พอเสี่ยวเทียนกลับมาจากดินแดนห้วงสวรรค์บรรพกาล อาจารย์ลู่เอินก็เริ่มปรุงยาเม็ดเพิ่มพลังปราณพรหมเทพ โดยใช้สมุนไพรระดับพันปี สามชนิด คือโสม เห็ดหลิงจือ กับ ถั่งเช่าสีทอง แล้วใส่พลังเทพบริสุทธ์เข้าไป ก็ได้ยาเม็ดออกมา 10 เม็ด สามารถกินได้เดือนละสองเม็ด เพิ่งระดับพลังได้ทีละสองระดับ อย่างง่ายดาย
เสี่ยวเทียนกินเข้าไปสองเม็ด แล้วเดินพลังกระจายฤทธิ์ยาไปทั่วร่าง พลังขั้นปราณพรหมเทพของเสี่ยวเทียนก็ขึ้นมาอีกสองระดับ เป็น ปราณพรหมเทพ ระดับที่ 22
แล้วก็สอนให้เสี่ยวเทียนฝึกพลังหมัดมฤตยูสามท่า ซึ่งเสี่ยวเทียนมีพลังจิตเทพอสูรของนางพญาควายป่าอยู่แล้ว ทำให้ฝึกตนได้ง่าย กว่าคนทั่วไป แล้วอาจารย์ก็ปรับเปลี่ยนวิชานี้แตกต่างจากเดิมเพื่อให้เข้าให้มีอานุภาพกว่าเดิม เสี่ยวเทียนใช้เวลาฝึกไม่ถึง 1 เดือน ก็สำเร็จเพลงหมัดมฤตยูสามท่า ซึ่งท่าแรกของพลังหมัดนี้ เป็นการเพิ่มพลังปราณในหมัด ให้ปล่อยออกไปได้ทีละหลายร้อยหมัด
ส่วนท่าที่สอง เป็นการปล่อยหมัดออกไปกลายเป็นหมัดยักษ์ หรือ ฝ่ามือยักษ์ เข้าไปปะทะกับคู่ต่อสู้ที่ ตัวใหญ่กว่า
ส่วนท่าสุดท้าย เป็นเงาหมัดสังหาร สามารถจับพิกัดออกไป แล้วให้ฝ่ามือไปบีบสมอง หรือ หัวใจ คู่ต่อสู้จนระเบิดตายได้เลย และยังสามารถบังคับให้พลังจิตกลายเป็นรูปแบบเงาสังหาร ในรูปของอาวุธต่าง ๆ เช่น ฆ้อน ดาบ มีด ตามแต่ที่ใจจะสั่งมันออกมา
เสี่ยวเทียนใช้เวลาฝึก อยู่ หนึ่งเดือนก็สามารถเข้าใจในเพลงหมัดชุดนี้ แล้ววันนี้เสี่ยวเทียน มีจดหมายจากอาสี่ให้เข้าเมืองเพื่อไปหา ที่ร้านยาตระกูลเฉินโดยมีศิษย์พี่สามตามไปส่งด้วย
“ ศิษย์พี่ แล้วศิษย์พี่รอง กับ ศิษย์พี่ใหญ่ไปไหน ข้าไม่เคยเห็นเลย”
“ พวกเขาขึ้นไปอยู่ที่สำนักสะท้านฟ้า ขั้นที่ สามแล้ว ไว้เจ้าฝึกถึงขั้นปราณพรหมเทพที่ 40 แล้ว ก็สามารถขึ้นไปที่สำนักสะท้านฟ้า ชั้นสามได้เลย แต่ก็ต้องสอบเหมือนกับที่เจ้าเคยขึ้นมา แต่อย่างเจ้าคงผ่านได้อยู่แล้ว”
“ แล้วศิษย์พี่สามจะขึ้นไปด้วยกันไหม”
“ ไม่ล่ะ ข้าอยากอยู่ปรณนิบัติรับใช้ท่านอาจารย์เช่นนี้ ไม่อยากขึ้นไปให้ลำบากเปล่าๆ”
แล้วสองคนก็มาถึงร้านยาตระกูลเฉิน ซึ่งเป็นร้านหัวมุม เป็นร้ายยาร้านใหญ่ทีเดียว
เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปก็พบกับ อาสี่ กำลังยืนอยู่กับ ชายกลางคนอีกคนหนึ่ง
“ เสี่ยวเทียน มานี่ รีบคำนับ ท่านปู่รอง”
“ ท่านปู่รอง”
“ อืม โตแล้วเจ้านี้โตกว่าเดิมมากเลย พลังปราณพรหมเทพ ระดับ 22 แล้วด้วย ไม่เลว เจ้ามีความคิดจะขึ้นไปตระกูลเฉินเราเมื่อไร”
