ปกป้องข้าที ข้าอ่อนแอ!
08 ถอนได้ไม่มีจำกัดวงเงิน
จิ้นฝานลงมือช่วยคุณชายลู่สวมเสื้อผ้าที่ตนคิดว่าดีที่สุดในหีบอย่างแข็งขัน ร่างบางยังคงสั่นพั่บๆมือเย็นเฉียบ เด็กหนุ่มช่วยจัดผ้าผูกสีแดงบนศีรษะผู้เป็นายอีกครั้งให้เรียบร้อย
ไม่กลัว ไม่กลัว ไม่กลัว!
ลู่เว่ยหลง นายไม่กลัวใช่ไหม? ไม่เห็นจะมีอะไรน่ากลัวเลย คนๆนั้นยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย หน้าตาก็ เอ่อ ออกจะดูดี ท่าทางไม่น่าเป็คนเลวร้ายนะ จะหวาดหวั่นจนหัวหดทำไมกันล่ะเนี่ย หยุดสั่นได้แล้ว!
ลู่เว่ยหลงเริ่มหงุดหงิด แอบมีความรู้สึกว่าความคิดกับร่างกายไม่สัมพันธ์กัน
แต่ตอนนี้ร่างนี้เป็ของเขา! เขาต้องควบคุมมันให้ได้สิ!
ก๊อก ก๊อก
“คุณชายลู่ขอรับ นายท่านฉินหย่งสือมารอที่หน้าเรือนแล้วขอรับ”
เสียงหนึ่งลอดเข้ามาทางประตู
ลู่เว่ยหลงผุดลุกขึ้นยืน จิ้นฝานเปิดประตูให้และพบว่าผู้ที่มาเรียกเมื่อครู่ยังยืนรออยู่หน้าห้อง
คนผู้นี้คือ ‘หงหลิ่งเหวิน’ ผู้ติดตามคนสนิทของคุณชายใหญ่ ลมหนาวจากภายนอกพัดวูบเข้ามาในห้อง ร่างบางพ่นลมออกจากปากก่อนจะก้าวออกจากเรือน
ฉินหย่งสือในชุดสีดำยืนหันหลังรออยู่ในสวน ใบสีเหลืองทองของต้นไป๋กั่ว(แปะก๊วย) ปลิดปลิวร่วงหล่นลงมาตามแรงลม ลู่เว่ยหลงมองภาพนั้นพลันรู้สึกว่าทุกอย่างคล้ายโดนสโลว์โมชั่น กิ่งไม้ขยับไหวเกิดเสียงเสียดสีเบาๆ ขับให้ร่างสูงสมส่วนกลางสวนโดดเด่นงดงาม
คุณชายใหญ่หันกลับมา เมื่อพบว่าลู่เว่ยหลงออกมาจากเรือนแล้วจึงเดินเข้าไปหา
“วันนี้ต้องกลับจากตลาดก่อนงานเลี้ยงฉลองจะเริ่ม เรารีบไปกันเถิด”
ลู่เว่ยหลงพยักหน้า ร่างสูงออกเดินนำ
“จะพาน้องไปไหนหรือ หย่งสือ?”
ฉินหย่งสือและลู่เว่ยหลงหันไปคำนับกวงฮูหยิน ทั้งสองคนเดินผ่านใกล้เรือนใหญ่และฮูหยินบังเอิญผ่านมาพอดี นางมีสีหน้าแปลกใจเมื่อเห็นลูกชายและลู่เว่ยหลงเดินมาด้วยกัน
หลานคนนี้กล้าเข้าใกล้หย่งสือแล้วรึ?
“ไปตลาดขอรับ ท่านแม่้าสิ่งใดหรือไม่?”
ฉินหย่งสือเอ่ยถามมารดา นางส่ายหน้าเบาๆ มองลู่เว่ยหลงด้วยทีท่าแปลกใจ
“ไปกันสองคนหรือ?”
ฉินหย่งสือ “ขอรับ”
“ั้แ่กลับมาครานี้ลูกทำให้แม่แปลกใจหลายอย่างยิ่งนัก ยิ่งเมื่อคืนนี้.. เอ้อ... รีบไปรีบมา ค่ำนี้มีงานฉลอง จะขาดเ้าไปเสียมิได้ หย่งสือช่วยดูแลน้องแทนแม่ด้วย”
“ขอรับ”
ทั้งสองคำนับฮูหยินและเดินทางไปยังรถม้าที่จอดรอไว้
รถม้าสีเข้มดูน่าเกรงขามของตระกูลฉินปรากฏแก่สายตาของลู่เว่ยหลง
ใบหน้าของเขากลับไปเผือดซีด เดี๋ยวนะ! รถม้า! หมายความว่าข้าจะต้องโดยสารรถม้าไปกับคนผู้นี้สินะ? สองคนในที่แคบๆงั้นรึ? ข้าน่ะไม่เป็ไรหรอกแต่ร่างสั่นงันงกนี่จะรับไหวรึ?
