แอเรียสจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความหนักใจ เขาคิดไม่ตกจริงๆว่าควรจะเอายังไงกับสเวนและไอริสดี คนที่เขาคิดจะสังหารมีเพียงสเวนเท่านั้นไม่ใช่น้องสาวของเขา แต่ดูเหมือนตอนนี้ไอริสคงต้องจะยอมรับคมดาบแทนพี่ชายตลอดเวลา
จะให้ชิงฆ่าสเวนมันก็ได้อยู่หรอก แต่จะให้ตัดคอพี่ชายต่อหน้าน้องสาวแบบนี้มันก็รู้สึกยังไงๆอยู่ จากตอนแรกที่คิดเอาไว้ว่าจะสังหารทันทีที่สเวนต่อสู้แพ้ แต่เรื่องราวมันกลับตาลปัตรวุ่นวานไปใหญ่เมื่อมีไอริสเขามาเกี่ยวข้อง คำพูดที่นางพรรณนาออกมาพร้อมกับเสียงร้องไห้ฟูมฟายมีบางอย่างที่ทำให้แอเรียสรู้สึกสงสัยอยู่ภายในใจ บางทีการที่เขารีบตัดสินโทษตายให้กับสเวนอาจจะยังเร็วไปก็เป็นไปได้
“ พอๆๆ เงียบกันทั้งสองคนเจ้านั่นแหละ ! “
แอเรียสตะคอกออกมาด้วยเสียงรำคาญ
เสียงของแอเรียสมันทำให้สเวนและไอริสเลิกส่งเสียงดังแล้วเงยหน้าขึ้นมาจ้องหน้าแอเรียสในทันที ทั้งสองมองแอเรียสด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป สเวนมองไปด้วยความหวังที่แอเรียสจะปล่อยให้น้องสาวของเขามีชีวิตอยู่ต่อไป ส่วนชีวิตของเขาเองนั้นเขาหาได้ใส่แต่อย่างใด จุดจบแบบนี้มันสมควรแล้วกับคนแบบเขา
ส่วนไอริสก็มองไปที่แอเรียสด้วยความคาดหวังที่แอเรียสจะมีจิตใจเมตตาสงสารแล้วปล่อยนางกับพี่ชายไป นางสาบานได้เลยว่าหากแอเรียสเกิดเปลี่ยนใจไว้ชีวิตนางและพี่ชายจะไม่มาให้แอเรียสเห็นหน้าอีกครั้งอย่างแน่นอน
“ ข้าไม่ใช่นักบุญที่ไหน ไม่ต้องคิดว่าแค่การแสดงเหล่านี้จะล้างความผิดของเจ้าได้ ความผิดที่เจ้าช่วยมาเชลนำกุญแจประตูนรกออกมาจากดินแดนภูตสวรรค์จนโอรันมันเรียกปีศาจออกมาได้ นั่นเกือบจะต้องสังเวยด้วยชีวิตของชาวเมืองเบอเนียร์ทั้งเมือง ข้าว่าบางทีหากชาวเมืองรู้เรื่องนี้เข้า เรื่องมันคงไม่จบแค่การขว้างปาหินแน่ โทษตายสำหรับเจ้ามันยังดีเกินไปด้วยซ้ำ !“
แอเรียสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา หากตอนนั้นสเวนไม่มาขวางเขาไว้ กุญแจประตูนรกก็คงไม่ตกไปอยู่ในมือของโอรัน
“ ข้าไม่รู้จริงๆว่าของสิ่งนั้นคือสิ่งที่ใช้เรียกปีศาจ ข้ารู้เพียงแค่มันเป็นสิ่งของสำคัญที่ต้องช่วยให้มาเชลนำออกมาเท่านั้น “
สเวนก้มหน้าเอ่ยออกมา
“ เหอะ ! จะรู้หรือไม่รู้เจ้าก็คือสมุนของโอรันอยู่ดี หรือเจ้าจะปฏิเสธว่าเจ้าไม่ได้ทำงานให้กับมัน “
“ ใช่ ข้าทำงานให้กับโอรัน “
