เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    บทที่ 43 แผดเผาให้ถึงโลกา!

            บทที่43แผดเผาให้ถึงโลกา!


            อวิ๋นเซ่อรับรู้ว่ามีสิ่งใดกำลังพุ่งมาคนจึงหันขวับไปยังทิศทางนั้นอย่างรวดเร็ว และอีกสามลมหายใจเข้าออกเทียนหยวนค่อยสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่กำลังมุ่งมาจึงจ้องมองไปยังทิศทางที่อวิ๋นเซ่อทอดสายตามองอยู่

             

            เทียนหยวนเอ่ยถาม

            “เป็นเจ้าหรือข้า”

             

            อวิ๋นเซ่อกล่าวตอบอย่างรวดเร็ว

            “เป็นท่าน”

             

            เปรี้ยง!

            สิ้นหางเสียงปราณกระบี่ไร้สีก็บรรลุถึงตัวของเทียนหยวนแต่ชายหนุ่มได้ตวัดฟันกระบี่ออกมารอแล้ว จึงเกิดการปะทะของพลังลมปราณสองสายบังเกิดเสียงดังสนั่นราวอัสนีบาตฟาดลงมากลางบริเวณป่าใหญ่ซึ่งไกลออกมาจากตัวเมืองอักโขเนื่องด้วยเทียนหยวนและอวิ๋นเซ่อแอบหลบออกมา จึงต้องเลือกเหลาสุราที่อยู่ไกลหูไกลตาเช่นนั้นพอบังเกิดการต่อสู้จึงยากที่จะมีผู้รับรู้และได้ยินเสียงการปะทะนี้

             

            หลังจากปราณกระบี่บรรลุถึง กลุ่มคนชุดดำนับยี่สิบคนก็บรรลุมาพวกมันทุกผู้ล้วนสวมชุดคลุมปกปิดทั่วร่าง เหลือเพียงนัยน์ตาที่โผล่พ้นออกมาให้เห็นในมือถือกระบี่อันคมวาวพุ่งทะยานหมายคร่ารุมสังหารเทียนหยวนแต่เพียงผู้เดียว

             

            “อวิ๋นเซ่อดูท่าเจ้าจะมิเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จงรีบหลบหนีไปเพราะอาจติดร่างแหไปด้วย”

            คำกล่าวพึ่งจบลง ร่างของคนก็ทะยานออกไปเบื้องหน้าชิงเป็นฝ่ายลงมือเข้าใส่เหล่าคนชุดดำทั้งหลายก่อนและอีกนัยน์หนึ่งก็เพื่อเปิดโอกาสให้อวิ๋นเซ่อได้หลบหนี แต่อวิ๋นเซ่อแยกมิตรแยกศัตรูเด่นชัดหากตรงหน้าเป็นต้าจงหมิงที่ถูกลอบทำร้าย มันจะไม่เสนอหน้าออกไปรับกระบี่โดยเด็ดขาดทว่าคนที่กำลังประสบปัญหาตรงหน้าถือได้ว่าเป็นสหายของมัน มันจึงมิอาจที่จะหนีเอาตัวรอดเพียงลำพังได้คิดเช่นนั้นกระบี่ที่อยู่ข้างกายจึงถูกชักออกมา มือปราบฝึกหัดทุกผู้จะได้รับกระบี่ติดตัวคนละเล่มเพื่อใช้ในการเรียนการฝึกและเป็นกฎระเบียบอันเคร่งครัดของสำนักมือปราบ ที่ว่ามือปราบทุกนายต้องใช้กระบี่เป็นอาวุธแต่นั่นไม่นับรวมถึงมือปราบติดลำดับ เช่นนั้นอวิ๋นเซ่อจึงมีอาวุธคู่กายอันได้แก่กระบี่ฝึกหัดเล่มนี้ติดตัวตลอดเวลา

             

            เงากระบี่วิบไหวถูกตวัดออกจากมือของอวิ๋นเซ่อเพลงกระบี่ที่ใช้ออกเป็นเพลงกระบี่ล่องนภาของสำนักมือปราบ วิชาตัวเบาก็เป็นวิชาของสำนักมือปราบที่พึ่งฝึกหัดทำให้สภาวะการต่อสู้ของอวิ๋นเซ่อดูเฉียบคมขึ้นกว่าเดิมมากมายนัก ด้านการโคจรพลังลมปราณออกมาใช้ก็รู้แล้วว่าตนต้องปลดปล่อยให้ไหลเวียนแบบย้อนทวนเช่นนั้นพลังกระบี่จึงแกร่งกล้ารุนแรงขึ้นแลยากคาดเดา ตวัดครั้งเดียวสังหารได้ถึงสองสร้างความแปลกใจให้แก่กลุ่มคนชุดดำยิ่ง

