นกลับบ้านเกือบทุกวันทั้งๆที่รู้ดีว่าต้องเสียเวลาไป-กลับอยู่บนรถ3-4 ชั่วโมงเป็อย่างต่ำ
ลองมาเป็ณนนท์ดูสิ...เหนื่อยกว่านี้เขาก็ยอมเมื่อเห็นใบหน้าหวานๆของละอองดาวขยับมาใกล้มาใกล้ทุกที
“ขิม”
“กุ้งผัดบร๊อคโคลี่กับแกงเขียวหวานไก่ของโปรดนนท์นะ” ใบหน้าของเธอพยายามยิ้มแล้วชูเถาปิ่นโตน่ารัก
“ว้าว ลาภปากของไอ้นนท์อีกแล้ว” แค่ได้ยินชื่ออาหารจานอร่อยน้ำย่อยในกระเพาะก็ทำงานไฮโปทาลามัสส่วนที่ติดกับเซรีบรัมกับก้านสมองสั่งงานให้เกิดความหิวขึ้นทันที
“ทานเลยนะ เดี๋ยวขิมจัดให้” อาหารพร้อมน้ำดื่มเย็นๆวางเรียงรายตรงหน้าณนนท์ชายหนุ่มรีบตักจ้วงเข้าปากทันทีไม่รีรออะไรอีกแล้ว
“ขิมทานด้วยกันสิ” ของโปรดเธอทั้งนั้นด้วยนี่น่า
“ขิมทานพร้อมคุณแม่แล้วล่ะ”
“อ๋อ แล้วทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ” คนที่ควรจะมีความสุขทำไมถึงทำหน้าเหมือนซังกะตายแบบนั้น ณนนท์วางช้อนลง ถ้าเขาไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรที่ทำให้นางฟ้าของเขาไม่สบายใจ...ย่อมทานต่อไม่ลงหรอก
“นนท์ทานข้าวก่อนสิหรือว่าเบื่อกับข้าวขิมแล้ว” จมูกน้อยย่นมาเกือบถึงปาก
“ก็ได้ครับ ใครว่านนท์เบื่อล่ะ เบื่อที่ไหนกินได้ทั้งชีวิตนั่นแหละแต่มีใครก็ไม่รู้แถวนี้ไม่ยอมรับสักที” เมื่อไหร่หนอละอองดาวจะรับเขาเป็แฟนก็มีแต่เขาที่เป็แฟนของเธอข้างเดียวมานาน นานมากแล้ว
ณนนท์จัดการอาหารสุดแสนอร่อยตรงหน้าจนหมดเกลี้ยงมีเท่าไหร่เขาก็ไม่เคยอิ่ม เคยพอสักครั้ง
“ขิมนั่นเป็ตำราของคณะคหกรรมที่ขิมจะสอบน่ะ นนท์ซื้อมาให้ 2เล่ม เพราะของอาจารย์ท่านนี้บรรยายดี เข้าใจง่าย” เขาสกรีนหนังสือด้านนี้แทบจะครบทุกเล่มที่วางอยู่บนเชฟ์ลหนังสือว่าที่คุณหมอชี้ชวนให้ดูก่อนตนเองจะลุกขึ้นไปล้างทำความสะอาดจานชามให้เรียบร้อย
“อ่อ เออ...” ละอองดาวไม่กล้าบอกจริงๆ กลัวจะเห็นใบหน้าที่ผิดหวังและเสียใจของณนนท์
“เออ...นี่อะไรเหรอนนท์” เด็กสาวเบี่ยงเบนความสนใจไปเื่อื่นหยิบเ้าแผ่นกระดาษเอสี่ขึ้นมาอ่านแทน
“อ๋อ เอกสารนะ พรุ่งนี้ทางคณะจะจัดพิธีทำบุญใหญ่นนท์ต้องเตรียมของเยอะแยะเลย” ชายหนุ่มบรรยายไปพร้อมเช็คปิ่นโตให้แห้ง
