บทที่ 8 ดูเหมือนจะไม่เลว
ยิ่งไปกว่านั้น ฝีมือการทำอาหารของคุณย่าฮั่วก็ไม่ได้ดีเลิศอะไร ความ้าของชายจึงมีแค่ขอให้อิ่มท้องก็เพียงพอแล้ว
ตอนที่จางจิงจิงตักข้าว หญิงสาวตั้งใจตักให้เด็กๆ สามคนเยอะเป็พิเศษ เพราะกลัวว่าพวกเขาจะไม่อิ่ม
ส่วนฮั่วเจี้ยนิ เมื่อเห็นว่าเด็กทั้งสามคนก็จะขึ้นมานั่งที่โต๊ะอาหารด้วย สายตาของเขาก็อดไม่ได้ที่จะเผยความรังเกียจออกมาครู่หนึ่ง
แม้ว่าวันนี้ใบหน้าของพวกเด็กๆ จะไม่สกปรกแล้ว แต่เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ก็ยังคงดูทรุดโทรม แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็เด็กจากครอบครัวที่ยากจน
ยิ่งคิดไปถึงเื่ที่เด็กป่าเถื่อนพวกนี้จะมาแย่งชิงความรักจากคุณย่าฮั่ว เขาก็ยิ่งรับไม่ได้
“น้องสะใภ้ เธอตักกับข้าวให้เด็กๆ แล้วให้พวกเขาไปกินที่อื่นเถอะ พวกเรามีเื่ของผู้ใหญ่ที่จะคุยกัน”
ฮั่วเจี้ยนิไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่ทุกคนก็ดูออกถึงความรังเกียจในแววตาของเขา
“ทำไม? พวกเขาไปปิดปากนายไว้ไม่ให้พูดรึไง?”
ฮั่วฉางชิงโกรธจัด นับั้แ่ที่เขาพาเด็กๆ ทั้งสามคนกลับมา เขาก็แสดงจุดยืนของตัวเองอย่างชัดเจนแล้ว นั่นคือเขาจะเลี้ยงดูพวกเขาเหมือนลูกแท้ๆ
คำพูดของฮั่วเจี้ยนิแบบนี้ มันชวนหาเื่กันชัดๆ
“กินที่ไหนมันก็กินเหมือนกันไหม? จะพูดจาแรงๆ ทำไม? น้องชาย ที่นี่มันบ้านนะ ไม่ใช่ค่ายทหาร อย่าเอาอำนาจบาทใหญ่ในค่ายมาใช้ที่บ้านสิ”
ฮั่วเจี้ยนิเองก็ไม่ยอมแพ้ ทางเด็กทั้งสามที่เห็นพวกเขาทะเลาะกันก็ยิ่งหดคอต่ำลงเรื่อยๆ
น้องชายคนเล็กเริ่มน้ำตาคลอ และพูดตะกุกตะกัก “พวก…พวกเราไปกินที่โซฟาได้ครับ อย่า…ทะเลาะกันเลย”
พูดจบเด็กน้อยก็ทำท่าจะลุกขึ้น แต่ถูกจางจิงจิงกดไหล่ไว้
“ไม่ต้องลุกหรอก นั่งนี่แหละ”
ที่นี่เป็บ้านของคุณปู่ อาหารก็เธอเป็คนทำ แต่ทำไมฮั่วเจี้ยนิกลับไม่อนุญาตให้ลูกๆ ของเธอนั่งกินข้าวที่โต๊ะได้ล่ะ? เขาไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนั้นสักหน่อย
น้องชายคนเล็กมองหน้าพี่สาว เมื่อเห็นพี่สาวพยักหน้าให้เบาๆ จึงไม่พูดอะไรอีก
ตอนนั้นเอง คุณปู่ฮั่วที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เอ่ยขึ้น
“พอได้แล้ว กินข้าวโต๊ะเดียวกัน จะเื่มากอะไรนักหนา”
คำพูดนี้เข้าข้างฮั่วฉางชิงอย่างเห็นได้ชัด ฮั่วเจี้ยนิทำได้เพียงขมวดคิ้วเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ และทุกคนก็เริ่มลงมือทานอาหาร
เพียงไม่กี่คำก็ััได้ถึงฝีมือการทำอาหารของจางจิงจิง
ฮั่วฉางชิงเดาว่าเธอทำอาหารเก่ง แต่ไม่คิดว่าจะเก่งขนาดนี้
ไม่ต้องพูดถึงเด็กตะกละสามคน แม้แต่ผู้ใหญ่ที่เหลือก็เริ่มคีบอาหารเร็วขึ้น
“ไม่คิดเลยว่าเธอจะมีฝีมือขนาดนี้ เยี่ยมมาก”
คุณปู่ฮั่วไม่ได้สนใจจางจิงจิงเลย แม้แต่ชื่อของเธอก็ยังจำไม่ได้
จางจิงจิงเองก็ไม่ได้สนใจมากนัก
“คุณปู่ชอบทานก็พอแล้วค่ะ ถ้ามีเวลาหนูจะมาทำให้ทานอีกนะคะ”
คำพูดของหญิงสาวช่างน่าเอ็นดู ไร้ซึ่งท่าทางเคอะเขินแบบสาวบ้านนอก แถมยังไม่เห็นวี่แววของความก้าวร้าวใดๆ