สเวนไม่อาจจะโต้เถียงคำพูดใดๆของแอเรียสได้จริงๆ นั่นคือความจริงที่ว่าเขาทำงานให้กับโอรัน มันเริ่มตั้งแต่การเข้าร่วมงานประลองจนถึงการเข้าไปในดินแดนภูตสวรรค์เพื่อนำสิ่งนั้นออกมา ทุกอย่างถูกวางแผนเอาไว้เป็นอย่างดี
“ แต่ท่านพี่ถูกบังคับให้ทำนะ!! “
เสียงของไอริสที่เอ่ยขึ้นยังคงปนด้วยเสียงสะอื้นเล็กๆ ไม่ว่านางจะมองยังไงเด็กหนุ่มผู้นี้ก็ไม่มีทางไว้ชีวิตพี่ชายของนางแน่ นางไม่เข้าใจเลยจริงๆว่านางกับพี่ชายไปทำสิ่งใดมาชีวิตจึงไม่เคยได้มีความสุขกับเขาเลย ทั้งๆที่อุตส่าห์คิดว่าจะรอดพ้นแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายก็กลับมาเผชิญหน้ากับศัตรูของพี่ชายเข้าจนได้ หรือสุดท้ายแล้วจุบจบของนางกับพี่ชายคือการที่ต้องมาตายอยู่ตรงนี้
“ ข้าฟังเจ้าพูดมาหลายรอบแล้ว ตกลงนี่เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ ทำไมเจ้าถึงบอกว่าพี่เจ้าถูกบังคับ “
แอเรียสหันไปถามไอริส เขาสงสัยคำพูดแปลกๆของนางมาสักพักแล้วว่ามันหมายถึงอะไรกันแน่ ทั้งการที่นางดูเกลียดชังดาร์คเอลฟ์ หรือแม้แต่การที่นางเชื่อว่าพี่ชายนางไม่ได้ทำผิด สิ่งเหล่านี้มันคือคำลวงหรือสิ่งใดกันแน่
“ ตั้งแต่ยังเด็กข้ากับท่านพี่ก็ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังหนึ่งที่ท้ายเมือง ที่บ้านหลังนั้นมีป้าเนสต้าคอยทำหน้าที่ดูแลพวกเราไม่ต่างไปจากพ่อแม่เลยล่ะ นอกจากพวกข้าก็ยังมีเด็กกำพร้าอีกหลายคนที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเผ่าลูกครึ่งอสูรแบบพวกข้านี่แหละ แม้จะอดมื้อกินมื้อไปบ้างแต่ชีวิตก็ไม่ได้ย่ำสักเท่าไหร่ จนกระทั่ง.. “
เมื่อเล่าถึงช่วงแรกไอริเล่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่มีความสุขและแววตาที่หวนคำนึงถึงความหลัง แต่เมื่อเล่าถึงประโยคสุดท้ายนางกลับกัดฟันแน่นคล้ายสะกดอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้ก่อนจะเริ่มเล่าต่อไป
“ จนกระทั่งเมื่อสามปีก่อนก็มีนักเวทลึกลับกลุ่มหนึ่งมาชักชวนให้พวกข้าและเด็กคนอื่นๆไปอยู่ด้วย พลังของนักเวทกลุ่มนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเราพากันเกรงขามและชื่นชมในเวลาเดียวกัน ป้าเนสต้าเองก็เห็นด้วยที่พวกเราจะไปอยู่กับนักเวทกลุ่มนั้น เพราะป้าคิดว่าพวกเขาน่าจะดูแลพวกเราได้ดีกว่า แต่ป้ากลับคิดผิดถนัด พวกเราถูกบังคับให้ฝึกฝนพลังเวทอย่างเข้มงวด หากทำได้ไม่ดีพอพวกเราก็จะถูกลงโทษ มีเพื่อนของข้าบางคนที่ถูกพาตัวไปโดยพวกดาร์คเอลฟ์ มันบอกว่าจะทำให้เพื่อนของข้าแข็งแกร่งขึ้น แต่พวกเขาก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย ทุกคนได้แต่เฝ้าภาวนาว่าไม่ให้โดนพาตัวไป ทุกๆวันข้าไม่เคย..