“แต่งชุดนักศึกษาสุภาพ เตรียมธูป เทียนและพวงมาลัย” ละอองดาวอ่านตามลงมาเรื่อยๆ
“นี่ดึกแล้วนะ วันนี้แปลกแฮะขิมยังไม่ยอมกลับบ้าน ปกติมาแค่แวบเดียวแล้วก็หาย”เด็กหนุ่มรู้ดีว่าเ้าหล่อนห่วงเื่ความเหมาะสมหนุ่มสาววัยอย่างนี้ให้อยู่ด้วยกันตามลำพังยามวิกาลเห็นจะไม่ควร
นางฟ้าของเขา รักนวลสงวนตัวอย่าบอกใครเชียวล่ะ
“ขิมมีเื่จะปรึกษานนท์” ไม่บอกวันนี้วันหน้าณนนท์ก็ต้องรู้อยู่ดี สู้บอกไปั้แ่เนิ่นๆเสียดีกว่า
“มีเื่ไม่สบายใจจริงๆสินะ” ณนนท์ก้าวมานั่งใกล้ๆเด็กสาวที่นั่งหน้าอมทุกข์เซ้นของว่าที่คุณหมอมันแรงคิดเอาไว้แล้วว่าเธอต้องมีปัญหาบางอย่าง
“ขิมตัดสินใจว่าจะไม่เรียนต่อแล้ว” ได้บอกมันก็โล่งใจแต่ความรู้สึกอื่นนะสิค่อยๆตีรนขึ้นมา
“อำนนท์เล่นหรือเปล่าขิม วันก่อนยังบอกนนท์อยู่เลยว่าจะพยายามสอบเข้าคณะคหกรรมให้ได้นะไม่ต้องเครียดนะถ้าไม่ติดที่เดียวกัน ก็พยายามสอบที่อื่นดูก็ได้นี่ขิมของนนท์ทำได้อยู่แล้ว” มหาลัยที่เขากำลังเรียนอยู่ค่อนข้างมีชื่อเสียงมากไม่ว่าจะคณะไหนคนที่สอบเข้าได้ก็ต้องเป็ระดับหัวกะทิในแต่ละสายอยู่แล้ว
“สาเหตุไม่ใช่เื่นั้นหรอก” ถึงแม้เธอสอบเข้ามหาลัยดังไม่ติดก็คงไม่รู้สึกกดดันเหมือนอย่างตอนนี้
“แต่ขิมสัญญากับนนท์แล้วนะ สัญญากับคุณลุงคุณป้าแล้วด้วยว่าจะเรียนต่อ”ณนนท์ไม่เข้าใจเลยจริงๆ เขาไม่อยากจะเข้าใจด้วย
“ขิมบอกคุณพ่อกับคุณแม่แล้วล่ะ ท่านไม่ได้ห้ามอะไร” ใครว่า...มารดาพยายามแล้วแต่สู้ความตั้งใจของเธอไม่ได้ต่างหาก
“อะไรอีกล่ะ น้องเปียโนอยากไปเรียนหมอที่ต่างประเทศเหรอ หรือว่าอยากได้อะไรแพงๆอีก”เขาเชื่อว่าเขาเดาไม่ผิด ยิ่งคนตรงหน้าพยายามหลบตา ตรรกะของเขายิ่งเข้าใกล้ความจริง
“เพราะขิมไม่อยากให้คุณแม่ทำงานหนักต่างหาก” สาวน้อยพยายามเบี่ยงเบน
“คุณป้าบอกว่าจะรับคนงานเพิ่มนี่ ให้มาทำขนมสูตรง่ายๆแทนขิมไปก่อน มีครูเก่งๆแบบขิมเป็คนสอนไม่นานต้องทำได้รสชาติอร่อยเหมือนกันแน่ๆ”แล้วไหนจะเ้าตัวที่บอกว่าจะอาสามาช่วยตอนเย็น ตอนว่างจากการเรียน่วันหยุดก็ว่าง ทุกอย่างถูกวางแผนไว้หมดแล้ว แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น