คุณย่าฮั่วอดไม่ได้ที่จะมองเธออีกครั้ง พลางรู้สึกว่าอีกฝ่ายดูแตกต่างจากเมื่อวานนี้เล็กน้อย
“เป็เด็กที่เด็กกตัญญูจริงๆ” ขณะเดียวกัน ชายชราได้มองเธอตรงๆ เป็ครั้งแรก
“ปกติแล้วฉางชิงประจำอยู่ที่กองทัพ เด็กทั้งสามคนก็ต้องรบกวนให้คุณปู่คุณย่าช่วยดูแล การที่หนูมาช่วยทำกับข้าวให้ทานบ้างก็เป็เื่ที่สมควรอยู่แล้วค่ะ” จางจิงจิงพูดอย่างจริงใจ ไม่แสดงท่าทางเสแสร้งเลยแม้แต่น้อย
คำพูดนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ฮั่วฉางชิงกับคนอื่นๆ ตกตะลึงเท่านั้น แม้แต่ฮั่วเจี้ยนิก็ยังมองด้วยความประหลาดใจ ผู้หญิงที่ดูสง่างามและพูดจาอย่างสุภาพตรงหน้า ใช่สาวบ้านนอกที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างที่เขาได้ยินมาจริงเหรอ?
เดิมทีเขาตั้งใจจะมาเยาะเย้ยเ้าฮั่วฉางชิง แต่กลับไม่เป็อย่างที่คิดไว้
ไม่สิ ต้องเป็เพราะฮั่วฉางชิงบอกเธอไว้ก่อนที่เขาจะมาแน่ๆ ไม่อย่างนั้นแล้ว สาวบ้านนอกอย่างเธอจะพูดจาดีๆ แบบนี้ออกมาได้ยังไง?
ไก่บ้านก็เป็ได้แค่ไก่บ้าน ต่อให้ทาสีทองยังไงก็เป็ฟีนิกซ์ไม่ได้ วันหนึ่งเธอต้องแสดงธาตุแท้ออกมาแน่ๆ
“ช่างเป็เด็กที่กตัญญูนัก”
ชายชราถอนหายใจแล้วพูด
เป็เื่จริงที่จะบอกว่าเขามีลูกชายทั้งหมดสามคน แต่ถึงอย่างนั้นพวกลูกสะใภ้ของเขาก็ไม่ค่อยมาที่นี่ด้วยนัก เพราะงั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกหลานเขยหรือหลายสะใภ้เลย
หญิงชราดูถูกจางจิงจิงและไม่ไว้วางใจทักษะการทำอาหารของเธอ แม้ว่าอาหารจะอร่อย แต่เธอก็ไม่เต็มใจที่จะกินมากเกินไป และแน่นอนว่าการรักษาหน้าไว้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด
หลังจากที่ทุกคนกินข้าวเสร็จ จางจิงจิงรีบอาสาไปล้างจาน แต่คุณย่าฮั่วกลับปฏิเสธ
“ไม่ต้องล้างหรอก ฉันยังไม่แก่ขนาดนั้น ล้างเองไหว”
“คุณย่ายังแข็งแรงดีค่ะ แค่หนูคิดว่านานๆ มาเยี่ยมทีก็อยากช่วยทำงานบ้าง”
คุณย่าฮั่วแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ “ไม่ต้องก็คือไม่ต้อง”
ท้ายที่สุดแล้ว จางจิงจิงก็เพิ่งเป็สะใภ้ใหม่ แต่งเข้าบ้านมาแล้วให้ทำกับข้าวทั้งยังล้างจาน ถ้าเื่นี้แพร่ออกไปคนอื่นจะไม่คิดกันหรอกเหรอว่าตระกูลฮั่วรังแกหญิงสาวที่อ่อนแอคนนี้น่ะ
พอเห็นแบบนั้น จางจิงจิงจึงไม่ดื้อดึงอีกต่อไป
แต่ตอนที่พวกเขากำลังจะไป คุณย่าก็ดึงฮั่วฉางชิงไว้ข้าง ๆ
“เอานี่ห้าหยวน เอาไปสิ เมื่อกี้ตอนไปซื้อผัก ภรรยาของหลานเป็คนจ่ายเงิน ย่าเป็ย่านะ จะเอาเปรียบหล่อนได้ยังไง? พอกลับไปก็เอาเงินนี่ไปให้หล่อนซะ”
ฮั่วฉางชิงอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ผลักมือหญิงชรากลับไป
“คุณย่าครับ แบบนี้เรียกว่าลำเอียงนะครับ ตอนนี้เธอเป็หลานสะใภ้คุณย่าแล้ว พวกเราเป็ครอบครัวเดียวกัน ซื้อผักใครเป็คนจ่ายก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอครับ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น คุณย่าฮั่วจึงอดไม่ได้ที่จะจ้องมองหลานชาย
“อย่าบอกนะว่าหลานเอาเงินของตัวเองไปให้หล่อนดูแลหมดแล้ว? หรือว่าที่หล่อนมาเอาใจย่าแบบนี้ เพราะใช้เงินของหลานน่ะ?”