ไม่เคยได้มีความสุขเลย พวกข้าต้องฝึกฝนอย่างหนักเพียงเพื่อจะถูกส่งไปเป็นสายลับในงานประลอง ทั้งหมดก็เพื่อความต้องการของดาร์คเอลฟ์พวกนั้น“
ไอริสเล่าออกมาด้วยความรู้สึกอันเจ็บปวด ภาพความทรงจำเหล่านั้นมันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่แสนทรมานสำหรับนาง เพราะดินแดนภูตสวรรค์จำกัดให้เข้าไปในเพียงนักเวทรุ่นเยาว์ ด้วยเหตุนี้พวกดาร์คเอลฟ์จึงต้องสรรหานักเวทรุ่นเยาว์เพื่อที่จะแทรกซึมเข้าไปในดินแดนภูตสวรรค์ ไม่ว่าจะเป็นมาเชล มาเนส สเวน หรือแม้แต่โซเฟียร์ ทั้งหมดก็ล้วนแต่เป็นตัวหมากที่โอรันวางเอาไว้ทั้งนั้น
“ พอเถอะไอริส ไม่ต้องเล่าแล้ว “
สเวนหันไปลูบที่ไหล่ของไอริสอย่างแผ่วเบาเพื่อเป็นการปลอบประโลม
“ ไม่เป็นไรหรอก ..หลังงานประลองท่านพี่ได้แอบไปเยี่ยมป้าเนสต้าที่บ้านหลังเก่าของพวกเรา แต่ป้า…ป้าเนสต้า..ป้าเนสต้าเขาถูกฆ่าตายตั้งแต่สามปีก่อน เด็กคนอื่นๆที่ไม่ได้มากับพวกเราก็ถูกฆ่าตายจนหมด เคย์ล่า ลานิส โฟเซน ทุกคนไม่มีใครมีชีวิตอยู่เลยแม้แต่คนเดียว เจ้าพวกดาร์คเอลฟ์ชั่วนั่นมันฆ่าพวกเขาตายจนหมด ฮือๆๆ “
ไอริสเล่าออกมาด้วยเสียงสะอึกสะอื้น นางเริ่มร้องไห้ออกมาด้วยความเศร้าโศกอีกครั้ง ใบหน้าของป้าเนสต้าและเด็กคนอื่นๆก่อตัวขึ้นมาในห้วงความทรงจำของนาง รอยยิ้มอันแสนอบอุ่นของป้าเนสต้า แม้ไม่ใช่ญาติแต่ป้าเนสต้าก็ดูแลพวกนางเป็นอย่างดี แต่สุดท้ายพวกดาร์คเอลฟ์ก็กลับฆ่านางเพื่อปิดปาก
“ พอเถอะไอริสไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว“
แม้จะพยายามปลอบประโลมน้องสาวไม่ให้รู้สึกเศร้าโศกแต่สเวนเองก็ก้มหน้าลงไปกับพื้นด้วยความเจ็บปวดเช่นกัน เขายังจำความรู้สึกในวันนั้นได้ดี เขาโกรธแค้นพวกดาร์คเอลฟ์จนแทบบ้าคลั่ง แต่สุดท้ายแล้วเขาก็รู้ตัวว่าเขาไม่อาจที่จะต่อต้านโอรันได้
“ แล้วทำไมพี่ชายเจ้ายังร่วมมือกับดาร์คเอลฟ์ทั้งๆที่มันทำกับพวกเจ้าถึงเพียงนั้น“
แม้จะรู้สึกสงสารอยู่บ้างแต่แอเรียสก็ยังคงไม่คลายความแครงใจ ยังมีบางอย่างที่เขารู้สึกสงสัยอยู่
