จู่ๆการเเข่งขันยิงธนูก็จบลงเมื่อทั้งสามคนหาผู้ชนะตลอดกาลได้แล้วนั่นเอง ด้านซูเจินกับสนมลีรู้สึกแปลกใจทันทีที่เห็นว่าทุกอย่างหยุดชะงักลงเร็วมาก การยิงเป้าบินและขี้ม้ายิงธนูตามที่สนมลีพูดก็ไม่มีด้วยซ้ำ..
"อ้าว..ทำไมจบแล้วอ่ะ ขี้ม้ายิงธนู ยิงเป้าบินล่ะ?"
"อาจจะเป็นเพราะว่าวันนี้เป็นผู้ชนะที่แท้จริงแล้วยังไงล่ะ เอ้า! พวกเราก็กลับกันเถอะเสี่ยวไป๋"
"เจ้าค่ะพระสนม"
"เจ้าล่ะซูเจิน จะกลับพร้อมข้าเลยหรือไม่?"
"คงไม่ ข้าว่าจะนั่งรออาเหมยตรงนี้ซักพักน่ะ เจ้ากลับไปก่อนก็ได้"
"ได้ เช่นนั้นข้าไปนะ ไปกันเถอะเสี่ยวไป๋" ซูเจินยังคงนั่งมองไปที่สนามธนูเพราะเธอไม่อยากเชื่อว่าทุกอย่างจะจบลงง่ายๆเเบบนี้ สามพ่อลูกพักจิบชากันทำเอาซูเจินอยากจะรู้จริงๆว่ากิจกรรมต่อไป พวกเขาจะทำอะไร
"พระชายา ข้ามาแล้วเจ้าค่ะ…ว้าย!!!"
"อาเหมย..เบาๆ!! ว่าไงนางเป็นไงบ้าง?"
"พระสนมฮงทรงไม่พอพระทัยเอามากๆที่พระชายาเข้าไปขวางแผนการของนาง อีกทั้งตอนนี้นางก็จับตามองพระชายาในฐานะศัตรูหมายเลขหนึ่งแล้วล่ะเจ้าค่ะ"
"เรื่องนั้นข้าก็พอจะรู้ตัวดี แล้วเรื่องที่นางเข้าหาอี้เถียนล่ะ?"
"อ่อ..เรื่องนั้นพระสนมฮงทำเพื่อเอาคืนพระสนมลีเจ้าค่ะ"
"เอาคืนสนมลี?...เรื่องอะไร?"
"ก็เรื่องจดหมายในวันนั้นนั่นแหละเจ้าค่ะ พระสนมฮงทรงเข้าพระทัยผิดว่าพระสนมลีไปที่นั่นเพื่อไปพบองค์ชายอี้เฉียน พระสนมฮงจึงคิดจะเอาคืนพระสนมลีโดยการเข้าหาองค์ชายอี้เถียนแทนเจ้าค่ะ"
"ไร้สาระมาก!! ข้าอยากผ่าสมองนางดูจริงๆว่านางกำลังคิดอะไรอยู่กันเเน่ อีกอย่างนางดูไม่ออกจริงๆหรอว่าอี้เถียนไม่ได้คิดอะไรกับนางเลยอ่ะ"
"เช่นนั้นจึงต้องใช้ยาปลุกกำหนัดไงล่ะเจ้าคะ!"
"จริงด้วย! เจ้ารู้ไหมว่านางเอายาพวกนี้มาจากใคร ที่ไหน?"
"ข้าน้อยเคยได้ยินมาว่า พระปิตุลา(อา) ของพระสนมฮงเชี่ยวชาญเรื่องการปรุงยาแปลกๆ สมุนไพรหายากที่สุดในเมืองเฮกซาลและข้าก็ได้ยินมาว่า องค์ชายอี้เฉียนก็เคยโดนยาชนิดนี้มาแล้วเจ้าค่ะ เเต่เหล่านางกำนัลที่ตำหนักองค์ชายอี้เฉียนเล่าว่าคืนนั้นองค์ชายอี้เฉียนหายตัวไปเจ้าค่ะ ซึ่งถ้าให้ข้าน้อยเดา มันน่าจะเป็นคืนเดียวกันกับที่…."