“ เรื่องนี้คงต้องรออีกสัก 9 เดือน พอข้าฝึกพลังได้ถึงระดับ ปราณพรหมเทพที่40 ก็จะขึ้นไปทันที” เสี่ยวเทียนเอ่ยไปตามตรง
“ เก้าเดือน ถือว่าเร็วกว่ารุ่นเดียวกันมากเลย ปู่ใหญ่กับย่าใหญ่ของเจ้าบ่นคิดถึงเจ้ามากนะ”
“ ท่านปู่รองมาที่พิภพชั้นสองทำไมหรือขอรับ” เสี่ยวเทียนถามด้วยความสงสัย
“ เรื่องนี้เกี่ยวพันกับเจ้าโดยตรงเลย สำนักจงหนันซาน เคยส่งคนมาตามหาเจ้าทั้งหมด 6 คน แต่ละคนเป็นถึงคุรุเทพ เป็นปรมาจารย์สอนวิชาให้กับ เหล่าศิษย์มากมาย บัดนี้ องค์ชายแปดกล่าวหาว่า เจ้ามีมารร้ายคุ้มครอง สังหารคุรุเทพจากสำนักจงหนันซานไปทั้งหกคน พวกเขาโกรธแค้นเจ้ามาก จึงได้ตั้งรางวัลนำจับถ้าตาย 50 ล้านเหรียญเงิน หากจับเป็น ให้ 100 ล้านเหรียญเงิน
คราวนี้พวกนักล่าฆ่าหัว ต่างจ้องหมายหัวของเจ้า ผู้เฒ่าในตระกูลตั้งข้อสงสัยว่า นี่อาจเป็นแผนขององค์ชายสี่ ใช้เงินก้อนใหญ๋เพื่อจัดการกับเจ้า เพื่อหลอกล่อให้ พ่อของเจ้าออกมา แม้แต่รัชทายาท ก็ไม่สามารถห้ามเรื่องนี้ได้ ข้าเลยมาหาเจ้าเพื่อรับเจ้าหนีออกไปอยู่ที่ดินแดนอื่นชั่วคราวก่อน” ปู่รองเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“ ท่านอารอง แล้วจะพาเสี่ยวเทียนไปอยู่ที่ไหนขอรับ” อาสี่เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ โลกเก่า บัดนี้พิภพขั้นสี่ สามารถสร้างเครื่องเคลื่อนย้ายมวลสาร จากพิภพชั้นสี่ไปที่โลกเก่าได้แล้ว ที่นั่นจะไม่มีใครตามเจ้าเจออย่างแน่นอน” ปู่รองเอ่ยอย่างมั่นใจ
“ โลกเก่า ยังมีผู้คนอาศัยอยู่อีกหรือนี่” เสี่ยวเทียนสงสัย
“ เมื่อพันปีก่อน โลกเก่า มีดินแดนถึง หกทวีป แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 2 ทวีปเท่านั้น เพราะว่าท่านมหาเทพหลี่เทียน เพียงแต่นำพาสิ่งมีชีวิตมาได้เพียงแค่สามในสี่ที่เหลือก็สร้างดินแดนเอาไว้ สองทวีป แล้วสร้างม่านพลังป้องกันแสงอาฑิตย์ แต่กระนั้น พวกเขายังถูกอุกาบาตยักษ์ถล่มจนน้ำท่วมโลก แล้วยังมีระเบิดเห็ดพิษทำลายล้างโลก แต่ก็ยังมีผู้คนเหลือรอดอยู่ ผ่านมาพันปี พวกเขาก็มีคนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ข้าเคยไปเยือนมาสองสามครั้ง แล้วตระกูลของเราก็มีแบบแผนจะไปเปิดร้านขายยาที่โลกเก่าอีกด้วย” ปู่รองเอ่ยอธิบาย
“ ข้ายังไม่ไปหรอก ท่านปู่รองอย่ากังวล พวกมันทำอะไรข้าไม่ได้หรอก” เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างมั่นใจ
