“ รายงานครับ คุณโยฮันกลับมาแล้วครับ ”
เสียงรายงานดังขึ้นในช่วงสายของวัน เดิมทีพวกเขาคาดหวังว่าสิ่งที่จะส่งกลับมาจากเมือง Y คือคลื่นวิทยุสื่อสาร เพียงแต่ว่าโยฮันกลับเดินทางมารายงานด้วยตนเอง ทุกคนจึงรอฟังสิ่งที่โยฮันจะนำออกมา
“ พาตัวเขามาที่นี่ ”
เหล่าคนที่อยู่ภายในห้องควบคุมนั่งรอข้อมูลจากโยฮันด้วยใจที่จดจ่อ ไม่นานพวกเขาก็มองเห็นชายสวมผ้าคลุมสีดำเดินเข้ามาในห้อง สภาพของเขาไม่ต่างจากตอนเดินทางจึงรู้ว่าไม่มีอันตรายขัดขวางการสำรวจ
“ ผมขอเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน ” โยฮันไม่ยอมให้ใครพูดขัด เขาเหนื่อยที่ต้องตอบคำถามจึงจะเล่าทุกอย่างออกมาให้ทุกคนฟังทั้งหมดก่อนแล้วค่อยตอบคำถามในครั้งเดียว หลังจากเขายื่นกล้องบันทึกให้กับวิน ไม่นานภายในห้องก็มีวีดีโอภาพถ่ายมุมสูงของเมือง Y แสดงให้ทุกคนเห็น
“ จากการสำรวจของผม เมือง Y รับมือกับซอมบี้ได้ทันทำให้ผู้รอดชีวิตเหลืออยู่หลักหมื่นจนอาจจะเกือบจะถึงหลักแสน ”
หนึ่งในคนที่อยู่ภายในห้องประชุมอ้าปากเตรียมสอบถาม โยฮันกลับยกมือแตะปากบอกให้อีกฝ่ายเงียบ เขาต้องการเล่าทุกอย่างให้จบแล้วค่อยถามในครั้งเดียว
หลังจากห้องกลับมาเงียบอีกครั้งโยฮันจึงได้เล่าทุกอย่างที่เห็น รวมไปถึงวิธีรับมือกับซอมบี้ของเมือง Y นอกจากนั้นแล้วเขายังบอกทุกคนให้รู้ด้วยว่าเมือง Y ได้รับการแจ้งเตือนถึงซอมบี้ก่อนที่พวกเขาจะถูกพวกมันบุกโจมตี เมื่อทุกอย่างเล่าจบทุกคนที่ได้ฟังรายงานล้วนแล้วเอ่ยความคิดของพวกเขาออกมา
“ งั้นก็หมายความว่าจะต้องมีกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังแน่นอน พวกมันจะต้องควบคุมข่าวการแพร่เชื้อในเมือง X และเมือง Z ส่วนเมือง Y อาจจะอยู่นอกเหนือที่พวกมันคิดจะจัดการจึงทำให้มีผู้คนในเมืองได้รับการแจ้งเตือนเรื่องซอมบี้จากการพูดคุยกันในอินเทอร์เน็ต ”
หลายคนที่อยู่ภายในห้องพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดนี้ ดูท่าจุดศูนย์กลางของซอมบี้จะเป็นเมือง X ส่วนเมือง Z น่าจะได้รับผลกระทบจากเมือง X โดยที่คนกลุ่มนี้ยังคงปิดข่าวได้อยู่ แต่สำหรับเมือง Y ที่มีการพูดถึงในอินเทอร์เน็ตแต่ไม่มีสำนักข่าวใดรายงาน กลุ่มที่ลงมืออาจจะมีคนไม่เพียงพอที่จะปกปิดข้อมูลทั้งหมด ทำให้เมือง Y รับมือกับซอมบี้ได้ทันจนเหลือคนหลายหมื่น
“ ถ้าเป็นแบบนั้นเมือง V ก็อาจจะเป็นเหมือนเมือง Y แบบนี้เราก็สามารถสร้างกองกำลังแล้วส่งเข้าไปกวาดล้างภายในเมือง X ได้แน่นอน ”
ภายในใจของทุกคนมีความหวัง การรอดชีวิตของคนจำนวนมากทำให้พวกเขาสามารถฝึกนักสู้แล้วนำเข้าสู่เมือง X ได้ อย่างไรก็ตามคำพูดของโยฮันที่ได้ยกประโยคคำพูดของนายพลเสริมมาพูด ทำให้หลายคนวิตก เนื่องจากว่านายพลเสริมยังไม่เห็นด้วย 100 % กับการโจมตีซอมบี้ภายในเมือง X
