ลมสารทฤดูพัดหวลผ่านยอดหอคอยขาวบริสุทธิ์ของวิหารเทพในนครหลวงเทียนเทียน กลิ่นอายของกำยานมงคลโชยคลุ้งไปทั่วลานพิธีที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างวิจิตรบรรจง ทว่าภายใต้ความสง่างามนั้น เยี่ยฉินที่เร้นกายอยู่ในชุดศิษย์รับใช้ระดับล่างสัมผัสได้ถึงกระแสปราณที่บิดเบี้ยวประหนึ่งอสรพิษที่ซ่อนตัวอยู่ในกองดอกไม้
เนตรสัจจะของเขาทำงานอย่างเงียบเชียบ มองทะลุผ่านกำแพงหินอ่อนเข้าสู่ใจกลาง "หอคอยบรรพต" ที่ซึ่งศิลาวิญญาณบรรพกาล (ของปลอม) ถูกประดิษฐานไว้บนแท่นหยกขาว รอบแท่นนั้นมีค่ายกล "กรงขังแปดทิศสยบมาร" วางซ้อนกันถึงเก้าชั้น
‘วางค่ายกลสังหารระดับราชันย์นภาไว้รอข้ารึ? มหาปุโรหิต... เจ้าช่างให้เกียรติข้านัก’ เยี่ยฉินแค่นยิ้มเยือกเย็น ขณะที่มือของเขาแสร้งทำเป็นปัดกวาดพื้นลานอย่างขยันขันแข็ง
ทันใดนั้น เสียงแตรสังข์ดังกังวาน ขบวนเกี้ยวสีทองอร่ามเคลื่อนตัวเข้ามาในลานพิธี เหล่าองครักษ์เกราะทองนับร้อยนายคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียง สตรีผู้หนึ่งก้าวลงจากเกี้ยว นางสวมชุดคลุมไหมพรมสีม่วงเข้มปักลวดลายหงส์เพลิง ใบหน้าสวยล้ำเลิศดุจภาพวาดทว่าดวงตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"เจ้าหญิงลำดับที่สาม หลี่เยี่ยน"
เยี่ยฉินก้มหน้าลงต่ำเพื่อซ่อนแววตาที่ลุกโชนด้วยเพลิงแค้น สตรีผู้นี้คือคนที่เคยรินสุราพิษให้เขาในชาติก่อน คนที่เคยบอกว่ารักเขาที่สุดในวันที่เขาถูกหมื่นกระบี่ทิ่มแทง
"ท่านมหาปุโรหิต การประมูลศิลาครั้งนี้ดูจะคึกคักกว่าทุกปีนะคะ" หลี่เยี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงอำนาจ
ชายชราในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่ยืนรออยู่บนแท่นพิธี—มหาปุโรหิต 'ฟ่านเทียน'—แย้มยิ้มอย่างเมตตา "พะย่ะค่ะองค์หญิง ศิลาชิ้นนี้คือหัวใจของแผ่นดิน เราต้องมั่นใจว่ามันจะตกอยู่ในมือของผู้ที่คู่ควร... หรืออย่างน้อย ก็เพื่อล่อให้ 'หนู' ที่ซ่อนอยู่ในเงามืดปรากฏตัวออกมา"
การประมูลเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ยอดฝีมือจากสำนักใหญ่ๆ ทั่วทวีปต่างเสนอราคากันอย่างบ้าคลั่ง ทั้งศิลาจิตภูตระดับสูง ยาอายุวัฒนะ และคัมภีร์ยุทธ์โบราณ ทว่าข้อเสนอที่แท้จริงที่ฟ่านเทียนต้องการคือ "การทดสอบความเข้ากันของวิญญาณ"
"ใครก็ตามที่เสนอราคาถึงเกณฑ์ ต้องก้าวขึ้นมาสัมผัสศิลา หากศิลาเปล่งแสงสีทอง ผู้นั้นจะได้ครอบครองมันไปครึ่งหนึ่งเพื่อศึกษา!" ฟ่านเทียนประกาศ
ชายร่างยักษ์จากสำนักหมัดศิลา ก้าวขึ้นไปเป็นคนแรก เขาเป็นยอดฝีมือระดับ ราชันย์นภา ขั้นที่ 2 เขาวางมือลงบนศิลาด้วยความมั่นใจ ทว่าเพียงพริบตาเดียว ใบหน้าของเขากลับกลายเป็นสีดำคล้ำ เส้นเลือดปูดโปนออกมาทั่วร่าง
"อ๊ากกกก! ปราณปีศาจ! มันกำลังสูบวิญญาณข้า!" เขากรีดร้องก่อนจะกระเด็นออกมา ร่างกายเหี่ยวแห้งลงราวกับศพที่ตายมาแล้วนับสิบปี
ความตื่นตระหนกครอบงำลานพิธีทันที เหล่ายอดฝีมือต่างถอยกรูด
"ไม่ต้องตกใจไป" ฟ่านเทียนกล่าวอย่างราบเรียบ "นั่นเป็นเพราะจิตใจของเขาไม่บริสุทธิ์พอ ศิลาจึงขับไล่ออกมา"
เยี่ยฉินที่ยืนดูอยู่รู้ดีว่านั่นไม่ใช่การขับไล่ แต่เป็น "ค่ายกลสูบปราณ" ที่เขาแอบใส่ไว้ในศิลาปลอมตอนที่บุกเข้ามาเมื่อคืน ทุกคนที่สัมผัสศิลาจะถูกสูบพลังไปสะสมไว้ที่แกนกลาง ซึ่งเยี่ยฉินจะเป็นผู้เดียวที่ "เก็บเกี่ยว" มันได้ในภายหลัง
กงล้อกาลเวลาที่เริ่มหมุน
ท่ามกลางความสับสน เยี่ยฉินส่งสัญญาณให้มู่หย่งที่ปลอมตัวเป็นศิษย์สำนักเล็กๆ ก้าวออกไป
"ข้าน้อยขอทดลองพะย่ะค่ะ!" มู่หย่งตะโกนเรียกความสนใจ
เด็กชายก้าวไปที่หน้าศิลา ท่ามกลางสายตาดูแคลนของคนรอบข้าง เขาวางมือลงเบาๆ เยี่ยฉินกระตุ้น ภูตแกนกลางกาลเวลา จากระยะไกล บิดเบือนการรับรู้ของค่ายกลรอบๆ ศิลา ทันใดนั้น แสงสีทองเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านเมฆาออกเป็นวงกว้าง!