             

            “มันมีพื้นฐานพลังลมปราณที่สามัญธรรมดามิใช่หรือเหตุใดถึงมีอานุภาพที่ลึกล้ำแกร่งกร้าวเช่นนี้”

             

            “ถึงขนาดสังหารคนสองคนที่มีพลังลมปราณสูงกว่ามันได้เพียงกระบี่เดียว!”

             

            แววความแปลกใจก็ไปปรากฏอยู่บนใบหน้าของเทียนหยวนเช่นเดียวกัน

            “อวิ๋นเซ่อ เจ้ากลับร้ายกาจถึงเพียงนี้"

             

            อวิ๋นเซ่อร่ายรำเพลงกระบี่ล่องนภาของสำนักมือปราบเข้าต่อสู้พัวพันกับคนชุดดำทั้งสิบช่วยแบ่งเบาภาระให้กับเทียนหยวน ทำให้เทียนหยวนรับมือกับผู้หวังร้ายได้ง่ายดายขึ้นเหล่าคนนับยี่สิบเมื่อตอนมาว่ารวดเร็วแล้ว เมื่อตอนตายก็ยังนับว่ารวดเร็วกว่า พอถูกอวิ๋นเซ่อและเทียนหยวนผสานการจู่โจมร่วมกันพวกมันทั้งหมดก็ตกตายในพริบตาทันที

             

            “ฝีมือของมันรุดหน้าขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!”เสียงอันตื่นตระหนกดังมาจากปากของคนชุดดำผู้หนึ่ง และเสียงนี้ก็เป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่มันจะตกตายไป

             

            เทียนหยวนและอวิ๋นเซ่อแม้สังหารผู้ประสงค์ร้ายจนหมดสิ้นแต่ทั้งสองยังปรากฏแววความตึงเครียดฉายชัดออกมาไม่หยุดหย่อน เนื่องจากคนชุดดำเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นลูกไล่มิได้มีฝีมือมากเท่าใดอีกทั้งคนเหล่านี้ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของปราณกระบี่อันแข็งแกร่งที่จู่โจมมาครั้งแรกซักคนแล้วเจ้าของปราณกระบี่ผู้นั้นเล่า?

             

            สมองครุ่นคิด ร่างกายเตรียมพร้อมรับมือและปราณกระบี่ที่พวกมันพึ่งนึกถึงก็บรรลุมา อานุภาพของพลังลมปราณที่ปลดปล่อยออกมาจากปราณกระบี่ดูจะเพิ่มพูนขึ้นอีกมิน้อยส่งให้ทั้งอวิ๋นเซ่อและเทียนหยวนต้องออกแรงร่วมกันในการต้านทานรับปราณกระบี่ดังกล่าว

             

            เปรี้ยง

            แรงระเบิดออกของพลังลมปราณรุนแรงกว่าครั้งแรกอักโขตัวกระบี่ของทั้งอวิ๋นเซ่อและเทียนหยวนจึงมีรอยแตกร้าวให้เห็น ทั้งร่างของชายหนุ่มทั้งสองก็ปลิวละลิ่วม้วนกลับหลังไปหลายตลบพร้อมกระอักโลหิตออกมาเมื่อเสียงอันดังสนั่นเมื่อครู่ซาลง ร่างในชุดคลุมสีดำอีกผู้ก็ก้าวเดินมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ที่ทอดไปตามรายทางสู่เมืองหลวงทุกฝีเท้าของมันดูหนักแน่นแกร่งกร้าวแฝงไว้ด้วยพลังลมปราณอันกดข่ม คนชุดดำผู้นั้นเดินเข้าหาคนทั้งสองอย่างรวดเร็วมันกล่าวขึ้น

             

            “ทำให้ข้าแปลกใจอยู่บ้าง แต่โชคร้ายที่วันนี้ท่านเจอข้าเพราะคนอย่างข้ามิเคยปล่อยให้เหยื่อหลุดรอด!”

