คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    แผนซ้อนแผน

    [6 มิถุนายน | 20:30 น.]

    ณ หน้าปากถ้ำทิศตะวันออก ผาตัดจันทร์

    กลิ่นอับชื้นที่เจือไปด้วยคาวสาบฉุนกะทิของสัตว์เลื้อยคลานโชยออกมาจากเงามืดเบื้องหน้า 

    อคินรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากก้นบึ้งของถ้ำ 

    แต่น่าแปลกที่ความหนาวนั้นกลับไม่ทำให้เขาขนลุกหรือสั่นสะท้าน 

    มือของเขากระชับโล่กระดูกอสูรแน่น สัมผัสของมันแข็งกระด้างและไร้ชีวิต 

    แสงสีฟ้าหม่นจากหน้าต่างระบบที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าส่องสว่างพอให้เห็นรอยเท้าขนาดมหึมาที่ย่ำลึกลงไปในดินแข็ง 

    มันนำทางเข้าไปสู่ความมืดมิดของเทือกเขาบรรทัด

    “ระวังตัวด้วย ทุกคน” 

    อคินกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าและฟังดูไกลห่างในโสตประสาทของตัวเอง

    เขาและกลุ่ม ‘อะนีมาเนีย’ บุกล่วงล้ำเข้าไปในอาณาเขตที่ระบบแจ้งว่าเป็นรังโทรลล์ถ้ำ 

    แต่ยิ่งลึกเข้าไป อากาศกลับยิ่งข้นคลักไปด้วยพลังเวทธาตุโลหะจนหายใจลำบาก 

    ทันใดนั้น ความเงียบสงัดก็ถูกฉีกกระชากด้วยเสียงขยับปีกนับร้อยที่ดังพึ่บพั่บจนผนังถ้ำสั่นสะเทือน 

    แสงจากตะเกียงพลังเวทที่ห้อยอยู่ข้างเอวสะท้อนให้เห็นเงาร่างที่พร่าเลือนเบื้องบน

    “กับดักงั้นเหรอ!?” 

    อัคคีคำรามพร้อมแยกเขี้ยวที่เคลือบด้วยเปลวไฟ

    เบื้องบนนั้นไม่ใช่ยักษ์ร่างโต แต่เป็น 'ฮาร์ปี้เจ้าหญิง' อสุรกายครึ่งคนครึ่งนกที่สง่างามอย่างสยดสยอง 

    ขนปีกของมันเป็นประกายเงินวาววับดุจใบมีดโกน บนศีรษะประดับด้วยมงกุฎกระดูกที่ดูเหมือนจะงอกออกมาจากกะโหลกโดยตรง 

    มันแผดเสียงหวีดแหลมสั่งการฝูงฮาร์ปี้บริวารที่พุ่งตัวลงมาดุจห่าฝนมีด

    “ไม่ใช่... นี่มันคือรังหลอก!” 

    จูเลียตะโกน ลีเมอร์สาวตีลังกาหลบการโฉบพุ่งพลางรัวกระสุนเวทมนตร์จากไรเฟิลคู่ใจ

    ฮาร์ปี้เจ้าหญิงทะยานขึ้นสู่เพดานถ้ำที่สูงชัน 

    ก่อนจะเรียกใช้สกิล [ฝนขนเหล็ก] ขนปีกที่คมกริบดุจเหล็กกล้านับพันเล่มพุ่งทะลวงลงมาเป็นวงกว้าง 

    อคินพุ่งตัวเข้าไปบังหน้าสมาชิกในทีม

    เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

    เสียงขนเหล็กปะทะกับโล่กระดูกอสูรดังสนั่นจนเกิดประกายไฟ 

    อคินรู้สึกถึงแรงกระแทกที่รุนแรงจนไหล่ของเขาควรจะหลุดออกจากเบ้า 

    แต่มันกลับไม่มีความเจ็บปวดแม้แต่นิดเดียว เขารู้สึกเพียงร่างกายที่ 'เบา' จนน่าประหลาด 

    ราวกับเขากำลังบังคับกลุ่มควันให้เคลื่อนที่ไปตามสัญชาตญาณที่ระบบมอบให้

    อคินรู้สึกถึงแรงกระแทกมหาศาล แต่มันกลับไม่มีความเจ็บปวดใดๆ ส่งถึงสมอง 

    เขารู้สึกเพียงร่างกายที่เบาหวิวราวกับกลุ่มควันนั้นขยับเขยื้อนไปตามสัญชาตญาณที่ระบบ ‘มอบให้’ 