“ ..ข้าไงล่ะ ถ้าไม่มีข้าท่านพี่คงหาทางเปิดเผยแผนการของพวกมันไปแล้ว เพราะมีข้าที่เป็นตัวคอยถ่วงแข้งถ่วงขาท่านพี่ตลอดมา ทั้งๆที่ท่านพี่จะหลบหนีไปได้ตั้งหลายหนแต่สุดท้ายก็เพราะว่าข้ามันอ่อนแอท่านพี่จึงไม่อาจจะหลบหนีไปไหน แม้แต่ตอนสุดท้ายข้าก็ยังกลายเป็นตัวประกันที่พวกมันใช้ขู่บังคับท่านพี่ หรือแม้แต่ตอนนี้ข้าก็เป็นเพียงแค่ตัวไร้ประโยชน์ที่ไม่สามารถช่วยได้แม้ชีวิตท่านพี่“
ไอริสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าจับใจ ความเจ็บปวดของนางมองเห็นได้จากแววตาคู่นั้น ในที่สุดแอเรียสก็เริ่มจะเข้าใจทุกอย่างได้มากขึ้น แต่ถึงอย่างไรนี่ก็คือศัตรูจะให้เขาชื่อทั้งหมดก็คงยาก
“ โอลิเวียนางพูดจริงหรือโกหก“
คำพูดของแอเรียสทำให้ไอริสและสเวนงุนงงอยู่ไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะหันซ้ายแลขวาแต่พวกเขาก็ยังไม่เห็นใครเลยแม้แต่น้อย
“ จิตของนางเต็มไปด้วยความมัวหมอง ทั้งความเศร้า ความเจ็บปวด ข้าแทบจะไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความสุขในตัวนางเลย แต่พี่แอเรียสเชื่อถือได้ว่านางไม่ได้พูดโกหก “
โอลิเวียที่โผล่ขึ้นมาจากเสื้อคลุมของแอเรียสจ้องมองไปยังไอริสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสารและเห็นใจ นี่เป็นความสามารถพิเศษอีกหนึ่งอย่างของภูต พวกภูตสามารถสัมผัสได้ถึงจิตของผู้อื่น แม้จะไม่ได้ถึงขั้นล่วงรู้ความคิดที่อยู่ในใจแต่ก็สามารถสัมผัสได้ถึงการสั่นไหวของดวงจิต นั่นทำให้พวกภูตรับรู้ถึงความรู้สึกส่วนลึกภายในจิตใจผู้คน ความเจ็บปวด ความแค้น ความสุข หรือแม้แต่คำลวง ด้วยเหตุนี้พวกภูตจึงมักจะชิงชังต่อผู้ที่มีจิตใจหยาบช้าเป็นที่สุด
“ เด็กคนนั้นคือเผ่าพันธุ์อะไรกัน“
ไอริสจ้องมองไปยังโอลิเวียด้วยความสงสัย บนใบหน้าของนางยังคงมีคราบน้ำตาติดอยู่ไม่จางหาย
“ ภูต..อย่างนั้นเหรอ ? “
ดูเหมือนสเวนจะพอคาดเดาได้ว่าโอลิเวียคือภูต แต่เขาก็ไม่เคยเห็นภูตตัวเป็นๆมาก่อน
แม้หลายวันนี้ข่าวลือเรื่องโอลิเวียจะถูกแพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง แต่แน่นอนว่ามันย่อมไปไม่ถึงบุคคลที่มีสถานะเร่ร่อนและต้องหลบเลี่ยงจากผู้คนตลอดเวลาเช่นพวกเขา
“ แล้วข้าจะควรจะเอายังไงกับเจ้าสองคนนี้ดีล่ะเนี่ย“
แอเรียสลดดาบลงมาก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดอย่างเหนื่อยใจ แม้เขาจะไม่ได้เชื่อถือในตัวของไอริส แต่เมื่อคำพูดของนางได้รับการยืนยันจากปากของโอลิเวีย แอเรียสย่อมไม่มีแม้เศษเสี้ยวความแคลงใจ