             

            เทียนหยวนคล้ายคิดคำกล่าวประโยคหนึ่งได้จึงเสนอขึ้น

            “ใครว่าจ้างเจ้า ข้าให้มากกว่ามันสามเท่า”

             

            คนในชุดดำเรียกปราณกระบี่ออกมาที่ปลายนิ้วแลก้าวเดินเข้าหาชายหนุ่มทั้งสอง

            “เรื่องราวบางเรื่องราวมิอาจใช้เงินตัดสินชีวิตของท่านก็เช่นเดียวกัน!”

             

            อวิ๋นเซ่อเช็ดเลือดที่มุมปาก ก่อนกล่าว

            “ที่แห่งนี้มีสำนักมือปราบ และพวกข้าคือคนของสำนักมือปราบหรือว่าเจ้ายังกล้าสังหารพวกข้า”

             

            คนในชุดดำหรี่ตามายังอวิ๋นเซ่อ พร้อมยกยิ้มที่มุมปากแล้วกล่าว

            “ก็ในเมื่อพวกเจ้าตายหมด แล้วใครเล่าจะพูด…..หรือต่อให้พวกเจ้าเป็นมากกว่าตำแหน่งมือปราบข้าก็ไม่ลังเลที่จะสังหาร!”

             

            อวิ๋นเซ่อจ้องมองไปยังบุคคลในชุดดำตาเขม็งจิตสังหารที่คนผู้นั้นปลดปล่อยออกมามีมากเท่าไหร่ อวิ๋นเซ่อยิ่งปลดปล่อยคืนกลับมากเท่านั้น

            “ในเมื่อต้องการเอาชีวิตพวกข้านัก เช่นนั้นก็ลองดู!”

             

            เทียนหยวนผงกศีรษะ

            “กล่าวได้ดี วันนี้หากเจ้าและข้ามีชีวิตรอดข้าก็ขอใช้เลือดของมันร่วมเป็นสักขีพยานต่อการเป็นพี่น้องร่วมสาบานของพวกเรา!”

             

            เมื่อรู้ว่าต่อให้หลบหนีก็มิอาจที่จะหนีพ้นเช่นนั้นพวกมันจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันสู้เพื่อหวังเอาชีวิตรอด อวิ๋นเซ่อมิรู้ว่าคนชุดดำกับเทียนหยวนมีความบาดหมางใดกันถึงได้กล้าไล่ล่าสังหารมาถึงที่นี่แต่เท่าที่มันรู้จักกับเทียนหยวนมาซักระยะหนึ่ง มันก็พอจะเห็นถึงลักษณะและจิตใจส่วนลึกของเทียนหยวนว่ามิน่าจะเป็นบุคคลที่จะสร้างศัตรูใดไว้เช่นนั้นการติดตามไล่สังหารเทียนหยวนจึงมิน่าที่จะใช่การแก้แค้น แต่เป็นเรื่องอื่นซึ่งก็มีแต่เทียนหยวนที่อาจจะรู้

             

            เทียนหยวนสะบัดปลายกระบี่ด้วยกระบวนท่าล่องนภาตัวกระบี่ที่แตกร้าวเหินขึ้นกลางอากาศ กรีดผ่านช่องว่างในอากาศจนดังหวือหวาทะลวงเข้าใส่ศีรษะบุคคลชุดดำด้านอวิ๋นเซ่อเองก็ไม่ชักช้า กระบี่ล่องนภาถูกตวัดหมุนเป็นเกลียวแหวกฝ่าเข้าใส่ช่องท้องของบุคคลชุดดำทั้งยังวาดมืออันล่อหลอกของกระบวนท่าเจ็ดฝ่ามือเงามายาฟาดเข้าใส่อย่างสอดประสานลงตัว

             

            บุคคลชุดดำหรี่ตา

            “เจ้าเป็นคนของตำหนักกระบี่เหนือหล้า”

             

            อวิ๋นเซ่อมิทราบว่าบุคคลชุดดำกล่าวถึงสิ่งใดเพราะมันก็มิได้คิดใส่ใจ จิตสมาธิของชายหนุ่มตอนนี้เพียงอยู่ที่เพลงกระบี่ล่องนภาและฝ่ามือเดี๋ยวจริงเดี๋ยวล่อหลอกที่โจมตีออกไปเท่านั้นและด้วยพลังลมปราณของมันที่ไหลเวียนแบบย้อนทวนแตกต่างจากคนปกติ ทำให้สภาวะการโจมตียากคาดเดาทั้งแกร่งกร้าวเป็นอย่างยิ่ง!