    เขาและโบ้ หมาไทยหลังอานที่บัดนี้ร่างขยายใหญ่จนดูเหมือนสัตว์ประหลาดจากนรก 

    ร่วมกันเป็นกำแพงมนุษย์และสัตว์ป่า ทุบทำลายพวกฮาร์ปี้ที่โฉบลงมาจนซากของพวกมันกองพะเนิน

    “มันไม่ลงมาหาเราแน่!” 

    อคินตะโกนก้องขณะยกโล่กระแทกคลื่นเสียงหวีดแหลมที่ฮาร์ปี้ระดับจ่าฝูงแผดออกมา

    อสุรกายบินได้ 6 ตัวที่ร่างกายเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหล็กกล้าพวกนั้นฉลาดเกินไป 

    พวกมันร่อนลมด้วยความเร็วสูงอยู่เหนือน่านฟ้าที่เอื้อมไม่ถึง ใช้วิธียิงขนปีกคมกริบลงมาประหนึ่งห่าฝน 

    อคินวาดมือผ่านอากาศ เรียกใช้สกิลที่เขาเชื่อมั่นว่าเป็นพรจากสวรรค์

    “ [อวยพร] !” 

    แสงสีทองนวลอาบไล้ร่างปาร์ตี้สัตว์ ช่วยเพิ่มความเร็วในการตอบสนองจนภาพการเคลื่อนไหวของพวกเขาทิ้งเงาจางๆ ไว้เบื้องหลัง 

    “ [ลับคม] !” อคินใช้นิ้วลูบผ่านใบดาบ พลังเวทสีขาวบริสุทธิ์เคลือบคมดาบจนส่งเสียงหวีดหวิวข่มขวัญศัตรู

    “บัวลอย เคลือบอาวุธให้ทุกคน!”

    แมวสามสีที่บินวนอยู่เหนือหัวด้วยปีกพลังเวทสะบัดอุ้งเท้า 

    แสงสีม่วงดำจากสกิล [เคลือบอาวุธ] อาบลงบนดาบของอคินและคมเขี้ยวของโบ้ในทันที 

    พลังธาตุมืดเริ่มกัดกร่อนพลังเวทที่ปกป้องปีกเหล็กของพวกมันจนสีเงินแวววาวเริ่มหมองคล้ำ

    “โฮกกกก!” 

    ทองดี เสือโคร่งยักษ์ชักดาบยักษ์ที่ติดตั้งไว้บนหลังออกมาฟาดฟันคลื่นอากาศเพื่อเบี่ยงทิศทางขนปีก 

    ขณะที่จูเลียซึ่งเกาะอยู่บนชะง่อนผาสูงสุด พยายามใช้ [กระสุนพฤกษา] ยิงสกัด แต่วงโคจรการบินของพวกมันซับซ้อนเกินไป

    “มันเร็วเกินไปจูเลีย! เล็งตัวที่กำลังจะพ่นไฟ!” 

    อคินสั่งการอย่างเฉียบขาด

    ฮาร์ปี้ตัวหนึ่งแผดเสียงกึกก้อง ลวดลายสีม่วงบนลำคอของมันเรืองแสง 

    เตรียมจะพ่นเพลิงวิวัฒนาการใส่กลุ่มของเขา 

    “บรู๊วววว!” โบ้เห่าก้องเรียกความสนใจด้วยสกิล [ยั่วยุ] 

    ขนอานหลังพองออกพร้อมเปิดใช้ [กำแพงเหล็กกล้า] รับแรงปะทะจากเพลิงที่พ่นลงมาดั่งอุกกาบาต

    ตึงงงงง! 

    พื้นดินแตกละเอียด แรงอัดอากาศทำเอาหินรอบข้างถล่มลงมา แต่โบ้ยังคงยืนหยัดราวกับภูผาปกป้องทุกคนไว้ได้

    “มายา! ถ้ามันไม่ลงมา เราต้องกระชากมันลงมาเอง!” 

