[6 มิถุนายน | 20:30 น.]
ณ หน้าปากถ้ำทิศตะวันออก ผาตัดจันทร์
กลิ่นอับชื้นที่เจือไปด้วยคาวสาบฉุนกะทิของสัตว์เลื้อยคลานโชยออกมาจากเงามืดเบื้องหน้า
อคินรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากก้นบึ้งของถ้ำ
แต่น่าแปลกที่ความหนาวนั้นกลับไม่ทำให้เขาขนลุกหรือสั่นสะท้าน
มือของเขากระชับโล่กระดูกอสูรแน่น สัมผัสของมันแข็งกระด้างและไร้ชีวิต
แสงสีฟ้าหม่นจากหน้าต่างระบบที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าส่องสว่างพอให้เห็นรอยเท้าขนาดมหึมาที่ย่ำลึกลงไปในดินแข็ง
มันนำทางเข้าไปสู่ความมืดมิดของเทือกเขาบรรทัด
“ระวังตัวด้วย ทุกคน”
อคินกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าและฟังดูไกลห่างในโสตประสาทของตัวเอง
เขาและกลุ่ม ‘อะนีมาเนีย’ บุกล่วงล้ำเข้าไปในอาณาเขตที่ระบบแจ้งว่าเป็นรังโทรลล์ถ้ำ
แต่ยิ่งลึกเข้าไป อากาศกลับยิ่งข้นคลักไปด้วยพลังเวทธาตุโลหะจนหายใจลำบาก
ทันใดนั้น ความเงียบสงัดก็ถูกฉีกกระชากด้วยเสียงขยับปีกนับร้อยที่ดังพึ่บพั่บจนผนังถ้ำสั่นสะเทือน
แสงจากตะเกียงพลังเวทที่ห้อยอยู่ข้างเอวสะท้อนให้เห็นเงาร่างที่พร่าเลือนเบื้องบน
“กับดักงั้นเหรอ!?”
อัคคีคำรามพร้อมแยกเขี้ยวที่เคลือบด้วยเปลวไฟ
เบื้องบนนั้นไม่ใช่ยักษ์ร่างโต แต่เป็น 'ฮาร์ปี้เจ้าหญิง' อสุรกายครึ่งคนครึ่งนกที่สง่างามอย่างสยดสยอง
ขนปีกของมันเป็นประกายเงินวาววับดุจใบมีดโกน บนศีรษะประดับด้วยมงกุฎกระดูกที่ดูเหมือนจะงอกออกมาจากกะโหลกโดยตรง
มันแผดเสียงหวีดแหลมสั่งการฝูงฮาร์ปี้บริวารที่พุ่งตัวลงมาดุจห่าฝนมีด
“ไม่ใช่... นี่มันคือรังหลอก!”
จูเลียตะโกน ลีเมอร์สาวตีลังกาหลบการโฉบพุ่งพลางรัวกระสุนเวทมนตร์จากไรเฟิลคู่ใจ
ฮาร์ปี้เจ้าหญิงทะยานขึ้นสู่เพดานถ้ำที่สูงชัน
ก่อนจะเรียกใช้สกิล [ฝนขนเหล็ก] ขนปีกที่คมกริบดุจเหล็กกล้านับพันเล่มพุ่งทะลวงลงมาเป็นวงกว้าง
อคินพุ่งตัวเข้าไปบังหน้าสมาชิกในทีม
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงขนเหล็กปะทะกับโล่กระดูกอสูรดังสนั่นจนเกิดประกายไฟ
อคินรู้สึกถึงแรงกระแทกที่รุนแรงจนไหล่ของเขาควรจะหลุดออกจากเบ้า
แต่มันกลับไม่มีความเจ็บปวดแม้แต่นิดเดียว เขารู้สึกเพียงร่างกายที่ 'เบา' จนน่าประหลาด
ราวกับเขากำลังบังคับกลุ่มควันให้เคลื่อนที่ไปตามสัญชาตญาณที่ระบบมอบให้
อคินรู้สึกถึงแรงกระแทกมหาศาล แต่มันกลับไม่มีความเจ็บปวดใดๆ ส่งถึงสมอง
เขารู้สึกเพียงร่างกายที่เบาหวิวราวกับกลุ่มควันนั้นขยับเขยื้อนไปตามสัญชาตญาณที่ระบบ ‘มอบให้’
เขาและโบ้ หมาไทยหลังอานที่บัดนี้ร่างขยายใหญ่จนดูเหมือนสัตว์ประหลาดจากนรก
ร่วมกันเป็นกำแพงมนุษย์และสัตว์ป่า ทุบทำลายพวกฮาร์ปี้ที่โฉบลงมาจนซากของพวกมันกองพะเนิน
“มันไม่ลงมาหาเราแน่!”