ถึงกระนั้น เขาก็ต้องขึ้นนั่งไปกันสองคน
ตลอดการเดินทางไปยังตลาดของเมืองไป่เยว่ ลู่เว่ยหลงนั่งทรมานจากอาการหายใจไม่ออกไปตลอดทาง สายตาของเขาจับจ้องไปยังวิวทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่างประหนึ่งว่ามันน่าสนใจเสียเต็มประดา ฉินหย่งสือเพียงแค่นั่งกอดอกเงียบๆไม่กระดิกตัวแม้แต่น้อย การกระทำนี้ของคนตัวสูงช่วยให้ลู่เว่ยหลงสบายใจขึ้นนิดหน่อย
ไม่นานนักเมื่อรถม้าหยุดลง ประตูเปิดกว้าง ฉินหย่งสือเดินนำลงไปก่อน ลู่เว่ยหลงขยับตัวอย่างเก้งก้างออกจากรถม้าตามไป
่เวลาเดือนกว่าที่ผ่านมา ลู่เว่ยหลงไม่ได้ก้าวขาออกมาจากจวนสกุลฉินเลยแม้แต่ก้าวเดียว ภาพบ้านเมืองจากความทรงจำของคนเก็บตัวอย่างคุณชายลู่ก็ช่างก็รางเลือน บัดนี้ภาพตลาดกว้างขวางคนเดินขวักไขว่ตรงหน้าจึงทำให้เขาตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก
นี่มันยุคจีนโบราณ!
ในโลกผู้มีวรยุทธิ์จริงๆด้วย!
อาคารไม้งดงามและตึกทรงจีนมากมายรายล้อมไปทั่วถนน พ่อค้าแม่ค้าต่างออกมาป่าวประกาศหาลูกค้าอย่างแข็งขัน สินค้าวางทั้งบนโต๊ะและบนพื้น สีสันหลากหลาย มีทั้งรู้จักและไม่รู้จัก
ชาวบ้านเดินสวนกันไปมา บางคนเหน็บกระบี่ไว้กับเอว บางคนหนวดยาวเฟื้อยลงมาจรดสะดือ บางคนแต่งกายมอซอ บางคนแต่งกายงดงาม บางคนประดับร่างกายด้วยแถบผ้าสีแดง
ใบหน้าขาวซีดของคุณชายลู่เริ่มมีสีแดงเจือจางจากความตื่นเต้น
ร่างบางรีบเดินไปดูแผงลอยที่อยู่ใกล้ๆ เขามองดูสินค้าด้วยความอยากรู้แต่ไม่กล้าจับ ครู่หนึ่งก็เดินผละไปดูเพิงที่ขายซาลาเปาหอมกรุ่นข้างๆ แล้วก็เดินไปดูร้านที่ขายข้าวของเครื่องใช้จิปาถะ เข้าร้านโน้นออกร้านนี้ดูเร็วๆหลายสิบร้านจนเริ่มพอใจ
ลู่เว่ยหลงเมื่อพึงใจแล้วจึงเพิ่งนึกขึ้นได้
แย่แล้ว! นี่เขาเดินออกมาไกลแค่ไหนนะ แล้วคนๆนั้นล่ะ?
พอหันหลังกลับใบหน้าก็เกือบชนเข้ากับแผงอกแข็งๆของคนที่เดินตามมา
“ว้ากกก”
ลู่เว่ยหลงร้องใสะดุ้งโหยง เห็นว่าเป็คนตัวสูงที่ยืนนิ่งมองลงมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย นี่เดินตามเขามาตลอดเลยหรือนี่! ลู่เว่ยหลงทำหน้ามุ่ย พ่นลมหายใจออก เอามือกุมหน้าอก ลูบๆให้หัวใจที่เต้นกระหน่ำเบาเสียงลงไป
สิ่งที่จะคร่าชีวิตของคุณชายลู่ในครั้งต่อไปจะต้องเป็โรคหัวใจเป็แน่!