    อคินตะโกนสั่ง

    มายา สมเสร็จลายขาวดำที่ร่างกายเลือนรางราวกับภาพวาดสีน้ำ ก้าวออกมาข้างหน้า 

    จมูกยาวของเธอพ่นหมอกควันสีจางออกมาสแกนตำแหน่ง ดวงตาเรืองแสงสีเทาหม่น ก่อนจะรวมพลังความมืดไว้ที่ปลายงวง

    “ [ศรเงา] !” 

    ลูกศรสีดำทมิฬพุ่งแหวกอากาศไปอย่างเงียบเชียบ มันปักเข้าที่โคนปีกซ้ายของฮาร์ปี้จ่าฝูงอย่างแม่นยำ 

    พลังเงาพุ่งเข้าแทรกแซงวงจรพลังเวทจนปีกเหล็กกล้านั้นไร้ความรู้สึก

    ฮาร์ปี้ตัวนั้นเสียการทรงตัว ร่างมหึมาของมันควงสว่านร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน อคินเห็นจังหวะที่มันกองอยู่กับพื้น 

    เขาพุ่งทะยานเข้าไปราวลูกศร ฝ่าเท้าของเขาแทบไม่สัมผัสพื้นดิน ร่างกายเบาหวิวอย่างที่มนุษย์ทั่วไปไม่มีทางทำได้

    “ [เงาพันธนาการ] !” 

    บัวลอยคำราม แสงสีดำพุ่งออกจากเงาใต้เท้าของอคินเข้าพันธนาการศัตรูไว้

    อคินกระโดดขึ้นสูง หมุนตัวฟาดฟันดาบที่เคลือบด้วยพลังเงาลงบนข้อต่อลำคอของฮาร์ปี้ 

    “ [ฟาดฟัน] !” 

    ฉัวะ! 

    คมดาบตัดผ่านเกราะหนังและกระดูกจนขาดสะบั้น 

    เลือดสีดำทะลักออกมาตามรอยแผล อคินลงจอดบนพื้นอย่างมั่นคงโดยไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า

    ...

    [02:15 น.]

    หลังจากปิดฉากฮาร์ปี้ตัวสุดท้าย อคินยืนหอบหายใจ เขาพยายามบังคับให้ปอดขยายตัวเพื่อรับอากาศ 

    แต่น่าแปลกที่เขาไม่รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่แท้จริง 

    กล้ามเนื้อของเขาไม่สั่นเทา ไม่มีหยดเหงื่อไหลซึมผ่านเสื้อเชิ้ตพนักงานออฟฟิศที่เริ่มเปื่อยยุ่ย 

    เขามองดูมือของตนเองในความมืด มันดู... ซีดเผือดเกินไปหรือไม่?

    เขาเดินเข้าไปสำรวจซอกหินลึกใกล้ฐานหน้าผา แต่แล้วกลิ่นเหม็นสาบของเนื้อเน่าที่รุนแรงกว่าเดิมก็ทำให้เขาสะอิดสะเอียน 

    หน้าต่างระบบกะพริบเตือนเป็นสีเหลืองนวลวูบวาบ

     

    [ตรวจพบร่องรอยโทรลล์ถ้ำ... ถอยซะเจ้าเบ๊! กลิ่นกำมะถันแรงขนาดนี้ มีแค่พวกกินคนเท่านั้นแหละ!]

     

    “รอยเท้าโทรลล์ถ้ำจริงๆ ด้วย...” 

    อคินหมอบลงต่ำ มองรอยเท้าขนาดใหญ่โตผิดมนุษย์ที่จมลึกในดินแข็ง 

    “พวกฮาร์ปี้ที่วิวัฒนาการพวกนี้อาจจะเป็นแค่ 'อาหาร' หรือ 'ยามหน้าประตู' ของมัน...”