อคินตะโกนก้องขณะยกโล่กระแทกคลื่นเสียงหวีดแหลมที่ฮาร์ปี้ระดับจ่าฝูงแผดออกมา
อสุรกายบินได้ 6 ตัวที่ร่างกายเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหล็กกล้าพวกนั้นฉลาดเกินไป
พวกมันร่อนลมด้วยความเร็วสูงอยู่เหนือน่านฟ้าที่เอื้อมไม่ถึง ใช้วิธียิงขนปีกคมกริบลงมาประหนึ่งห่าฝน
อคินวาดมือผ่านอากาศ เรียกใช้สกิลที่เขาเชื่อมั่นว่าเป็นพรจากสวรรค์
“ [อวยพร] !”
แสงสีทองนวลอาบไล้ร่างปาร์ตี้สัตว์ ช่วยเพิ่มความเร็วในการตอบสนองจนภาพการเคลื่อนไหวของพวกเขาทิ้งเงาจางๆ ไว้เบื้องหลัง
“ [ลับคม] !” อคินใช้นิ้วลูบผ่านใบดาบ พลังเวทสีขาวบริสุทธิ์เคลือบคมดาบจนส่งเสียงหวีดหวิวข่มขวัญศัตรู
“บัวลอย เคลือบอาวุธให้ทุกคน!”
แมวสามสีที่บินวนอยู่เหนือหัวด้วยปีกพลังเวทสะบัดอุ้งเท้า
แสงสีม่วงดำจากสกิล [เคลือบอาวุธ] อาบลงบนดาบของอคินและคมเขี้ยวของโบ้ในทันที
พลังธาตุมืดเริ่มกัดกร่อนพลังเวทที่ปกป้องปีกเหล็กของพวกมันจนสีเงินแวววาวเริ่มหมองคล้ำ
“โฮกกกก!”
ทองดี เสือโคร่งยักษ์ชักดาบยักษ์ที่ติดตั้งไว้บนหลังออกมาฟาดฟันคลื่นอากาศเพื่อเบี่ยงทิศทางขนปีก
ขณะที่จูเลียซึ่งเกาะอยู่บนชะง่อนผาสูงสุด พยายามใช้ [กระสุนพฤกษา] ยิงสกัด แต่วงโคจรการบินของพวกมันซับซ้อนเกินไป
“มันเร็วเกินไปจูเลีย! เล็งตัวที่กำลังจะพ่นไฟ!”
อคินสั่งการอย่างเฉียบขาด
ฮาร์ปี้ตัวหนึ่งแผดเสียงกึกก้อง ลวดลายสีม่วงบนลำคอของมันเรืองแสง
เตรียมจะพ่นเพลิงวิวัฒนาการใส่กลุ่มของเขา
“บรู๊วววว!” โบ้เห่าก้องเรียกความสนใจด้วยสกิล [ยั่วยุ]
ขนอานหลังพองออกพร้อมเปิดใช้ [กำแพงเหล็กกล้า] รับแรงปะทะจากเพลิงที่พ่นลงมาดั่งอุกกาบาต
ตึงงงงง!
พื้นดินแตกละเอียด แรงอัดอากาศทำเอาหินรอบข้างถล่มลงมา แต่โบ้ยังคงยืนหยัดราวกับภูผาปกป้องทุกคนไว้ได้
“มายา! ถ้ามันไม่ลงมา เราต้องกระชากมันลงมาเอง!”
