ตอนที่ 30 ร้านสุราใต้ร่มไทร
จู่ ๆ ที่ตรอกเอ้อร์จิ่งโกวก็มีกลิ่นสุราหอม ๆ ลอยโชยออกมา !
ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในตรอกเอ้อร์จิ่งโกวเหล่านั้นต่างพากันตกตะลึง
เห็นได้ชัดว่ากลิ่นหอมของสุรานั้นมาจากร้านของหลี่เฉินอัน
“เขากลั่นสุราออกมาได้จริงหรือ ? ”
“ข้าได้กลิ่นนี้แล้ว ดูเหมือนว่าจะหอมกว่าสุราที่ข้าซื้อมาชั่งละ 80 อีแปะเสียอีก ! ”
“เหล่าหยูโถว ข้าเคยได้ลิ้มรสกวงหลิงซ่านที่บ้านญาติมาก่อน ดูเหมือนสุราของคุณชายหลี่จะหอมกว่ากวงหลิงซ่านเสียอีก ! ”
“......เก่งกาจเช่นนี้เชียว ? ”
“อย่าได้ดูถูกคุณชายหลี่ไป ในตอนนั้นที่เขาขายขนมเปี๊ยะ ข้าก็มองออกแล้วว่าคุณชายหลี่ไม่ธรรมดา ! ”
“ชิชะ ! เถ้าแก่จ้าว ข้าจำได้ว่าตอนที่คุณชายหลี่เปิดร้านขายขนมนึ่ง เจ้าอยากจะไปทุบทำลายร้านเขาไม่ใช่หรือ ? ข้าจำได้ว่าตอนที่ร้านปิดตัวลง เจ้าหัวเราะเสียจนกรามค้าง ! ”
“หาได้เป็นเช่นนั้น เหล่าหยูโถวอย่าได้มาใส่ร้ายข้า ! หากคุณชายหลี่ได้ยินเข้า ประเดี๋ยวจะเป็นการทำลายความสัมพันธ์ของเพื่อนบ้านที่มีต่อกันอย่างดี ! ”
“พวกเจ้าจะทะเลาะกันทำไม ? รีบเดินทางไปดูที่ร้านสุราของคุณชายหลี่เร็ว ! ”
ด้วยเหตุนี้ ผู้คนทั้งหลายจึงพากันเดินทางไปที่ร้านสุรา แต่กลับพบว่าประตูร้านยังคงปิดสนิท
ด้านบนของประตูใหญ่มีผ้าสีแดงผูกเอาไว้ ปิดบังป้ายชื่อร้าน
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ตรงประตูทั้งสองข้างดูเหมือนจะผ้าไหมสีแดงแขวนติดไว้อยู่ตรงทั้งสองฝั่งของประตู ราวกับกำลังปกปิดโคลงกลอนสั้น ๆ เอาไว้
นี่หมายความว่าเยี่ยงไรกัน ?
…… ครานี้ ร้านสุราแห่งนี้จึงดูลึกลับยิ่งขึ้นในสายตาของคนละแวกใกล้เคียง
......
......
ณ สวนหลังร้านสุรา
ชุ่ยฮวายืนอยู่ข้างหลังหลี่เฉินอันด้วยสีหน้าไม่พึงพอใจนัก ในใจนางรู้สึกไม่มีความสุขเอาเสียเลย
เนื่องจากการที่นางคอยคุ้มกันเฝ้าดูร้านขายหีบศพนั้นค่อนข้างสบาย รวมไปถึงวัดที่อยู่ด้านข้างก็นำรายได้มาให้นางเล็กน้อย
แต่ตัวแทนซิ่วอีคนใหม่กลับสั่งให้นางไปยังร้านสุราของเขา !
นางปฏิเสธไม่ได้ เนื่องจากตัวแทนซิ่วอีหน้าด้านไร้ยางอายคนนี้บอกกับนางว่าเป็นภารกิจ !
ก่อนที่ท่านปู่จะสิ้นใจไป เขาได้กำชับกับนางเอาไว้ ไม่ว่าเป็นภารกิจใดก็ตามของหอลี่จิ้ง ต้องทำภารกิจให้สำเร็จไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม !
นางติดตามตัวแทนซิ่วอีมาจนถึงที่นี่ จึงได้รู้ว่าเขาจะให้นางเรียนรู้การกลั่นสุรา !
แม่นางน้อยเบิกตากว้าง
“หอลี่จิ้ง......มีภารกิจการกลั่นสุราตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ”
หลี่เฉินอันยุ่งอยู่กับการกลั่นสุราในหม้อแรก
หลี่เฉียวซีกำลังก่อฟืนเติมไฟ หลี่เสี่ยวฮวากำลังใส่วัตถุดิบลงไป ส่วนเขากำลังจับจ้องอยู่กับการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของสุราที่กลั่น
“เจ้าอยากได้เงินที่หอลี่จิ้งติดค้างเจ้าไว้หรือไม่ ? ”
แม่นางตัวน้อยพยักหน้าโดยไม่ต้องลังเล
“เช่นนั้นก็อย่าถาม หากต้องการถามก็ถามถึงวิธีการกลั่นสุรานี้ หากเจ้ากลั่นสุราได้ ในอนาคตจะมีเงินมากมายให้ใช้สอย ! ”
ดวงตากลมโตของแม่นางน้อยเบิกกว้างเป็นประกาย ชั่ววินาทีนั้นดูเหมือนนางจะเห็นเครื่องประทินโฉมต่าง ๆ ลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าแล้ว
“จริงหรือ ? ”
“ข้าจะโกหกเจ้าทำไม แม่สาวน้อย ? ”
“แต่ท่านปู่ของข้าบอกว่าคำพูดของบุรุษนั้นเชื่อถือไม่ได้ ! ”
นางหยุดแล้วครุ่นคิดสักครู่ ก่อนจะเอ่ยออกมาอีกครั้งว่า: “อีกอย่าง อีกอย่างเจ้านั้นชื่อว่าหลี่เฉินอัน ! ”
หลี่เฉินอันตักสุราขึ้นมาจากหม้อจำนวนหนึ่งช้อน แล้วยกขึ้นดม ก่อนจะชิมเข้าไป เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนสุรานี้จะมีความเข้มข้นประมาณ 35 ดีกรี
ซึ่งแย่กว่าที่เขาคาดคิดไว้มากทีเดียว แต่ถึงเยี่ยงไรก็เข้มข้นกว่ากวงหลิงซ่านอยู่มากโข
สุราที่เพิ่งกลั่นออกมาจากเตาจะค่อนข้างฝาดติดคอ เอาไปบ่มไว้สักพักจะให้รสชาติดีกว่า
แต่สภาพแวดล้อมที่นี่ไม่อำนวยนัก
อย่าว่าแต่โรงบ่มสุราเลย แค่พวกเขาไม่กี่คนมารวมตัวกัน สวนหลังร้านก็ดูจะคับแคบนักหนา
เขาวางช้อนชิมสุราลงแล้วหันไปมองทางชุ่ยฮวา “หลี่เฉินอัน ชื่อนี้ไม่ไพเราะหรือ ? ”
“เอ่อ......นายท่าน” ชุ่ยฮวาก้มหน้าลง ในใจรู้สึกกระอักกระอ่วน ท้ายที่สุดแล้วนางก็กล่าวออกมาเสียงแผ่วว่า “ชื่อนี้เดิมทีไม่น่าฟังเท่าไรนัก”
นางเงยหน้าขึ้นจ้องไปยังหม้อกลั่นสุราด้วยรอยยิ้มอันสดใส “แต่บัดนี้ดูไพเราะมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว ! ”