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:39:59] 

     

    เขามองดูตัวเลขระบบ ขาของเขาเริ่มรู้สึก ‘หนัก’ ขึ้นเรื่อยๆ 

    เหมือนน้ำหนักของโลกกำลังกดทับลงมา ตัวตนของเขาเริ่มจะพร่าเลือนไปกับบรรยากาศโดยรอบ

    “ทุกคน ถอย! เวลาของเราหมดแล้ว แจ้งหน่วยเหนือและรุ่นพี่มามาเลดทันที พรุ่งนี้คือศึกที่แท้จริง”

    เขาลากซากสัตว์ที่ถูกกัดกินครึ่งๆ กลางๆ ขึ้นมาดูด้วยความสงสัย 

    “พวกโทรลล์เอาเสบียงมาเลี้ยงฮาร์ปี้พวกนี้? พวกมันกำลังสร้าง 'เรดบอส' เพื่อเป็นกำแพงอากาศให้ตัวเองงั้นเหรอ? ระบบนิเวศแบบพึ่งพากัน... พวกมันกำลังจัดระเบียบใหม่”

     

     

    ตลอดห้าคืนถัดมา อคินและทีมอะนีมาเนียใช้กลวิธี ‘ตีหัวเข้าบ้าน’ อย่างรัดกุม 

    เขาเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเอง 

    ทุกครั้งที่เขาสังหารอสูร พลังงานสีนวลจะไหลเวียนเข้าสู่ร่าง และหน้าต่างระบบจะกะพริบเปลี่ยนตัวเลขเลเวลอย่างรวดเร็ว

    ภายใต้การล่าโทรลล์ตลอดหลายวันที่ผ่านมา 

    อคิน เลเวลเพิ่มขึ้นเป็น เลเวล 76 ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวได้แม่นยำดุจเครื่องจักรสังหาร 

    เขารู้สึกว่าตนเองไม่ต้อง ‘พยายาม’ อีกต่อไป แค่คิด ร่างกายก็ไปถึงก่อนที่สมองจะสั่งเสร็จสิ้น

    ขณะเดียวกัน ทองดี และ อัคคี ก็มีเลเวล 77 ทั้งคู่ ตามมาด้วยโบ้ ที่เลเวล 74 มายา เลเวล 73 

    ส่วน จูเลีย และ บัวลอย เลเวล 72 และทั้งคู่ 

    ทุกตัวต่างเลเวลสูงขึ้นกว่าตอนออกล่าด้วยกันที่ป่าในเทือกเขาสอยดาวเสียอีก 

    เขตล่าเทือกเขาบรรทัดทำให้เลเวลของพวกเขาพุ่งกระฉูดกลายเป็นนักรบระดับแนวหน้าของอาณาจักรภายในเวลาสิบวัน

    อคินใช้แผนลอบสังหารโดยอาศัยหมอกของมายาและการยิงสกัดของบัวลอย 

    เขาพุ่งเข้าหาโทรลล์ที่หลงฝูง ใช้โล่ทุบทำลายจุดอ่อนที่หัวเข่าก่อนที่โบ้จะเข้าขย้ำลำคอ 

    การต่อสู้แต่ละครั้งทำให้อคินรู้สึก ‘ภูมิใจ’ ในฐานะอัศวินที่ระบบเลือก

    จนกระทั่งคืนวันที่ 10 ในส่วนลึกที่สุดของถ้ำผาตัดจันทร์ที่ลึกเกินกว่าใครจะเคยย่างกราย 

    อคินพบกับสิ่งที่ทำให้สติของเขาต้องสั่นคลอน

    บนผนังถ้ำที่เปียกชื้น มีรอยอักขระประหลาดสีแดงคล้ำถูกเขียนด้วยเลือดอสูร 

    กลิ่นของมันเหม็นสาบจนอคินรู้สึกอยากจะขย้อนสิ่งที่ไม่มีอยู่ในกระเพาะออกมา 

    เบื้องหน้าคือ ‘ที่นั่ง’ ขนาดมหึมาที่ถูกสลักจากหินงอกหินย้อย มันดูเหมือนราชบัลลังก์ของราชาผู้ป่าเถื่อน

    “มันไม่ใช่แค่โทรลล์ธรรมดา...” 

    อคินจ้องมองรอยเท้าที่ใหญ่กว่าโทรลล์ทั่วไปสามเท่าหน้าบัลลังก์นั้น 

    “มันกำลังจะพัฒนาไปสู่ระดับ 'ราชา' ... และดูเหมือนมันจะรู้วิธีการจัดระเบียบกองทัพ”

    เขารู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมาจากส่วนลึกของความมืดที่แสงไฟส่องไม่ถึง 

    สายตาที่ไม่ได้มีเพียงความหิวกระหาย แต่เต็มไปด้วย ‘ปัญญา’ และ ‘ความแค้น’

    “ระบบ... นายเห็นนั่นไหม?” 

