โจบังคับเครื่องบินสอดแนมไกลออกไปถึง 50 กิโลเมตร ทว่าเขาก็ยังไม่พบใครนอกจากฐานร้าง เขาบังคับให้เครื่องบินสอดแนมบินวนไปรอบๆก่อนจะขยายออกไปไกลขึ้น เนื่องจากมีเครื่องบินสอดแนมเพียงลำเดียวมันจึงต้องใช้เวลานานมากในการสำรวจให้ครบทุกๆกิโลเมตรในลักษณะวงกลมโดยมีฐานทัพของเขาเป็นศูนย์กลาง
โจไม่รู้ว่าดาวดวงนี้ใหญ่แค่ไหน เขาหวังว่ามันจะไม่ใหญ่นักไม่เช่นนักเขาคงต้องเบื่อตายในโลกเสมือนไปอีกนาน
“เจอแล้ว”
ห่างจากฐานทัพออกไป 80 กิโลเมตร บนหน้าจอได้แสดงให้เห็นถึงฐานทัพแห่งหนึ่งซึ่งแลกด้วยคะแนน มันมีความคงทนสูงและมีป้อมปืนรอบตัวฐาน โจไม่เห็นยานพาหนะใดๆเขาไม่รู้ว่าเผ่าพันธุ์นี้เอาไปแลกอาวุธหรือมีเพียงแค่คะแนนเดียวกันแน่
เขาไม่จำเป็นต้องประมาท เนื่องจากรู้ที่ตั้งแล้วเขาก็บังคับเครื่องบินสอดแนมกลับมาที่ฐาน จากนั้นก็เรียกรวมพล
“พวกเราจะฝึกซ้อมกันอีก 60 ชั่วโมง แล้วจากนั้นจะบุกโจมตีฐานต่อไป” โจกล่าวแผนการให้พวกเขาฟัง หลังจากนั้นก็สั่งให้แยกย้ายกันไปฝึก
ทุกคนพยายามทำความเข้าใจกับยานพาหนะต่างๆและอาวุธหลายแบบ พวกเขาที่เคยใช้แต่พลังของตนเข้าต่อสู้กลับต้องมาใช้ยานพาหนะเข้าต่อสู้ทำให้พวกเขารู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินนัก
อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ เพราะในอนาคตมันไม่ได้จำกัดแค่ต่อสู้บนดาวมันยังมีสงครามกลางอวกาศอีก หากพวกเขาต้องต่อสู้กับพวกสเปคในอวกาศพวกเขาจำเป็นต้องใช้อาวุธบนยานอวกาศในการต่อสู้ มันก็เหมือนกับครั้งที่แล้วที่พวกเขาได้พบกับบุคคลลึกลับที่มาดักโจมตีตอนที่พวกเขากำลังเก็บเกี่ยวแร่ไมนาลาส ตอนนั้นพวกเขาไม่มีความชำนาญในด้านการขับยานรบออกไปสู้โจจึงไม่ได้ให้พวกเขาออกไป
อย่างไรก็ตามแม้ว่ายานพาหนะเหล่านี้จะใช้ได้เฉพาะบนดาวแต่อาวุธบนนั้นมีพลังโจมตีที่น่ากลัวอย่างมาก ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่มีใครอยากยืนรับกระสุนหรือเลเซอร์จากอาวุธเหล่านี้หรอก ต่อให้ไม่ตายก็ต้องสาหัส
ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นในการทำสงคราม
ไม่ได้มีแค่กลุ่มมนุษย์ที่ฝึกซ้อม เผ่าพันธุ์ที่เหลือเองก็ฝึกซ้อมเช่นกัน บางเผ่าพันธุ์ฝึกตั้งรับ บางเผ่าพันธุ์ฝึกบุกโจมตี เนื่องจากเวลานี้เป็นช่วงกลางของสงครามเสมือน ทุกเผ่าพันธุ์ต่างรอบคอบและจริงจังกันอย่างเต็มที่
ในครั้งนี้ก็เหมือนครั้งก่อนเมื่อเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้ก็จะได้รับคะแนนเพื่อเอาไว้ใช้แลกเปลี่ยนในช่วงสุดท้ายของสงครามเสมือน
บางเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งหน่อยก็คิดเตรียมที่จะบุกฐานอื่น บางเผ่าพันธุ์ที่เหลือคนน้อยก็เปลี่ยนมาตั้งรับและรอคอยให้ศัตรูบุกเข้ามา เมื่อป้องกันสำเร็จก็จะโต้กลับบุกโจมตีฐานของฝ่ายตรงข้าม
ทุกเผ่าพันธุ์มีแผนการเป็นของตัวเอง ใครจะอยู่ใครจะไปเหล่าผู้ชมในสหพันธ์ก็ต้องมาเฝ้าลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ
พวกมายด์ฝึกซ้อมและเรียนรู้เกี่ยวกับอาวุธต่างๆ เวลาผ่านไปพวกเขาเริ่มชำนาญมากขึ้น ในทุกๆวันจะได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นมาเป็นระยะ พวกเขาฝึกยิงด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี กระสุนและเชื้อเพลิงไม่มีวันหมด ในโลกเสมือนมันถูกตั้งค่าไว้แบบนั้นแต่ถ้าในความเป็นจริงล่ะก็พวกเขาคงไม่สามารถเอามาฝึกยิงแบบนี้ได้บ่อยๆแน่ หากไม่มีเชื้อเพลิงและกระสุนสำรอง
60 ชั่วโมงกับการฝึกซ้อม พวกมายด์ก็เชี่ยวชาญเป็นที่เรียบร้อย ยิ่งพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นสติปัญญาก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นทำให้เข้าใจอะไรง่ายมากขึ้น
โจเรียกทุกคนมารวมตัวอีกครั้งและวางอธิบายแผนให้พวกเขาฟัง หลังจากนั้นทุกคนก็เตรียมตัวออกรบ
จากนั้น 24 ชั่วโมงรถหุ้มเกราะติดอาวุธสองคันได้เคลื่อนที่ออกจากฐาน ตามมาด้วยเครื่องบินรบและรถขนส่ง
……
“พวกมนุษย์บุกแล้ว!!”