“ เสี่ยวเทียนเจ้าอย่าประมาท พวกเราต่างก็เป็นห่วงเจ้า พวกนักล่าฆ่าหัว เหล่านักฆ่ารับจ้าง บัดนี้พวกมันต่างลงมาจากชั้นที่สาม เพื่อมาสังหารเจ้า นับร้อยๆ คน เจ้ายังเด็กแค่นี้จะไปสู้อะไรพวกมันได้” ปู่รองเอ่ยเตือนเสี่ยวเทียน
“ ท่านปู่รอง ข้าไม่เป็นไรหรอก”
“ เจ้านี้ดื้อรั้นเหมือนพ่อของเจ้าจริง ๆ”
แล้วสุดท้ายเสี่ยวเทียนก็ไม่ยอมหนีไปไหน เพราะว่ารู้สึกเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาตัวรับผิดชอบ สำนักจงหนันซานต่างหาก ควรรับผิดชอบ
“ ศิษย์พี่สาม หากว่าเราอยากขึ้นไปที่พิภพชั้นสาม เราจะไปได้อย่างไร”
“ ก็ไปขึ้นเครื่องเคลื่อนย้าย เสียเงินค่าตั๋ว ขาขึ้นสองหมื่นเหรียญเงิน ขาลงก็หนึ่งหมื่นเหรียญเงิน เท่านั้นเอง”
“ ถ้าเช่นนั้นข้าก็ขึ้นไปได้น่ะซิ”
“ มีเงินก็ขึ้นไปได้ทุกชั้นนั่นแหละ” ศิษย์พี่สามเอ่ยอธิบาย
เสี่ยวเทียนกำลังคิดว่า ต้นเหตุนั้นคือองค์ชายแปด กับ สำนักจงหนันซานหากว่าเขาขึ้นไปจัดการสำนักจงหนันซาน จนไม่มีเงินแล้ว ดูซิว่าจะมีปัญญาตั้งค่าหัวเขาได้อีกไหม
“เสี่ยวเทียน นี่เจ้าคิดจะขึ้นไปชั้นสามรึ” ศิษย์พี่สามเอ่ยด้วยความสงสัย
“ ก็แค่คิด” เสี่ยวเทียนเอ่ยไปตามตรง
ทั้งสองคนเดินผ่านย่านการค้าของเมืองลั่วอันพบเห็น เด็กๆ ตัวเล็กๆหลายคน ต้องมานอนข้างถนนเป็นจำนวนมาก พร้อมกับมี มีเหล่าแม่ชีและบาทหลวง กับเด็กๆ วัย 5 ขวบ 6 ขวบออกมาเดินถือกล่องขอรับบริจาค เพื่อสร้าง ที่พักใหม่ให้กับเด็กกำพร้าซึ่งมีสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาขอรับ เป็นสิบแห่งเลยทีเดียว
“ ศิษย์พี่ ทำไมพวกแม่ชี บาทหลวง เหล่านี้ ออกมาขอบริจาคกันเยอะจัง”
เสี่ยวเทียนเอ่ยด้วยความสงสัย
“ ก็หลังเจ้าปราบเจ้าวานรเทพแล้ว สิ่งก่อสร้างมากมายถูกทำลายลงไป ทางจักรพรรดิต้องใช้เงินมากมาย มาซ่อมแซมกำแพง และบ้านเรือนที่เสียหายเป็นจำนวนมาก แต่ความเสียหายเป็นวงกว้างเกินไป บางทีพวกเขาอาจรอเงินจากทางการไม่ไหว เลยต้องออกมาขอบริจาคแบบนี้”
ทันใดนั้น ก็มีหนูน้อยวัยสามขวบ เดินเตาะเตะเข้ามาหาเสี่ยวเทียน ถือกล่องใบเล็กๆ มาขอบริจาค
“ พี่ชาย ขอบริจาคเศษเงินสักเล็กน้อยเป็นค่าอาหาร พวกเราหน่อยนะเจ้าคะ”
เด็กน้อยตาใสๆ มองหน้าเสี่ยวเทียนที่เวลานี้กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ บริจาคเงินที่อยู่ในแหวนมิติให้พวกเขาไปให้หมด” เสียงอาจารย์ลู่เอินเอ่ยเข้าใส่หัวเสี่ยวเทียน
“ หา ! หมดเลยรึ ครึ่งเดียวไม่ได้เหรอ?”