    อคินถามในใจ

    หน้าต่างสีฟ้ากะพริบวูบวาบประหนึ่งกำลังประมวลผลอย่างหนัก

     

    [ฉันเห็นแล้ว... อคิน คืนนี้พอแค่นี้เถอะ นายเหลือเวลาแค่ 60 นาที กลับไปที่บ้านพักได้แล้ว!]

     

    อคินมองดูปลายเท้าของตนเองที่เริ่มเลือนรางราวกับภาพวาดที่ถูกลบ 

    เขารู้สึกถึงความอ่อนแรงที่ถาโถมเข้ามาอย่างกะทันหัน 

    ความรู้สึก ‘หนัก’ ที่ปลายประสาทเตือนว่าเวลาแห่งการเป็นวีรบุรุษกำลังจะสิ้นสุดลง 

    และเขาต้องกลับไปสู่ความมืดมิดที่เขาเองก็จำไม่ได้ว่ามันคืออะไร

    “นั่นสินะ... พรุ่งนี้เราจะกลับมาพร้อมกับกองกำลังเต็มรูปแบบ” 

    อคินพึมพำ ก่อนที่สติของเขาจะวูบดับไปพร้อมกับการนับถอยหลังของระบบที่เหลือเพียงเลขศูนย์

    เขาทิ้งตัวลงในเงามืด โดยไม่รู้เลยว่าร่างที่ร่วงหล่นลงพื้นนั้น ไม่ใช่อัศวินในชุดเกราะ 

    แต่เป็นเพียงแมวสามสีตัวเล็กๆ ที่กำลังขดตัวกลมอยู่ในกองเสื้อผ้าพนักงานออฟฟิศที่วางอยู่ท่ามกลางซากศพอสูร

    ...

    [11 มิถุนายน | 02:00 น.]

    ณ ประตูเมืองเขาชะอม เขตหน้าด่านตะวันออก

    ความเงียบสงัดของราตรีถูกทำลายด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักอึ้งและลากถูไปกับพื้นดินลูกรัง 

    อคินเดินนำขบวนทีมอะนีมาเนียกลับมาถึงหน้าด่านตรวจในสภาพที่ดูเผินๆ เหมือนอัศวินผู้ตรากตรำจากศึกหนัก 

    แต่หากใครสังเกตให้ดีจะพบว่า ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดิน 

    ร่างกายของเขามีอาการ ‘กระตุก’ เล็กน้อยเหมือนภาพสัญญาณแทรกในจอโทรทัศน์เก่าๆ

    เขารู้สึกได้ถึงน้ำหนักมหาศาลที่กดทับลงบนบ่า ไม่ใช่ความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ 

    แต่มันคือ ‘กฎ’ ของโลกที่เริ่มทวงคืนพื้นที่ ขาของเขาสั่นระริกราวกับมันพร้อมจะสลายกลายเป็นอากาศธาตุได้ทุกเมื่อ

    “หยุดก่อน! ระบุตัวตนด้วย!” 

    ทหารยามในชุดเกราะหนังตะโกนพร้อมชูคบไฟขึ้น แสงสีส้มวูบวาบเผยให้เห็นใบหน้าซีดเผือดของอคินที่ส่องประกายสะท้อนกับหน้าต่างระบบสีฟ้า

    “อคิน... และสัตว์สังกัดหน่วยอะนีมาเนีย” 

    เขาเค้นเสียงพูด แสงสีฟ้าจากระบบสว่างวาบขึ้นรอบตัวเขาเป็นสัญญาณยืนยัน ทหารยามคนนั้นรีบเก็บอาวุธและทำความเคารพทันที

    “ขออภัยครับท่านอัศวิน! มีรายงานด่วนอะไรจากทางผาตัดจันทร์ไหมครับ?”