“เพราะเหตุใด ? ”
“เพราะเมื่อดมกลิ่นสุรานี้ดู ข้าก็รู้แล้วว่าต้องมีรสชาติดีอย่างแน่นอน ! ”
“เจ้าดื่มสุราเป็นหรือ ? ”
“พอดื่มได้เล็กน้อย ก่อนหน้านี้ท่านปู่ข้าชอบดื่มมัน”
“เช่นนั้นเจ้าลองชิมนี่ดู”
หลี่เฉินอันตักขึ้นมาอีกหนึ่งช้อนเล็ก ๆ แล้วยื่นให้แก่ชุ่ยฮวา ชุ่ยฮวารับช้อนไปดื่มจนหมด จากนั้นนางก็เบิกตากว้าง “นี่มันสุราเลิศรส ! ”
“เลิศรสเพียงใด ? ”
“อย่างน้อยก็ดีกว่ากวงหลิงซ่าน ! ”
“แล้วเจ้าคิดว่าสุราเช่นนี้ขายได้ชั่งละเท่าไหร่ ? ”
“......กวงหลิงซ่านขายอยู่ที่ราคาชั่งละ 250 อีแปะ แต่สุราของนายท่านอย่างน้อยต้องขายได้ชั่งละ 350 อีแปะ ! ”
หลี่เฉินอันยิ้มขึ้น “เช่นนั้นเจ้ายินดีจะเรียนรู้วิธีกลั่นสุรากับข้าหรือไม่ ? ”
“ข้ายินดี ! ”
ชุ่ยฮวาตอบรับทันควัน เนื่องจากหากว่าสุรานี้ออกขายเมื่อไหร่ นางเชื่อว่าจะกลายเป็นสุราที่ดีที่สุดในเมืองกวงหลิงได้แน่นอน
โอ้ ไม่ใช่สิ ! อาจจะเป็นสุราที่ดีที่สุดในแคว้นหนิงเลยก็ว่าได้ !
แน่นอนว่ายังมีอีกหนึ่งเหตุผล นั่นก็คือหากตนสามารถกลั่นสุราเป็น ในอนาคตนางก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสักอีแปะเดียวก็สามารถดื่มสุราชั้นดีได้แล้วไม่ใช่หรือ ?
“วิธีการนั้นข้าจะสอนเจ้าให้ แต่เจ้าจงจำไว้ให้ดีว่าเจ้าจะบอกวิธีเหล่านี้กับใครไม่ได้เด็ดขาด ! ”
“ข้าน้อยเข้าใจ นี่คือกฎ”
“อืม เจ้าอ่านหนังสือออกหรือไม่ ? ”
“พออ่านออกบ้างเล็กน้อย”
หลี่เฉินอันหยิบกระดาษออกมาจากกระเป๋าแขนเสื้อ ซึ่งได้เขียนวิธีการกลั่นสุราเอาไว้ยื่นให้แก่ชุ่ยฮวา “เจ้าจงจำสิ่งที่เขียนไว้บนนี้ให้ดี จากนั้นเผามันทิ้ง และต่อไปนี้เจ้าก็เป็นผู้รับผิดชอบการกลั่น”
“...... ไม่มีปัญหา”
ชุ่ยฮวารับกระดาษบันทึกนั้นไป นางเหลือบมองหลี่เฉินอันอย่างลังเลอยู่สักพัก
แม้นางจะยังเยาว์วัย แต่นางก็เข้าใจในนิสัยของมนุษย์ นางรู้ว่ากระดาษใบนี้สำคัญเพียงไร !
และหากนางนำกระดาษนี้ไปขาย ก็อาจได้เงินจำนวนมากนับไม่ถ้วน !
แต่ผู้บัญชาการคนใหม่คนนี้กลับเอามันมาให้นางอย่างง่ายดาย
เหตุใดเขาจึงไว้ใจนางเช่นนี้ ?