ฮั่วฉางชิงมองคุณย่าฮั่วครู่หนึ่ง ในใจรู้สึกผิดอยู่บ้าง
จางจิงจิงมาจากชนบท ดูจากท่าทางแล้วที่บ้านตระกูลจางก็น่าจะไม่ค่อยต้อนรับ คาดว่าตอนที่แต่งงานมาด้วย เธอคงไม่มีเงินติดตัวมาเลย เขาถึงกับไม่เคยคิดถึงเื่นี้มาก่อน
“ผมไม่ได้ให้เธอครับ ยังไม่ทันได้ให้เลย”
คุณย่าฮั่วจ้องเขม็ง “หลานห้ามเอาเงินไปให้เธอเก็บเด็ดขาด ผู้หญิงบ้านนอกคอกนาแบบนั้นจะรู้อะไร? เดี๋ยวก็เอาเงินเก็บของหลานไปผลาญหมด ให้แม่หลานเก็บไว้ดีกว่า ต่อไปถ้าเธอจะใช้เงินก็ให้ไปขอจากแม่หลานเอา”
ก็ไม่ใช่ว่าคุณย่าฮั่วคิดมากไปหรอกนะ แต่พฤติกรรมของจางจิงจิงเมื่อวานทำให้ผิดหวังจริง ๆ ถ้าไม่ระวังไว้บ้างจะทำยังไง?
ฮั่วฉางชิงเองก็ไม่อยากทำแบบนั้น แต่ก็ไม่อยากทะเลาะกับคุณย่าฮั่ว จึงได้แต่ตอบอย่างอ้ำอึ้งไป
ระหว่างทางกลับบ้าน ฮั่วฉางชิงมองจางจิงจิงที่กำลังคุยเล่นกับเด็ก ๆ อยู่ด้านข้าง เขาขยับริมฝีปากเล็กน้อย “จริงสิ ตอนนี้คุณมีเงินติดตัวบ้างไหม?”
จางจิงจิงไม่คิดว่าชายหนุ่มจะถามคำถามนี้ จึงชะงักไปครู่หนึ่ง “มีนิดหน่อยค่ะ ทำไมเหรอคะ?”
ฮั่วฉางชิงส่ายหน้าและไม่พูดอะไรต่อ จางจิงจิงจึงไม่ได้ซักถามอะไรเพิ่มเติม
เมื่อกลับถึงบ้าน หญิงสาวก็พาเด็ก ๆ เข้าห้องไปพักผ่อน
ขณะเดียวกัน ฮั่วฉางชิงค้นหาของในตู้พักหนึ่ง ก่อนจะหยิบกล่องไม้กล่องหนึ่งออกมา
“นี่ให้คุณ”
“อะไรเหรอคะ?” จางจิงจิงถามด้วยความประหลาดใจ
“เปิดดูสิ”
จางจิงจิงรับกล่องมาเปิดออก พบว่าข้างในเป็ตั๋วกองหนึ่งและเงินอีกปึกหนึ่ง ในตอนนี้ธนบัตรที่มีมูลค่าสูงสุดคือสิบหยวน เมื่อดูจากความหนาแล้ว คาดว่าน่าจะมีไม่น้อย
“นี่มัน...?” จางจิงจิงเงยหน้าขึ้นอย่างสับสน
ฮั่วฉางชิงมองเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงจัง
“ในเมื่อเราเป็สามีภรรยากันแล้ว เงินก็ควรจะเป็คุณที่เก็บรักษา เพราะผมต้องอยู่ในค่ายทหารตลอดทั้งปี ไม่มีที่ให้ใช้เงิน คุณอยู่บ้านเลี้ยงลูก ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ล้วนต้องใช้เงิน นี่เป็เงินเดือนและเงินอุดหนุนของผมตลอดหลายปีที่ผ่านมา”
จางจิงจิงถึงกับพูดไม่ออก ทันใดนั้นหัวใจของเธอก็สั่นไหว ผู้ชายที่ดีพร้อมแบบนี้จะไปหาได้จากที่ไหนอีก!
ถึงจะเป็สามีภรรยากัน แต่ใครบ้างจะไม่มีเื่ส่วนตัวกันล่ะ? ใครจะยอมเอาเงินทั้งหมดไปให้กันได้ลงคอ?