“ถ้าจ้างคนเพิ่มมันมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นนนท์ก็รู้นี่ ขิมกลัวจะไม่พอ”
“ไม่พอ ไม่พอสำหรับอะไร...ขิมจะบอกนนท์หรือเปล่าหรือจะให้นนท์ไปถามคุณป้าด้วยตัวเองตอนนี้ เวลานี้” ณนนท์ลุกขึ้นจากโซฟาจริงๆแต่ละอองดาวเกาะแขนเพื่อนสนิทเอาไว้แน่น
“อย่านะ อย่านนท์ คือว่า คือ”
“ขิม” ถ้าเธอไม่บอก เขาจะไปถามให้รู้ดำรู้แดงเธอจะโกรธเขาก็ช่างมัน
“คือว่าพวกเราจะซื้อรถเก่งสักคันนะเอาไว้ใช้งานจะได้ขนส่งขนมสะดวกขึ้นด้วยไงนนท์” ละอองดาวเฉลยให้ฟัง
“ซื้อรถเนี่ยนะ...” ณนนท์ครุ่นคิดไปมารถยนต์คันใหม่ที่บ้านฝั่งตรงข้ามอยากได้
“อ๋อ นนท์เข้าใจแล้ว น้องเปียโนอยากมีรถขับสินะ” เขาไม่เคยเห็นทีท่าที่คุณป้าปัทมาละอองดาวจะบ่นเื่การเดินทางมาก่อน ค่าขนส่งที่จ้างรถแท็กซี่ต่อครั้งแค่50 บาทเพราะบ้านกับร้านห่างกันไม่กี่ร้อยเมตร เส้นทางเอยความแออัดอะไรก็ไม่มีเป็อุปสรรค
ถ้าไม่ใช่ความ้าของปุณสิริก็ไม่มีของใครแล้ว
“ไว้ให้น้องเปียโนขับไปเรียนด้วยก็ใช่ แต่หลักๆก็ไว้ใช้ไว้ซื้อของ ส่งขนมต่างหาก”ละอองดาวยังมีความพยายาม
“หึ ขิมต้องเสียสละอีกเท่าไหร่นะ ทำไมน้องเปียโนไม่รอให้เรียนจบ มีงานมีเงินแล้วค่อยซื้อรถด้วยตัวเองแค่ทุกวันนี้คนอื่นๆที่บ้านต้องทำงานงกๆส่งเสียให้เรียนก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้วงานการก็ไม่เคยคิดจะช่วยสักอย่าง ครั้งนี้นนท์ไม่ยอมนะ พรุ่งนี้นนท์จะไปพูดกับน้องเปียโนให้รู้เื่”ทำอย่างนี้กับพี่สาวได้ไง ทำไมปุณสิริมีเเต่ได้ ได้ ได้กับได้ส่วนนางฟ้าของเขาต้องสูญเสียโอกาสมากมายในชีวิตอยู่ฝ่ายเดียว
“ไม่เอา อย่านะนนท์ ห้ามเด็ดขาด” ปัญหาที่ถูกแก้ไขไว้แล้วจะยิ่งลุกลามบานปลายนะสิแค่น้องไม่รัก น้องไม่สนใจก็เลวร้ายมากพออยู่แล้ว หากณนนท์ไปคุยจริงๆเชื่อเถอะว่าปุณสิริจะไม่โกรธเกลียดเขาหรอก
แต่ความโกรธความเกลียดเ่าั้มันจะตกมาอยู่ที่เธอแทน...ถ้าเป็อย่างนั้นละอองดาวต้องทำดีต้องพยายามอีกมากเท่าไหร่ น้องสาวถึงจะกลับมาคืนดีกับตน
พี่สาวต่างสายเืจากบ้านเด็กกำพร้าอย่างเธอต้องพยายามอีกกี่ปีกี่ชาติกัน