"เป็นไปไม่ได้! เด็กน้อยคนนี้คือผู้ที่ถูกเลือก!" ฟ่านเทียนเบิกตากว้าง ความโลภวาบขึ้นในดวงตาของเขาทันที "ทหาร! เชิญคุณชายน้อยคนนี้เข้าไปในหอคอยชั้นใน เราต้องทำพิธีรับมอบอย่างเป็นทางการ!"
หลี่เยี่ยนจ้องมองมู่หย่งด้วยความสงสัย "เดี๋ยวก่อน... เด็กคนนี้ดูคุ้นตาอย่างประหลาด"
เยี่ยฉินที่ก้มหน้ากวาดพื้นอยู่ลอบยิ้ม ‘เจ้าจำไม่ได้หรอกหลี่เยี่ยน... เพราะนี่คือเงาของคนที่เจ้าเคยทำลาย และวันนี้เงาตัวนี้จะลากเจ้าลงสู่นรก’
เมื่อมู่หย่งถูกนำตัวเข้าไปในหอคอย เยี่ยฉินก็เริ่มเคลื่อนไหวตามแผน เขาทิ้งไม้กวาดและเร้นกายหายไปในม่านหมอกกาลเวลา เขาบุกเข้าสู่ห้องพักส่วนตัวของหลี่เยี่ยนในวิหารเทพ
ภายในห้องนั้นเต็มไปด้วยของล้ำค่าที่เขาเคยหามาให้นางในชาติก่อน เยี่ยฉินหยิบขวดสุราหยกขึ้นมาและหยดพิษจาก ภูตหยาดน้ำสังหาร ลงไปเพียงหยดเดียว
"สุราที่เจ้าชอบนักชอบหนา... คราวนี้ข้าขอเป็นคนรินให้เจ้าเอง"
ขณะที่เขากำลังจะออกจากห้อง ร่างขององครักษ์เกราะทองระดับ ราชันย์นภา ขั้นที่ 5 สองนายก็พุ่งเข้ามา "นั่นใคร! บังอาจบุกรุกห้องพักองค์หญิง!"
เยี่ยฉินไม่แม้แต่จะหันหลังกลับ เขาดีดนิ้วเบาๆ
"เขตแดนกาลเวลา: ร่วงโรยนิรันดร์"
พริบตานั้น ร่างขององครักษ์ทั้งสองกลับกลายเป็นเด็กทารกในชุดเกราะที่ใหญ่เทอะทะ ก่อนจะสลายหายไปเป็นละอองแสงภายในเวลาเพียงสามลมหายใจ พลังของเยี่ยฉินในระดับราชันย์นภาบัดนี้รุนแรงจนสามารถลบเลือนตัวตนของคู่ต่อสู้ที่ระดับสูงกว่าได้โดยง่าย
เยี่ยฉินมุ่งหน้าสู่ใจกลางหอคอยบรรพตที่มู่หย่งกำลังถูกล้อมรอบด้วยเหล่าปุโรหิตที่เตรียมจะ "สูบกิน" พลังจากเด็กชาย เขาหยุดยืนอยู่บนขอบหน้าต่างชั้นสูงสุด มองลงมายังมหานครที่กำลังจะถูกปกคลุมด้วยเพลิงกาลผลาญวิญญาณที่เขาวางไว้
"ฟ่านเทียน... หลี่เยี่ยน... พวกเจ้าเล่นละครกันมานานพอแล้ว" เยี่ยฉินพึมพำกับสายลม "ถึงเวลาเปิดม่านการแสดงที่แท้จริง"
เขายกมือขึ้นเหนือศีรษะ ปราณมังกรนิรันดร์พุ่งพล่านจนท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงเทียนเทียนกลายเป็นสีดำสนิท สายฟ้าวานรปฐพีฟาดลงมาที่ยอดหอคอย
ความหวังที่ศัตรูหยิบยื่นให้ คือเชือกมรณะที่พร้อมจะรัดคอพวกมันเอง การประมูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกำลังจะกลายเป็นการนองเลือดที่โลกต้องจารึก และก้าวต่อไปของจอมมาร คือการกระชากหน้ากากแห่งแสงสว่างของวิห
ารเทพให้หลุดออกมาต่อหน้าคนทั้งทวีป!