“ เรามองข้ามการตัดสินใจของนายพลเสริมไปก่อน ตอนนี้ยังเหลือเมือง V ที่เราต้องสำรวจ ผมอยากให้พี่โยฮันเดินทางให้เร็วที่สุด พี่คิดว่าตนเองน่าจะเดินทางได้ตอนไหน ”
วินหันไปหาโยฮัน เขาต้องการทราบข้อมูลเมือง V ถ้าหากได้ข้อมูลเมืองนี้มาแล้ว เขาสามารถวางแผนโต้กลับได้ สำหรับเรื่องนายพลเสริม เขามองข้ามไปก่อน คงต้องให้ผู้ใหญ่เกลี้ยกล่อมกันและกันเพื่อให้ส่งกองกำลังมาช่วยเหลือ
“ ขอพักก่อน 1 ชั่วโมงแล้วฉันจะเดินทางทันที ”
“ ดีเลยพี่ ตอนนี้ไม่มีอะไรให้ทำแล้วพี่สามารถพักผ่อนได้ ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ ”
วินเดินเข้ามาหาโยฮันแล้วผลักเขาออกจากห้อง โยฮันรู้ได้ในทันทีเลยว่าภายในห้องควบคุมกำลังจะมีเรื่องปวดหัวคุยกัน การที่วินผลักเขาออกมาคงเพราะต้องการให้เขาได้พัก โยฮันจึงพยักหน้าให้อีกฝ่ายแล้วเดินทางไปหาน้องสาว สำหรับเขาการพักไม่ใช่การนอน แต่เป็นการเติมพลังงาน เนื่องจากขากลับเขาใช้พลังงานสีฟ้าไปจนหมด ต่อให้จะเหลือพลังงานสีแดงและสีน้ำตาลก็ตาม พลังงานสีฟ้ายังคงจำเป็นสำหรับเขา นับว่าโชคดีที่พลังงานทั้ง 3 สีมีแหล่งพลังงานแยกออกจากกัน
“ ยี๋ ”
แอลลี่มองดูพี่ชายด้วยความขยะแขยง อีกฝ่ายกำลังกินตับซอมบี้สดๆจนบริเวณปากเต็มไปด้วยเลือด เธอสัมผัสได้ว่าพี่ชายอยู่ใกล้ๆจึงผละตัวออกมาหาไม่คิดว่าพี่ของเธอจะแอบมากินซอมบี้แบบนี้
“ ทำเป็นขยะแขยง เธอก็เคยกินมันเหมือนกันล่ะ ”
“ ครั้งนั้นมันจำเป็น ว่าแต่พี่กลับมาแล้วเหรอ หรือยังไม่ไป ”
“ ไปเมือง Y มาแล้ว อีก 1 ชั่วโมงจะไปเมือง V ต่อ ”
“ เมือง Y เป็นยังไงบ้างคะ ”
โยฮันถอนหายใจเบาๆเพราะต้องมาเล่าอะไรซ้ำๆ เขาจึงบอกให้เธอไปควักตับซอมบี้มาแลกข้อมูล แอลลี่จึงทำตามอย่างไวแล้วมายืนรอฟังพี่ชายเล่าเรื่องเมือง Y ในระหว่างนี้เธอก็ได้ชะโงกหน้าออกจากมุมตึกบ่อยๆเพื่อดูว่าพี่ไอริสปลอดภัยหรือเปล่า
“ สรุปแล้วพวกเขาไหวตัวทัน แต่ถึงอย่างนั้นก็มีคนรอดแค่หลักหมื่น ”
“ ใช่ จากที่ฉันฟังมา ดูเหมือนว่าในเมือง Y จะมีการแพร่เชื้อระยะแรกเหมือนของเรา มีคนไม่ได้สตินอนข้างถนน หากเชื้อที่แพร่มาจากการเดินทางของซอมบี้จากเมือง Z ไปถึงที่นั่น คนคงจะรอดเยอะกว่านี้ ”
แอลลี่เข้าใจดีถึงการแพร่เชื้อในระยะแรก คนที่รอดชีวิตจากเชื้อที่แพร่ในอากาศมีน้อยมาก มันเหมือนกับการบังคับให้มนุษย์ต้องตายถ้ามีร่างกายอ่อนแอ หลังจากนั้นคนที่รอดจากเชื้อที่แพร่ในอากาศก็ต้องเอาชีวิตรอดจากซอมบี้
“ มีข่าวอะไรไหม ”
“ ข่าวเหรอคะ ไม่มีนะ จะมีก็แค่ลุงพลเรียกหนูไปฆ่าซอมบี้ระดับ 6 ช่วยก็เท่านั้น ”
“ มีการตรวจสอบนักสู้หรือยังว่าวิวัฒนาการไปถึงไหนแล้ว ”
แอลลี่ทำหน้าเข้าใจ เมื่อเช้าหลังจากที่พี่ชายของเธอบินจากไป พี่สาวไอริสก็ได้รับวิทยุจากทางฐานให้รายงานเกี่ยวกับจำนวนนักสู้ที่รอดชีวิตรวมไปถึงอัตราการวิวัฒนาการ