“นนท์ถามหน่อย ถ้าวันหนึ่งน้องเปียโนมาชักดิ้น ชักงอ มาร้องไห้จะเป็จะตาย ขอร้องให้ขิมปล่อยนนท์ให้ขิมเลิกยุ่งกับนนท์ ให้เราต้องห่างกัน ขิมจะยอมน้องมั้ย” ความรู้สึกมากมายถูกพรั่งพรูออกมาอย่างสุดกลั้นณนนท์น้อยใจเป็ที่สุด
“...” ขิมไม่ปล่อยมือนนท์หรอก นนท์ดีกับขิมมากมายเหลือเกินขิมจะกล้าทำร้ายนนท์ได้อย่างไร ละอองดาวได้เเต่พูดกับตัวเองในใจ
ไร้เสียงขานตอบจากนางฟ้าใจร้ายที่ตอนนี้น้ำตาเริ่มคลอหนวย เห็นดังนั้นหัวใจของณนนท์เริ่มสั่นๆหน้าอกจุกแน่นตีรนขึ้นมา...เขาควรหยุดใช่ไหม
“กลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ ใกล้จะ 3 ทุ่มแล้ว” ละอองดาวทำงาน ทำโน้นทำนี้มาทั้งวันเธอควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อสุขภาพร่างกายที่ดี
“นนท์อย่าคุยเื่นี้กับน้องเปียโนนะ ขิมขอร้องล่ะ ปล่อยให้มันผ่านไปได้ไหม”
“ได้...ได้สิ...ได้เล๊ยย ขิมขออะไรไอ้นนท์คนนี้เคยกล้าปฎิเสธด้วยเหรอ แต่จำเอาไว้อย่างนะถ้าวันไหนน้องเปียโนขออะไรที่มันมากกว่านี้นนท์จะไม่มีวันยอมอีกเด็ดขาด” เท่านี้ก็หนักหนากับนางฟ้าตัวน้อยของเขามากเกินพออยู่เเล้ว
ณนนท์จะยอมเป็ครั้งสุดท้าย...เขาจะทำได้ไหมหนอ เมื่อหัวใจไม่รักดีมันยอมศิโรราบให้นางฟ้าตรงหน้าอยู่ร่ำไป
ณนนท์ต้องตื่นก่อนตี 5 เพื่อออกไปรอรถโดยสารเที่ยวแรกประมาณตี 5 ครึ่งหากเขาพลาดไปขึ้นรถเที่ยว 6 โมงเช้าแล้วล่ะก็ เตรียมโดนอาจารย์ตัดคะแนนมาสายไว้ได้เลยรั้วประตูบ้านถูกเปิดออกพร้อมสายตาไวไวของเด็กหนุ่มเห็นเด็กสาวร่างเล็กป้วนเปี้ยนทำอะไรบางอย่างอยู่ที่รั้วหน้าบ้าน
“ขิม”
“นนท์” ขานชื่อเขาเสียงแ่ฟังเเล้วน่าใจหาย
“ทำอะไร นี่มันพวงมาลัยนี่” ณนนท์รู้ว่าละอองดาวตื่นเช้าอยู่เสมอต้องตื่นมาเตรียมขนมในร้านั้แ่ตี 4 เขาเพ่งมองช่อมาลัยช่องามประณีตพร้อมด้วยธูปเทียนในถุงผ้าแขวนไว้ตรงรั้วบ้าน
“ขิมเห็นว่านนท์ต้องใช้เลยเตรียมให้ ตี 5.20 แล้วนะนนท์รีบไปเถอะเดี๋ยวจะไม่ทันรถ”
“อืม” เขาตอบสั้นๆห้วนๆ พร้อมกับก้าวเดินจากไป
“เดี๋ยวนนท์” แน่นอนณนนท์หยุดและหันมามอง