อคินตะโกนสั่ง
มายา สมเสร็จลายขาวดำที่ร่างกายเลือนรางราวกับภาพวาดสีน้ำ ก้าวออกมาข้างหน้า
จมูกยาวของเธอพ่นหมอกควันสีจางออกมาสแกนตำแหน่ง ดวงตาเรืองแสงสีเทาหม่น ก่อนจะรวมพลังความมืดไว้ที่ปลายงวง
“ [ศรเงา] !”
ลูกศรสีดำทมิฬพุ่งแหวกอากาศไปอย่างเงียบเชียบ มันปักเข้าที่โคนปีกซ้ายของฮาร์ปี้จ่าฝูงอย่างแม่นยำ
พลังเงาพุ่งเข้าแทรกแซงวงจรพลังเวทจนปีกเหล็กกล้านั้นไร้ความรู้สึก
ฮาร์ปี้ตัวนั้นเสียการทรงตัว ร่างมหึมาของมันควงสว่านร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน อคินเห็นจังหวะที่มันกองอยู่กับพื้น
เขาพุ่งทะยานเข้าไปราวลูกศร ฝ่าเท้าของเขาแทบไม่สัมผัสพื้นดิน ร่างกายเบาหวิวอย่างที่มนุษย์ทั่วไปไม่มีทางทำได้
“ [เงาพันธนาการ] !”
บัวลอยคำราม แสงสีดำพุ่งออกจากเงาใต้เท้าของอคินเข้าพันธนาการศัตรูไว้
อคินกระโดดขึ้นสูง หมุนตัวฟาดฟันดาบที่เคลือบด้วยพลังเงาลงบนข้อต่อลำคอของฮาร์ปี้
“ [ฟาดฟัน] !”
ฉัวะ!
คมดาบตัดผ่านเกราะหนังและกระดูกจนขาดสะบั้น
เลือดสีดำทะลักออกมาตามรอยแผล อคินลงจอดบนพื้นอย่างมั่นคงโดยไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า
...
[02:15 น.]
หลังจากปิดฉากฮาร์ปี้ตัวสุดท้าย อคินยืนหอบหายใจ เขาพยายามบังคับให้ปอดขยายตัวเพื่อรับอากาศ
แต่น่าแปลกที่เขาไม่รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่แท้จริง
กล้ามเนื้อของเขาไม่สั่นเทา ไม่มีหยดเหงื่อไหลซึมผ่านเสื้อเชิ้ตพนักงานออฟฟิศที่เริ่มเปื่อยยุ่ย
เขามองดูมือของตนเองในความมืด มันดู... ซีดเผือดเกินไปหรือไม่?
เขาเดินเข้าไปสำรวจซอกหินลึกใกล้ฐานหน้าผา แต่แล้วกลิ่นเหม็นสาบของเนื้อเน่าที่รุนแรงกว่าเดิมก็ทำให้เขาสะอิดสะเอียน
หน้าต่างระบบกะพริบเตือนเป็นสีเหลืองนวลวูบวาบ
[ตรวจพบร่องรอยโทรลล์ถ้ำ... ถอยซะเจ้าเบ๊! กลิ่นกำมะถันแรงขนาดนี้ มีแค่พวกกินคนเท่านั้นแหละ!]
“รอยเท้าโทรลล์ถ้ำจริงๆ ด้วย...”
อคินหมอบลงต่ำ มองรอยเท้าขนาดใหญ่โตผิดมนุษย์ที่จมลึกในดินแข็ง
“พวกฮาร์ปี้ที่วิวัฒนาการพวกนี้อาจจะเป็นแค่ 'อาหาร' หรือ 'ยามหน้าประตู' ของมัน...”