“ ให้ไปให้หมดนั่นแหละ เจ้าก็ยังมีทองในปราสาทอีกตั้งเยอะ ไม่ต้องห่วงหรอกอีกไม่นานเจ้าก็จะได้รับทรัพย์อีกมาก” เสี่ยวเทียนอุ้มเด็กน้อย แล้วเดินเข้าไปหาทั้งบาทหลวงกับ่แม่ชีที่กำลัง ขอรับบริจาค แล้วได้มอบเงิน 1 ร้อยล้านเหรียญทอง หรึอหนึ่งพันล้านเหรียญเงิน ก็เอาไปแบ่งให้ สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าทั้งสิบแห่ง ๆ ละ 10 ล้านเหรียญทองหรือหนึ่งร้อยล้านเหรียญเงิน เหล่าแม่ชีและบาทหลวงและเด็ก ๆ ล้วนตกใจ และยินดีกันยิ่งนัก ต่างก้มหน้าสวดมนตร์อวยพรให้กับเสี่ยวเทียน กันยกใหญ่ ศิษย์พี่สามได้แต่อมยิ้มดีใจ ที่เสี่ยวเทียนมีจิตใจเมตตา กับเด็กๆทุกคนเช่นนี้
ในขณะที่เสี่ยวเทียน มอบเงินให้เสร็จ ก็เดินออกมาตัวเบา ใจหายไปเหมือนกันกว่าจะหาเงินมาได้ สุดท้ายเงิน หนึ่งร้อยล้านเหรียญทอง ที่จักรพรรดิหยางไคให้มา ก็หมดไปในพริบตา
“ ศิษย์น้องเล็ก เจ้านี่เป็นคนดีจริงๆ อาจารย์รู้เข้าต้องภูมิใจในตัวเจ้าแน่เลย”
“ กลับกันเถอะ” เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างหมดแรง
พอมาถึงทางเข้าสำนัก เสี่ยวเทียนก็พบว่า มีคนสะกดรอยตามมาเกือบร้อยคน
“ อาจารย์คนพวกนี้ใช่นักฆ่าจาก แดนพิภพชั้นสามใช่ไหม”
“ ใช่แล้ว เจ้าเรียกปราสาทออกมาตั้งที่หน้าสำนักเลย”
“ หา ! เช่นนี้คนทั้งพิภพมิแตกตื่นกันหมดรึ?”
“ ก็ให้มันแตกตื่นมากๆ ซิดี เจ้าจะได้ฝึกฝน ต่อสู้กับพวกคนที่คิดร้ายเจ้า และยังหารายได้เข้ากระเป๋าเจ้าได้อีกด้วย”
“ ทำได้จริงอ่ะ” เสี่ยวเทียนหูผึ่งทันที แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก
“ ทำตามทีข้าบอกก็แล้วกัน” เสี่ยวเทียนรีบนำปราสาทเทพเซียนออกมาในทันที
พรึบ !! ปราสาทเทพเซียนอันใหญ่โต ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ที่ด้านหน้าสำนักสะท้านฟ้า
“ เสี่ยวเทียน เจ้าจะทำอะไร รีบเก็บเข้าไปเดี๋ยวนี้ ไม่กลัวถูกคนร้ายมาแย่งไปหรือยังไง”
“ ไม่ต้องห่วง ข้าคือเจ้าของปราสาท ไม่มีใครกล้าแย่งปราสาทไปจากข้าได้หรอก
ข้าจะล่อให้พวกเหล่านักฆ่า เข้ามา แล้วจัดการมันเสียทีเดียวไปเลย ศิษย์พี่ช่วยข้าคอยเก็บเงิน ค่าผ่านประตูด้วยก็แล้วกัน”
“ หืม ค่าผ่านประตูอะไรกัน?”