“เย็นนี้รีบกลับบ้านนะ ขิมจะทำกับข้าวไว้รอ” ณนนท์เพ่งพินิจใบหน้าอ่อนระโหยโรยราเป็ไปได้ไหมว่านางฟ้าของเขาอาจจะไม่ได้นอนทั้งคืนหรือได้พักผ่อนน้อยมาก ตื่นมาทำขนมทำกับข้าว ดูแลบิดา ดูแลงานส่วนมากในบ้านหลังนั้นเพราะคุณปัทมาและป้าแช่มก็ง่วนวุ่นวายกับธุรกิจที่เปิด
ได้นอนบ้างหรือเปล่า
เหนื่อยมากไหมคนดี
ไหวหรือเปล่า ณนนท์ไม่มีโอกาสได้ถามคำถามเหล่านี้เลยคิดได้แบบนี้เขาก็เริ่มจะเข้าใจละอองดาวมากขึ้น เพราะหน้าที่ความรับผิดชอบของเธอหนักอึ้งเพราะเเบบนี้ใช่ไหม เื่การเรียนจึงไม่ใช่สิ่งที่จำเป็ที่สุดในชีวิตของเธอ...นี่ใช่ไหมที่ขิมอยากจะบอกนนท์
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวนนท์ทานจากข้างนอกบ้างก็ได้ ขิมพักผ่อนบ้างนะนนท์เป็ห่วงรู้ไหม” ณนนท์ก้าวเท้ามาหยุดข้างหน้าเธอไม่สนแล้วกับรถเที่ยวแรก ถ้าไม่ทันจริงๆค่อยใช้บริการวินมอเตอร์ไซต์ก็ได้
“อืมได้...แต่นนท์รีบกลับบ้านนะ ขิมจะทำกับข้าวไว้รอ ไม่ได้เหนื่อยอะไรหรอก”ละอองดาวก็ยังเป็ละอองดาวอยู่วันยังค่ำ เธอห่วงใยคนอื่นก่อน ส่วนตัวเองจะเป็คนสุดท้ายที่ห่วงเสมอ
“ก็ได้ครับ นนท์ไปเรียนก่อนนะ ขอบคุณสำหรับพวงมาลัยช่อนี้” ณนนท์อมยิ้มน้อยๆ แม้จะไม่เข้าใจกัน ทะเลาะกันบ้างแต่เขาก็กลับมาเข้าใจเธอได้เสมอละอองดาวงามทั้งกายงามทั้งใจ แบบนี้ไงเขาถึงโกรธเธอไม่ลงสักครั้ง ความดีมันชนะได้ทุกสิ่งอย่างที่ใครเขาพูดกัน…ณนนท์เป็คนหนึ่งที่ตกบ่วงแห่งรัก
แล้วเขาก็ไปไหนไม่รอด
“เอาพวงมาลัยไปให้นนท์แล้วเหรอคะน้องขิม” คุณปัทมาปลดผ้ากันเปื้อนแล้วเดินออกมาจากในครัว เหลือแค่รอให้ขนมฝีมือของลูกสาวคนเก่งอบสุกแล้วค่อยบรรจุใส่กล่องเพื่อจำหน่าย งานสำหรับเช้านี้ก็จะเสร็จสิ้น
“ให้แล้วค่ะ”
“บอกนนท์แล้วใช่ไหมลูก นนท์ว่าอะไรหรือเปล่า” เฮ้อ...จะทำอย่างไงดีกับคู่นี้ณนนท์เป็ถึงว่าที่คุณหมออนาคตไกล เขาช่วยเหลือทุกอย่างช่วยทุกทางทั้งเื่ร้านขนม เื่สมัครเรียนของบุตรสาวคนโต คุณปัทมารู้ดีว่าเด็กหนุ่มตั้งความหวังไว้สูงมากอยากจะเห็นละอองดาวได้เรียนในระดับที่สูงกว่านี้เทียบเท่ากับตนเอง
นางเป็แม่ที่ไม่ได้เื่เลยใช่ไหม แค่เื่เรียนของลูกก็ยังช่วยอะไรไม่ได้