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:39:59]
เขามองดูตัวเลขระบบ ขาของเขาเริ่มรู้สึก ‘หนัก’ ขึ้นเรื่อยๆ
เหมือนน้ำหนักของโลกกำลังกดทับลงมา ตัวตนของเขาเริ่มจะพร่าเลือนไปกับบรรยากาศโดยรอบ
“ทุกคน ถอย! เวลาของเราหมดแล้ว แจ้งหน่วยเหนือและรุ่นพี่มามาเลดทันที พรุ่งนี้คือศึกที่แท้จริง”
เขาลากซากสัตว์ที่ถูกกัดกินครึ่งๆ กลางๆ ขึ้นมาดูด้วยความสงสัย
“พวกโทรลล์เอาเสบียงมาเลี้ยงฮาร์ปี้พวกนี้? พวกมันกำลังสร้าง 'เรดบอส' เพื่อเป็นกำแพงอากาศให้ตัวเองงั้นเหรอ? ระบบนิเวศแบบพึ่งพากัน... พวกมันกำลังจัดระเบียบใหม่”
ตลอดห้าคืนถัดมา อคินและทีมอะนีมาเนียใช้กลวิธี ‘ตีหัวเข้าบ้าน’ อย่างรัดกุม
เขาเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเอง
ทุกครั้งที่เขาสังหารอสูร พลังงานสีนวลจะไหลเวียนเข้าสู่ร่าง และหน้าต่างระบบจะกะพริบเปลี่ยนตัวเลขเลเวลอย่างรวดเร็ว
ภายใต้การล่าโทรลล์ตลอดหลายวันที่ผ่านมา
อคิน เลเวลเพิ่มขึ้นเป็น เลเวล 76 ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวได้แม่นยำดุจเครื่องจักรสังหาร
เขารู้สึกว่าตนเองไม่ต้อง ‘พยายาม’ อีกต่อไป แค่คิด ร่างกายก็ไปถึงก่อนที่สมองจะสั่งเสร็จสิ้น
ขณะเดียวกัน ทองดี และ อัคคี ก็มีเลเวล 77 ทั้งคู่ ตามมาด้วยโบ้ ที่เลเวล 74 มายา เลเวล 73
ส่วน จูเลีย และ บัวลอย เลเวล 72 และทั้งคู่
ทุกตัวต่างเลเวลสูงขึ้นกว่าตอนออกล่าด้วยกันที่ป่าในเทือกเขาสอยดาวเสียอีก
เขตล่าเทือกเขาบรรทัดทำให้เลเวลของพวกเขาพุ่งกระฉูดกลายเป็นนักรบระดับแนวหน้าของอาณาจักรภายในเวลาสิบวัน
อคินใช้แผนลอบสังหารโดยอาศัยหมอกของมายาและการยิงสกัดของบัวลอย
เขาพุ่งเข้าหาโทรลล์ที่หลงฝูง ใช้โล่ทุบทำลายจุดอ่อนที่หัวเข่าก่อนที่โบ้จะเข้าขย้ำลำคอ
การต่อสู้แต่ละครั้งทำให้อคินรู้สึก ‘ภูมิใจ’ ในฐานะอัศวินที่ระบบเลือก
จนกระทั่งคืนวันที่ 10 ในส่วนลึกที่สุดของถ้ำผาตัดจันทร์ที่ลึกเกินกว่าใครจะเคยย่างกราย
อคินพบกับสิ่งที่ทำให้สติของเขาต้องสั่นคลอน
บนผนังถ้ำที่เปียกชื้น มีรอยอักขระประหลาดสีแดงคล้ำถูกเขียนด้วยเลือดอสูร
กลิ่นของมันเหม็นสาบจนอคินรู้สึกอยากจะขย้อนสิ่งที่ไม่มีอยู่ในกระเพาะออกมา
เบื้องหน้าคือ ‘ที่นั่ง’ ขนาดมหึมาที่ถูกสลักจากหินงอกหินย้อย มันดูเหมือนราชบัลลังก์ของราชาผู้ป่าเถื่อน
“มันไม่ใช่แค่โทรลล์ธรรมดา...”
อคินจ้องมองรอยเท้าที่ใหญ่กว่าโทรลล์ทั่วไปสามเท่าหน้าบัลลังก์นั้น
“มันกำลังจะพัฒนาไปสู่ระดับ 'ราชา' ... และดูเหมือนมันจะรู้วิธีการจัดระเบียบกองทัพ”
เขารู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมาจากส่วนลึกของความมืดที่แสงไฟส่องไม่ถึง
สายตาที่ไม่ได้มีเพียงความหิวกระหาย แต่เต็มไปด้วย ‘ปัญญา’ และ ‘ความแค้น’
“ระบบ... นายเห็นนั่นไหม?”