            อวิ๋นเซ่อครุ่นคิดในใจ

            “คัมภีร์ลมปราณไร้สภาวะช่วยข้าได้มากจริงๆ”

             

            เคร้ง เคร้ง เปรี้ยง!

            บุคคลชุดดำมิคาดคิดว่าบุคคลที่มีกลิ่นอายพลังลมปราณที่สามัญธรรมดาอย่างอวิ๋นเซ่อกลับมีความพิสดารลึกล้ำยากคาดเดามากกว่าของเทียนหยวน สร้างความแปลกใจแลความระแวดระวังในตัวบุรุษหนุ่มผู้นี้มากยิ่งขึ้นอวิ๋นเซ่อตวัดปลายกระบี่ขีดตัดขึ้นบน เทียนหยวนก็สะบัดข้อมือวกปลายกระบี่ตัดลงยังเบื้องล่างอย่างสอดประสานบุคคลชุดดำถูกจู่โจมโดยมิทันตั้งตัวจึงทำได้แต่ยกกระบี่ด้วยมือขวาขึ้นมาปัดป้องเป็นพัลวันส่วนดรรชนีซ้ายของมันได้เร่งเร้าโคจรพลังลมปราณทั้งสิบส่วนมารวมรั้งไว้ พอได้จังหวะที่กระโดดเหินตัวตีลังกากลับหลังหลบรอดจากเพลงกระบี่ล่องนภาอันเลื่องชื่อของสำนักมือปราบที่ถูกใช้ออกโดยอวิ๋นเซ่อและเทียนหยวนมาได้มันค่อยตวัดดรรชนีซ้ายปลดปล่อยปราณกระบี่อันแกร่งกร้าวพุ่งวาบตัดฝ่าอากาศเข้าหาชายหนุ่มทั้งสองปราณกระบี่แรกอวิ๋นเซ่อและเทียนหยวนล้วนกระโดดพลิกกายพุ่งหลบได้ ทว่าเมื่อร่างลอยอยู่กลางอากาศจึงยากที่จะหลบรอดปราณกระบี่ที่สองที่บุคคลชุดดำปลดปล่อยออกมา!

             

            เปรี้ยง!

            ปราณกระบี่ของบุคคลชุดดำยังมุ่งเป้าคิดหมายเอาชีวิตของเทียนหยวนกระบี่ที่ปรากฏรอยร้าวอยู่ก่อนหน้าเมื่อยกขึ้นมาขวางกั้นก็พลันแตกสะบั้นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่างของเทียนหยวนปลิวละลิ่วคืนกลับหลังดั่งว่าวที่ขาดจากป่าน โลหิตบนร่างก็สาดกระเซ็นเป็นทางพร่าพรมลงยังพื้นปฐพีราวสายพิรุณที่ซัดสาดไม่ทราบเป็นตายร้ายดี ทราบแต่เพียงว่ามันสิ้นสติลงไปแล้ว

             

            “พี่เทียนหยวน!”

            อวิ๋นเซ่อเห็นชะตากรรมของสหายรุ่นพี่แห่งสำนักมือปราบด้วยกันนอนทอดร่างกลางแอ่งโลหิตในหัวก็ครุ่นคิดถึงภาพคนที่มันรู้จักไม่ว่าจะเป็นอวิ๋นจื่อลู่ ครอบครัว แลญาติมิตรเหตุใดผู้ที่รู้จักกับมันและเป็นสหายของมันถึงต้องมีชะตากรรมเช่นนี้หมด หรือฟ้าและโลกอันมืดมิดแห่งนี้ต้องการเป็นปฏิปักษ์กับมัน

            “ดี หากโลกนี้ต้องการเช่นนั้นข้าก็จะสนองให้!”