“ อย่าฆ่าพวกเขาเลยพี่แอเรียส พวกเขาไม่ใช่คนชั่วหรอก “
โอลิเวียส่งสายตาวิงวอนมายังแอเรียส
“ ใช่ๆคุณหนูที่น่ารักคนนั้นพูดถูก ได้โปรดปล่อยพวกข้าไปเถอะ ข้าสัญญาเลยว่าจะไม่กลับมาให้ท่านเห็นหน้าเป็นครั้งที่สอง “
ไอริสพูดจายกยอโอลิเวียพร้อมทั้งเอ่ยคำวิงวอนในทันที ดูเหมือนเด็กหญิงตัวน้อยคนนั้นจะเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยให้นางและพี่ชายมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ผิดกลับสเวนที่เอาแต่คุกเข่าอยู่นิ่งๆโดยไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา
“ เฮ้อออ.. ทำไมข้าต้องมาพบเจอเรื่องน่าปวดหัวแบบนี้ด้วยเนี่ย“
แอเรียสบ่นออกมา ดาบในมือตอนนี้ถูกเก็บไปเรียบร้อยแล้ว นั่นทำให้ไอริสรู้สึกใจชื้นขึ้นมาในทันที
หลังจากที่เก็บดาบลงไปแอเรียสก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เขายืนหยุดนิ่งคล้ายกับกำลังคิดทบทวนบางอย่างที่อยู่หัว ความเงียบงันทำให้ไอริสและสเวนเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น พวกเขาไม่รู้เลยว่าแอเรียสจะเอายังไงกับพวกเขาทั้งสองคนกันแน่
“ สำหรับลูกครึ่งอสูรเจ้าก็ไม่ได้ถึงกับไร้ฝีมือ ตระกูลข้าก็กำลังขาดแคลนนักเวทอยู่พอดี มาทำงานอยู่กับข้าเอาไหม ถ้าเจ้าตกลงข้าจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องความผิดในอดีตของเจ้า“
แอเรียสเผยยิ้มจางๆออกมาอย่างมีเลศนัย จะให้ตัดสินโทษประหารก็ดูจะรุนแรงเกินไป จะให้ปล่อยตัวไปเฉยๆนั่นก็คงไม่ดีแน่ บางทีการเก็บศัตรูเก่าเอาไว้ใช้งานคงเป็นทางเลือกที่ไม่เลวนัก
บรรยากาศรอบตัวของสเวนราวกับถูกหยุดนิ่งเอาไว้ เสียงวิหคที่ร่ำร้องอยู่ต้นไม้ใกล้ๆหาได้เข้ามาสู่โสตประสาทของเขาเลยแม้แต่น้อย ในหัวของเขามีเพียงคำพูดของแอเรียสที่ก้องอยู่เท่านั้น เขาไม่รู้เลยว่าคำพูดของแอเรียสคือคำเชิญชวนหรือคำลวงสู่เหวนรกกันแน่ เขาไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ามีจุดประสงค์ใดแอบแฝงอยู่ รอยยิ้มอันลึกลับนั้นมันช่างดูยากเกินกว่าจะคาดเดา
“ ถ้าเจ้าไม่ตอบตกลงก็ไม่เป็นไร ถึงเจ้าจะถูกโอรันบังคับแต่ถึงอย่างไรความผิดก็คือความผิด ข้าคงต้องพาตัวเจ้าไปส่งให้กับดยุคโคเว่น และข้าไม่รับรองหรอกนะว่าเขาจะตัดสินเจ้าเช่นไร“
แอเรียสกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มจางๆ
“ ทำไมเจ้าถึงอยากให้ข้าไปทำงานให้กับตระกูลเจ้า ทั้งๆที่ข้าเป็นศัตรู “