“ เมื่อเช้ามีการสรุปจำนวนนักสู้ค่ะ หนูจำไม่ได้แล้วว่ามีเท่าไหร่ แต่ที่หนูจำได้แม่นคือ มี 9 คนวิวัฒนาการครั้งที่ 5 แล้ว ”
โยฮันเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อรู้ว่ามีคนวิวัฒนาการครั้งที่ 5 ไล่ตามหลังไอริสมาติดๆ หลังจากไอริสวิวัฒนาการครั้งที่ 5 ได้ราว 10 ชั่วโมงกลับมีผู้วิวัฒนาการตามหลังเธอมาจำนวน 8 คน รวมแล้วตอนนี้มีนักสู้ระดับ 6 มากถึง 9 คน ไม่นับรวมเขาและน้องสาว
“ ผู้วิวัฒนาการครั้งที่ 4 จนเป็นนักสู้ระดับ 5 มีราวๆ 250 คนค่ะ เฉลี่ยแล้วกลุ่มที่แยกออกเป็น 5 กลุ่มมีนักสู้ระดับ 5 ราว 50 คนต่อกลุ่ม ส่วนคนที่เหลือเป็นระดับ 4 ไม่มีระดับ 3”
“ ฉันถามอะไรหน่อยสิ มีระดับ 5 เกิดขึ้นเยอะอย่างนั้นเหรอ ”
“ อ้าว เป็นฝีมือของพี่ไม่ใช่เหรอ พี่ทิ้งเนื้องูระดับ 7 ไปรอบๆทำให้ระดับ 5 เกิดมามากมายไม่ใช่หรือไง ”
“ เออใช่ เกือบลืมไป ”
“ โห พี่ลืมได้ไง เกือบไปแล้วไหมล่ะดีนะที่รับมือพวกมันได้ ”
“ สรุปแล้วเนื้องูระดับ 7 ที่ฉันโยนทิ้งเอาไว้รอบๆกระตุ้นให้นักสู้วิวัฒนาการรวดเร็ว ”
“ ใช่ๆ แต่จากที่หนูมองดู น่าจะมีระดับ 6 เพิ่มขึ้นมาอีกราว 3 - 4 คน ในช่วงที่หนูออกไปช่วยฆ่าระดับ 6 คนที่รับเชื้อไม่ใช่คนเดิมเลย หนูจึงคิดว่าพวกเขาน่าจะเป็นคนต่อไปที่ถูกเลือกให้เป็นระดับ 6 ”
“ เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว ฉันคงต้องไปก่อน ”
“ โอ๊ะๆ หนูลืมบอกบางอย่าง เมื่อเช้านี้หนูชวนพี่ไอริสมากินข้าวด้วยล่ะ เธอฝากขอบคุณพี่ด้วย ”
“ ฉันเหรอ แล้วทำไมต้องขอบคุณฉันล่ะ ”
“ ก็อาหารเป็นของพี่ไง พี่ให้หนูเรียกพี่ไอริสมากินด้วยกันไม่ใช่เหรอ ”
“ ยัยเปี๊ยก นี่เธออ้างฉันอีกแล้วเหรอ ”
แอลลี่ฉีกยิ้มกว้างก่อนจะวิ่งหนีจากพี่ชาย โยฮันทำเพียงยืนค้ำสะเอวมองตามน้องสาวที่พยายามหางานให้เขาประจำ
“ อาหารเช้าอร่อยมากๆเลยนะคะ ”
เสียงยังคงดังมาจากทิศทางที่แอลลี่วิ่งไป โยฮันจึงเลิกใส่ใจแล้วบินกลับไปรายงานวินเกี่ยวกับการเดินทาง หลังจากที่อีกฝ่ายรับทราบแล้วเขาก็ขึ้นบินมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกของเมือง Z มุ่งหน้าสู่เมือง V ในทันที
“ จะถึงก่อนเที่ยงไหมนะ ”
โยฮันมองดูนาฬิกาตอนนี้เป็นเวลา 11.10 น. ด้วยความเร็วในการบินเขาคิดว่าอาจจะเดินทางไปถึงตัวเมือง V ได้ก่อนเที่ยงวัน ไม่แน่เขาอาจจะเดินทางไปถึงเร็วกว่านั้น หลังจากบินบนฟ้าเขาก็เริ่มเข้าใจการพาตัวเองเข้าสู่กระแสลมบนอากาศ หากเขาบินต้านลมจะต้องใช้พละกำลังไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเขาจึงต้องมองหากระแสลมที่พัดไปยังเมือง V แล้วอาศัยแรงลมนั้นช่วยเหลือเพื่อให้การเดินทางเร็วกว่าบินต้านลม