อคินถามในใจ
หน้าต่างสีฟ้ากะพริบวูบวาบประหนึ่งกำลังประมวลผลอย่างหนัก
[ฉันเห็นแล้ว... อคิน คืนนี้พอแค่นี้เถอะ นายเหลือเวลาแค่ 60 นาที กลับไปที่บ้านพักได้แล้ว!]
อคินมองดูปลายเท้าของตนเองที่เริ่มเลือนรางราวกับภาพวาดที่ถูกลบ
เขารู้สึกถึงความอ่อนแรงที่ถาโถมเข้ามาอย่างกะทันหัน
ความรู้สึก ‘หนัก’ ที่ปลายประสาทเตือนว่าเวลาแห่งการเป็นวีรบุรุษกำลังจะสิ้นสุดลง
และเขาต้องกลับไปสู่ความมืดมิดที่เขาเองก็จำไม่ได้ว่ามันคืออะไร
“นั่นสินะ... พรุ่งนี้เราจะกลับมาพร้อมกับกองกำลังเต็มรูปแบบ”
อคินพึมพำ ก่อนที่สติของเขาจะวูบดับไปพร้อมกับการนับถอยหลังของระบบที่เหลือเพียงเลขศูนย์
เขาทิ้งตัวลงในเงามืด โดยไม่รู้เลยว่าร่างที่ร่วงหล่นลงพื้นนั้น ไม่ใช่อัศวินในชุดเกราะ
แต่เป็นเพียงแมวสามสีตัวเล็กๆ ที่กำลังขดตัวกลมอยู่ในกองเสื้อผ้าพนักงานออฟฟิศที่วางอยู่ท่ามกลางซากศพอสูร
...
[11 มิถุนายน | 02:00 น.]
ณ ประตูเมืองเขาชะอม เขตหน้าด่านตะวันออก
ความเงียบสงัดของราตรีถูกทำลายด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักอึ้งและลากถูไปกับพื้นดินลูกรัง
อคินเดินนำขบวนทีมอะนีมาเนียกลับมาถึงหน้าด่านตรวจในสภาพที่ดูเผินๆ เหมือนอัศวินผู้ตรากตรำจากศึกหนัก
แต่หากใครสังเกตให้ดีจะพบว่า ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดิน
ร่างกายของเขามีอาการ ‘กระตุก’ เล็กน้อยเหมือนภาพสัญญาณแทรกในจอโทรทัศน์เก่าๆ
เขารู้สึกได้ถึงน้ำหนักมหาศาลที่กดทับลงบนบ่า ไม่ใช่ความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ
แต่มันคือ ‘กฎ’ ของโลกที่เริ่มทวงคืนพื้นที่ ขาของเขาสั่นระริกราวกับมันพร้อมจะสลายกลายเป็นอากาศธาตุได้ทุกเมื่อ
“หยุดก่อน! ระบุตัวตนด้วย!”
ทหารยามในชุดเกราะหนังตะโกนพร้อมชูคบไฟขึ้น แสงสีส้มวูบวาบเผยให้เห็นใบหน้าซีดเผือดของอคินที่ส่องประกายสะท้อนกับหน้าต่างระบบสีฟ้า
“อคิน... และสัตว์สังกัดหน่วยอะนีมาเนีย”
เขาเค้นเสียงพูด แสงสีฟ้าจากระบบสว่างวาบขึ้นรอบตัวเขาเป็นสัญญาณยืนยัน ทหารยามคนนั้นรีบเก็บอาวุธและทำความเคารพทันที
“ขออภัยครับท่านอัศวิน! มีรายงานด่วนอะไรจากทางผาตัดจันทร์ไหมครับ?”