“ร้านผ้าอยู่ด้านนี้”
พูดจบฉินหย่งสือเดินนำไปอีกทาง ลู่เว่ยหลงคิด ‘อ้อ จะมาซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เองรึ’ แล้วจึงรีบเดินตามไปติดๆ
ร่างนี้จะกลัวฉินหย่งสือก็ช่างปะไร คนเดินตลาดเยอะขนาดนี้ หลงทางสิน่ากลัวกว่า!
ม้วนผ้าที่เพียงแค่เห็นก็รู้ว่าราคาสูงปรี้ดวางเรียงรายอยู่ภายในร้าน การตกแต่งของร้านดูเลิศหรู ลู่เว่ยหลงมองกลับไปก็พบว่าขณะนี้มีเพียงเขาและคนตัวสูงอยู่กันแค่สองคน สงสัยว่าคนในตลาดจะเยอะเกินไปจนผู้ติดตามทุกคนหลงทางไปจนหมดกระมัง
คนของร้านเดินนอบน้อมมาหาฉินหย่งสือ ตาเป็ประกายยกย่อง
“ท่านรองประมุขฉินมองหาสิ่งใดอยู่หรือไม่ขอรับ?”
“ขอผ้าเข้าชุดที่เหมาะกับฤดูหนาว”
ดวงตาคมมองลู่เว่ยหลงที่อยู่ด้านหลัง คนของร้านพยักหน้าเข้าใจและเดินนำไปทันที
“ทางนี้ขอรับคุณชาย เป็ผ้าเนื้อดีไม่หนาหนักเหมาะสำหรับเกอ อีกทั้งยังอบอุ่นและทนทานมากอีกด้วยขอรับ”
ผ้าหลากสีสัน หลากลวดลาย หลากหลายแบบวางบนแผงทอดยาวไปจนสุดผนัง คนตัวใหญ่หันมาสบตากลมโตของลู่เว่ยหลง เขารับรู้ได้ทันทีว่าคุณชายใหญ่กำลังรอให้เขาเป็คนเลือกเอง แต่คนอย่างคุณชายลู่เคยเลือกซื้อเสื้อผ้าเองกันที่ไหนเล่า!
แฟชั่นยุคนี้เป็อย่างไรก็ไม่ค่อยรู้ จะจับคู่สีอย่างไรก็ไม่กล้าเลือก
“ไม่เอาสีขาว”
ปากซีดพูดอุบอิบ เบือนหน้าไปทางอื่น โยนหน้าที่ทั้งหมดให้รองประมุขฉิน
ข้าเชื่อใจในรสนิยมของท่านนะ! ได้โปรดเลือกสไตล์การแต่งกายข้าให้ออกมาดูดีด้วยเถอะ!
คุณชายลู่เดินเลี่ยงออกมาเมื่อฉินหย่งสือกำลังเลือกม้วนผ้าร่วมกับคนของร้าน เขาเดินดูของในร้านด้วยความสนใจไปเรื่อยๆ จนมาเจอกองม้วนผ้าเล็กๆเรียงกันบนชั้น ลวดลายบนผ้าแตกต่างจากผ้าที่จะถูกนำไปตัดเป็ชุดเพื่อสวมใส่
“ผ้าเหล่านี้ใช้สำหรับนำไปตัดเย็บเป็ถุงขอรับ”
คนของร้านอีกคนหนึ่งเข้ามาแนะนำเมื่อเห็นคุณชายลู่หยุดมองนาน
“ถุงอะไร? ถุงใส่ของ? ถุงอะไรก็ได้รึ?”
“ขอรับ สามารถนำไปตัดเย็บเป็ถุงขนาดต่างๆตามแล้วแต่สิ่งของที่คุณชาย้าเก็บได้เลยขอรับ อุปกรณ์ตัดเย็บเพิ่มเติมอยู่ข้างๆนี้ขอรับ”
มองไปเห็นเป็เชือกขนาดต่างกัน ระบายผ้า ของตกแต่งต่างๆสำหรับเย็บเป็กระเป๋า ลู่เว่ยหลงนิ่งคิด ไหนๆเขาก็มาสายคราฟของแล้วนี่นะ ของแบบนี้อาจจะจำเป็ในอนาคตก็ได้
“ถ้าเช่นนั้น เอาอันนี้ อันนี้ อันนี้ อันนี้ อันนี้... อันนี้ด้วย”
คนของร้านหยิบให้ตามที่สั่ง
“ไปเก็บเงินกับคนโน้นนะ”
นิ้วเรียวชี้ไปที่คนเป็รองประมุข ไหนๆก็ไหนๆ จ่ายให้หน่อยเถอะน่า จะว่าไปเขาก็มาตัวเปล่านี่นะ ถ้าเขาอยากได้อะไร คนพามาก็ต้องซื้อให้ใช่หรือไม่? หน้าหวานยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี
“อยากไปดูอะไรอีกหรือไม่?”