---------------------------------------------------------------
“ ท่านครับ มีรายงานเข้ามาครับ ”
นายพลเสริมนั่งตัวตรงบนเก้าอี้ หลังจากทหารวิ่งเข้ามารายงานบางอย่างที่ดูน่าสนใจ
“ มีอะไร ”
“ เราได้รับข่าวจากหน่วยสำรวจที่ออกลาดตระเวนในจุดที่ซอมบี้ชุกชุมและถูกคาดการณ์ว่าจะมีซอมบี้ระดับสูงปรากฎตัวขึ้นมา เมื่อครู่นี้พวกเขาได้เข้าไปสำรวจอีกครั้งก่อนจะส่งรายงานที่น่าสนใจกลับมาครับ ซอมบี้ที่มีขนาดตัวเท่าตึกสูง 10 ชั้นถูกสังหารแล้วครับ ”
สิ่งที่น่ากลัวสำหรับทหารในตอนนี้คือซอมบี้ระดับ 5 เพียงการมาของมันตัวเดียวเท่านั้นทำให้พวกเขาเสียคนไปมากมายแล้วยังเสียอาวุธภายในคลังไปมหาศาลเพื่อจะฆ่าสังหารมันสักตัว แต่กลับมีอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้พวกเขาเกรงกลัวกว่าระดับ 5 คือระดับ 6 ที่ยังคงนอนนิ่งอยู่ภายในโรงงานไฟฟ้าและโรงงานน้ำมัน ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่เท่าตึก 10 ชั้นแล้วการป้องกันที่น่าจะเยอะกว่าระดับ 5 พวกเขาจึงยังไม่มีวิธีการที่จะจัดการกับมัน นับว่าโชคยังดีที่ซอมบี้ระดับ 6 ไม่เคลื่อนไหวจึงทำให้พวกเขาอยู่อย่างปลอดภัยไปได้ระยะเวลาหนึ่ง
อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่ากลัวทั้ง 2 ตัวกลับถูกฆ่าโดยที่พวกเขาไม่รู้ เมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีชายคนหนึ่งมาจากเมือง X และเมือง Z แล้วได้มอบอาวุธให้พวกเขา 2 ชิ้น นายพลเสริมจึงบอกให้คนของเขารีบนำมันไปตรวจสอบ เผื่อมันจะไม่ใช่อาวุธธรรมดาทั่วไปอย่างที่พวกเขาได้จากร่างซอมบี้
หลังจากนั่งรอผลการตรวจสอบราว 10 นาที ทหารนายที่รับดาบไปเล่มหนึ่งก็วิ่งกลับมาด้วยใบหน้าแตกตื่น หลังจากเขาได้นำดาบไปทดสอบ
“ ท่านครับ ทหารของเราที่เป็นระดับ 4 ได้ลองใช้งานมันดูแล้วครับ เขาสามารถใช้สิ่งนี้ตัดซอมบี้ระดับ 4 ได้ง่ายๆ การจะฆ่ามันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปเลยครับ นอกจากนั้นช่างของเราคาดการณ์เอาไว้ว่า ถ้ามันถูกใช้งานจากทหารระดับ 5 น่าจะสร้างบาดแผลให้กับซอมบี้ระดับ 6 ได้”
“ หมายความว่ามันแข็งแรงพอจะสร้างความเสียหายให้กับระดับ 6 ”
“ ใช่ครับ จากการตรวจสอบความแข็ง มันแข็งกว่ากระดูกซอมบี้ระดับ 5 ที่เราฆ่าตาย คาดว่าน่าจะมีความแข็งกว่าระดับ 6 ด้วยนะครับ ”
“ งั้นนำมันไปให้ทหารที่เป็นระดับ 5 ใช้ซะ ”
บนใบหน้าของนายพลเสริมปรากฎความตะลึง เดิมทีเขานึกว่าชายที่เดินทางมาจะเป็นเพียงผู้ที่วิวัฒนาการธรรมดาเพียงเท่านั้น สิ่งที่อีกฝ่ายทิ้งเอาไว้กลับทำให้เขารู้สึกตื่นตระหนก อาวุธที่มีความแข็งที่คาดว่าสามารถสร้างความเสียหายให้กับระดับ 6 แล้วยังมีศพซอมบี้ระดับ 6 2 ตัวถูกฆ่าตาย ทำให้เขานำคำพูดของอีกฝ่ายที่ทิ้งเอาไว้มาไตร่ตรองใหม่อีกที.