ทุกคนในสหพันธ์ตื่นตัวขึ้นทันทีหลังจากมีใครบางคนตะโกนขึ้น นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนเริ่มบุกคนอื่นหลังจากผ่านไปนาน
“มนุษย์กำลังไปบุกใคร?”
“ไม่รู้เหมือนกัน เขาใช้เครื่องบินสอดแนมแต่อุปกรณ์บังคับหันด้านหลังให้เลยไม่เห็น”
ทุกคนพากันสงสัยว่าพวกมนุษย์กำลังจะไปโจมตีใคร หลายคนรู้สึกกังวลใจกลัวว่าจะเป็นเป้าหมายในการบุกครั้งนี้โดยเฉพาะเผ่าพันธุ์ที่ได้คะแนนเดียวเพราะพวกเขาเลือกที่จะแลกเปลี่ยนฐานทัพ แม้ว่าฐานที่แลกเปลี่ยนด้วยคะแนนจะมีการป้องกันสูงแต่ใครจะเดาได้ล่ะว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้น?
ผู้ที่บุกคนอื่นต้องมีความมั่นใจส่วนหนึ่งว่าจะสามารถเอาชนะฝ่ายตั้งรับได้ มันจึงทำให้ฝ่ายตั้งรับรู้สึกกังวลใจอยู่ไม่น้อย
พวกเขาเฝ้ามองโจนำกำลังคนเดินทางไม่ช้าไม่เร็ว มันเป็นเหมือนการเดินทางที่ดูชิลอย่างไรอย่างนั้นไม่เหมือนกับจะไปทำสงครามกับใครหากไม่ใช่ว่าพวกเขากำลังขับรถติดอาวุธอยู่ล่ะก็นะ
นอกจากนี้เมื่อถึงเวลาพักพวกเขาก็ตั้งแคมป์ย่างเนื้อย่างสัตว์กินกันอิ่มหนำสำราญทำเอาคนในสหพันธ์ตะโกนสาปแช่งว่าจะไปทำสงครามหรือไปเที่ยวเล่นกันแน่
……
พวกโจกินกันอย่างเอร็ดอร่อยถึงแม้จะมีแค่จิตวิญญาณแต่มันก็ทำให้พวกเขาหิวเหมือนกันเมื่ออยู่ในโลกเสมือน ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกเสมือนไม่ใช่ของจริงแต่ว่าระบบทำให้มีความหิวและกินอิ่มได้
ในโลกแห่งความเป็นจริงพวกเขาสามารถอดอาหารได้ตามความแข็งแกร่งของพวกเขา เมื่อพวกเขาอยู่ในโลกเสมือน ร่างจริงของพวกเขาจะอยู่นิ่งและไม่ได้กินอะไรเลย
แต่การอดอาหารหลายเดือนในโลกแห่งความจริงมันก็ทำให้พวกเขาหิวโซอยู่เช่นกัน เมื่อจบสงครามเสมือนพวกเขาจะเหมือนหมาป่าหิวโหยทันที
หลังจากพักเสร็จพวกเขาก็ออกเดินทางต่อ ระยะ 80 กิโลเมตรด้วยยานพาหนะพวกเขาสามารถไปถึงได้ไม่กี่ชั่วโมงแต่พวกเขาไม่รีบร้อนอะไร
ในที่สุดพวกเขาก็เห็นฐานทัพของเป้าหมายไกลๆหลังจากผ่านไป 20 ชั่วโมง กำแพงสูงกว่าห้าสิบเมตรและมีป้อมปืนขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่ โจกระโดดลงจากรถแล้วโบกมือให้ทุกคนหยุด จากนั้นก็สั่งให้ทุกคนรอไปก่อน
หากบุกไปสุ่มสี่สุ่มห้าคงไม่แคล้วโดนปืนใหญ่ถล่มจนย่อยยับ
โจสังเกตุสภาพแวดล้อม ฐานทัพแห่งนี้อยู่ในป่าซึ่งมันมีจุดหลบซ่อนหลายจุดให้พวกเขาค่อยๆลอบเข้าไปใกล้ๆ อย่างไรก็ตามคงไม่ใช่แค่พวกเขาที่หลบซ่อนฝ่ายต้องข้ามก็อาจจะหลบอยู่ด้วยเช่นกัน
เมื่อมีอาวุธเข้ามาเกี่ยว การบุกแบบโต้งๆก็ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป
“เราจะรอให้มืดก่อนค่อยเคลื่อนไหว ตอนนี้พักผ่อนไปก่อน” โจกล่าว