“ ท่านเซียนบอกว่า หากใครอยากเข้าไปทดสอบด่านเพื่อเป็นเจ้าของปราสาทเทพเซียน ต้องเสียเงินคนละ สองหมื่นเหรียญเงิน ใครไม่ยอมจ่ายก็ไม่ให้เข้า”
“ นี่... เจ้าจะหาเงินแบบนี้เลยหรือนี่ แล้วไม่กลัวคนที่ผ่านด่านแล้วไปเป็นเจ้าของเลยหรือไง”
“ ท่านเซียนบอกไม่ต้องห่วง แค่ทำตามที่บอกก็พอ” เสี่ยวเทียนเชื่อมั่นตัวอาจารย์ว่าไม่มีใครสามารถผ่านด่านไปได้อย่างแน่นอน
พวกนักฆ่าที่ซุ่มอยู่กับร้อยกว่าคน จู่ๆ ก็เห็นปราสาทเทพเซียนปรากฏก็ลืมเลือนเรื่องฆ่าเสี่ยวเทียน ได้แต่มองกันตาค้าง พุ่งร่างเข้าไปในปราสาททันทีไม่มีใครสนใจที่จะสังหารเสี่ยวเทียนสักคน เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ แต่พอทุกคนพุ่งตัวเข้าไปปราสาทก็มีม่านป้องกันเอาไว้ ไม่สามารถเข้าไปได้ ทุกคนกระเด็นออกมาจนหมด
จากนั้นก็มีเสียงลอยออกมาจากปราสาทว่า
“ ข้าคือฟงอี้จิตวิญญาณปราสาทเทพเซียน ด้วยพลังงานของปราสาทใกล้จะหมดแล้ว จึงต้องหาเงินมาซื้อพลังงานมาเพิ่มเติม ดังนั้นใครอยากเข้าไปทดสอบเพื่อเป็นเจ้าของปราสาทในครั้งนี้ ต้องเสียเงินค่าเข้าไปทดสอบ คนละ สองหมื่นเหรียญเงิน โดยจ่ายให้กับเฉินเสี่ยวเทียน ตัวแทนของข้าเท่านั้น” แล้วคำพูดของฟงอี้ ก็กลายเป็นป้ายประกาศ ลอยไปทั่ว รอบๆ ปราสาท เหล่านักฆ่ารีบจ่ายเงินให้กับเสี่ยวเทียน ซึ่งบัดนี้ได้ตั้งโต๊ะเก็บเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นักฆ่ารีบจ่ายเงิน ทันทีไม่รีรอ พอพวกนักฆ่าจ่ายเงินเสร็จแล้วก็รีบแย่งกันเข้าไปในปราสาททันที พวกนักฆ่าชุดแรกเข้าไปพร้อมกัน เป็นร้อยคน ถูกลำแสงจากค่ายกลสิบแปดดาว กระแทกออกไป ในทันที ที่ก้าวเข้าไปในปราสาท ทั้งหมดล้วนไม่พอใจอย่างยิ่ง รีบมาสอบถามเสี่ยวเทียนต่อ ว่าจะเข้าไปอีกได้ไหม
“ ได้เลย พี่ชายจะเข้าไปกี่รอบก็ได้ ไม่ต้องใจร้อน ด่านแรกเรียกว่าค่ายกล 18 ดาว
พวกท่านค่อยๆ หาวิธีแก้กันไป แต่หากจะเข้าไปต้องจ่ายอีก 2 หมื่นเหรียญเงินนะ”
นักฆ่าแต่ละคนไม่สนวางเงินอีกคนละ สองหมื่น แล้วรีบลุยเข้าไปต่อ
ศิษย์พี่สามมองเหตุการณ์เช่นนี้ ก็อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าผ่านไปแค่พริบตาเดียว เสี่ยวเทียนได้เงินมา สี่ล้านเหรียญเงินแล้ว แต่ไม่ใช่ยังไม่จบ แต่ละคนในพิภพแห่งนี้ได้เห็นปราสาทเทพเซียนปรากฏ ก็แห่เข้ามาดูกันจนแน่นขนัดไปหมด พอรู้ว่าปราสาทเทพเซียนเปิด ก็รีบแย่งกันจะเข้าไปโดยไม่ยอมจ่ายเงิน สุดท้ายโดนพลังปราสาทกระแทกออกมาจนหมด สุดท้ายก็ยอมจ่าย คนละสองหมื่นเหรียญเงิน