“ก็เหมือนจะโกรธค่ะ แต่ทำไงได้ล่ะคะ” ในเมื่อเธอเลือกทางเส้นนี้แล้วทางเส้นเดียวที่ตั้งมั่นปฎิบัติตลอดมา นั่นคือการดูแลบิดามารดา ช่วยงานทำมาหากิน
“คุณแม่รู้ว่าน้องขิมทำเพื่อช่วยคุณพ่อกับคุณแม่ แล้วก็อยากตามใจให้น้องเปียโนมีรถถ้าเรามีเราตามใจได้นะลูก แต่ถ้าไม่มีจะตามใจอย่างไงไหวถ้าเกิดน้องเปียโนบอกว่าอยากได้รถเบนซ์ รถบีเอ็มพวกเราจะทำอย่างไง จะต้องตามใจน้องไปทุกอย่างเหรอคะ”อาจจะเป็เพราะนางกับสามีตามใจและแพ้ลูกอ้อนของปุณสิริมาตลอดไม่มีครั้งไหนที่เด็กน้อยไม่ได้ในสิ่งที่้า ทุกครั้งลูกสาวคนเล็กจะเอาเื่เรียนเื่สอบแข่งขันมายกอ้าง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ สำหรับนางจะไม่สำเร็จเหมือนทุกครั้งหรอกนะเื่รถยังไม่มีความจำเป็ขนาดนั้น
“แต่น้องขิมสงสารน้องนี่คะ ถ้าน้องมีรถขับก็จะสะดวกมากขึ้นนะคะคุณแม่”ละอองดาวพยายามพูดโน้นน้าวให้มารดาเข้าใจน้องสาวเหมือนที่เธอเข้าใจ
“เื่นี้เดี๋ยวแม่พูดเอง ถ้าน้องขิมไม่อยู่ข้างคุณแม่ก็เฉยๆไว้นะคะ”
“โธ่ คุณแม่” ละอองดาวใจคอไม่ดีเลยน้องสาวใกล้จะสอบแข่งขันเข้ามหาลัยแล้ว ไม่อยากเห็นน้องเครียดหรือไม่สบายใจเพราะเื่นี้
“เอาตามนี้เถอะลูก แล้วเื่ของน้องขิมกับคุณหมอณนนท์ล่ะลูกเป็ไงบ้างราบรื่นดีใช่ไหม”คุณปัทมาเปลี่ยนเื่ฉับพลันเล่นเอาเด็กสาวหน้าแดงแก้มแดงระเรื่อ
“ไม่มีอะไรจริงๆค่ะ ขิมกับนนท์เราเป็แค่เพื่อนที่ดีต่อกัน” ละอองดาวไม่มีวันพลั้งเผลอความรู้สึกที่แท้จริงออกมาอย่างเด็ดขาด
“เพื่อนสนิทที่ไหนเขาไปมาหาสู่กันแทบทุกวัน มีโทรหากัน มีทำกับข้าวให้ทานด้วย”นางส่งยิ้มกรุ่มกริ่ม
“คุณแม่ คุณแม่รู้เหรอคะ” มารดารู้ได้ไงนะในเมื่อท่านก็อยู่ประจำที่ร้านตลอด
“คุณแม่รู้ได้ไงไม่สำคัญหรอกค่ะ แม่ว่าน้องขิมควรบอกณนนท์เขาให้รู้ตัวบ้างก็ดีนะ”คุณปัทมาแกล้งแซวเล่น
“แต่ว่าน้องเปียโน น้องอาจจะ...” ละอองดาวมีเเต่สีหน้าหนักใจ
“น้องอาจจะไม่พอใจใช่ไหมลูก เื่ความรักมันห้ามกันไม่ได้หรอกนะคะน้องขิมคิดว่าคุณพ่อกับคุณแม่จะห้ามให้ณนนท์เลิกยุ่งกับลูกสาวแม่ได้จริงๆนั่นเหรอ” เคยปราบไปแล้วครั้งนึงแต่ดูเหมือนว่าณนนท์ไม่คิดจะถอดใจไปจากลูกสาวคนนี้เลยเด็กหนุ่มเป็คนจริงจัง จริงใจ เป็คนดีใช้ได้พ่อแม่อย่างนางได้เห็นแบบนี้ก็สบายใจหายห่วง