             

            เห็นอวิ๋นเซ่อยืนนิ่งเงียบ บุคคลชุดดำก็นึกว่ามันกำลังเกิดความหวาดกลัวไม่กล้าที่จะต่อสู้อีกแต่ในเมื่อมันเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ จะปล่อยเอาไว้ก็มิได้เพราะอาจเป็นปัญหาใหญ่ที่มิคาดฝันถึงเกิดขึ้นตามหลังเช่นนั้นกระบี่ในมือขวาจึงถูกกุมกำชับแลยกขึ้นมา

            “แม้ข้าจะพอมีสหายอยู่ในสำนักเดิมเจ้าอยู่บ้างแต่ข้าก็มิอาจปล่อยเจ้าไว้ให้เป็นเภทภัย ถ้าหากเจ้าเลือกหนีไปตั้งแต่ตอนแรก บางทีเจ้าอาจจะไม่โชคร้ายเช่นนี้ก็ได้…..จงตกตายเพราะความดื้อรั้นและความอ่อนแอของเจ้าซะเถอะ!”

             

            ฟิ้ว

            กระบี่ในมือขวาของบุคคลชุดดำถูกสะบัดหลุดจากมือให้พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วกระบี่นี้ห่อหุ้มด้วยพลังลมปราณเต็มสิบส่วนมิออมรั้ง ดูเหมือนมันจะไม่ประมาทบุรุษหนุ่มที่มีพลังลมปราณพิสดารแม้เพียงนิดทั้งมันต้องการที่จะสังหารอวิ๋นเซ่อในกระบี่เดียว!

             

            กระบี่พุ่งแหวกฝ่าบรรยากาศจนดังหวือหวาพลังลมปราณที่ปลดปล่อยมาตามตัวกระบี่ตัดผ่านทุกสรรพสิ่งโดยรอบจนแหลกละเอียดขาดสะบั้นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยปรากฏคล้ายเกลียวพายุที่หอบเอาทุกสิ่งอย่างในแนวขวางพุ่งทอดยาวออกไป ก่อนจะทะลวงเข้าใส่กึ่งกลางหน้าผากของศัตรู!

             

            บุคคลชุดดำหันหลังกลับ ปลายกระบี่จ่อที่หน้าผากของศัตรูมันขนาดนั้นแล้วก็มิต้องนึกถึงสภาพในหัวของมันตอนนี้ได้คิดไปว่า ที่หน้าผากของอวิ๋นเซ่อคงเป็นรูโหว่และมีโลหิตไหลทะลักไปแล้ว

             

            บุคคลชุดดำก้าวขาออกเพื่อคิดหมายจากไป แต่ทว่าที่ด้านหลังกลับไร้ซึ่งซุ่มเสียงใดเสียงกระทบถูกของกระบี่ เสียงระเบิดออกของศีรษะ เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ล้วนไม่มีทั้งสิ้นส่งให้บุคคลชุดดำต้องหันคืนกลับหลังไปมอง เมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า นัยน์ตาของมันต้องเบิกโพลงกระบี่ที่หุ้มด้วยพลังลมปราณอันแกร่งกร้าวของตนกำลังค้างเติ่งกลางอากาศห่างจากหน้าผากของอวิ๋นเซ่อไม่กี่ชุ่นอีกทั้งตัวกระบี่ยังลุกไหม้ไปด้วยเปลวไฟ แต่นั่นมิใช่ไฟแห่งเพลิงปราณ ทว่าเป็นเพลิงสีฟ้าที่ก่อเกิดบนพลังอันแปลกแยกจากกฎเกณฑ์ของโลกแห่งนี้!

             

            ตาที่เบิกโพลงของบุคคลชุดดำยังค้างอยู่มันชี้นิ้วอันสั่นพร่ามาที่อวิ๋นเซ่อ ปากก็กล่าววาจาอย่างตื่นตระหนก

            “นี่มัน วิชานอกรีต…. สำนักมือปราบ ให้กำเนิดมารนอกรีตอีกตนแล้ว!”

             

            อวิ๋นเซ่อที่นิ่งเงียบมาครู่ใหญ่ได้คำรามก้องจนสะท้อนสะท้านไปทั่วแผ่นฟ้าดั่งว่ามันกำลังท้าทายโลกอันมืดมิดแห่งนี้

             

            “โลกอันมืดมิดเอ๋ย เมื่อเจ้าคิดเป็นปฏิปักษ์กับข้าข้าก็จะสนองให้….. จงแผดเผาให้ทั่วโลกา เพลิงฟ้ามหายุทธ์!”

             

            ตูมมมมมมมมม!

             

             

             

             

             

             

    คล้ายกับเรื่องเพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ) ที่คุณอ่าน

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400