เมื่อทานอาหารเช้ากันเสร็จเรียบร้อย อี้ฟงก็อาสาเก็บจานชามไปล้าง นางจึงมานั่งเก็บเศษเชือกหวายเส้นเล็กๆ และเศษไม้ไผ่ที่เหลาเพราะตอนนี้มันเกลื่อนอยู่เต็มพื้น ในหัวก็กำลังคิดว่าจะทำอะไรต่อไปดี ตอนนี้นางมีเงินติดกายอยู่1 ตำลึงกับอีก 700 อีแปะ แต่นางยังต้องใช้เงินอีกมาก หวายที่จะนำมาทำตะกร้าก็เหลืออยู่ไม่เยอะ คงต้องเข้าป่าไปหาต้นหวายอีก และไม่รู้ว่าจะเจอหรือไม่ นางยังไม่เคยเดินลึกเข้าไปด้านในของป่าเลย ยังคงวนเวียนอยู่แถวๆ รอบนอกแต่ก็ยังคงเดินไม่ทั่ว ไว้ค่อยไปเดินสำรวจอีกที คงจะมีอะไรให้นำมาใช้ประโยชน์ได้บ้าง เฮ่อ! จะทำอะไรต่อดีนะ ช่วงนี้นางรู้สึกเครียดมากจริงๆ คิดไปมือก็จับเชือกหวายมาพันๆ ทบๆ กันเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ได้หลายตัว
"พี่ใหญ่ทำอะไรอยู่หรือขอรับ"
อี้ฟงที่กลับมาจากลำธารเห็นพี่สาวกำลังใช้เศษหวายสานขึ้นเป็นรูปสัตว์ตัวเล็กน่ารัก
"พี่เห็นว่าเศษหวายเหลือเยอะเลยรู้สึกเสียดาย จึงทำสัตว์พวกนี้ให้เจ้าเล่น เป็นไง ชอบหรือไม่"
"ชอบขอรับ ชอบมากๆ เลย มันสวยมาก นี่ถ้าหากทำขายก็ขายได้สบายเลย ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย"
อี้ซินที่มองสัตว์ตัวเล็กที่ทำมาจากเศษหวาย ดูแล้วมันก็สวยและน่ารักมากอย่างที่อี้ฟงพูด ทำขายหรือ? แล้วจะขายได้จริงๆ น่ะหรือ แต่ถ้าลองทำขายดูก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นาเศษหวายพวกนี้อย่างไรก็ต้องทิ้งอยู่ดี
" งั้นเราลองทำไปขายในงานดีหรือไม่"
อี้ซินมองเจ้าตัวเล็กที่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
"แต่สัตว์เหล่านี้พี่ให้เจ้า เอาไปเก็บเอาไว้ก่อน แล้วเดี๋ยวพี่จะสอนเจ้าทำ ดีหรือไม่"
"ขอรับ พี่ใหญ่"
อี้ฟงที่รีบวิ่งเอาสัตว์ตัวน้อยที่พี่สาวทำให้ไปเก็บแล้วรีบกลับมาช่วยพี่สาวสานสัตว์เพื่อนำไปขาย สองพี่น้องที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือจนได้สัตว์ที่สานขึ้นจากเศษหวายหลายตัวและนางยังทำเป็นห่วงเล็กๆ ไว้สำหรับแขวนคล้ายกับพวงกุญแจอีกด้วย หากขายได้ก็จะดีมากแต่ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร เมื่อนับรวมๆ กันแล้วก็ได้หนึ่งร้อยตัวพอดี เมื่อเก็บข้าวของจนเรียบร้อยก็ล่วงเข้าสู่ยามเซินพอดีจึงพากันออกเดินทางไปตลาดเพื่อไปเที่ยวชมงานฉลองของเมืองนี้ คิดๆ ไปนางก็อดตื่นเต้นไม่ได้ที่จะได้ชมบรรยากาศของงานฉลองที่ไม่ใช่แค่การนั่งดูเพียงฉากในละครหรือการจินตนาการตามหนังสือที่อ่าน