“คุณแม่” ละอองดาวหมดคำโต้เถียงมารดาทุกประการ
“คุณพ่อคุณแม่อนุญาตนะคะ ขออย่างเดียว...น้องขิมต้องอยู่ในกรอบนะลูกอะไรที่ควร อะไรไม่ควรคุณแม่เชื่อว่าน้องขิมหรือณนนท์เองรู้ดี รอให้โตเป็ผู้ใหญ่กว่านี้สักหน่อยถึงตอนนั้นคุณแม่จะไม่ห้ามค่ะ” คุณปัทมาทำหน้าที่ของแม่สอนลูกให้รู้จักรับผิดชอบชีวิตนางลูบศีรษะเด็กน้อยที่ซุกอยู่ในอ้อมกอดอย่างแสนรักนึกย้อนไปถึงครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าเด็กน้อยได้สบตากับแววตาใสซื่อบริสุทธิ์คู่น้อยๆ นับเป็เวลากว่า 18 ปีแล้วจากวันนั้นจนถึงวันนี้ละอองดาวไม่เคยทำให้นางเเละคู่ชีวิตเสียใจเสียน้ำตาได้เลยสักครั้ง
ไม่มี
วันนี้เป็อีกวันที่รถติดแน่นขนัด ที่สำคัญมันติดยิ่งกว่าเมื่อวานทันทีที่ณนนท์วางเป้ไว้บนโซฟา่ใกล้ๆ 3 ทุ่มเสียงกริ่งหน้าบ้านก็ร้องเรียกพร้อมกัน
“ขิม”
“ขิมทำกับข้าวมาให้ วันนี้เปลี่ยนเป็อาหารญี่ปุ่นนะ” เชฟข้าวปั้น วางข้าวปั้นซูชิน่าทานมากมายวางเรียงรายตรงหน้าของเพื่อนสนิทที่เธอเฝ้าคิดถึงตลอดทั้งวัน
“ลาภปากไอ้นนท์อีกแล้ว อื้มม” ไม่ต้องพูดเื่รสชาติเขาต้องหาโอกาสพาละอองดาวไปเเข่งขันในรายการเชฟกะทะเหล็กไทยแลนด์ให้ได้สักครั้งเลยคอยดูสิคนทั้งประเทศจะได้เห็นว่านางฟ้าของเขาเก่งมากขนาดไหน
แต่เอ๊ะ...ถ้ามีคนเห็น คนรู้จักเยอะๆ ย่อมต้องมีผู้คนจำนวนมากมาชื่นชอบเชฟคนสวยด้วยสิเหรียญย่อมมีสองด้าน...ณนนท์เปลี่ยนใจแล้ว เื่อะไรเขาจะหาคู่แข่งเพิ่มให้กับตัวเองปล่อยให้ละอองดาวทำอาหารให้เขาทานคนเดียวน่าจะเป็ความคิดที่เข้าท่าที่สุด
“เฮ้ย ขิม” มัวแต่คิดวุ่นวายสับสน หันมามองอีกทีเชฟกะทะเหล็กหนึ่งเดียวในใจของณนนท์ก็นอนหลับพับไปกับโซฟาเสียแล้วณนนท์เลือกที่จะไม่ปลุกเธอในตอนนี้ เขาเดินเข้าไปจัดท่าทางพร้อมผ้าห่มผืนเล็กให้เธอได้นอนสบายๆว่าที่คุณหมอกลับมานั่งทานซูซิเป็อาหารปากท้อง พร้อมกับมองเชฟสาวผู้หลับใหลเป็อาหารตาและเป็ยาวิเศษของหัวใจ
อยากให้เป็เเบบนี้ทุกวัน ณนนท์จินตนาการว่านี่คือภาพครอบครัวของเขาเเละเธอในอนาคต
อืม...อบอุ่นจัง