อคินหอบหายใจหนักหน่วง แม้ในใจจะสงสัยว่าทำไมเขาถึงไม่รู้สึกเจ็บปอดเลยสักนิดทั้งที่หอบขนาดนี้
เขาเกาะขอบรั้วไม้ที่กั้นประตูเมืองไว้แน่น
“แจ้งท่านมามาเลดและฝ่ายความมั่นคงด่วนที่สุด... ในถ้ำนั่นไม่ใช่แค่ที่กบดานของอสูรแตกทัพ”
เขาหยุดพักหายใจ ดวงตาจ้องมองเข้าไปในตาของทหารยามด้วยความเคร่งเครียด
“เราพบ ‘โทรลล์ผู้บัญชาการ’ มันมีความฉลาดพอที่จะจัดระบบนิเวศใหม่ มันเลี้ยงพวกฮาร์ปี้ไว้เป็นหูเป็นตาทางอากาศ และกำลังเขียนอักขระมนตรา... พวกรังโทรลล์ที่เหลือต้องถูกกวาดล้างทันที ก่อนที่มันจะวิวัฒนาการเป็นระดับ ‘ราชา’ โดยสมบูรณ์ มิเช่นนั้นเขาชะอมจะกลายเป็นเพียงโต๊ะอาหารของพวกมัน!”
ทหารยามรีบจดบันทึกด้วยมือที่สั่นเทา
กลิ่นอายสังหารและแรงกดดันพลังเวทที่แผ่ออกมาจากร่างของอคินนั้นรุนแรงจนคนธรรมดาแทบยืนไม่อยู่
“ขะ...เข้าใจแล้วครับท่านอัศวิน! ผมจะส่งรายงานด่วนที่สุดถึงหอสั่งการภายในห้านาที!”
อคินพยักหน้าช้าๆ เขาไม่แม้แต่จะรอฟังคำขอบคุณ
ร่างในชุดเชิ้ตพนักงานออฟฟิศที่สวมทับด้วยเกราะกระดูกอสูรค่อยๆ หันหลังเดินกลับไปยังโซนพักอาศัย
โดยมีโบ้และบัวลอยเดินขนาบข้างไม่ห่าง
แววตาของสัตว์ทั้งสองไม่ได้มีความฮึกเหิมจากการรบ แต่กลับเต็มไปด้วยความกังวล
พวกมันคอยเดินเบียดข้างกายอคิน ราวกับจะช่วยพยุงไม่ให้ร่างที่เริ่มโปร่งแสงนั้นล้มลง
...
[02:45 น.]
อคินเดินเข้ามาในห้องพักที่มืดสนิท เขาไม่เปิดไฟ เพราะแสงสีฟ้าจากหน้าต่างระบบนั้นเพียงพอแล้ว
เขาค่อยๆ ปลดสายรัดเกราะออกอย่างทุลักทุเล มือของเขาเริ่มบังคับยากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของร่างกายอีกต่อไป
เขาทิ้งตัวลงบนเตียงไม้ สัมผัสของฟูกที่นอนดูไกลห่างออกไปทุกที ตัวเลขสีฟ้าที่มุมสายตากะพริบเตือนสีแดงเข้ม
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:04:59]
“จบไปอีกคืน...”
อคินพึมพำกับความมืด
“ทำไมโลกนี้มันถึงหนักขนาดนี้กันนะ...”
[โทรลล์ระดับราชา... หึหึ ดูเหมือนอาณาจักรสยามจะไม่ได้สงบสุขอย่างที่ตาเห็นสินะ เจ้าทำหน้าที่สายสืบได้ดีมากอคิน... พักซะเถอะ พรุ่งนี้ 'เจ้าส้มซ่า' คงมีเรื่องปวดหัวมาฝากเจ้าแน่นอน]
อคินยิ้มบางๆ เขาคิดเสมอว่าระบบนี้ช่างมีความคิดความอ่านที่แปลกประหลาด
บางครั้งก็ดูเหมือนห่วงใย บางครั้งก็ดูเหมือนกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง
แต่สำหรับเขาที่สูญเสียความทรงจำและตื่นมาในโลกที่พังทลาย หน้าต่างสีฟ้านี้คือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเขายังมี ‘ตัวตน’ อยู่
“แต้ม... นายอยู่ที่ไหนนะ...เมื่อไรเราจะได้เจอกัน”
เขาพึมพำชื่อแมวที่เขาจำได้เพียงชื่อ แต่ภาพในหัวกลับพร่าเลือน
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]