    อคินหอบหายใจหนักหน่วง แม้ในใจจะสงสัยว่าทำไมเขาถึงไม่รู้สึกเจ็บปอดเลยสักนิดทั้งที่หอบขนาดนี้ 

    เขาเกาะขอบรั้วไม้ที่กั้นประตูเมืองไว้แน่น 

    “แจ้งท่านมามาเลดและฝ่ายความมั่นคงด่วนที่สุด... ในถ้ำนั่นไม่ใช่แค่ที่กบดานของอสูรแตกทัพ”

    เขาหยุดพักหายใจ ดวงตาจ้องมองเข้าไปในตาของทหารยามด้วยความเคร่งเครียด 

    “เราพบ ‘โทรลล์ผู้บัญชาการ’ มันมีความฉลาดพอที่จะจัดระบบนิเวศใหม่ มันเลี้ยงพวกฮาร์ปี้ไว้เป็นหูเป็นตาทางอากาศ และกำลังเขียนอักขระมนตรา... พวกรังโทรลล์ที่เหลือต้องถูกกวาดล้างทันที ก่อนที่มันจะวิวัฒนาการเป็นระดับ ‘ราชา’ โดยสมบูรณ์ มิเช่นนั้นเขาชะอมจะกลายเป็นเพียงโต๊ะอาหารของพวกมัน!”

    ทหารยามรีบจดบันทึกด้วยมือที่สั่นเทา 

    กลิ่นอายสังหารและแรงกดดันพลังเวทที่แผ่ออกมาจากร่างของอคินนั้นรุนแรงจนคนธรรมดาแทบยืนไม่อยู่ 

    “ขะ...เข้าใจแล้วครับท่านอัศวิน! ผมจะส่งรายงานด่วนที่สุดถึงหอสั่งการภายในห้านาที!”

    อคินพยักหน้าช้าๆ เขาไม่แม้แต่จะรอฟังคำขอบคุณ 

    ร่างในชุดเชิ้ตพนักงานออฟฟิศที่สวมทับด้วยเกราะกระดูกอสูรค่อยๆ หันหลังเดินกลับไปยังโซนพักอาศัย 

    โดยมีโบ้และบัวลอยเดินขนาบข้างไม่ห่าง 

    แววตาของสัตว์ทั้งสองไม่ได้มีความฮึกเหิมจากการรบ แต่กลับเต็มไปด้วยความกังวล 

    พวกมันคอยเดินเบียดข้างกายอคิน ราวกับจะช่วยพยุงไม่ให้ร่างที่เริ่มโปร่งแสงนั้นล้มลง

    ...

    [02:45 น.]

    อคินเดินเข้ามาในห้องพักที่มืดสนิท เขาไม่เปิดไฟ เพราะแสงสีฟ้าจากหน้าต่างระบบนั้นเพียงพอแล้ว 

    เขาค่อยๆ ปลดสายรัดเกราะออกอย่างทุลักทุเล มือของเขาเริ่มบังคับยากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของร่างกายอีกต่อไป

    เขาทิ้งตัวลงบนเตียงไม้ สัมผัสของฟูกที่นอนดูไกลห่างออกไปทุกที ตัวเลขสีฟ้าที่มุมสายตากะพริบเตือนสีแดงเข้ม

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:04:59] 

     

    “จบไปอีกคืน...” 

    อคินพึมพำกับความมืด 

    “ทำไมโลกนี้มันถึงหนักขนาดนี้กันนะ...”

     

    [โทรลล์ระดับราชา... หึหึ ดูเหมือนอาณาจักรสยามจะไม่ได้สงบสุขอย่างที่ตาเห็นสินะ เจ้าทำหน้าที่สายสืบได้ดีมากอคิน... พักซะเถอะ พรุ่งนี้ 'เจ้าส้มซ่า' คงมีเรื่องปวดหัวมาฝากเจ้าแน่นอน]

     

    อคินยิ้มบางๆ เขาคิดเสมอว่าระบบนี้ช่างมีความคิดความอ่านที่แปลกประหลาด 

    บางครั้งก็ดูเหมือนห่วงใย บางครั้งก็ดูเหมือนกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง 

    แต่สำหรับเขาที่สูญเสียความทรงจำและตื่นมาในโลกที่พังทลาย หน้าต่างสีฟ้านี้คือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเขายังมี ‘ตัวตน’ อยู่

    “แต้ม... นายอยู่ที่ไหนนะ...เมื่อไรเราจะได้เจอกัน”

     เขาพึมพำชื่อแมวที่เขาจำได้เพียงชื่อ แต่ภาพในหัวกลับพร่าเลือน 

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน