บทที่ 66
‘จากการสุ่มสินค้าชิ้นแรก ผู้ดูแล ได้รับสินค้า ๏ผักกาดดองกระป๋อง ตรานกพิราบเทา๏ ราคากระป๋องละ 40 เหรียญทองแดง’‘จากการสุ่มสินค้าชิ้นที่สอง ผู้ดูแลฝึกหัด ได้รับสินค้า ๏โจ๊กซอง [รสหมู,รสไก่] ตราแม่ศรีเรือน๏ ราคาซองละ 15 เหรียญทองแดง’‘จากการสุ่มสินค้าชิ้นที่สาม ผู้ดูแล ได้รับสินค้า ๏ทิชชู่เปียก [50 แผ่น]๏ ราคากล่องละ 100 เหรียญทองแดง’หลังจากการสุ่มสินค้า ร้านก็ทำการเปลี่ยนชั้นวางสินค้าใหม่ทั้งหมด เป็นรูปแบบใหม่ สินค้าของเขาในตอนนี้มันมีเยอะมากขึ้นแล้ว แต่ในโซนเครื่องดื่มยังมีสินค้าอยู่ชิ้นเดียวเท่านั้น เขาคิดว่าเมื่อไหร่จะมีมาเพิ่มขอแค่เป็นโคล่าโง่ๆก็ได้ มีอยู่อย่างเดียวมันไม่คุ้นตาสักเท่าไหร่ ถ้าหากเทียบกับมาตรฐานของโลกเดิมจากนั้นเขาก็เริ่มทำการวิเคราะห์สินค้าของเขา ร่วมกับแนนซี่เพื่อทำการตลาดในเรื่องของการแนะนำ สินค้าผักกาดดองกระป๋องน่าจะเป็นสินค้าที่ขายได้ดีมากในระดับหนึ่งเลยทีเดียว เพราะว่าผักใบเขียวมันหาชื้อได้ยากมากในช่วงนี้ อย่าว่าแต่หน้าหนาวเลย ขนาดหน้าร้อนผักจำพวกใบเขียวก็ขายกันอยู่ที่กิโลละ 100 เหรียญทองแดง (50บาท) เข้าไปแล้วยิ่งช่วงหน้าหนาวอย่างนี้ที่อะไรก็ปลูกไม่ได้ ราคาของมันก็ดีดตัวพุ่งขึ้นสูงถึงกิโลละ 350 เหรียญทองแดงเลยทีเดียว (175 บาท) มันแสดงให้เห็นแล้วว่าโลกใบนี้นอกจากต้นไม้ใบหญ้าที่มีสีเขียวที่เห็นกันอยู่หนาตา แต่มันตรงกันข้ามกับพวกพืชผักสีเขียวที่นำมาบริโภคอยู่น้อยนิดนั้นแตกต่างกันขนาดไหนจำนวนของพวกมันที่สามารถปลูกได้นั้น นับว่าน้อยเป็นอย่างมาก ทำให้สินค้าชนิดนี้มีราคาที่สูงเกินกว่าที่มันควรจะเป็น และส่วนใหญ่คนที่ทานได้ มักจะเป็นคนใหญ่คนโตที่พอมีจะกิน ชาวบ้านส่วนใหญ่มักจะไม่ได้ทานมันเลย นานทีจะปลูกขึ้นสักแปลงสองแปลงพวกเขาก็ต่างขายมันออกไปทั้งหมดมันทำให้สินค้าของฌอนตัวนี้น่าจะได้รับความนิยม เพราะหนึ่งมันเป็นอาหารที่สามารถเก็บไว้ได้นานเป็นปี สองเพราะมันเป็นผักใบเขียวที่ถูกที่สุดแล้ว ด้วยขนาดกระป๋องที่ 650 กรัม หากเทียบดีๆแล้วราคามันจะถูกกว่าผักสดที่ยังไม่ได้ปรุงแต่งเลยด้วยซ้ำ อย่างสุดท้ายคือมันมีรสชาติที่อร่อยเป็นอย่างมาก หากทานคู่กับโจ๊กหรือสินค้าอีกชิ้นหนึ่งของเขา ก็นับว่ามันเข้ากันได้อย่างดีผักกาดดองกระป๋องนี้ฌอนจำมันได้เป็นอย่างดี และยิ่งตรานี้เขาทานมันเกือบจะทุกๆวันเลยทีเดียว เพราะมันอร่อยมากจริงๆ และอีกอย่างในตอนนั้นเขาไม่ได้มีเงิน และเวลามากนัก จึงชื้อติดห้องไว้ตลอดๆหลายๆกระป๋อง ฌอนคิดว่ามันน่าจะเหมาะสมกับคนในโลกนี้อีกด้วย เพราะว่าผักใบเขียวจะทำให้ร่างกายมีวิตามินที่มากขึ้น ผู้คนส่วนใหญ่ในโลกนี้ มักจะละเลยในส่วนนี้หรืออาจจะด้วยความไม่รู้ เพราะว่าใครต่อใครก็ต่างมีผิวหนังที่มือ และเท้าลอกออกมาเป็นแผ่นๆมันก็ยกเว้นคนที่มีอันจะกินล่ะนะ ที่ผิวพรรณจะดีกว่าชาวบ้านตาสีตาสาทั่วๆไป แล้วสินค้าชิ้นที่สองของเขาก็คือโจ๊กซอง เขาก็คิดว่ามันเป็นเมนูคล้ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป(ขออนุญาตเปลี่ยนจากมาม่าเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพื่อให้มันเป็นทางการมากขึ้นครับ) ที่เขามีขายอยู่ที่ร้าน และมันน่าจะเป็นสินค้าที่ขายดีไม่ต่างอะไรจากบะหมี่เลยแม้แต่น้อยแต่เขาก็ต้องวางแผนเพื่อที่จะโฆษณาสินค้าตัวนี้ให้ดีๆ วิธีทำมันง่ายมากกว่าต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเสียอีก มันก็เพียงแค่ฉีกซองแล้วเทสิ่งที่มีอยู่ข้างในลงไปในถ้วยชาม จากนั้นก็แค่ใส่น้ำร้อนแล้วก็คนสักพักเพียงเท่านั้น แต่ความยากของมันคือการกะปริมาณน้ำเพียงเท่านั้นเอง แต่แนนซี่ก็ได้แย้งเขามาในทันที เพราะว่าในตอนนี้มันเป็นเดือนปีศาจที่ใครต่างใครก็ไม่ยากออกจากบ้านกันทั้งนั้น จะมีก็แต่พวกคนที่สามารถซื้อป็อกกี้ของฌอนมาทานเท่านั้น เวลานี้คนเดินอยู่ตามถนนหนทางมันน้อยลงไปกว่าเดิมเหลือเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองแหละมั้ง แต่มันก็ยังไม่ได้เป็นเรื่องที่น่ากังวลสักเท่าไหร่ เพราะเขามีการตลาดที่จะทำให้สินค้าตัวนี้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ถ้าตกลงกับพวกเจ้าเมือง และสมาคมการค้าได้ล่ะนะส่วนสินค้าชิ้นสุดท้ายก็ต้องแสดงให้พวกชนชั้นสูงเพียงเท่านั้นแหละมั้ง เพราะว่าสินค้าตัวนี้ถึงมันจะดีใช้เช็ดนู่นนี่นั่นได้ แต่มันเป็นสินค้าจำพวกสินค้าสิ้นเปลือง ใช้แล้วทิ้ง และอีกอย่างถ้าให้เทียบดีๆ มันเท่ากับแผ่นละ 1 บาทหรือ 2 ทองแดงเลยทีเดียว แม้แต่ในโลกเก่าของเขายังไม่ได้ขายราคาที่แพงขนาดนี้เลยต่อหนึ่งแผ่น เขาคิดว่าจะลองนำเสนอกับพวกเจ้าเมือง และสมาคมการค้าดูก่อน และค่อยว่ากันทีหลัง “น่าจะถึงเวลาเปิดร้านได้แล้วมั้ง.. ข้างในเรียบร้อยดีไหมแนนซี่” ฌอนที่ลุกขึ้นเพื่อที่จะไปเปิดประตูร้าน ก็เอ่ยถามกับแนนซี่เพื่อยืนยันว่าร้านพร้อมที่จะขายแล้วใช่หรือไม่ สินค้าใหม่ป้ายราคาอะไรต่างๆ ไม่มีอะไรผิดพลาดใช่หรือไม่ และแนนซี่เธอก็กล่าวออกมายืนยันว่าโอเค ฌอนจึงเอ่ยเปิดร้านของเขาในทันที“เปิดร้าน....”มื่อฌอนเปิดร้านมาก็พบเจ้าสามหน่อนั้นเป็นกลุ่มแรก บรรยากาศข้างนอกนับว่าไม่ได้เลวร้ายอะไร หิมะตกมาอย่างเบาบาง จนทำให้เขาอดที่จะคิดไม่ได้ตั้งแต่เริ่มฝึกทหารของเขาแล้ว ว่าทั้งๆที่สภาพอากาศมันก็ไม่ได้ถึงขั้นที่มีพายุหิมะ มันเพียงแค่หิมะตกจนหนาคลุมไปทั่วบริเวณเฉยๆ มันถึงกับขั้นที่เป็นวิกฤตขนาดนั้นเลยเหรอ หรือว่ามันเป็นเพราะว่าคนของโลกนี้ ไม่รู้จักวิธีป้องกันความหนาวนอกจากจุดกองไฟ แต่ก็ช่างมันก่อน เพราะตอนนี้ลูกค้าหลายคนต้องการเข้ามาใช้บริการของร้านแล้ว“สวัสดีขอรับท่านฌอน.. ร้านของท่านช่างอบอุ่นเสียจริง เตาผิงให้ความอบอุ่นที่นี่คงจะใช้วัสดุอย่างดีในการจุดไฟ” ลูกค้ารายหนึ่งกล่าวออกมาเพื่อชื่นชมตามประสาคนทั่วๆไป แต่มันก็ไม่แปลกเลย เพราะว่าร้านของเขานั้นมีทั้งแอร์ พัดลม และแน่นอนว่าฮีตเตอร์มันก็ต้องมีด้วยอยู่แล้ว ฌอนก็ตอบกลับว่ามันเป็นไม้ชนิดพิเศษที่หาได้ยากมาก ส่วนมันชื่ออะไรนั้นเขาก็ลืมถามคนขายที่เขาได้แวะชื้อจากการเดินทางรับสินค้าในรอบที่ผ่านมาพวกลูกค้าก็ไม่ได้ติดใจอะไร ฌอน และแนนซี่ช่วยกันโฆษณาสินค้า ทั้งให้ลองทานฟรีก็มีคนละคำสองคำ ทิชชู่เองก็เช่นกัน เขาก็ให้ลองใช้ครั้งละแผ่นสองแผ่น และสิ่งที่ลูกค้าชื่นชอบนั้นก็คือผักกระป๋องที่มันมีทั้งรสชาติที่ดี และยังราคาถูกมากอีกด้วย พวกเขาชื้อกลับบ้านกันหลายสิบกระป๋องเลยในวันนี้หัวหน้าสมาคมการค้าสาขาเมืองมาลีนอย่างนาทาร์ และเจ้าเมือง มอรัสซัสก็เดินทางมาที่ร้านด้วยตัวเองเช่นกัน เมื่อพวกเขาติดใจสินค้าตัวใหม่ก็ถึงกับเล่นจะเหมากันเสียหมด แต่ฌอนที่เตี้ยมกับแนนซี่ไว้ก่อนหน้านี้แล้วก็เอ่ยขึ้นมา “พวกเจ้าจะเหมาไปหมดไม่ได้หรอก มันเป็นสินค้าควบคุมของทางร้านที่พวกเจ้าสามารถชื้อได้เพียงคนละ 10 กระป๋อง ส่วนโจ๊กนั้นได้เพียง 20 ซอง ต่อเดือนต่อคนเพียงเท่านั้น” ฌอนพูดออกมา และทำสีหน้าเศร้าเล็กน้อย เหมือนกับว่ามันเป็นสินค้าที่หายากมากๆยังไงอย่างนั้น ซึ่งเจ้าเมือง และนาทาร์ก็เข้าใจดี พวกเขาจึงเอ่ยขึ้นมาว่า“พวกข้านั้นเข้าใจดี พวกอาหารจำพวกนี้มันมักจะหาได้ยากในช่วงนี้ การจำกัดเพื่อให้ทุกคนได้ชื้อ มันเป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้วขอรับ” พวกเขาพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อแสดงออกว่าพวกเขาเข้าใจ แต่ฌอนกลับพูดออกมาอย่างเศร้าแทนว่า….. ตอนต่อไป....