หัวใจของเด็กสาวตัวเล็ก ๆ รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา เมื่อนางได้รับความไว้วางใจจากอีกฝ่าย ดังนั้นจึงกล่าวว่า “วางใจได้เถิด หากวิธีการกลั่นสุรานี้รั่วไหลออกไป......ข้าจะไปนอนในหีบศพของร้านข้าเอง”
“ไม่ต้องกดดันตนเองถึงเพียงนั้นหรอก แท้จริงแล้วสุรานี้......ยังไม่ใช่สุราที่ดีที่สุด”
ชุ่ยฮวาตกตะลึง “แล้วสุราที่ดีที่สุดเป็นเยี่ยงไร ? ”
“บัดนี้ยังไม่อาจทำได้ เราขายสุรานี้ไปก่อนเถอะ รอให้ได้เงินมากกว่านี้แล้วข้าจะหาสถานที่สำหรับกลั่นสุราให้ใหญ่กว่านี้สักหน่อย ที่นี่เล็กเหลือเกิน ไม่อาจทำสุราที่ดีกว่านี้ได้”
“......เงินที่หอลี่จิ้งติดค้างข้า นายท่านก็จงเก็บไว้ก่อน รอเมื่อไหร่ที่เราสร้างโรงกลั่นสุราที่ใหญ่กว่านี้และทำเงินได้มากกว่านี้แล้ว นายท่านค่อยคืนให้ข้า”
ชุ่ยฮวารับกระดาษบันทึกนั้นเอาไปอ่านอย่างระมัดระวัง
จู่ ๆ ในใจของนางก็เกิดความหวังขึ้น
ภายใต้การนำทางของผู้บังคับบัญชาท่านนี้ คาดว่าหอลี่จิ้งของกวงหลิงอาจมีความรุ่งโรจน์ดั่งอดีตได้ในไม่ช้า
ในสวนหลังร้านเล็ก ๆ ทุกคนต่างยุ่งอยู่กับงานของตนเอง ในขณะที่ด้านนอกมีบุรุษสามคนเดินตรงเข้ามา
ฉีจือเสวี่ยมองไปยังประตูที่ปิดสนิทแน่น เขาได้กลิ่นอันเข้มข้นของสุราลอยโชยออกมา จึงหันไปมองเฉิงเจ๋อ
“เปรียบเทียบกับรุ่ยลู่แล้วเป็นเช่นไร ? ”
“ดูหอมกรุ่นกว่ามากนัก”
“ถ้าเป็นเช่นนี้......เจ้าหมอนั่นไม่ได้เอ่ยเกินจริงหรือ ? ”
เฉิงเจ๋อนิ่งเงียบแล้วพยักหน้า
ฉีจือเสวี่ยหัวเราะขึ้นมา เขาโบกพัดในมือของตนเบา ๆ “แม้จะยังเป็นช่องทางเล็ก ๆ แต่ช่องทางนี้ก็อาจกลายเป็นถนนสายใหญ่ได้ ข้ามองว่าไม่ธรรมดา ! ”
“ข้าเพียงรู้สึกแปลกใจ ในเมื่อเขาสามารถกลั่นสุราออกมาได้ดีเพียงนี้ แล้วก่อนหน้านั้นเหตุใดจึงต้องขายขนมเปี๊ยะกันเล่า ? ”
ซูมู่ซินคิดอยู่ในใจแล้วกล่าวว่า “ท่านอาจารย์กล่าวไว้...... นี่เรียนกว่าอัจฉริยะ”
“หมายความว่าเยี่ยงไร ? ”
“พวกเจ้าลองคิดดู หากก่อนหน้านี้เขานำวิธีการกลั่นสุราออกมาใช้ เจ้าคิดว่าเขาสามารถรักษาสูตรการกลั่นสุรานี้ไว้ได้หรือ ? ”
เฉิงเจ๋อได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึง “ท่านอาวุโสฮัวหมายความว่า...... บัดนี้เขามีวิธีในการจัดการไม่ให้วิธีการกลั่นสุรานี้เผยแพร่ออกไปได้แล้วหรือ ? ”
“ข้าคิดว่าเป็นดังนั้น เพราะบัดนี้คุณหนูสามแห่งจวนจงหลีกำลังจับตามองเขา อีกอย่างท่านอาจารย์ก็เห็นเขาเป็นสหายต่างวัย ถึงขั้นที่อาจารย์แนะนำให้เขารู้จักกับใต้เท้าหลิวด้วย”
“ในเมืองกวงหลิงแห่งนี้ ต่อให้เป็นตระกูลฮั่วที่ต้องการมาแย่งวิธีกลั่นสุราจากเขาก็คงต้องครุ่นคิดดูอย่างหนัก”