แต่นางกำลังจะไปสัมผัสไปชื่นชมด้วยตาของตัวเอง และสามารถแตะต้องได้ สองพี่น้องที่พากันเดินคุยกันไปหัวเราะกันไปไม่นานก็เข้าสู่เขตเมืองสองข้างทางล้วนประดับประดาไปด้วยโคมไฟไปตลอดทางจนกระทั่งมาถึงร้านของท่านป้าหวังที่คนงานกำลังขนของที่จะนำไปขายยังลานที่จัดเลี้ยง นางยังไม่เคยเข้าไปยังเขตเมืองเลย เมื่อเดินไปตรงที่ท่านป้าหวังยืนอยู่นางก็หันมาพอดี
"อ้าว ซินเอ๋อ ฟงเอ๋อ ป้านึกว่าพวกเจ้าจะไม่มาเสียแล้ว"
ท่านป้าหวังที่กันมาเอ่ยกับพวกนางอย่างยินดี
"สวัสดีเจ้าค่ะท่านป้า ข้ากับฟงเอ๋อลองทำตุ๊กตาสัตว์จากหวายดู ว่าจะนำมาขายในงานด้วยเจ้าค่ะ"
"อ่อ เช่นนั้นหรือ มา มาชิมเป็ดย่างกันก่อนแล้วค่อยไปพร้อมกับป้าเลย"
ท่านป้าหวังที่กล่าวขึ้นพร้อมกุลีกุจอยกเป็ดย่างมาให้สองพี่น้อง จนอี้ซินไม่อาจปฏิเสธ นางและน้องช่างโชคดีที่ได้เจอคนดีมีเมตตาอย่างท่านป้าหวัง เมื่อนั่งลงกินเป็ดย่างที่รสชาติอร่อย เนื้อก็ไม่แข็งรสดีอย่างที่ท่านป้าหวังบอก นางกับน้องที่ไม่ได้พบเนื้อมานานจึงทานกันอย่างเอร็ดอร่อย
เถ้าแก่เนี่ยหวังที่มองเด็กทั้งสองกินกันอย่างอร่อยก็ให้นึกเอ็นดูนัก เด็กทั้งสองช่างเป็นเด็กดีเสียจริง รู้จักทำมาหากินตั้งแต่อายุยังน้อยๆ เมื่อเห็นเด็กๆกินกันอิ่มแล้วจึงได้เอ่ยขึ้น
"ส่วนตุ๊กตาของเจ้าฝากขายกับร้านเป็ดย่างของป้าก็ได้ เจ้าจะได้เดินเที่ยวเล่นเสียบ้าง ไหนเอาออกมาให้ป้าดูหน่อยสิ"
อี้ซินที่รีบเอาตุ๊กตาสัตว์ที่สานมาให้ท่านป้าหวังดู นางก็อยากจะถามดูด้วยว่าสามารถขายได้หรือไม่ และจะขายในราคาเท่าไหร่
ท่านป้าหวังที่หยิบตุ๊กตาหน้าตาน่ารัก รูปร่างแปลกมาดู นึกชื่นชมเด็กทั้งสองที่ช่างมีความสามารถฝีมือก็ประณีตงดงาม
" ท่านป้าว่าจะสามารถขายได้หรือไม่เจ้าคะ"
อี้ซินที่เอ่ยถามขึ้นอย่างอยากรู้เมื่อเห็นว่าท่านป้าเงียบไป
"ขายได้สิ ป้าว่าต้องขายดีแน่ ว่าแต่เจ้าจะขายอันละเท่าไหร่ล่ะ เดี๋ยวป้าให้เด็กขายให้ วางขายใกล้ๆ กับเป็ดย่างของป้าไปเลย"
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันเจ้าค่ะ"
" อืม ถ้าอย่างนั้นขายอันละ 5 อีแปะ ก็แล้วกันนะ ป้ารับรองขายหมดแน่นอน"
อี้ซินที่มองท่านป้าหวังอย่างซาบซึ้งใจ
" ขอบพระคุณท่านป้ามากเจ้าค่ะ"
" ไป ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเลยดีกว่า"
แล้วทั้งหมดก็พากันเดินทางไปยังลานที่จัดงานของเมือง