"มาหาข้าใช่ไหม มิน่าล่ะคึกมาเชียว ที่แท้ก็โดนยามานี่เอง!! เท่าที่เห็นข้ารู้สึกว่าปริมาณที่อี้เถียนได้รับจะมีมากกว่า ขนาดเชือกเส้นหนาๆเขายังดึงจนขาดได้เลย ยาพวกนี้มันน่ากลัวจริงๆเนาะว่าไหม?"
"อีกอย่างนะเจ้าคะ ข้าได้ยินมาอีกว่ายาที่พระปิตุลาของพระสนมฮงปรุง ส่วนใหญ่จะเป็นยาพิษและยาสั่งด้วยเจ้าค่ะ พระชายาต้องระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ"
"ยาพิษงั้นหรอ จริงด้วย!! ตัวละครนี้พยายามจะเอายาพิษให้พระสนมอีกคนกิน เเต่ตอนนั้นในเรื่องนี้ไม่มีข้า นั่นก็น่าจะหมายถึงสนมลี!! นี่อาเหมยเจ้าจงไปที่จวนของสนมลี บอกนางว่าห้ามกินอะไรแปลกๆหรือรับของจากคนที่นางไม่รู้จัก ไปเร็ว!!"
"ข้อน้อยอาจจะไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่พระชายารับสั่ง เเต่ข้าน้อยคิดว่าตอนนี้คนที่น่าจะตกเป็นเป้าของพระสนมฮง น่าจะเป็นพระชายานะเจ้าคะ"
"ข้าหรอ?..จริงด้วยเพราะตอนนี้ข้าอยู่ในเรื่องนี้นี่นา แถมข้าก็ยังไปขัดขานางอีกหลายเรื่องเลย ไม่ได้การละ ข้าจะมาตายที่นี่ไม่ได้ เพราะฉะนั้น อาเหมยหน้าที่ของเจ้าคือดูเเลทุกอย่างที่เกี่ยวกับข้าอย่างใกล้ชิด ห้ามให้มีอะไรเจือปนเด็ดขาด!"
"เจ้าค่ะ พระชายา!" ซูเจินเริ่มกลัวขึ้นมาเสียแล้ว เพราะเท่าที่นางได้อ่านนิยายเรื่องนั้นมา สนมฮงเป็นคนที่ร้ายกาจมากๆ การระวังตัวของนางต้องเพิ่มเป็นสิบเท่า เพราะนางจะไม่ยอมเอาชีวิตวัยรุ่นของนางมาจบอยู่ในนิยายเรื่องนี้เป็นแน่ๆ ซูเจินพยายามไล่คิดทบทวนว่าแผนต่อไปที่ตัวละครนี้จะทำคืออะไร เเต่นางก็จำเรื่องราวในตอนนั้นไม่ได้เพราะหลังจากที่นางเปิดหน้าต่อไปพนักงานที่ร้านก็เดินเข้ามาพอดีทำให้นางต้องหยุดอ่านมัน ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าตอนนี้นางไม่มีวิธีรับมือหรือต่อกลอนกับสนมฮงได้เลย มีทางเดียวเท่านั้นคือเฝ้าระวังและตั้งรับอย่างเดียว..ซูเจินหลุดเข้าไปในภวังค์แห่งความคิดจนไม่ได้สนใจเลยว่าใครกำลังเดินผ่านมา
"อ้าว ซูเจิน…เจ้ามาทำอะไรที่นี่กันล่ะ ซูเจิน..เอ๋..พวกเจ้าคิดว้านางไม่ได้ยินที่พ่อพูดงั้นหรือ?"
"นางคงกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่น่ะพะยะค่ะ เดี๋ยวข้าจัดการเอง" อี้เถียนยืนประคองผู้เป็นพ่อ ส่วนอี้เฉียนนั้นรีบเดินเข้าไปสกิดซูเจินให้รู้สึกตัวทันที ด้านอาเหมยที่เห็นว่าเจ้าเมืองมา นางรีบคุกเข่าลงที่พื้นเพื่อหมอบคารวะอี้เหลียนและสององค์ชายทันที
"พระชายา ฝ่าบาทกับองค์ชายทั้งสองมาเจ้าค่ะ พระชายา!!" สาวใช้อย่างอาเหมยพยายามกระซิบให้เจ้านายรู้ เเต่ทว่านางก็ยังติดอยู่ในห้วงเเห่งความคิดของนางอยู่จนกระทั่งอี้เฉียนเดินเข้ามาหยุดที่ด้านหลังของซูเจิน ถึงกระนั้นซูเจินเองก็ยังไม่รู้ตัว นางเอาเเต่ไล่ความคิดอยู่ว่าในนิยายเรื่องนั้นมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง คิดไปมาจนไม่ได้สนใจมองสิ่งรอบๆตัว อี้เฉียนได้โอกาสยื่นหน้าเข้าไปที่ซอกคอของนางและกระซิบเบาๆ
"คิดอะไรอยู่ คิดถึงข้ากับน้องสามอยู่รึป่าว!" ปั้ว!!!ซูเจินหลุดออกจากภวังค์ด้วยความตกใจและเผลอฟาดฝ่ามือลงที่แก้มซ้ายของอี้เฉียนจนหน้าหัน บัดนนี้นางรู้สึกตัวและก็เห็นว่าภายนอกศาลามีอี้เถียนกับอี้เหลียนยืนมองนางอยู่ อี้เถียนนั้นยิ้มสะใจที่พี่ชายโดนตบ ซูเจินเรียกสติกลับมาจนรู้ได้ว่าตอนนี้นางต้องทำอะไร
"ซูเจินคารวะฝ่าบาท เอ้ย!!ซูเจินคารวะเสด็จพ่อเพคะ"
"เมื่อครู่ข้าเรียกเจ้าเเต่เจ้าไม่ได้ยิน เจ้าคิดอะไรอยู่งั้นรึ"
"เอ่อคือ..หม่อมฉันคิดว่า…เอ่อ..เย็นนี้จะกินอะไรดีน่ะเพคะ"
"คิดเรื่องกินเนี้ยนะ เจ้านี่มันคิดเรื่องอื่นไม่ได้จริงๆเนอะ"
"ท่านเองก็เช่นกันนั่นแหละ หวังอี้เฉียน!!" เสียงกระซิบกระซาบทำให้อี้เถียนกับอี้เหลียนอดขำไม่ได้ อี้เฉียนโดนตบจนหน้าแดง เพื่อแก้ไขสถานการณ์ซูเจินรีบเดินไปประคองอี้เหลียนเข้ามานั่งที่ศาลา เเต่ทว่าอี้เหลียนรู้สึกเมื่อยจากการขี่ม้าและยิงธนู จึงต้องการพักผ่อน เสี่ยวถังทำหน้าที่พยุงต่อจากอี้เถียน
"พวกเจ้าอยู่คุยกันต่อเถอะ เดี๋ยวข้าจะไปพักผ่อนซักหน่อย เสี่ยวถังพยุงข้าไปที"
"พะยะค่ะ ฝ่าบาท"
"ท่านพ่อ ให้ข้ากับน้องสามพาท้านไปเถอะพะยะค่ะ"
"ไม่เป็นไร พวกเจ้าอยู่คุยกับซูเจินเถิด ข้าไปล่ะ"
"น้อมส่งเสด็จพ่อ!!" สามสำเนียงขานส่งอี้เหลียนออกมาพร้อมๆกัน ก่อนที่อี้เหลียนจะเดินจากไปทิ้งให้ทั้งสามยืนพูดคุยกัน อาฉาง อาเฟยรู้หน้าที่ เช่นเดียวกับอาเหมย พวกเขาเลือกที่จะเดินออกไปเพื่อให้เจ้านายทั้งสามได้ยืนพูดคุยกันแบบส่วนตัว ซูเจินทำท่าจะเดินออกจากศาลาไป แต่นางก็โดนสองแฝดคว้าแขนเอาไว้ก่อน ทำให้นางไม่สามารถเดินหนีออกไปได้..