ฉินหย่งสือเอ่ยถาม เมื่อจัดการเลือกม้วนผ้าแสนแพงให้คนของร้านหรูนำไปตัดเป็ชุดเสร็จ เขาก็พาไปอีกร้านที่ขายชุดสำเร็จตัดเย็บมาเรียบร้อยให้อีกสองสามชุด นำมาใช้ไปก่อนเพื่อรอชุดสั่งตัดที่กว่าจะเสร็จคงอีกหลายวัน
เมื่อได้เดินไปเดินมาในตลาดข้างๆฉินหย่งสือสักพัก ร่างกายที่เคยสั่นเทาก็เริ่มดีขึ้น หายใจได้ทั่วท้องมากขึ้น คงเพราะเริ่มเคยชินแล้วและเห็นว่าคนๆนี้ยังไม่เป็ภัยกับตน
คนตัวเล็กนิ่งคิด หลังจากเขาค้นพบความสามารถของตนเอง เขาก็พยายามที่จะเสาะหางานฝีมืออื่นๆและฝึกฝนเพื่อลองฝีมือของการเป็ช่างฝีมือปราณ แต่เพราะคุณชายลู่ไม่มีสิ่งของติดตัวมากนัก เรือนแยกที่อยู่ก็เป็ห้องโล่งเสียมาก เงินติดตัวของคุณชายลู่ก็เรียกได้ว่าแทบไม่มี เขาจึงไม่สามารถสร้างของใดๆได้โดยสะดวก
เมื่อมาเดินตลาดกับ ATM เดินได้แบบนี้แล้ว...
ไม่ถลุงเงินตอนนี้ จะถลุงเงินตอนไหนอีกล่ะเพ่!
ถามมาเองเช่นนี้ ก็ไม่เกรงใจล่ะนะท่านรองประมุข
“มีมีดแกะสลักไหมขอรับ?”
มีดสลักที่เขามีใช้ที่เรือนตอนนี้ไม่ใช่ของเฉพาะทาง แต่เอาไว้แก้ขัด ดังนั้นจึงไม่ค่อยถนัดมือเท่าไหร่ ได้ยินดังนั้น ฉินหย่งสือก็หันฉับไปอีกทาง
ลู่เว่ยหลงใรีบวิ่งตาม ลูกพี่ค้าบบบ รอน้องก๊อนนน
ฉินหย่งสือพาเขามาที่ร้านแห่งหนึ่ง ข้าวของภายในร้านละลานตา ลู่เว่ยหลงร้องอู้หูอยู่ในใจ นี่มันร้านสำหรับนักคราฟของโดยแท้!
มีดแกะสลักชนิดและขนาดต่างๆวางอยู่เป็ชุด พู่กันปราณราคาแพงวางโชว์ไว้บนชั้นที่ขัดจนมันวาว กระดาษและผ้ายันต์สีสันขนาดแตกต่างกัน ม้วนคัมภีร์กระดาษวางสุมเป็ตั้ง วัสดุสำหรับแกะลวดลายมีหลายชนิดให้เลือกทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านนี้ล้วนแล้วแต่มีอายุ แต่งกายคล้ายนักปราชญ์
ลู่เว่ยหลงมองไปในร้านด้วยจิตใจพองฟู เมื่อหันไปหาฉินหย่งสือก็พบว่าร่างสูงมองลงมาที่เขาอยู่ก่อนแล้ว
“เข้าไปเลือกเอาเถิด ข้ารออยู่นี่”
พลันดวงตาของลู่เว่ยหลงก็พราวระยับ
มหกรรมช้อปปิ้งช้อปช่วยชาติเริ่มแล้วจ้า~
—————
มากับคนชอบเปย์ ก็ต้องให้เปย์จนสมใจ ฮี่ๆๆ
ขอบคุณทุกๆคนที่ชอบนะคะ ติดตามอ่านกันไปยาวๆน้าาา
ร้ากกก ^3^