แล้วเข้าคิวกันเพื่อเข้าในปราสาท บัดนี้เสี่ยวเทียนนั่งนับเงินคนเดียวไม่ไหว ศิษย์พี่สามต้องมาช่วยกันเก็บเงินด้วยอีกคน เหล่าผู้คนคราวนี้มากันนับหมื่น แน่นไปหมด พอผู้คนเหล่านี้เข้าไปแล้ว ถูกดีดออกมา แล้วก็มาเสียเงิน เพื่อเข้าไปใหม่อีกหลายรอบ เพื่อจะเอาชนะด่านทดสอบ ทั้งเจ็ดนี้ให้ได้ แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถผ่านไปได้เลย มีบางคน อาจารย์ลู่เกิน แสร้งให้ผ่านด่านแรกไปได้ แต่พอเจอด่านสองด่านภูตพรายก็กระเด็นออกมาอีก
คนที่อยู่ด้านนอกพอรู้ว่ามีคนผ่าน ด่านแรกไปได้ ก็พยายามมาขอ ทราบวิธี แต่ไม่ว่าจะอย่างไร คนที่ผ่านไปด่านสอง ก็ไม่มีใครตอบได้ว่าตนผ่านไปได้อย่างไรสักคน
บนพิภพชั้นสาม ตำหนักองค์ชายสี่
“ ท่านคุรุเทพ ปราสาทเทพเซียนปรากฏแล้ว แต่หน้าแปลก ครั้งนี้ใครเข้าไปต้องถูกเรียกเงินเพื่อนำไปซื้อ หินพลังงานมาใส่ไว้ในปราสาท โดยให้ เฉินเสี่ยวเทียนเป็นคนเก็บเงิน เหล่านักฆ่าที่ส่งไป พวกมันก็ลืมภารกิจกันหมด มัวแต่จ้องที่จะพิชิตปราสาทเทพเซียนให้ได้ ว่ากันว่า ครั้งนี้ปราสาทเทพเซียนจะตั้งอยู่ถึง สิบห้าวันทีเดียว ท่านพาคนไปมากหน่อย เอามันมาให้ข้าให้ได้ ข้าไม่อยากพลาดอีก” องค์ชายสี่เอ่ยกับคุรุเทพฝ่าหลุน
“ เรื่องนี้ช่างแปลกจริงๆ ข้าจะรีบไปทันที องค์ชายไม่ต้องกังวล” คุรุเทพฝ่าหลุนหันหลังออกไป แล้วองค์ชายแปดก็เดินเข้ามา
“ พี่สี่ ท่านไม่ให้ข้าไปด้วย”
“ ข้ารู้สึกว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ เจ้าไม่ต้องไปหรอกให้รอฟังข่าวที่นี่ ท่านคุรุเทพฝ่าหลุนกับพวกไปก็เพียงพอแล้ว”
ณ สำนักสะท้านฟ้า
“ เสี่ยวเทียน นี่เจ้ากำลังทำอะไร” อาจารย์เจ้าสำนักเรียกเสี่ยวเทียนเข้ามาสอบถามทันทีที่เห็นปราสาทเทพเซียนอยู่ดีๆ ก็โผล่ออกมาเช่นนี้
“ ท่านเซียนบอกว่า อยากให้พวกนักฆ่าปรากฏตัว อย่างเปิดเผย ก็ต้องทำเช่นนี้เพื่อความปลอดภัยของศิษย์”
“ แต่ว่าเจ้าเปิดเผยว่าปราสาทอยู่กับเจ้า ต่อไปเจ้าก็อยู่อย่างไม่มีความสุขแล้ว”
“ ข้าไม่บอกใครว่า ข้าเป็นเจ้าของแล้ว ดังนั้นปราสาทเทพเซียนก็ไม่มีใครผ่านด่านทั้ง เจ็ดเข้าไปได้อย่างแน่นอน” เสี่ยวเทียนกล่าวอย่างมั่นใจ
“ นี่มันเท่ากับ หลอกลวงผู้คนเลยนะ !!” อาจารย์เจ้าสำนักเอ่ยเสียงเครียด
“ ก็นี่แหละ ข้าถึงเอาปราสาทเทพเซียนไปไว้ข้างนอก ไม่อยากให้สำนักเสื่อมเสีย แต่อาจารย์ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้นอกจากท่านอาจารย์แล้ว ไม่มีใครรู้เรื่องอย่างแน่นอน”
“ เอาละ เจ้าก็ระวังตัวด้วยล่ะ เงินทองที่ได้รับมากมายขนาดนั้น คนร้ายคงไม่ปล่อยเจ้าเดินลอยนวลไปง่ายๆแน่” อาจารย์เจ้าสำนักเอ่ยเตือน
“ ขอรับ ศิษย์จะระวังตัว”.....